จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ทำให้ทางคาลเดียและเหล่าตำรวจภายในเมืองสายหมอก เพิ่มมาตรการการป้องกันให้เป็ขั้นสูงสุดทันที เนื่องจากเหล่าอาจารย์ภายในคาลเดียต่างได้รับการคุ้มครองโดยตรงจากสภาความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ทำให้เหตุการณ์ลอบสังหารนี้คือการตบหน้าสภาความมั่งคงแห่งสหประชาชาติเลยอย่างจังเลยทีเดียว
“ เหตุการณ์ทั้งหมดก็เป็แบบนี้ล่ะ ”
ไม้ที่ตอนนี้กำลังนอนอยู่บนเตียงและมี อลิสที่กำลังเอาน้ำแข็งมาประคบบริเวณด้านหลังที่ถูกยิงอยู่พูดออกมา
“ ว่าแต่ทำไมไรเฟิลซุ่มยิงถึงยิงนายไม่เข้าเลยล่ะ ถ้าเป็คนปรกติหลังน่าจะขาดไปแล้วนี่ ”
เรย์ถามอย่างสงสัย
“ นายเห็นรอยสักที่หลังของมันไหมล่ะ นั้นแหละที่ทำให้ไอ้ไม้มันยิงไม่เข้า ”
สิงห์เอ่ยพลางชี้ให้เห็นรอยสักที่เต็มไปด้วยอักขระมากมาย อยู่บนหลังของไม้
“ งั้นนายก็มีด้วยซิน่ะไอ้รอยสักแบบนี้ ”
เรย์ถามสิงห์พลางจ้องมองไปที่ลายสักของไม้ จากนั้นเรย์ก็เพ่งมองไปที่ลายสักแล้วก็พบว่า มันมีพลังงานบางอย่างออกมาจากรอยสัก แล้วพลังงานสีขาวเ่าั้ก็ปกคลุมร่างไม้เอาไว้ คลายเกราะที่มองไม่เห็น
“ ชั้นน่ะไม่มีหรอก แต่ถึงมันจะยิงไม่เข้าก็จริงแต่แรงที่ะุปะทะร่างกายก็ยังอยู่ เพราะฉะนั้นถึงยิงไม่เข้าก็ใช่ว่าจะไม่เจ็บ ”
เรย์ได้ยินดังนั้นจึงพาสิงห์ออกมาจากห้องแล้วปล่อยให้ อลิส พยาบาลไม้ไป
“ คิดว่าพรุ่งนี้เรามีโอกาสชนะแค่ไหน ”
สิงห์ที่เดินมาได้ซักพักถามขึ้น
“ ใครจะไปรู้กัน แค่ทำให้เต็มที่ก็พอ ”
สิงห์ที่เห็นว่าเรย์ไม่มีความกังวลอะไรกับการแข่งในวันพรุ่งนี้ก็เบาใจ เพราะจะให้เด็กใหม่ปี 1 มาทำการประลองระหว่างหน่วยมันก็ต้องมีการกดดันกันบ้าง ต่างจากพวกตนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมากกว่า จากนั้นสิงห์กับเรย์ก็แยกย้ายไปพักผ่อนเพื่อเตรียมรับศึกพรุ่งนี้
หลังจากที่แยกกับสิงห์มาเรย์ก็เข้าห้องไปพร้อมกับนำดาบของตนขึ้นมาขัด ซึ้งมันดันกลายเป็กิจวัตรประจำวันไปเสียแล้ว
“ หวังว่าพรุ่งนี้คงสนุกกว่าการไปทำลาย ฐานพวกเยอรมัน ก็แล้วกันน่ะ ”
เรย์กล่าวอย่างคาดหวัง
เช้าวันต่อมาที่โดม 5 กลับเต็มไปด้วยบรรดานักเรียนของสถาบันคาลเดีย เพราะข่าวลือที่ไม่รู้ว่ามาจากไหน ว่าหน่วยที่ 13 ที่ถือได้ว่าเป็หน่วยที่ไม่มีใครอยากเข้าไปอยู่ เพราะถือว่าเป็หน่วยที่กระจอกที่สุดั้แ่ก่อตั้งโรงเรียนนี้มา กำลังจะทำการประลองแบบ Battle Royale กับกองร้อย C ที่ถือได้ว่าเป็กองร้อยระดับกลาง ของกองพันหมาป่าคำราม
