บทที่ 1 ทะลุมิติมาแต่งกับอ๋องวิปลาส
"ก็แค่บุตรสาวของสตรีต้องโทษ ตอนนี้ได้เป็ถึงพระชายาอ๋องแล้ว ยังมีอะไรไม่พอใจอีก ทำเป็ขู่จะตายให้ใครดู!"
"อีกเดี๋ยวคนจากจวนเฉินอ๋องก็จะมาถึงแล้ว อยากจะตายนักก็เชิญไปตายข้างนอก!"
เสียงแหลมแสบแก้วหูนั้นะโด่าทอไม่หยุดมาเป็ชั่วยามแล้ว
ซูเหวินยวนลืมตาขึ้นอย่างไม่เต็มใจนัก นางมองสภาพห้องอันทรุดโทรมตรงหน้าด้วยความรู้สึกสิ้นหวังในชีวิต
ให้ตายเถอะ! คราวนี้ทะลุมิติมาจริง ๆ สินะ! ว่าแล้วเชียวว่าการมีชื่อแซ่เดียวกับตัวละครในนิยายมันไม่ใช่เื่ดี
สาวใช้ข้างเตียงมีดวงตาแดงก่ำ บนใบหน้ายังมีคราบน้ำตาติดอยู่ แต่เมื่อเห็นผู้เป็นายลืมตาขึ้น สีหน้าของนางก็พลันเปลี่ยนเป็ยินดีในทันที
"บอกให้คนข้างนอกนั่นพักบ้างเถอะ" ซูเหวินยวนยกมือขึ้นปิดหูอย่างรำคาญ
สตรีที่ปากคอเราะร้ายอยู่ด้านนอกคือแม่เลี้ยงของเ้าของร่างนี้ ก็คือ นางหวัง
ตอนนี้เ้าของร่างคือบุตรสาวคนโตนอกสมรสแห่งจวนอัครมหาเสนาบดี
เดิมทีนางควรจะเป็คุณหนูใหญ่สายตรง แต่เพราะสกุลของมารดาเป็ฏ ทั้งสกุลจึงถูกปะา
มารดาของนางแม้จะไม่ถูกหย่า แต่ก็ถูกลดขั้นลงเป็อนุภรรยา และเสียชีวิตในอีกไม่กี่วันต่อมา นางจึงกลายเป็บุตรสาวนอกสมรส
หลายปีที่ผ่านมานี้ภายใต้การกดขี่ของนางหวัง ทำให้นางกลายเป็คนขี้ขลาด พูดน้อย เก็บตัว และอ่อนแอ
ตราประทับของสกุลฏยิ่งกดทับจนนางไม่อาจเงยหน้าขึ้นมาได้
แต่เมื่อวันก่อนฮ่องเต้กลับมีราชโองการลงมาอย่างกะทันหัน ให้นางแต่งงานกับเฉินอ๋อง
เฉินอ๋องคือตัวร้ายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในนิยายเล่มนี้
ตอนที่ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันยังเป็องค์รัชทายาท พระองค์ทรงมีพระธิดาติดต่อกันสามคน พอถึงเฉินอ๋องจึงเพิ่งจะได้พระโอรสคนแรก
ฮ่องเต้องค์ก่อนทรงพระเกษมสำราญเป็อย่างยิ่งจึงพระราชทานนามให้ทันที พอพระชันษาไม่ถึงเดือนก็ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็อ๋องแล้ว
ก่อนอายุสิบห้าปี เฉินอ๋องเปรียบดั่งบุตรแห่ง์ ทั้งฉลาดปราดเปรื่อง รู้ความ อ่อนโยนต่อผู้คน แต่ก็ไม่ขาดซึ่งความน่าเกรงขาม
เรียกได้ว่าเป็ตัวเลือกอันดับหนึ่งของตำแหน่งรัชทายาทที่ขุนนางทั้งราชสำนักต่างยอมรับ
แต่ใครจะคาดคิดว่าเมื่ออายุได้สิบห้าปี พระองค์กลับล้มป่วยหนัก แม้จะไม่สิ้นพระชนม์ แต่ก็ทิ้งอาการร่างกายอ่อนแอไว้
ที่สำคัญที่สุดคือ... ดวงตาทั้งสองข้างกลับบอดสนิท
