แสงแดดอ่อนยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านบางเบาของบ้านเช่า กลิ่นหอมของอาหารเช้าเริ่มลอยกรุ่นเข้ามาในจมูก เสียงกระทบของกระทะดังแว่วจากในครัวปลุกให้ภาคินที่นอนเอนตัวอยู่บนโซฟาค่อย ๆ ลืมตาขึ้น เขายกมือขยี้ตา ไล่ความง่วงงุน ก่อนจะเหลือบมองไปรอบ ๆ บ้าน
“ตื่นแล้วเหรอ?” เสียงหวานเอ่ยขึ้นจากครัว
ภาคินหันไปตามเสียง เห็นปานิลกำลังยืนปรุงอาหารอยู่ เธอสวมเสื้อยืดหลวม ๆ กับกางเกงขาสั้นที่ดูสบาย ๆ ราวกับไม่ได้ตั้งใจ แต่กลับเผยเสน่ห์บางอย่างในแบบที่ไม่ต้องพยายาม ใบหน้าของเธอยังคงสะกดสายตาเขาเหมือนเดิม
“อ่า...ครับ ขอโทษนะครับ เมื่อคืนผมหลับไปเลย” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเก้อเขิน
“ไม่เป็ไรหรอก” ปานิลตอบพลางคนไข่ในกระทะ “ฉันต่างหากที่ควรขอโทษ เผลอหลับไปทั้ง ๆ ที่มีแขกอยู่บ้าน...ว่าแต่เราจำพี่ได้ใช่ไหม?”
“ครับ พี่ปาล” ภาคินพยักหน้าตอบ ความทรงจำเมื่อครั้งยังเด็กที่เขาเคยเจอเธอผุดขึ้นมา แม้จะห่างหายกันไปเกือบสิบปี แต่เธอก็ยังคงความสดใสที่เขาจดจำได้
ปานิลหัวเราะเบา ๆ หันมามองเขาพร้อมยิ้มบาง “โตเป็หนุ่มหล่อเชียว...แล้วทำไมพ่อถึงส่งเรามาอยู่กับพวกพี่ได้ล่ะ?”
ภาคินกลืนน้ำลาย รู้สึกถึงสายตาสงสัยที่แฝงด้วยอารมณ์ขันของเธอ “ผมไม่ได้ทำอะไรเลยนะครับ แต่ลุงวินัยฝากให้ช่วยดูแลพวกพี่ ๆ มากกว่า เอ่อ แบบไม้กันหมาอะพี่”
คำพูดนั้นทำให้ปานิลหลุดหัวเราะเบา ๆ เธอหันไปจัดจานข้าวเช้า “เอาน่า อยู่ที่นี่ก็ทำตัวสบาย ๆ เหมือนตอนที่เราเด็ก ๆ เถอะ เรียกพี่ว่าปาลเหมือนเดิมก็พอ ไม่ต้องสุภาพขนาดนั้น”
แต่ทว่าวินัยและสาวๆทั้ง4 ไม่รู้เลย ไม้กันก็สามารถกลายร่างเป็หมาป่าผู้หิวโหยได้เช่นกัน แค่ขึ้นกับวิธีใช้มัน
---
หลังอาหารเช้าเสร็จ พี่น้องคนอื่น ๆ ก็ทยอยเดินเข้ามาในบ้าน คนแรกคือ พลอยนภา หญิงสาวผู้เคร่งขรึม เธอดูเป็ผู้ใหญ่และสุขุม มีบรรยากาศของคนที่มักรับผิดชอบหน้าที่อย่างเคร่งครัด อีกคนคือ พิมพ์มาดา สาวน้อยคนเล็กของบ้าน เธอสดใสร่าเริงจนทำให้บรรยากาศในบ้านไม่เคยเงียบเหงา
“นี่เหรอ? น้องใหม่ของเรา?” พลอยไพรลินเอ่ยถามพร้อมจ้องสำรวจภาคินั้แ่หัวจรดเท้า
“เรียกว่าสมาชิกใหม่ดีกว่านะพี่” พิมพ์มาดาแทรกขึ้นพร้อมหัวเราะคิก
ภาคินยิ้มสุภาพ “สวัสดีครับ ผมภาคิน ยินดีที่ได้รู้จักทุกคน”
พลอยไพรลินหรี่ตามอง ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ “ฝากตัวไว้ที่นี่ได้ แต่กฎข้อแรกคือ อย่าสร้างปัญหาให้พวกเรายุ่งยาก”
“ครับ! ผมเข้าใจ” ภาคินตอบหนักแน่น
“พี่พลอยจริงจังตลอดเลย” พิมพ์มาดาหัวเราะ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปคู่กับภาคิน “ดูสิ! เด็กใหม่หล่อขนาดนี้ หนูต้องเอาไปอวดเพื่อนแล้วล่ะ”