และผู้คนที่เข้ามาดูส่วนมากไม่ได้มาดูว่า หน่วย 13 จะสู้กับกองร้อย C อย่างไร แต่มา
เพี่อดูจุดจบของหน่วย 13 ต่างหาก
“ วันนี้คนเยอะดีน่ะว่าไหม ”
เรย์ที่ตอนนี้อยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงวอร์ม พูดขึ้นในห้องเตรียมก่องลงสนาม
“ คงมาดูว่าพวกเราจะแพ้ยังไงล่ะสิ ว่าแต่หัวหน้าจะชิลไปถึงไหน ถึงจะไม่ตายในการประลองก็เถอะ แต่มันก็ยังรู้สึกเจ็บได้น่ะ ”
ไม้ที่ตอนนี้กำลังบ่นให้เรย์ เรย์ดันใส่ชุดคล้ายจะออกไปปิคนิกมากกว่าการออกไปรบซ่ะงั้น ทั้งที่พวกตนต่างก็ใส่ชุดทหารกันทุกคน
“ ช่วยไม่ได้หนิ ก็ชุดพวกนี้มันเกะกะเคลื่อนไหวก็ไม่สะดวก แถมยังร้อนอีกถอดออกนั้นแหละดีแล้ว ”
“ เฮ้อ ตามสบายเลยก็แล้วกัน ”
ไม้บ่นอย่างอืมๆ เพราะอย่างไรการประลองนี้คือการประลองในโลกเสมือน ดังนั้นก็ไม่ต้องห่วงเื่การเสียชีวิต แต่ควรจะกังวลเื่การาเ็มากกว่า เพราะความเ็ปที่ได้รับจากการประลอง จะเป็ความเ็ปแบบ 100 % ไม่มีการลดทอนความเ็ปแต่อย่างใด โดยทางคาลเดียให้เหตุผลว่าหากทำการลดทอนความเ็ปลงไป มันจะเป็การลดการทำงานของระบบประสาทของร่างกาย ทำให้การตอบสนองต่างๆลดลงไปด้วย
“ เอาล่ะ ได้เวลาส่งอาวุธแล้ว ”
หินที่เพิ่งเข้ามา กล่าวพร้อมกับเดินไปหยิบ m 1911 ที่อยู่ในล็อคเกอร์ เมื่อไม้กับสิงห์ได้ยินดังนั้นจึงเดินไปหยิบปืนคู่ใจของตนเองบ้าง มีเพียงเรย์ที่ยังยืนงงอยู่
“ ส่งอาวุธคืออะไร ? ”
เรย์ถามอย่างงุนงง
“ หัวหน้าไม่รู้สิน่ะไม่เป็ไร เดี๋ยวจะอธิบายให้ฟังตอนเดินไป ” หินกล่าว
“ ประกาศถึงผู้ที่จะทำการประลองทุกท่าน ขณะนี้เหลือเวลาอีก 5 นาทีก่อนทำการประลองขอให้ทุกท่าน นำอาวุธมาของตนมาด้วยค่ะ ”
“ เอาล่ะเราไปกันเถอะ ”
หลังจากออกมาจากห้องเตรียมตัวซักพัก หินจึงอธิบายเื่อาวุธให้เรย์ฟัง
“ การประลองแบบ BattleRoyale น่ะเราจะต้องนำอาวุธที่จะใช้ลงแข่งเอาไปให้กรรมการตรวจสอบ เพื่อทำการสแกนเข้าสู่โลกเสมือน หลังจากนั้นอาวุธของเราก็จะไปอยู่ในสถานที่ต่างๆ ในโลกเสมือนแบบสุ่มน่ะ ”
“ อ้าวแล้วถ้าอีกทีมไม่มีอาวุธติดตัวมาล่ะ ”
