ขอบคุณที่หย่าฉัน ไอ้คุณสามีเฮงซวย

    ตอนที่ 110 หนามยอกเอาหนามบ่ง

    ตอนที่110 หนามยอกเอาหนามบ่ง


    อู๋หมิงอ้ายตกตะลึงตัวแข็งทื่อทันใดเนื่องด้วยเขารู้จักหอตำราเป็นอย่างดีซึ่งเคยใฝ่ฝันที่จะได้เรียนรู้ตำราแพทย์เทวดาเล่มนั้นทว่าเขาไม่มีโอกาสสักครั้ง เมื่อได้ยินว่าหญิงสาวตรงหน้าสามารถเรียนรู้ได้จึงสร้างความยินดีให้กับเขาที่มีโอกาสรักษาตัวให้หายป่วยได้


    “จริงหรือ? มาสิ.....มาลองจับชีพจรของข้าดูทีดูสิว่าจะมีหนทางรักษาไหม?”


    อู๋หมิงอ้ายไม่สนใจเรื่องที่ณิชาเพิ่งเรียนรู้มาแค่หนึ่งวันเท่านั้นแต่เขาตื่นเต้นที่พบคนมีโชควาสนาได้อ่านตำราแพทย์เทวดาจากหอตำรานั่นต่างหากซึ่งเป็นตำราที่เขาคิดว่าจะมีหนทางรักษาอาการป่วยที่เกิดจากน้ำมือของใครบางคนได้


    ณิชายิ้มรับอย่างยินดีเธอเดินเข้ามาจับชีพจรบนข้อมือของชายชราที่นำมาวางบนโต๊ะอย่างรู้งานเมื่อใช้ปลายนิ้วมือสามนิ้วแตะบนข้อมือของชายชราอย่างแผ่วเบาแล้วเธอตรวจสอบจังหวะหนักเบาของการเต้นชีพจรอย่างใส่ใจและครุ่นคิดเปรียบเทียบกับเนื้อหาในตำราแพทย์เทวดาอย่างตั้งใจเนื่องด้วยเป็นการทดลองปฏิบัติกับคนแปลกหน้าครั้งแรกตั้งแต่ได้เรียนรู้มา


    อย่างไรก็ตามณิชาใช้เวลาตรวจสอบชีพจรเพื่อเรียนรู้ซึ่งได้รับคำแนะนำจากชายชราด้วยความเป็นกันเองเพิ่มเติมว่า


    “เพิ่งเคยปฏิบัติครั้งแรกหรือ?ชีพจรหนักเบาจะมีลักษณะเช่นนี้........”


    อู๋หมิงอ้ายสอบถามณิชาอย่างมีเมตตาเขาพบว่าหญิงสาวพยายามเปรียบเทียบชีพจรตนกับเนื้อหาในตำราอย่างแน่นอนเพราะท่าทางที่เดี๋ยวขมวดคิ้วเดี๋ยวพยักหน้าล้วนตกอยู่ในสายตาเขาตลอดเวลา


    อย่างไรก็ตามอู๋หมิงอ้ายยินดีแนะนำสอนสั่งหญิงสาวอย่างมีความหวังเนื่องด้วยเขาสัมผัสได้ว่าหญิงสาวน่าจะเป็นคนที่เรียนรู้เรื่องต่างๆได้อย่างรวดเร็วทำให้เขาบอกเคล็ดลับและวิชาการแพทย์อย่างไม่หวงแหน


    จากนั้นณิชาทดสอบจับชีพจรของชายชราพร้อมกับเอ่ยถึงลักษณะของชีพจรจากตำราแพทย์เทวดาออกมาเป็นระยะซึ่งกลายเป็นว่าเธอและชายชรามีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างกันไปโดยไม่รู้ตัว


    บางจังหวะอู๋หมิงอ้ายต้องหยุดนิ่งเพราะเกรงว่าจะไปรบกวนหญิงสาวที่อาจกลายเป็นความหวังในการรักษาโรคร้ายในครั้งนี้ได้


    สักพักหนึ่งหลังจากที่ณิชาตรวจสอบชีพจรบนข้อมือทั้งซ้ายและขวาของชายชราเธอพลันตาโตเป็นประกายเมื่อสามารถตรวจพบลักษณะชีพจรที่เข้ากันได้กับลักษณะของชายชราจึงสอบถามเพื่อให้แน่ใจว่า


    “ผู้อาวุโสกินยาเพิ่มพลังปราณที่ผสมดอกสี่วิญญาณใช่หรือไม่คะ?”