“ยัยพิมพ์! เดี๋ยวเถอะ ถ้าแกโพสต์รูปนี้ ภาคินไม่รอดแน่ พ่อฆ่าภาคินแน่ๆ” ปานิลที่นั่งฟังอยู่นานเอ่ยปราม แต่แอบหัวเราะเมื่อเห็นสีหน้าใของน้องสาว
---
หลังจากมื้อเช้า ภาคินไม่รอช้าที่จะถามหางานบ้านที่เขาสามารถช่วยได้ พลอยไพรลินชี้ไปที่สวนรกรอบบ้าน ซึ่งเต็มไปด้วยหญ้าสูงและเถาวัลย์พันกัน
“ตรงนั้นเลย ตัดให้เรียบร้อย”
“ดีเลยค่ะ! คราวที่แล้วหนอนบุก หนูเกือบกรี๊ดลั่นบ้าน” พิมพ์มาดารีบเสริม
“ได้เลยครับ” ภาคินตอบรับด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น
วันแรกในบ้านเช่าหลังนี้ผ่านไปอย่างราบรื่น แม้ภาคินจะยังไม่คุ้นเคยกับความสัมพันธ์ในบ้าน แต่เขาก็ััได้ถึงความอบอุ่นที่แทรกซ่อนอยู่ในความแตกต่างของพี่น้องทั้งสี่ ที่เขาได้พบ อาจจะมีบ้างคนที่อบอุ่นจนร้อนเหมือนไฟจี้ก้นก็ตาม
เสียงของจอบกระทบพื้นดินดังเป็จังหวะต่อเนื่อง ภาคินตั้งหน้าตั้งตาถางหญ้ารกที่สูงจนเกือบถึงเอว เหงื่อซึมผ่านเสื้อยืดตัวเก่าจนเปียกชุ่ม เขาสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะบ่นพึมพำให้กำลังใจตัวเอง
“วันนี้ต้องเสร็จให้ได้... สู้โว้ย!” เขาจับจอบแน่น มองไปที่ผืนหญ้ารกรุงรังแล้วถอนหายใจเบา ๆ
จอบในมือของเขาไม่ใช่อุปกรณ์ชั้นเลิศ ใบจอบเก่าคร่ำคร่าเต็มไปด้วยคราบสนิม ดูเหมือนมันไม่ได้รับการใช้งานมานานปีจนใยแมงมุมเกาะแน่น ภาคินหยิบมันออกมาจากห้องเก็บของที่มีกลิ่นอับ เขานึกขำในใจ "ของโบราณแบบนี้เอามาใช้ได้จริงเหรอเนี่ย?" แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่มีทางเลือก
สวนหน้าบ้านและหลังบ้านรวมกันไม่ได้ใหญ่โต แต่ก็ใช้เวลานานเพราะขนาดพื้นที่และความรกรุงรัง ถ้าเป็บ้านที่ต่างจังหวัดของเขา ป่านนี้คงมีเครื่องตัดหญ้าใช้สบาย ๆ ไม่ต้องมาลงแรงหนักแบบนี้ แต่เขาก็ไม่หวั่น ด้วยความเคยชินจากการใช้ชีวิตบ้านนอก
“ปัก! คา-ก!”
เสียงจอบดังก้องตามจังหวะการหวด ภาคินก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างขยันขันแข็ง แสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้าไม่ได้ร้อนจนเกินไป เขาวางแผนว่าจะทำงานให้เสร็จมากที่สุดใน่นี้ ก่อนแดดจะเริ่มแรง เขาตั้งใจไว้ว่าเมื่อเสร็จจากการถางหญ้าจะออกไปสำรวจรอบ ๆ บ้าน หาร้านอาหาร และมองหางานพาร์ทไทม์เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระตัวเอง
แม้พ่อของปานิลจะยืนยันว่าไม่ต้องเสียค่าเช่าบ้าน เพราะเขามาเพื่อ "ช่วยดูแลลูกสาวทั้งสี่" แต่ในใจของภาคินรู้ดีว่า เขาอยากมีส่วนช่วยในฐานะผู้ชายคนหนึ่งที่เข้ามาอยู่ในบ้านนี้ เขาหัวเราะเบา ๆ เมื่อนึกถึงคำพูดของวินัยที่กล่าวว่า
"แกน่ะเป็ไม้กันหมา..."