“ ถ้าเป็แบบนั้น อาวุธที่จะเข้าไปในโลกเสมือนก็จะมีเท่าที่สแกนเข้าไปนั้นแหละ นั้นหมายความว่าการหาอาวุธภายในนั้นก็จะยากขึ้นไปด้วย แต่ปรกติแล้วก็จะเอามาทุกคนน่ะ เพราะไม่รู้ว่าอาวุธในนั้นจะเข้ามือเราด้วยหรือเปล่าน่ะ ”
“ ความถนัดของอาวุธที่ใช้ประจำสิน่ะ ”
หลังจากเดินมาได้ซักพักทั้งหมดก็เดินมาถึงห้องแข่งของตนเอง ด้านหน้าห้องจะมีกรรมการ 4 คนคอยตรวจสอบอาวุธอยู่ โดยทั้งหมดก็ผ่านการตรวจไปได้โดยดี เพียงแต่มีสายตาแปลกๆมองมาทางเรย์บ้างเท่านั้น
เมื่อเข้ามาด้านในก็จะพบแคปซูลขนาด 2 X 4 เมตรอยู่ 4 แคปซูลข้างกันนั้นมีแคปซูน
ขนาดเล็ก อยู่ซึ่งเรย์รู้ได้ทันทีว่าต้องนำอาวุธไปใส่เพื่อให้เครื่องมันทำการสแกนนั้นเอง
“ เอาล่ะ เจอกันข้างในน่ะ ”
ไม้ที่ตอนนี้ขึ้นไปนอนบนแคปซูลกล่าวก่อนจะมีฝาแคปซูลลงมาปิดจากนั้นไม้ก็หลับไป
“ เอาล่ะเราก็ไปมั้งดีกว่า ” สิงห์กล่าว
หลังจากที่เรย์เข้ามาในแคปซูลแล้วเขาก็พบว่ามันไม่รู้สึกอึดอัดอย่างที่คิด กลับรู้สึกสบายชวนให้หลับเป็อย่างมาก หลังจากที่ฝาแคปสูลปิดลงมาเรย์ก็รู้สึกเหมือนมีคลื่นพลังงานบางอย่างพยายามทำให้เขาหลับ ซึ่งเรย์สามารถบอกได้เต็มปากเลยว่ามันเป็การกระทำที่ไร้ประโยชน์สิ้นดี เพราะหากเขาไม่อยากที่จะหลับ ก็ไม่มีสิ่งใดทำให้เขาหลับได้ แต่ครั้งนี้เขาจำเป็ต้องหลับเพื่อที่จะได้เข้าสู่โลกเสมือนได้ หลังจากหลับตาลงพร้อมทำให้ตัวเองเข้าสู่ภวังค์ เรย์ก็รู้สึกว่าเข้าได้ตกลงไปยังหุบเหวไร้สิ้นสุด หลังจากตกลงมาได้ซักพักเรย์ก็พบว่าตนเองได้มาอยู่ในห้องสีขาวห้องหนึ่ง โดยมีพวกไม้มารออยู่แล้ว
“ ไงหัวหน้า รู้สึกแปลกใจไหม ”
ไม้ที่เห็นเรย์เข้ามาได้แล้วก็กล่าวขึ้นอย่างยียวน
“ ก็ไม่เท่าไหรหนิ ”
เรย์ตอบกลับ ทำเอาไม้แสดงสีหน้าเซ็งอย่างปิดไม่มิดที่ไม่ได้เห็นสีหน้าใของเรย์
“ ว่าแต่นี่เรารออะไรกันอยู่เหรอ ”
“ รอคนเข้ามาให้ครบอยู่น่ะ ”
สิงห์ตอบเรย์พร้อมกับชี้ไปยัง ตัวเลขที่อยู่บนผนังห้องที่ตอนนี้มันแสดงเลข 78 และกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนครบ 100 ในที่สุด จากนั้นก็มีเสียงประกาศออกมา
“ ในเมื่อผู้เข้าแข่งขันได้มากันครบแล้ว ต่อไปจะทำการเริ่มการแข่ง ณ บัดนี้ ”
สิ้นเสียงภาพจากห้องสีขาวก็หายไปเป็ภาพที่พวกเรย์อยู่ใน ท้องเครื่องบินแทน
“ เห้ย นี่เราต้องโดดร่มเหรอว่ะ ”
ไม้ะโออกมาอย่างตระหนก
“ ปรกติไม่ใช่แบบนี้หรอ”
