Galactic Imperium

ตอนที่หนึ่งร้อยเจ็ดสิบสาม Devil’s bargain 2

ตอนที่หนึ่งร้อยเจ็ดสิบสาม Devil’s bargain 2

ในหนังและนิยายไซไฟมีเรื่องราวของกลุ่มต่อต้านที่อยู่ใต้ดินได้พยายามต่อสู้เพื่อเสรีภาพของพวกเขาจากรัฐบาลที่กดขี่ข่มเหงไม่ให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิเสรีภาพได้อย่างมีอิสระ

แสดงแนวคิดว่านครเบื้องบนนั้นมแม้จะสะอาดมีตึกระฟ้าแต่ประชาชนโดนกดขี่ข่มเหงไร้อิสรภาพ

และสร้างภาพว่านครเบื้องล่างนั้นแม้จะสกปรกประชาชนปิ้งหนูและเนื้อปริศนากินแต่ก็สามารถร้องรำทำเพลงอย่างมีความสุข

ซึ่งเป็นรากฐานของแนวไซไฟดิสโทเปียโลกอนาคตหลายๆเรื่อง

แต่ปัญหาน้อยนิดแต่มหาศาลคือผมคือบอสเอ๊ยจักรพรรดิปกครองโลกดิสโทเปียที่ว่านี่

ส่วนคนที่เอาแขนหลายๆข้างมาต่อให้กับตนเองมีหน้าอกสามคู่และหลายๆขานี่คือฮีโร่พระเอกนางเอกของเรื่องแน่นอนหากเรามองจากมุมมองนิยายไซไฟดิสโทเปีย

พวกเขาอาจจะคิดถูกก็ได้แต่อย่างที่ว่าหากเราไม่มีข้อจำกัดหรือกฎเกณฑ์เราก็ไม่รู้ว่ามันจะไปสิ้นสุดและตรงไหนและเหนืออื่นใด

ค่าความมั่นคงของจักรวรรดิคือค่าความมั่นคงของชีวิตของผมนั่นเอง

และกลุ่ม

Fleshmaster

เฟลชมาสเตอร์

กลุ่มที่อยู่ใต้ดินกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ยังพอมีอุดมการณ์ที่ผมเรียกว่ายังพอจะคุยกันได้ระดับหนึ่ง

เพราะอย่างที่ผมลงมาบุกนครใต้ดินในดาวของตนเองก็เพราะต้องการปราบปรามปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตและฝึกทักษะการต่อสู้และการทำสงครามจากสนามจริงด้วย

ว่าอย่างน้อยหากผ่านศึกใต้ดินนี้ไปจริงๆ

ผมจะไม่สามารถมีข้อแก้ตัวได้อีกแล้วว่าขาดประสบการณ์การทำสงครามจริงๆ

แต่อาจจะด้วยสามัญสำนึกของคนที่มาจากโลกที่ยังไปตั้งอาณานิคมบนดวงจันทร์ไม่ได้อย่างผม

การสั่งทหารกวาดล้างพวกนครใต้ดินทั้งหมดยังเป็นอะไรที่ผมยังรับไม่ค่อยได้

ถึงได้ลงมาจัดการด้วยตนเอง

มองสถานการณ์นครใต้ดินตรงๆว่าพวกที่ผมจัดการนั้นสมควรได้รับความตายจริงๆ

เช่นพวกสัตว์ประหลาดที่แม้จะติดสินบนหรือร้องของชีวิตผมเองก็ยังทำไม่ได้

ขนาดพวกมนุษย์กินคน ฆาตกรฆ่าคนต่อเนื่องทหารรับจ้างต่างๆผมยังรับตัวพวกเขาให้กลับมาเป็นคนดีของจักรวรรดิได้

อย่าว่าแต่คนที่มีความคิดเห็นต่างกันแค่เรื่องแฟชั่น

ฟู่

ผมพ่นควันซิการ์ไปอีกทีเพื่อสานต่อบทสนทนา

“ผมมาทำงานเพื่อบริษัทมันเป็นแค่ธุรกิจ การที่ใครศรัทธาหรือไม่ศรัทไม่เกี่ยวอะไรกับผม

คนไม่ศรัทธามองผลประโยชน์เป็นหลักยังคุยด้วยง่ายกว่าฟู่”

ฝ่ายตรงข้ามทำหน้าเหมือนคนที่โดนควันจากซิการ์พ่นใส่

“หึ พวกโลภโมโทสันมองเงินสำคัญกว่าศิลปะ คนของเดี๊ยนนะคะ ไม่หลงลืมว่าสิ่งสำคัญที่สุดคืออะไร”

อีกฝ่ายพยายามกลั้นปฏิกิริยาตอบโต้จากซิก้าร์ที่หากไม่ดัดแปลงพันธุกรรมให้ปอดแข็งแรงเท่าวาฬก็คงจะปอดไหม้ไปหมดแน่ๆ

“ฟู่ อย่างน้อยพวกเราก็ไม่ใช่คนที่ขช้าคลั่งการต่อสู้เราอาจจะไม่ชอบหน้ากันแต่เรายังสามารถจับมือ handshake และทำธุรกิจdo business ร่วมกันได้”

ผมกล่าวตามคำสั่งสอนของอันเดอร์เทกเกอร์ที่ผมเอาเป็นบทเรียนสอนใจมาตลอด

คล้ายกับเรื่องGalactic Imperium ที่คุณอ่าน