แต่ในหัวของภาคินเองอดคิดไม่ได้ว่า "ไม้กันหมานี่...อีกไม่นานอาจกลายร่างเป็หมาป่าก็เป็ได้!"
---
ในบ้าน ปานิลซึ่งต้องเข้าเวรดึกในคืนนี้กำลังนอนพักผ่อน แต่เสียงจอบที่ดังถี่ ๆ ทำให้เธอข่มตาหลับไม่ลง ความรำคาญเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ
"ไอ้เด็กนี่! จะขุดยันเย็นเลยหรือไง" เธอบ่นอุบอิบ พลางลุกขึ้นมาจัดกระเป๋าเสื้อผ้า
“พิมพ์!” ปานิลเรียกน้องสาวคนเล็กที่กำลังนั่งกินขนมอยู่ในครัว “พี่จะไปนอนที่หอเพื่อนนะ ขืนอยู่ต่อคงไม่ได้นอน!”
พิมพ์มาดาหัวเราะคิกคัก “พี่ไปเถอะ ไม่ต้องห่วงหนู ถ้าพี่ภาคินคิดจะทำอะไร หนูจับทุ่มลงพื้นแน่นอน!”่นี้เป็่ปิดเทอมของเธอ ทำให้เธออยู่บ้านสบายใจ
“จ้าๆ พี่ไม่ได้กลัวเขาจะข่มขืนหรอก กลัวเธอจะไปข่มขืนเขาน่ะสิ!” ปานิลแกล้งพูด พลางคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืนแล้วเผลอยิ้มออกมาเล็กน้อย เธอรู้สึกโล่งใจที่ปล่อยให้น้องสาวตัวแสบอยู่กับภาคินเพียงลำพังได้
ทั้งสองหัวเราะกันครู่หนึ่ง ก่อนปานิลจะเดินออกจากบ้าน ทิ้งพิมพ์มาดาไว้กับภาคิน
---
เมื่อแดดสายเริ่มร้อนแรงขึ้น ภาคินที่ทำงานจนเหงื่อเปียกชุ่มทั้งตัวตัดสินใจพักการถางหญ้าไว้ก่อน เขาเก็บอุปกรณ์เข้าที่ พลางมองดูสวนที่เริ่มโล่งขึ้นกว่าครึ่ง ความภาคภูมิใจเล็ก ๆ ฉายชัดในแววตา
“ไปอาบน้ำดีกว่า” เขาพึมพำกับตัวเองก่อนเดินเข้าบ้าน โดยไม่รู้ตัวเลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองเขาอยู่จากชั้นสอง
---
บนชั้นสองของบ้านหลังนี้ พิมพ์มาดายืนอยู่หลังม่าน ดวงตาคู่คมจับจ้องไปยังร่างของภาคินที่กำลังเดินเข้าบ้าน เธอไม่พูดอะไร แต่ประกายลึกลับในแววตาของเธอเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง
"เด็กคนนี้...อาจไม่ใช่แค่ไม้กันหมาอย่างที่พ่อบอกก็ได้..."
เธอยิ้มมุมปากเบา ๆ ก่อนจะปล่อยม่านลงและหันหลังกลับไปยังห้องของเธอ
ในบ้านหลังนี้... ภาคินอาจไม่รู้ว่า การเข้ามาอยู่ร่วมกับสี่พี่น้องที่ต่างมีเสน่ห์และความลับเฉพาะตัว จะเปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาล
ซู่ ซู่... เสียงน้ำจากฝักบัวกระทบผิวดังเบาๆ คลอไปกับกลิ่นสบู่ที่หอมอบอวลในอากาศ ภาคินไล่ฝักบัวผ่านร่างกายของตน ความเย็นของสายน้ำช่วยล้างความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักในสวนเมื่อเช้าออกไปจนหมด
"สดชื่น!" เขาพูดกับตัวเองด้วยความสบายใจ พลางฟอกสบู่ไปเรื่อยๆ ผิวกายที่เปียกชื้นสะท้อนแสงแดดที่สาดส่องเข้ามาทางช่องกระจกของห้องน้ำ
หลังอาบน้ำเสร็จ ภาคินพันผ้าขนหนูผืนเล็กไว้ที่เอวตามความเคยชิน เขาไม่คิดอะไรมาก เพราะแน่ใจว่าสาวๆ ในบ้านคงออกไปเรียนหรือทำธุระกันหมดแล้ว โดยเฉพาะปานิลที่เขาเห็นออกจากบ้านไปเมื่อครู่
แต่ทันใดนั้น...