“ ปรกติแล้วก่อนแข่งจะทำการบอกผู้เข้าแข่งขันก่อนน่ะว่า จะทำการเคลื่อนย้ายผู้เข้าแข่งขันไปยังสนามด้วยวิธีไหน แต่ครั้งนี้กลับไม่แจ้งเตือนคาดว่าน่าจะเป็เ้าโจเซฟแน่ๆ ”
“ ม่ายยยยยยยย ”
“ อย่ามัวแต่แหกปาก ถ้าไม่ติดตั้งร่มชูชีพนายจะตายเพระการตกจาที่สูงน่ะ ”
สิงห์ที่เห็นไม้โวยวายกล่าวเตือน พร้อมกันนั้นตนเองและหินก็เดินไปหยิบ ร่มที่ประตูหลัง
“ ไม้นี่นายกลัวความสูงเหรอ ”
เรย์ที่เห็นท่าทีของไม้ถามขึ้น
“ ใครมันจะไปกลัวกันฟะ”
ถึงปากจะพูดอย่างนั้นแต่ขากลับสั่นไม่หยุด
“ นี่เรามีปัญหากันแล้ว”
สิงห์ที่เดินไปหยิบร่มกลับมาพร้อมกับทำใบหน้าเคร่งเครียด
“ มีอะไรงั้นหรอ ”
“ ร่มมันมีแค่ 3 ใบ ”
สิ้นเสียงประตูของเครื่องบินก็เปิดออกทันที ส่งผลให้พวกเรย์ถูกดูดออกมาข้างนอกทันที
ณ ห้องควบคุมการแข่ง
“ นี่เราทำแบบนี้จะไม่เป็อะไรแน่เหรอ ”
กรรมการคนหนึ่งหันมาพูดกับเพื่อน
“ เอาน่าไม่มีใครรู้หรอกหรือแกจะไม่เอาเงิน อีกอย่างถึงจะทำการตรวจสอบก็ไม่พบอะไรเพราะการย้ายผู้เข้าแข่งขันไปสนามแข่ง มันมักจะมีการสูญหายบ่อยๆ แล้วส่วนมากก็มักจะเป็เพราะพาหนะขัดข้องมากกว่า ” เมื่อได้ยินดังนั้นกรรมการอีกคนก็โล่งใจพลางหันหันไปทำหน้าที่ของตนต่อ
ด้านพวกเรย์ที่ตอนนี้กำลังตกมาจาฟากฟ้า
" อ๊ากกกกกกกกกก ไม่อ่าววววววววว "
เรย์ที่ตอนนี้กำลังลอยเคว้งอยู่บนอากาศ เนื่องจากไม่มีร่มชูชีพยังไม่พอ ยังต้องมานั่งฟังเสียงแหกปากของไม้อีก จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเรย์ก็เดาได้เลยว่าโจเซฟอยู่เื้ัแน่ๆ แต่ก่อนที่จะไปคิดเื่นั้นตอนนี้คงต้องหาทางรอดจากการดิ่งมรณะนี่ก่อน
ตอนนั้นเองเรย์ก็เห็นหินกับสิงห์ ตามลงมาแต่ทั้งคู่ก็มีร่มชูชีพลงมาด้วย นอกจากนั้นเรย์ยังเห็นหน่วย C อยู่ไม่ไกลจากตัวเองอีกด้วย
" หืมนั้นมัน"
เรย์ที่เห็นดังนั้นก็แสยะยิ้มออกมา จางนั้นเรย์ก็ร่อนเข้าไปจับไม้ที่ตอนนี้ กำลังล่องลอยอย่างไร้จุดหมาย
" หัวหน้าาาาาาา"
ด้วยความที่เสียงลมมันดังมาก เรย์จึงทำสัญญานมือชี้ไปข้างบน และชี้ไปที่หน่วย C ที่อยู่ด้านล่าง ไม้เห็นดังนั้นจึงมองไปข้างบน เมื่อเห็นหินกับสิงห์ที่ตามลงมา และเมื่อเห็นหน่วย C ที่อยู่ด้านล่าง ไม้จึงพยักหน้าแล้วทำการกางแขนขาออกจนสุดชะลอการตกลงไป เพื่อรอหินกับสิงห์ที่ตามลงมา
หลังจากที่ไม้ลอยตัวไปหาหินกับสิงห์แล้ว เรย์ก็ทำการพุ่งตัวลงไปหาหน่อย C ที่เหลือทันที