ฮ่องเต้ทรงเสียพระทัยอย่างหนัก ส่วนเฉินอ๋องก็เก็บตัวอยู่แต่ในตำหนักนานถึงสองปี
และใน่เวลาสองปีนี้เอง นิสัยของพระองค์ก็เปลี่ยนไปสิ้นเชิง เริ่มกลายเป็คนโเี้ทารุณ อารมณ์แปรปรวนไร้ที่สิ้นสุด เดาใจไม่ได้ดั่งพายุ
ทั้งที่กำลังพูดคุยหัวเราะกับคนอื่นอย่างเป็มิตร แต่ต่อมาก็อาจสั่งปะาล้างโคตรอีกฝ่ายได้
เคยมีครั้งหนึ่งที่พระองค์สั่งให้ตัดลิ้นขุนนางคนหนึ่ง เพียงเพราะเสียงหัวเราะของอีกฝ่ายบาดหู
หลายปีมานี้ หมอหลวงที่เข้าไปในจวนเฉินอ๋องไม่มีแม้แต่คนเดียวที่ได้กลับออกมาอย่างมีชีวิต ทุกคนล้วนตายอย่างน่าสยดสยอง
ไม่ถูกตัดมือตัดขาก็ถูกควักลูกตาตัดลิ้น ขนาดตายยังไม่สามารถรักษาร่างให้ครบสมบูรณ์ได้
ในจวนเฉินอ๋องเคยมีอนุภรรยารูปงามอยู่หลายคน แต่ภายในสองปีก็ตายเรียบไม่มีเหลือ
บางคนถูกเลาะกระดูกถลกหนัง บางคนใบหน้าเละจนดูไม่ออก
กับคนวิปลาศเช่นนี้ ทุกคนล้วนแต่พยายามอยู่ให้ห่าง แต่คาดไม่ถึงว่าฮ่องเต้จะพระราชทานสมรสให้ แถมยังเป็การแต่งกับบุตรสาวคนโตของจวนอัครมหาเสนาบดีอีกด้วย
หลังจากเ้าของร่างเดิมรู้ข่าวนี้ นางก็ใกลัวจนผูกคอตายทันที หลังจากนั้นซูเหวินยวนก็ทะลุมิติเข้ามา…
ในนิยาย เ้าของร่างเดิมผูกคอแต่ไม่ตาย หลังจากมีคนมาช่วยไว้ นางก็ยังยืนกรานปฏิเสธการแต่งงาน จากนั้นก็ถูกนางหวังตีจนขาหักแล้วโยนขึ้นเกี้ยวเ้าสาว
เมื่อไปถึงจวนเฉินอ๋องก็ไม่ได้รับความใส่ใจ ไม่มีใครเชิญหมอมารักษา สุดท้ายจึงกลายเป็คนพิการขาเป๋
บวกกับนิสัยที่อ่อนแอ ไม่สู้คน ทำให้เฉินอ๋องต้องทนรับการเยาะเย้ยถากถางไม่สิ้นสุด
ผู้ที่เคยเป็ว่าที่องค์รัชทายาท บัดนี้ดวงตาพิการ แถมยังแต่งภรรยาขาเป๋เป็พระชายาอีก ทั้งสองคนจึงกลายเป็ตัวตลกของทั้งแว่นแคว้นในทันที
ส่วนจุดจบจะเป็อย่างไร ซูเหวินยวนยังอ่านไม่ถึง แต่ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดก็น่าจะเป็ตอนที่รัชทายาทขึ้นครองราชย์
จุดจบของตัวร้ายอย่างเฉินอ๋องคงจะดีไปไม่ได้
ตามหลักแล้วนางไม่ควรแต่งกับเฉินอ๋อง เพราะจุดจบไม่ดีแน่ แต่ตอนนี้ถ้าไม่แต่งก็ไม่ได้ มีหวังขาของนางจะไม่เหลือให้ใช้น่ะสิ!
ขณะที่กำลังลังเล นางหวังก็พุ่งเข้ามาในห้องอย่างหัวฟัดหัวเหวี่ยง
"ฟื้นแล้วยังจะแกล้งทำอะไรอีก? เ้ารู้หรือไม่ว่าตัวเองมีสถานะอะไร การได้แต่งให้เฉินอ๋องนับเป็วาสนาของเ้าแล้ว ถ้าเอาใจเขาได้ดี ไม่แน่ว่าอาจจะได้สร้างป้ายิญญาให้สกุลของแม่เ้าด้วยซ้ำ!"