"กรี๊ด! พี่ภาคิน ช่วยหนูด้วย!" เสียงร้องขอความช่วยเหลือจากพิมพ์มาดาดังลั่นบ้าน
เสียงนั้นทำให้ภาคินตัดสินใจโดยไม่ทันคิด รีบพุ่งตรงไปยังห้องสุดท้ายทางซ้ายมือซึ่งประตูแง้มอยู่
"พิมพ์! เกิดอะไรขึ้น เป็อะไรหรือเปล่า!" เขาะโถามพร้อมพรวดเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเข้าไปแล้วกลับพบว่าห้องนั้นว่างเปล่า ไม่มีใครอยู่เลย
ปัง! แกร๊ก!
เสียงประตูปิดดังสนั่นพร้อมกับเสียงล็อกที่แ่าจากด้านใน
"ว๊าว หุ่นพี่ดูดีมากเลยนะคะ!" เสียงหวานดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้ภาคินสะดุ้งหันไปมองทันที
พิมพ์มาดาอยู่ในชุดนอนกระโปรงผ้าบาง เธอพิงประตูอย่างสบายอารมณ์ ดวงตาของเธอจ้องมองเขาั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้า สีหน้าเต็มไปด้วยความซุกซน
"พะ... พิมพ์..."
ภาคินอ้ำอึ้ง เสียงน้ำลายกลืนลงคออย่างยากเย็นเมื่อเขาตระหนักถึงสถานการณ์ตรงหน้า
"หนูไม่คิดเลยนะว่าพี่จะลามก นุ่งแค่ผ้าขนหนูเล็กๆ แบบนี้เข้ามาห้องผู้หญิง!" พิมพ์มาดาพูดพร้อมเดินเข้ามาใกล้ ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความสนุกสนานที่ได้เห็นเขาอยู่ในสภาพที่ดูไม่พร้อมแบบนี้
ภาคินก้าวถอยหลังจนแผ่นหลังชนกับโต๊ะมุมห้อง สายตาของเขาหันซ้ายหันขวาเหมือนพยายามหาทางออก แต่ความใกล้ชิดและชุดบางเบาของพิมพ์ทำให้สมองของเขาตีรวนจนคิดอะไรไม่ออก
"พิมพ์! เปิดประตูให้พี่เดี๋ยวนี้!" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเกร็งๆ
"ถ้าพี่อยากออก ก็ต้องตอบคำถามหนูก่อน!" เธอยิ้มเ้าเล่ห์ พลางยื่นหน้าเข้ามาใกล้
"คำถามอะไรของเธอ!"
พิมพ์มาดาทำท่าคิดก่อนพูดต่อ "พี่มีแฟนหรือยัง?"
ภาคินอึ้ง เขาไม่รู้จะตอบยังไงดี สถานการณ์ตอนนี้เขาไม่มั่นใจว่าเธอพูดเล่นหรือจริงจัง แต่ความใกล้ชิดและท่าทางของพิมพ์ที่ดูเหมือนจงใจทำให้เขาเสียการควบคุม ทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ
"ว่าไงคะพี่ภาคิน... หรือหนูจะเป็คนแรกของพี่?"
คำพูดนั้นทำให้ภาคินตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะ เขารู้ดีว่าพิมพ์มาดาเป็คนขี้เล่น แต่ครั้งนี้มันเกินขอบเขตที่เขาจะรับมือได้
"พิมพ์ พอเถอะ!" เขาเอ่ยเสียงแข็งพยายามควบคุมตัวเอง
แต่พิมพ์กลับหัวเราะ "อ่ะๆ ล้อเล่นน่าพี่ หน้าแดงขนาดนี้ เดี๋ยวหนูปล่อยก็ได้!" เธอยกมือขึ้นทำท่าจะไขล็อกประตู แต่ก่อนที่เธอจะทำจริง ภาคินกลับเดินพรวดผ่านเธอไปด้วยความรวดเร็ว
"พิมพ์! ครั้งนี้ถือว่าพี่ไม่เอาเื่ แต่ถ้ามีครั้งหน้า พี่จะไม่ใจดีแล้วนะ!" เขาพูดพร้อมกับเปิดประตูและเดินออกไปโดยไม่หันกลับมามอง
เสียงหัวเราะคิกคักของพิมพ์ดังตามหลังมา "โห พี่ภาคินนี่น่าแกล้งจริงๆ เลย!"