ด้านหินกับสิงห์ที่เห็นไม้ลอยมาทางตนจึงลอยไปหาก่อนจะใช้ภาษามือถามหาเรย์ก่อนจะเห็นเรย์ที่อยู่ด้านล่าง แต่ด้วยความที่ตอนนี้พวกตนอยู่ห่างจากพื้นแค่ 3 กม. เท่านั้นจึงไม่มีเวลามากพอที่จะไปช่วย หินและสิงห์ก็ได้แต่หวังว่าเรย์จะปลอดภัย ก่อนจะทำการติดตั้งร่มชูชีพให้กับไม้กลางอากาศ
" แย่แหะ ความเร็วดันไม่พออย่างนี้พวกนั้นได้กางร่มก่อนที่จะไปถึงตัวแน่ ใช้ไอ้นั้นก็แล้วกัน "
เรย์ที่ตอนนี้กำลังพุ่งไปหาหน่วย C ที่ยังไม่รู้อิโหน่อิเหน่ แต่ดูเหมือนว่าความเร็วของเรย์ยังตามพวกนั้นไม่ทัน แต่ทันใดนั้นเองความเร็วของเรย์ก็เพิ่มขึ้นเป็เท่าตัวอย่างไม่มีสาเหตุ ทำให้พริบตาเดียวเรย์ก็มาถึงด้านหลังหน่วย C คนหนึ่ง
" แปลกแหะ ทำไมพวกนี้มีมีด ติดตัวทุกคนเลย "
เรย์ที่เห็นว่าหน่วย C ที่อยู่ตรงหน้านั้นมีมีดเหน็บอยู่ที่เอวทุกคน ความจริงแล้วทุกคนที่จะทำการะโร่มนั้น จะได้รับมีดพกคนล่ะเล่มเพื่อใช้ในกรณีไม่สามารถปลดร่มชูชีพเองได้จึงต้องใช้มีดช่วยในการตัดนั้นเอง และเมื่อผู้เข้าแข่งขันััพื้นสนามมีดนี้ก็จะหายไปเพื่อความเป็ธรรมในการหาอาวุธนั้นเอง ส่วนที่ว่าทำไมพวกเรย์ไม่มีมีดเลยนั่นเป็เพราะว่าพวกเรย์ถูกแทรกแทรงจากห้องควบคุมนั้นเอง
ที่ด้านนอก ตอนนี้ในโดมที่ 5 ก็เริ่มที่จะฉายการแข่งขันระหว่างหน่วย C และหน่วย 13 กันแล้ว ที่จอมอร์นิเตอร์ตอนนี้ก็กำลังฉายผู้เข้าแข่งขันทุกคนกำลังโดดร่มลงมา โดยที่ด้านนอกต่างพูดถึงการแข่งขันคราวนี้อย่าคับคั่ง
" การแข่งคราวนี้ การเข้าสู่สนามดันเป็การโดดร่มหว่ะ น่ากลัวสุดๆ "
" เห็ยนี่เอ็งกลัวความสูงเหรอว่ะ คราวที่แล้วที่เข้าสนามด้วยเรือรบข้าก็เห็นเอ็ง เมาเรืออยู่นั้นแหละ "
" ก็ตอนนั้นดันยิงปะทะกันระหว่างเรือรบนี่หว่า "
" ไม่ต้องมาอ้างเลย ข้าเห็นเอ็งไปนั่งอ้วกอยู่ตรงปืนต่อต้านอากาศยานสุดท้ายก็โดนะเิจนตายไม่ใช่เหรอ 555 "
" ชิ พูดมากน่า หืมรู้สึกว่าหน่วย ที่โดดร่มตรงนั้นมันมีคนเกินมาคนหนึ่งรึเปล่า "
" บ้ารึเปล่า เขาก็อาจจะโดดตามกันมาเฉยๆหรอก ไม่มีอะไรน่า "
" แต่ไอ้คนที่โดดตามมาทำไมมันไม่มีหมวกว่ะ แถมชุดแบบนั้นมันคิดว่ามันมาออกกำลังการรึไง " ( สำหรับคนไม่รู้น่ะครับ ยิ่งอยู่สูงจากพื้นโลกเท่าไหร อากาศจะยิ่งเบาบางมากเท่านั้น ดังนั้นนักกีฬาะโร่มที่สูงมากๆ จึงจะมีหมวกพร้อมถังอ๊อกซิเจนเพื่อป้องกันการน็อคกลางอากาศนั้นเอง )
