บทที่ 9: สายเกินกว่าจะเสียใจ
บทที่ 9: สายเกินกว่าจะเสียใจร่างของหัวหน้าโจรคนนี้แข็งแรงบึกบึนที่สุด หลินเซียวยืนขวางอยู่กลางทางเดินของรถโดยสาร หัวหน้าโจรไม่อาจที่จะผ่านไปได้เลย ดวงตาของเขาอดไม่ได้ที่จะจ้องมองไป เขายื่นมีดออกไปด้านหน้า“แม่งเอ้ย! ไอ้พวกไม่มีตา!”ตึง!ทุกคนรู้สึกเพียงรู้สึกดวงตาพร่ามัวขึ้นที่เบื้องหน้า มีดในมือของหัวหน้าโจรก็หายไปแล้ว ไม่มีใครรู้ว่ามันไปปรากฎอยู่ในมือของหลินเซียวเมื่อใดทันทีหลังจากนั้น หลินเซียวก็ฉวยโอกาส ปาดมีดไปที่ช่วงท้องของหัวหน้าโจรครั้งหนึ่ง“อ๊าก!”หัวหน้าโจรกรีดร้องเสียงสูง เขาทรุดลงกุมท้องอยู่ที่พื้น เม็ดเหงื่อขนาดใหญ่ไหลหยด ดูราวกับเม็ดลูกปัดจากด้านบนศีรษะหยดย้อยลงมา ก่อนที่มันจะหยดลงไปที่พื้นหลินเซียวไม่ได้สนใจเขา ชายหนุ่มเดินออกไปทีล่ะก้าว มุ่งหน้าไปทางคนร้ายที่มีท่าทีหวาดระแวง สายตามุ่งตรงไปยังชายหัวเหลือง“ไอ้… ไอ้หมอนี่มาได้ยังไง ฆ่ามัน!” ชายหัวเหลืองแสร้งทำเป็นแข็งแกร่งทั้งที่หวาดกลัวอยู่ในใจ เขาตะโกนใส่พวกพ้องของตนเอง เหวี่ยงมีดไปที่ส่วนศีรษะ พุ่งไปยังหลินเซียวเคร้ง!หลินเซียวไม่แม้แต่จะชายตามอง เขาส่งมือออกไปปัดมีดออกจากมือของอีกฝ่าย มือยื่นออกรวดเร็วราวสายฟ้า คว้าคอของอีกฝ่ายเอาไว้อย่างรวดเร็ว เขายกร่างของอีกฝ่ายขึ้นด้วยท่าทีเฉยชา“อึก!” ชายผมเหลืองส่งเสียงออกมาด้วยความเจ็บปวด ร่างกายถูกยกขึ้นอย่างไม่เต็มใจช้าๆ สุดท้ายแล้วก็ถูกมือเพียงข้างเดียวของหลินเซียวยกขึ้นสูงกลางอากาศเรี่ยวแรงของแขนข้างนั้นสร้างความหวาดกลัวให้กับลูกน้องคนอื่น ๆ อย่างมาก แต่ล่ะคนถอยหลังไปอย่างหวาดผวา พยายามหลบหนีออกไปอย่างสุดชีวิตทุกคนภายในรถนิ่งอึ้ง พวกเขาไม่เคยคาดคิดเลยแม้แต่น้อยว่า ความจริงแล้วหลินเซียวคือยอดฝีมือ สามารถจัดการคนร้ายที่ดูแข็งแกร่งหลายคนได้อย่างง่ายดายใครบางคนกระเด้งตัวลุกขึ้นในทันที เขาตะโกนขึ้นสนับสนุนหลินเซียว: “น้องชายสุดยอดมาก ไอ้พวกสารเลวพวกนี้ ก็สมควรต้องโดนแบบนี้แหละ”คนคนหนึ่งปรากฎตัวออกมา เตะไปที่ร่างกายของหัวหน้าโจรสองครั้ง ก่อนจะตะโกนออกมา: “เวรเอ้ย! ใครจะปล่อยให้แกปล้นเงินไป ตาบอดรึไง?”