    ณิชาเข้าใจแล้วว่าดอกสีม่วงอ่อนที่ปลูกอยู่หน้าหอตำรานั้นเป็นดอกสี่วิญญาณซึ่งมีฤทธิ์สังหารคนได้โดยใช้เพียงเล็กน้อยเท่านั้นในการกินส่วนการสัมผัสหรือสูดดมนานๆ จะทำให้ร่างกายอ่อนแรงโดยไม่ทราบสาเหตุรวมทั้งทำให้สติฟั่นเฟือนซึ่งทุกอย่างล้วนสอดคล้องกับการตรวจร่างกายที่เธอพบในตัวชายชรา


    ประการสำคัญคือความแข็งแกร่งของชายชรานับวันยิ่งถดถอยลงเรื่อยๆจนในที่สุดเขาอาจตายได้โดยที่ไม่สามารถค้นพบสาเหตุที่แท้จริง เนื่องด้วยก่อนหน้านั้นเธอได้อ่านตำราแพทย์และสมุนไพรของแผนกโอสถแบบผ่านๆทว่าสามารถจดจำได้อย่างแม่นยำทั้งนี้ตำราของแผนกโอสถไม่มีกล่าวถึงดอกสี่วิญญาณแม้แต่น้อย


    อู๋หมิงอ้ายเบิกตากว้างพร้อมจ้องมองณิชาเหมือนกับมองเห็นความหวังเนื่องด้วยเขาไม่เคยนึกถึงสาเหตุที่ทำให้ตนป่วยได้เลยจนกระทั่งได้ยินคำพูดวิเคราะห์จากหญิงสาว ทำให้เขาคิดทบทวนเหตุการณ์ย้อนหลังจนกระทั่งพบว่าก่อนกินมันพิษเข้าไป เขาได้กินยาเพิ่มพลังปราณที่เจ้าสำนักมอบให้ ซึ่งเป็นการมอบเพื่อให้รางวัลในฐานะที่เขาสามารถปรุงยาเพิ่มพลังปราณสูตรใหม่ให้กับทางสำนักได้โดยที่เขาไม่เคยเอะใจในเจตนาของอีกฝ่ายเลยจนกระทั่งได้ฟังการวิเคราะห์จากหญิงสาว


    “จริงสิ! ข้าไม่เคยคิดสงสัยเลยว่าก่อนหน้านั้นข้ากินยาเพิ่มพลังปราณเข้าไปด้วย ข้ามัวแต่คิดว่าน่าจะเกิดจากไส้มันพิษที่อยู่ในขนมที่แท้ข้าก็มองข้ามมันไปจริงๆ ด้วย”


    อู๋หมิงอ้ายส่งเสียงขึ้นมาด้วยความยินดีที่ค้นพบความจริงเหตุเพราะเมื่อเขานึกทบทวนย้อนหลังยิ่งทำให้เข้าใจที่มาของเหตุร้ายดังกล่าวมากขึ้นสาเหตุเกิดจากการที่เขาไปล่วงรู้ความลับหนึ่งของเจ้าสำนักเข้าพอดีแต่เขาไม่คิดว่ามันเป็นความลับจึงแสดงความคิดเห็นออกไปโดยไม่รู้ตัวในการประชุมที่เขานำเสนอผลงานการคิดค้นยาเพิ่มพลังปราณสูตรประหยัดให้แก่สำนัก


    อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นหนึ่งวันมีรางวัลจากเจ้าสำนักที่มอบยาเพิ่มพลังปราณสูตรเก่าซึ่งมีประสิทธิภาพมากกว่าให้กับเขาทำให้เขารู้สึกยินดีจนไม่ได้นึกสงสัยเจตนาของเจ้าสำนักแต่อย่างใด


    ทันใดนั้นอู๋หมิงอ้ายรู้สึกปวดหัวขึ้นทันทีเพราะยังมีฤทธิ์ของยาลบเลือนหลงเหลืออยู่ซึ่งทำให้เขาจดจำเรื่องราวได้ขาดๆ หายๆถึงแม้เนื้อเรื่องหลักเขาจะจดจำได้อยู่บ้างก็ตาม