" เออจริงด้วยว่ะ"
ด้านเรย์ที่ตอนนี้ได้มาถึงด้านหลังสมาชิกหน่วย C แล้วเขาก็ทำการเข้าไปล็อคคอทันที
" เฮ้ย " กร๊อบบ
แต่ก่อนที่สมาชิกผู้โชคร้ายจะได้ทำการตอบโต้ คอของมันหักไปเสียแล้ว
" เสร็จไปหนึ่ง เหลืออีกสาม "
หลังจากหักคอสมาชิกคนนั้นไปเรย์ก็ทำการปลดร่มชูชีพจากศพแล้วนำมาสวมทันที
" เอาล่ะเก็บกวาดที่เหลือดีกว่า "
ไวเท่าความคิด เรย์ที่ตอนนี้ได้หยิบมีดพกที่อยู่กับศพแล้วพุงไปหาเหยื่อคนต่อไปทันที โดยทิ้งศพที่กำลังสลายหายไปไว้เบื่องหลัง
เมื่อมาถึงคนที่สองก่อนที่มัยจะรู้สึกตัวว่าคนที่ลอยตามมาไม่ใช่เพื่อนของมัน คมมีดก็ได้ลิ้มรสเืของมันไปซ่ะแล้ว
ฉูดดดดด !!!
แสงจากดวงอาทิตย์ที่กำลังโพล่พ้นจากขอบฟ้าผสานกับ หยดเืที่พุ่งออกมาจากาแก่อให้เกิด ภาพอันงดงามที่เกิดจากหยดเืต้องแสงอาทิตย์ คลายกับเป็งานศิลปะที่เกิดจากความตายก็ไม่ปาน
เรย์ทิ้งร่างสมาชิกคนที่สองไว้แล้วพุ่งไปหาคนที่สามต่อทันที เพราะยังไงมันก็ตายแน่นอนเพราะเรย์ได้ตัดเส้นเืใหญ่ที่ลำคอของมัน อันที่จริงเขาสามารถสะบั้นคอให้ขาดได้เลย แต่ที่ทำแบบนี้เพราะความสนุกล้วนๆ
สมาชิกที่เหลือสองคนได้ทำการลอยคู่กันไปทำให้ยากต่อการเก็บเรียงตัว เห็นดังนั้นเมื่อได้ระยะเรย์ก็ทำการซัดมีดใส่คนที่ใกล้ที่สุด แน่นอนว่ามีดตัดขั้วหัวใจทันที จากนั้นเรย์ก็พุ่งไปหักคอสมาชิกคนสุดท้ายทันที โดยั้แ่ศพรายแรกจนถึงรายสุดท้ายเรย์ใช้เวลาไปทั้งสิ้น 10 วินาทีเท่านั้น แน่นอนว่าเหตุุการณ์ทั้งหมดถูกถ่ายทอดออกไปด้านนอกด้วย
" พ เพื่อนนายเห็นอย่างที่ชั้นเห็นรึเปล่า "
" อ เออไม่ใช่ว่าหน่วย 13 มันโกงด้วยการใช้หน่วยพิเศษบางหน่วยมาลงแข่งแทนหรอกน่ะ "
" เป็ไปไม่ได้หรอก เพราะก่อนแข่งเขาก็จะทำการตรวจสอบผู้เข้าแข่งขัน ด้วย DNA ไปแล้วมันทำการปลอมแปลงไม่ได้หรอก "
" งั้นแกจะบอกว่าหน่วยที่ได้ชื่อว่าอ่อนที่สุด ทำการสังหารคน 4 คนด้วยมือเปล่ากลางอากาศนี่น่ะ "
" เราก็คงต้องเชื่ออย่างนั้นแล้วล่ะ ดูที่ตรงนั้นสิ "
แน่นอนว่าสิ่งที่เขาชี้ไปคือป้ายที่บ่งบอกผู้รอดชีวิตในสนาม ข้อความที่แสดงตอนนี้คือ
หน่วย 13 เหลือ 4 คน VS หน่วย C เหลือ 92 คน
.............................................................................................................................