ภายในรถโดยสารที่เละเทะ เสียงโวยวายที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นดังขึ้นอย่างกะทันหัน หลายคนเห็นคนร้ายหดหัวกลับไป ในร่างแต่ล่ะคนก็พลันปรากฎความกะตือรือร้นมากขึ้น พากันตะโกนออกมาทีล่ะคนสองคน ทว่าคนที่ปรากฎตัวขึ้นยืนและลงมือจริงๆ กลับมีเพียงไม่กี่คน ที่เหลือล้วนทำเพียงพูดจาใหญ่โต“เอาเงินออกมา!” หลินเซียวกวาดตามองคนเหล่านั้นด้วยความเหยียดหยาม เขาเอ่ยขึ้นกับชายผมเหลืองด้วยน้ำเสียงไร้ความรู้สึก น้ำเสียงนั้นไม่ได้ดังเกินกว่าปกติ ทว่ากลับทำให้ผู้ที่ได้ยินมันร่างสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว“ได้…...” ชายผมเหลืองพยายามดิ้นรนสุดชีวิต ทว่าก็ไม่อาจสลัดเอามือที่ราวกับคีมเหล็กของหลินเซียวออกไปได้ เขาหยิบเงินออกมาด้วยความยากลำบาก และส่งมันให้กับหลินเซียว“หึ!” หลินเซียวสะบัดมือ ร่างของชายผมเหลืองก็กระเด็นออกไป กระแทกเข้ากับร่างของหัวหน้าโจรเข้าจังๆ ทำให้ร่างของหัวหน้าโจรที่เพิ่งจะลุกขึ้นมาได้ดีๆ ต้องล้มลงไปอีกครั้ง“อ๊าก!”ทั้งสองคนกรีดร้องออกมาพร้อมกัน“แม่จ๋า!”เมื่อลูกน้องคนอื่น ๆ เห็นว่าสถานการณ์ดูไม่ดี ก็พลันหมุนตัวหันหลังหนี มุ่งหน้าออกไปจากรถโดยสาร หนีไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แม้พวกเขาจะเป็นคนโง่ แต่พวกเขาก็เห็นว่าหลินเซียวไม่ใช่คนที่จะสามารถไปยุ่งเกี่ยวด้วยได้ง่ายๆฝ่ายเด็กสาวนั้น แต่เดิมคิดที่จะแอบลอบออกไปเงียบๆ แต่แล้วก็เปลี่ยนความคิดอีกครั้ง ดวงตากลมโตกะพริบปริบๆ จับจ้องไปยังหลินเซียวหลินเซียวเดินไปยังคนเป็นแม่ ยื่นเงินให้: “พี่สาว นี่เงินคุณ!”“ขอบคุณ…… ขอบคุณค่ะ!” พี่สาวคนนั้นขอบคุณด้วยความรู้สึกซาบซึ้งใจอย่างมาก แทบจะลุกขึ้นโค้งคำนับในทันที ทว่าไม่สะดวกเท่าไหร่เพราะเธอกำลังกอดเด็กอยู่“ไม่เป็นไร ดูเด็กก่อนเถอะ คุณบอกว่าเขามีไข้มาสามวันแล้วใช่ไหม? มีอาการอื่นรึเล่า?” หลินเซียวเปิดผ้าที่ห่อตัวเด็กอยู่ออก กวาดตามองใบหน้าที่แดงก่ำของเด็กอย่างรวดเร็วทุกคนในรถรู้สึกประหลาดใจ อย่าบอกนะว่าชายหนุ่มคนคนนี้ยังสามารถรักษาอาการเจ็บป่วยได้ด้วย? เมื่อมองไปยังท่าทีของเด็กแล้ว ชัดเจนว่าเขาต้องไปหาหมอ“เอ๋? ลูกฉันไข้ขึ้นมาหลายวันแล้ว ไปหาหมอมาหลายคน พวกเขาบอกว่าเป็นแค่ไข้หวัดธรรมดา แต่หลังจากที่กินยามาหลายวัน นอกจากไข้จะไม่ลดแล้ว มันยังมีอาการไอเพิ่มขึ้นด้วย