    “อย่าเพิ่งคิดอะไรมากเลยค่ะค่อยๆ ปรับร่างกายให้เข้าที่ไปก่อน ฉันจะหาทางช่วยรักษาให้เองค่ะ”


    จากผลการตรวจร่างกายของชายชราณิชาไม่ได้เอ่ยถึงยาลบเลือนที่อีกฝ่ายได้กินผ่านอาหารที่สะสมทีละนิดซึ่งยาดังกล่าวช่วยให้อาการของชายชราทรงและทรุดสลับกันอย่างมีนัยสำคัญ


    ‘ดูท่าเจ้าสำนักคนนี้จะชั่วร้ายกว่าที่คิดฉันคงต้องระมัดระวังตัวเองให้ดี จนกว่าจะแข็งแกร่งและกำจัดเขาได้’


    ณิชาคิดอย่างกังวลใจในเหตุการณ์ที่ประสบหลายอย่างจนเป็นเหตุให้เธอต้องคิดทำการสิ่งใดให้รอบคอบเป็นพิเศษ

    อู๋หมิงอ้ายรู้สึกว่าอาการปวดหัวดีขึ้นบ้างแล้วจึงสอบถามณิชาอย่างมีความหวังว่า


    “ถ้าเช่นนั้นแม่หนู.....อู๋หมิงเหยาเจ้าสามารถช่วยรักษาข้าได้หรือไม่?”


    อู๋หมิงอ้ายเชื่อว่ายังมีแสงสว่างรออยู่ที่ปลายอุโมงค์เสมอเขามองเห็นความหวังที่เกิดจากความช่วยเหลือของณิชาจึงผ่อนท่าทีตนเองลงและยินดีผูกมิตรไว้กับเธออย่างจริงใจ


    “ขอเวลาฉันสักหน่อยนะคะฉันจะหาวิธีรักษาผู้อาวุโสให้ได้”


    ณิชาตอบกลับอย่างมั่นใจเธอจำเป็นที่จะต้องตามหาสมุนไพรอีกหนึ่งชนิดให้ได้เสียก่อน เพราะการปรุงยาแก้พิษนั้นจะต้องใช้ดอกสี่วิญญาณร่วมกับสมุนไพรอีกตัวเข้าทำนองที่ว่า “หนามยอกเอาหนามบ่ง”


    อู๋หมิงอ้ายพยักหน้าเข้าใจว่าอย่างน้อยก็ยังมีโอกาสรักษาให้หายขาดได้พลันเขาเกิดอาการตาเหลือกค้างพร้อมกับจดจำณิชาไม่ได้เขาแสดงท่าทางเกรี้ยวกราดพร้อมกับมีน้ำลายฟูมปากซึ่งเรียกความเวทนาจากณิชาเป็นอย่างมาก


    “เจ้าเป็นใคร? เข้ามาในบ้านข้าได้อย่างไร? ข้าจะฆ่าเจ้าเสีย...”


    เมื่อณิชาเหลือบมองเห็นท่าทางผิดปกติของชายชราเธอใช้ทักษะล่องหนแล้วเผ่นออกจากบ้านของชายชราทันใดเพราะเวลานี้ไม่สามารถต่อกรกับเขาได้ถึงแม้ว่าความแข็งแกร่งของเขาจะลดลงมามากก็ตาม ทว่าก็อยู่ในระดับที่สูงกว่าตนเอง


    “บ้าจริง! ท่าทางเขาเหมือนกับคนบ้าเสียจริง”


    ณิชาพึมพำด้วยความหวาดกลัวกับภาพที่มองเห็นท่าทางของชายชราเปลี่ยนไปเธอนึกสงสารเขาและตั้งใจที่จะหาทางช่วยเหลือเขาให้ได้สักวัน


    ‘ฉันจะต้องตามหาสมุนไพรที่ชื่อบัวสี่สีให้ได้ โลกนี้จะมีสมุนไพรประหลาดนี่ด้วยหรือ?’