นางหวังดุด่าอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย รู้สึกว่านางช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง
เยว่ซิ่ว สาวใช้ของนางรวบรวมความกล้าโต้กลับ "ฮูหยินพูดได้ดีถึงเพียงนี้ เหตุใดไม่ให้คุณหนูของท่านแต่งไปเล่า?"
พูดจบ นางก็ถอยกลับไปด้านหลังด้วยความหวาดกลัว
นางหวังทำราวกับได้ยินเื่ตลกที่สุดในโลก นางมองซูเหวินยวนด้วยสายตาเหยียดหยาม
"ข้าว่าแล้วว่าทำไมเ้าถึงไม่อยากแต่ง ที่แท้ก็คิดจะแย่งวาสนาของหลินเอ๋อร์นี่เอง หลินเอ๋อร์ของข้าในอนาคตจะต้องเป็ถึงพระชายาขององค์รัชทายาทเชียวนะ! เ้านับเป็ตัวอะไร? กล้าดีอย่างไรมาเทียบกับนาง?"
ซูเหวินยวนฟังนางด่ามาครึ่งค่อนวันจนเบื่อหน่ายเต็มทน
นางจึงพูดสวนกลับไปอย่างไม่แยแสว่า "แม่ข้าเป็ฏ แต่ท่านก็เป็แค่อนุนอกจวนลืมแล้วหรือ? คิดอยากจะให้บุตรสาวเป็พระชายารัชทายาท... นางคู่ควรแล้วหรือ?"
เมื่อครั้งอดีต อัครมหาเสนาบดีซูทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้แต่งงานกับมารดาของนาง ภายนอกแสดงออกว่ารักลึกซึ้งจริงใจ แต่ความจริงกลับแอบเลี้ยงอนุไว้นอกจวน ซึ่งก็คือนางหวังที่อยู่ตรงหน้านี่เอง
พอมารดาของนางสิ้นใจ สตรีนางนี้ก็เข้าจวนมาทันที แถมยังพาบุตรชายหญิงอีกสองคนมาด้วย
เด็กสาวคนนั้นอายุรุ่นราวคราวเดียวกับซูเหวินยวน แต่แก่กว่านางสองเดือน ชื่อว่าซูหลินเอ๋อร์
เพื่อรักษาหน้าตาของสกุลซู ถึงได้ยอมให้ซูเหวินยวนเป็พี่สาว
นางหวังถูกแทงใจดำเข้าอย่างจัง จึงเงื้อมือขึ้นหมายจะตบ เยว่ซิ่วรีบพุ่งเข้าไปขวางไว้ ฝ่ามือนั้นจึงไม่โดนใบหน้าของซูเหวินยวน
"กล้าสาปแช่งบุตรสาวข้ารึ รอข้าเรียกคนมาแล้วจะตีเ้าให้ตาย!" นางหวังขู่ทิ้งท้ายก่อนจะออกไปเรียกคนข้างนอก
ซูเหวินยวนรีบลุกขึ้นนั่ง รู้สึกว่าขาของนางคงจะรักษาไว้ไม่ได้แล้ว
เ้าของร่างเดิมถูกตีเพราะปฏิเสธการแต่งงาน แต่นางคงโดนเพราะปากดี... ทำไมถึงห้ามปากตัวเองไม่ได้เลยนะ?
แต่ซูหลินเอ๋อร์คนนั้นก็ไม่ได้เป็พระชายาเอกขององค์รัชทายาทจริง ๆ นั่นแหละ
ในเื่นางคือนางร้ายขี้อิจฉาที่คอยแต่จะหาทางทำลายความรักของพระเอกนางเอก
ไม่นานนางหวังก็นำบ่าวหญิงร่างใหญ่หลายคนเข้ามา คนที่เดินตามมาข้างหลังสุดคืออัครมหาเสนาบดีซูหยวน หรือก็คือพ่อของนางเอง
คนของจวนเฉินอ๋องใกล้จะมาถึงแล้ว การใช้กำลังบีบบังคับให้นางขึ้นเกี้ยวในตอนนี้ย่อมต้องได้รับการสนับสนุนจากอัครมหาเสนาบดี นางหวังไม่กล้าตัดสินใจทำตามอำเภอใจ
นางหวังเผยรอยยิ้มของผู้ชนะพลางกล่าวว่า "เ้ากล้าฝ่าฝืนราชโองการ นี่คิดจะลากจวนอัครมหาเสนาบดีของเราให้เดือดร้อนไปด้วยหรือ!