ฉันต้องทำยังไงคะ” คนเป็นแม่เอ่ยขึ้นด้วยท่าทีเศร้าสร้อย สะอื้นกระซิกๆ ออกมา“อืม ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมดูให้!” หลินเซียวทำท่าทีให้คนเป็นแม่สบายใจ ไม่จำเป็นต้องหวาดกลัว“คุณเหรอ?” คนเป็นแม่มีท่าทีค่อนข้างเป็นกังวล อีกฝ่ายดูเด็กเกินไป และยังดูไม่เหมือนหมออีกด้วย อาการของโรคแม้แต่หมอในโรงพยาบาลใหญ่ยังไม่สามารถรักษาได้ เขาจะทำได้หรือ?“ฮี่ฮี่ ไม่ใช่ว่าคุณกำลังไปที่หมู่บ้านหลินหรอกเหรอ? ผมคือหลินเซียว!” หลินเซียวแย้มยิ้มบาง เอ่ยขึ้นเสียงเรียบ“หลินเซียว? คุณคือหมอเทวดางั้นเหรอ?” ผู้เป็นแม่รู้สึกยินดีกับข่าวดีอันไม่คาดฝันนี้ เธออดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจเธอนั่งรถโดยสารมาหลายชั่วโมงไปที่หมู่บ้านหลิน เพื่อที่จะหาหมอเทวดาให้การรักษาอาการป่วย เธอไม่คิดเลยว่าจะบังเอิญเจอคนเข้าที่กลางทาง จนแทบไม่ต่างอะไรไปจากจุดธูปขอพร ครั้งนี้น่าจะช่วยเหลือลูกชายของเธอได้แล้ว“ฮือฮือ…… หมอเทวดา ได้โปรดช่วยดูลูกฉันด้วย!” คุณแม่ยังสาวอดกลั้นความรู้สึกโศกเศร้าในใจไม่ได้ เธอเริ่มร้องไห้ออกมาเสียงดังทุกคนในรถนิ่งอึ้ง หลายคนในรถชื่นชมหมอเทวดาตรงหน้า พวกเขาล้วนเอ่ยว่าหมอเทวดานั้นไม่ต้องการเงินในการรักษา ร้อยทั้งร้อยเป็นคนดี เมื่อได้เห็นในวันนี้แล้ว มันกลับไม่เหมือนกับที่จินตนาการเอาไว้เลยแม้แต่น้อยไม่ใช่ว่าหมอเทวดาจะมีเรือนผมสีขาว เป็นคนชราที่ราวกับเทพเซียนเหรอ? ทำไมถึงได้กลายไปเป็นคนหนุ่ม แถมยังเด็กจนเกินไปเสียเล่า?“ไม่มีปัญหา!” หลินเซียวจับข้อมือของเด็กน้อย คิ้วขมวดเข้าหากันเล็กๆ “ไม่ใช่ไข้หวัด มีพิษอยู่ในกระแสเลือด ไม่นานมานี้… ลูกคุณได้ถูกแมลงกัดรึเปล่า?”“อ๋า?” คุณแม่ยังสาวอึ้งไป ก่อนจะพยักหน้ารัวๆ ราวกับลูกไก่ “ใช่ใช่ใช่ เหมือนจะเป็นแมลงตัวเล็กๆ สีดำที่กัด หลังจากนั้นก็กลายมาเป็นแบบนี้”พูดแล้ว คนเป็นแม่ก็เปิดปกเสื้อของเด็กออก เผยให้เห็นผิวเนื้อนุ่มของเด็ก ผื่นแดงปื้นหนึ่งปรากฎขึ้นในสายตาของทุกคน นอกจากนั้นยังมีจุดสีดำเล็กๆ ปรากฎขึ้นอยู่ด้วย“อย่างที่คิด!” หลินเซียวพยักหน้าเล็กๆ เขาปิดปกเสื้อของเด็กกลับไปแทนผู้เป็นแม่ เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักอึ้ง “ไข้เกิดขึ้นจากพิษในเลือด ยาทั่วไปรักษาไม่ได้ เอาแบบนี้เป็นไง กลับไปที่บ้านกับผม เดี๋ยวผมจะเอาสมุนไพรให้”“ได้ค่ะ! ขอบคุณมากค่ะหมอเทวดา!” คุณแม่ยังสาวได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกยินดีอย่างมาก เธอนำเงินทั้งหมดที่มีอยู่ออกมา กำลังจะยัดใส่มือของหลินเซียว “เงินนี่ให้คุณก่อน ถ้ามันไม่พอ ฉันจะหาทางไปหามาเพิ่มค่ะ”“ไม่จำเป็น!” หลินเซียวเอ่ยปฏิเสธด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ใส่เงินคืนกลับไปในห่อผ้าของเด็ก “ซื้อยาบำรุงให้ลูกคุณเถอะ ร่างกายของเขาอ่อนแอเกินไป ทำให้ติดพิษในกระแสเลือดง่าย”ผู้เป็นแม่พยักหน้าด้วยท่าทีที่ไม่ค่อยเข้าใจ ในใจเต็มไปด้วยความตื้นตัน ทว่าไม่รู้ว่าจะเอ่ยพูดออกไปอย่างไรทุกคนมองไป หมอเทวดารักษาคนไม่เก็บเงิน แต่ล่ะคนลุกขึ้นยืน ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มหมายจะเอ่ยขอความช่วยเหลือ ทว่าก็ต้องถอยหลังไปเมื่อเผชิญหน้ากับสายตาน่ากลัวของหลินเซียว“น้องชาย ที่บ้านฉันมีคนป่วย…...”“โทษทีนะ วันนี้ฉันยุ่งมาก ไว้ค่อยมารักษาวันหลังแล้วกัน” น้ำเสียงของหลินเซียวเต็มไปด้วยความเย็นชา ปฏิเสธการขอความช่วยเหลือของทุกคนไปทันทีแทบทุกคนในรถนิ่งอึ้ง วันนี้นายเพิ่งจะรักษาคนไปคนเดียวเองไม่ใช่เหรอ? จะยุ่งได้ยังไงกัน?“หมอเทวดา ฉัน…”“ฉันบอกว่า วันนี้ฉันยุ่งมาก!” น้ำเสียงของหลินเซียวเย็นเยียบ ปฏิเสธไปอย่างไร้ความสุภาพในน้ำเสียงท่าทีของคนเหล่านี้เมื่อครู่ได้ทำให้หลินเซียวรู้สึกผิดหวังมากพอแล้ว กับกลุ่มคนนิสัยย่ำแย่พวกนี้ ทำไมเขาจะต้องรักษาให้ด้วย?สุดท้ายแล้วแม้ว่าหลินเซียวจะจดจำไม่ได้ว่าตนเองเป็นใคร แต่ในความรู้สึกลึกๆ เขาจะปกป้องคนอื่นในระดับที่อยู่ในขอบเขตความสามารถของเขา มันเป็นตัวตนของเขาสำหรับพวกคนเห็นแก่ตัวพวกนี้ หลินเซียวไม่อาจทำใจช่วยเหลือได้เลยแม้แต่น้อย“คนขับ ขับต่อสิ!” หลินเซียวไม่รอให้คนอื่น ๆ ตั้งสติได้ เขาเอ่ยให้คนขับรถเริ่มขับรถต่อเสียงเย็น จากนั้นจึงกลับไปยืนที่เดิมอีกครั้งดวงตาของทุกคน โดยเฉพาะเหล่าคนที่มาตามหาหมอ ต่างก็รู้สึกเสียใจจนอวัยวะภายในกลายเป็นสีเขียว หากพวกเขารู้ว่าหมอเทวดาจะเก่งกาจขนาดนี้ พวกเขาก็คงจะลงมือช่วยเหลือไปก่อนหน้านี้แล้ว...