    ณิชาครุ่นคิดด้วยความกังวลใจว่าจะตามหาสมุนไพรสวรรค์ชื่อประหลาดไม่ได้เนื่องด้วยชื่อและรูปลักษณ์ที่แปลกประหลาดเกินกว่าจะมีอยู่จริง ทั้งนี้ตลอดชั่วชีวิตก่อนและชีวิตของณิชาคนเก่าเธอไม่เคยเห็นดอกบัวที่มีสี่สีมาก่อนรวมทั้งในคลังของพิชญ์บนดาวเอเอสก็ไม่มีประวัติของสมุนไพรนี้ในดาวเคราะห์นับพันดวงสร้างความงุนงงให้กับเธอเป็นอย่างมาก


    ……….


    เวลานี้ณิชากำลังลอบเข้ามาในถ้ำสนธยาซึ่งเป็นถ้ำที่ตั้งอยู่บนเนินเขาสนธยาโดยมีการแบ่งพื้นที่ออกเป็นสี่ส่วน ส่วนที่หนึ่งเป็นหน้าผาสูงชันส่วนที่สองเป็นพื้นที่ใช้สำหรับเป็นสถานที่ฝังศพเหล่าอาจารย์และศิษย์สำนักนิรนามส่วนที่สามเป็นพื้นที่ที่มีถ้ำสนธยาตั้งอยู่ ส่วนที่สี่ซึ่งเป็นส่วนสุดท้ายนั้นเป็นพื้นที่ใกล้เคียงกับเนินเขาเทียนเหลียนซึ่งเป็นที่พักของอาจารย์


    ‘แปลกแฮะที่นี่ไม่มีศิษย์เฝ้ายามอยู่เลยหรือ?งั้นแสดงว่าจะต้องมีกลไกลับ หรือไม่ก็ต้องมีระบบเฝ้าระวังภัยที่ฉันคาดไม่ถึง

    แน่ๆ’


    ณิชาคิดอย่างกังวลใจเนื่องด้วยเธอไม่พบว่ามีคนเฝ้าอยู่หน้าปากถ้ำแม้แต่น้อยทั้งที่เป็นสถานที่สำคัญในการกักขังเพื่อลงโทษผู้คนซึ่งควรจะมีคนเฝ้ายามเพื่อป้องกันผู้ถูกขังหนีออกมาหรือป้องกันคนบุกรุกเข้าไปช่วยเหลือทว่ากลับปราศจากคนเฝ้าโดยเธอไม่คิดว่าจะมีสภาพเช่นนี้


    อย่างไรก็ตามความไม่ประมาทของณิชานั้นช่วยทำให้เธอรอดปลอดภัยจากเวทมนตร์ที่ถูกร่ายไว้ป้องกันผู้บุกรุกและผู้หลบหนีซึ่งเธอสัมผัสได้จากพลังจิตที่ส่งตรงเข้าไปตรวจสอบก่อนเป็นผลให้เธอรับรู้ได้ทันทีว่ามีเวทมนตร์ปิดกั้นทางเข้าถ้ำอยู่ซึ่งเป็นหนึ่งในเวทมนตร์พื้นฐานที่เธอเพิ่งเรียนรู้พอดี


    “เกือบไปแล้วไหมละ?หากฉันไม่ได้เรียนรู้มาก่อน คงไม่รู้ว่ามันมีเวทมนตร์ปกคลุมทางเข้าอยู่”


    ณิชาถอนหายใจด้วยความโล่งอกโดยเธอพบว่าเป็นเวทมนตร์ที่เพิ่งได้อ่านมาจากหอตำราพอดีซึ่งช่วยให้เธอสามารถหาทางเข้าไปได้ด้วยเวทมนตร์เช่นกัน


    “โชคดีที่เป็นเวทมนตร์ไม่ซับซ้อนเกินไปแสดงว่าคนที่ร่ายไว้อาจเรียนรู้มาจากหอตำราเหมือนกันคงเป็นเล่มเดียวกับที่ฉันได้อ่านแน่ๆ”


    ณิชาพึมพำด้วยความโล่งอกที่สามารถใช้เวทมนตร์เปิดทางเพื่อสร้างทางผ่านเข้าไปได้เธอไม่กล้าที่จะฝ่าเข้าไปด้วยการทำลายเวทมนตร์ปิดกั้นนั้นเพราะจะสื่อสารไปถึงคนที่ร่ายไว้เป็นผลให้เธออาจตกอยู่ในอันตรายและเสี่ยงต่อชีวิตเกินไป