วันนี้ไม่ว่ายังไงอย่างไรเ้าก็ต้องขึ้นเกี้ยวไป ตีขาของนางให้หักซะ ป้องกันการหลบหนี!"
หลายปีมานี้นางทรมานซูเหวินยวนทั้งทางตรงและทางอ้อมมานับครั้งไม่ถ้วน แต่เพราะกลัวอัครมหาเสนาบดีจะตำหนิ จึงทำอย่างลับ ๆ มาตลอด
วันนี้ในที่สุดก็มีโอกาสได้ทำร้ายนางอย่างเปิดเผยเสียที
นางหวังสะบัดมือ เหล่าบ่าวชราก็กรูกันเข้ามา ราวกับจะรุมฉีกร่างของซูเหวินยวนให้เป็ชิ้น ๆ
ซูเหวินยวนมีปฏิกิริยาว่องไวอย่างยิ่ง นางร้องไห้โวยวายเสียงดังลั่น
"ข้าบอกแล้วว่าข้ายินดีแต่ง! เหตุใดท่านแม่เลี้ยงยังต้องบีบคั้นให้ข้าตายด้วย? บีบให้ข้าฆ่าตัวตายยังไม่พอ ยังจะตีขาข้าให้หักอีก ท่านคิดจะฝ่าฝืนราชโองการก็อย่าลากท่านพ่อลงไปด้วยสิ!"
นางหวังได้ยินก็ถึงกับชะงักไป ใครบีบให้นางฆ่าตัวตาย?
นางหาเื่ตายเองไม่ใช่หรือ?
บ่าวรับใช้ได้ยินเช่นนั้น บางคนก็หยุดมือลง บางคนหยุดไม่ทันเลยยังคงตีลงบนร่างซูเหวินยวน แต่ก็ไม่ได้ลงแรงนัก
ซูเหวินยวนแผดเสียงร้องออกมาสุดเสียง ทำเอาคนทั้งห้องแทบจะะโหนีไม่ทัน
เสียงโหยหวนราวกับหมูถูกเชือดเช่นนี้ นี่เป็เสียงที่คนเปล่งออกมาได้จริง ๆ หรือ?
"หากบุตรสาวของอัครมหาเสนาบดี ไม่ยินยอมแต่งให้ท่านอ๋อง ไม่รู้ว่าฮ่องเต้จะทรงเป็กังวลหรือไม่ จะทรงคิดว่าท่านพ่อกล่าววาจาล่วงเกินราชวงศ์อยู่ที่จวนเป็ประจำ จนทำให้บุตรสาวปฏิเสธอำนาจของเชื้อพระวงศ์หรือไม่! ไม่แน่ว่าเฉินอ๋องอาจจะพาลโกรธมาถึงจวนอัครมหาเสนาบดีก็ได้นะเ้าคะ"
ซูเหวินยวนะโรัวเดียวจนแทบขาดอากาศหายใจ นางกลัวว่าซูหยวนที่อยู่ข้างหลังจะไม่ได้ยิน
นางหวังได้แต่มองนางอย่างงุนงง นี่มันเื่บ้าอะไรกัน?
ซูหยวนรีบเดินเข้ามาในห้องอย่างร้อนรน เมื่อเห็นว่าซูเหวินยวนไม่เป็อะไรก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
"ใครสั่งให้พวกเ้าลงมือ ออกไปให้หมด!"
ซูหยวนตวาดลั่น บ่าวหญิงหลายคนจึงรีบเผ่นออกไปอย่างลนลาน
นางหวังเพิ่งจะได้สติ ก็รีบอธิบาย "นางผูกคอเองเ้าค่ะ ข้าไม่ได้บีบบังคับ..."