ถึงแม้จะออกจากห้องมาแล้ว แต่ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ยังวนเวียนอยู่ในหัวของภาคิน เขาเผลอจับผ้าขนหนูที่พันตัวไว้แน่นขึ้น พลางสูดลมหายใจลึกๆ เพื่อเรียกสติก่อนจะเดินกลับห้อวตัวเอง
ในใจเขาคิดแค่ว่า... "เด็กคนนี้จะทำให้ฉันบ้าเข้าสักวัน!"
หลังจากภาคินเปิดประตูออกไป พิมพ์มาดาก็ยืนพิงประตูห้องอยู่ที่เดิม เธอเผลอยกมือขึ้นจับใบหน้าของตัวเองที่ร้อนผ่าว ดวงตาสั่นไหวเต็มไปด้วยความรู้สึกแปลกใหม่
"เขาหล่อจัง..." เธอพึมพำกับตัวเอง ภาพเรือนร่างของภาคินที่เปียกชื้นจากการอาบน้ำยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเธอ
พิมพ์มาดาเม้มริมฝีปากแน่น รู้สึกเหมือนหัวใจเต้นแรงผิดปกติ เธอหลับตาแน่นแล้วสูดหายใจลึก แต่กลับยิ่งชัดเจนขึ้นว่าตัวเองรู้สึกยังไง
"หรือจริงๆ ฉันชอบผู้ชายกันนะ?"
คำถามนั้นผุดขึ้นในหัวของเธอจนเธอต้องส่ายหน้าแรงๆ เพื่อสลัดความคิดนั้นออกไป
"บ้าไปแล้วพิมพ์! นั่นมันพี่ภาคินนะ ถ้าคิดมากกว่าพี่พลอยต้องเสียใจ!"พิมพ์มาดา ยกมือขึ้นตบหน้าเตือนสติตัวเองเบาๆ
เธอเดินกลับไปนั่งที่เตียง พยายามหาคำตอบให้ตัวเอง มือที่กำชายกระโปรงบางไว้แน่นเริ่มคลายออก เธอไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้คือแค่ความตื่นเต้นหรือเป็อะไรที่ลึกซึ้งกว่านั้น
แต่ยิ่งคิด เธอก็ยิ่งหน้าแดงขึ้นเรื่อยๆ ดวงตาเล็กๆ ของเธอเริ่มมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความล่องลอย
"แต่เขาก็...น่ารักจริงๆ นะ..."
---
ขณะเดียวกัน ภาคินเดินขึ้นบันไดไปยังห้องของตัวเองด้วยหัวใจที่เต้นรัว เขาโยนผ้าขนหนูลงในตะกร้าก่อนจะคว้าเสื้อยืดและกางเกงขาสั้นมาใส่อย่างลวกๆ
"นี่มันอะไรกัน..." เขาบ่นพึมพำ มือยกขึ้นเสยผมที่ยังเปียก
ภาพพิมพ์มาดาในชุดนอนบางเบายังชัดเจนในหัวของเขา ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ เสียงหัวเราะคิกคักของเธอ และแววตาที่จ้องมองเขาเหมือนกำลังหยอกล้อ
"เด็กคนนั้น..." ภาคินถอนหายใจยาว เขาพยายามเตือนตัวเองว่าพิมพ์มาดาเป็เพียงเด็กสาวในบ้านเดียวกัน อีกทั้งยังเป็เพื่อนสนิทของน้องสาวอีกด้วย
"ฉันต้องห้ามคิดอะไรเกินเลย!"
แต่ยิ่งเขาห้ามตัวเองเท่าไหร่ ภาพเหตุการณ์ในห้องนั้นก็ยิ่งชัดเจนในหัวมากขึ้นเท่านั้น
เขาทรุดตัวลงนั่งที่เตียง พลางกุมขมับ "เธอจะรู้ตัวบ้างไหมว่ากำลังทำอะไรอยู่..."
เสียงหัวเราะและคำพูดของพิมพ์ยังคงดังก้องในหูของเขา สุดท้ายเขาก็ได้แต่พยายามปัดความคิดเ่าั้ทิ้ง แล้วหันไปคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดเพลงเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
แต่ถึงอย่างนั้น... เสียงของหัวใจก็ยังไม่ยอมสงบลงง่ายๆ