    ถึงกระนั้นณิชาไม่รู้เลยว่าจะมีกุญแจสำหรับเข้าไปภายในได้อย่างปลอดภัยเป็นกุญแจหยกรูปร่างแปดเหลี่ยมที่ถือครองโดยเจ้าสำนักคนเดียวซึ่งเขาจะมอบให้ศิษย์เพื่อนำคนไปกักขังเป็นครั้งๆ ไป ฉะนั้นณิชาจึงไม่ได้ล่วงรู้เรื่องนี้แต่อย่างใด


    ณิชาหรี่ตามองภาพหมอกควันตรงหน้าที่เกิดขึ้นหลังจากเธอร่ายเวทมนตร์เปิดทางซึ่งเพิ่งเรียนรู้มาจากหอตำราโดยเธอรู้สึกโชคดีอยู่บ้างที่ในตำราเวทมนตร์พื้นฐานยังมีกล่าวถึงเรื่องนี้ไว้อยู่บ้างช่วยให้เธอสามารถเข้ามาได้โดยที่เจ้าสำนักไม่รู้ตัวสักนิด


    เธอเดินเข้ามาในอุโมงค์ทางเข้าที่มีหมอกควันทว่ามีเส้นทางเล็กแคบที่ปรากฏต่อสายตาซึ่งจำเป็นต้องเดินอย่างระมัดระวังเพราะเวทมนตร์ที่เธอใช้เป็นแค่เวทมนตร์พื้นฐานในการเปิดทางเท่านั้น


    “เสียดายจังเลยที่ไม่ได้เรียนรู้เวทมนตร์สูงกว่านี้แค่เปิดทางเข้ามาได้เท่านั้นเอง รู้สึกว่ารอบตัวจะมีอันตรายอยู่ฉันต้องเดินอย่างระมัดระวัง ใจเย็นๆ ได้พร้าเล่มงามดีกว่านะณิชา”


    ณิชาพูดให้กำลังใจตนเองขณะเดินฝ่าหมอกหนาด้วยความกังวลใจเธอไม่กล้าที่จะก้าวเดินเร็วเกินไปจึงเลือกที่เข้าไปอย่างเชื่องช้าทว่าปลอดภัยดีกว่า


    ณิชาเลือกที่จะไปตามหาคุกเดือนดับก่อนคุกสนธยาเนื่องด้วยข้อมูลที่เธอรับรู้มานั้นแสดงว่าคุกเดือนดับโหดร้ายและน่าหวาดกลัวมากกว่าซึ่งอาจส่งผลให้ศิษย์พี่ใหญ่เสียชีวิตไปก่อนได้


    อย่างไรก็ตามณิชาตั้งใจที่จะไปตามหาชายที่ชื่ออู๋หมิงอันต่อจากนี้ทว่าเธอจำเป็นต้องเลือกไปหาคนที่เร่งด่วนและจำเป็นต้องให้การช่วยเหลือก่อน


    จนกระทั่งเธอเดินฝ่าหมอกมาได้หลังจากที่เดินมาไกลเกือบสองร้อยก้าว


    “ไกลเหมือนกันแฮะแสดงว่าถ้ำนี้ลึกทีเดียว คงจะมีห้องขังอยู่เป็นจำนวนมากแน่ๆ ว่าแต่คุกเดือนดับอยู่ที่ไหนกันละ?”


    ณิชาถามตัวเองด้วยความสงสัยทั้งนี้เป็นเพราะเธอไม่พบข้อมูลผังที่อยู่จากความทรงจำของอู๋หมิงฉือหรืออู๋หมิงลู่รวมทั้งไม่มีป้ายบอกทาง โดยเส้นทางของซอกหินตรงหน้ามีถึงห้าเส้นทางเป็นผลให้เธอเกิดความงุนงงและไม่ต้องการเสียเวลาค้นหาทีละเส้นทาง


    คล้ายกับเรื่องขอบคุณที่หย่าฉัน ไอ้คุณสามีเฮงซวย ที่คุณอ่าน

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604