เจียลี่และเฟยหลงที่สูญเสียคนสำคัญไป ทั้งเหล่าผู้าุโในตระกูลก็ขัดแย้งกันอยู่เสมอ จึงต้องอพยพมาอยู่ในพื้นที่ห่างไกล เขารู้เพียงชาติกำเนิดของนาง แต่ไม่นึกว่าจะมีความเกี่ยวพันกับเฟยหลงด้วย คงเพราะโมโหที่อ่านฉากจบงี่เง่าแบบนั้น จนหลงลืมไปว่าเฟยหลงเองก็มีประวัติอยู่บ้าง มิใช่เทพโนเนมไร้ชื่อแซ่อย่างที่เข้าใจ
ซิ่วอิงไม่แน่ใจว่าสิงเทียนจะจดจำคำพูดก่อนหน้าของเขาได้หรือเปล่า แต่หากให้อีกฝ่ายรู้ว่าเจียลี่คือน้องสาวของเฟยหลง มีหวังนางได้ถูกฆ่าแน่ ดังนั้นต้องปิดเื่นี้ไว้ให้มิดชิด พยายามไม่ให้แม่นางเจียลี่ผู้ใสซื่อเอ่ยถึงพี่ชายของนางออกมาก็พอ
ซิ่วอิงถาม “แม่นางเจีย พี่สะใภ้ของท่านเป็ใครมาจากไหนหรือ”
เจียลี่เอียงคอนึก “อืม นางไม่เคยเอ่ยถึงและข้าก็ไม่เคยถามด้วย แต่ท่าทางและคำพูดของนางต่างจากผู้คนทั่วไป ชอบพูดจาโผงผางและไม่ห่วงสวย จริงสิ มีบางครั้งนางก็ชอบพูดทำนายอนาคตด้วยนะ แต่ครั้งนี้เหมือนจะทำนายไม่ถูก นางบอกว่าข้าจะถูกาามารจับตัวไปเป็เชลย แต่ทุกวันนี้ข้าก็ยังอยู่ดี ซ้ำยังไม่เคยเห็นาามารอะไรนั่นด้วย”
เขาบอกเบา ๆ “าามารผู้นั้นก็อยู่ข้างเ้ายังไงล่ะแม่นาง”
ซิ่วอิงพยักหน้าเออ-ออตามน้ำไป แต่ในหัวเกิดอาการสับสนขั้นรุนแรง พี่สะใภ้ของนางไม่แน่ว่าอาจเป็เหมยลี่ก็ได้ แต่เดิมทีเหมยลี่ไปอยู่กับเฟยหลงได้อย่างไร นางทำนายอนาคตได้ด้วยหรือ แล้วรู้เื่าามารได้อย่างไร ว่าแต่..นางถูกเฟยหลงลักพาตัวไปหรือ
ไม่สิ หรือว่านางจะหนีตามฝ่ายนั้น หนีตามผู้ชายไปคงไม่น่าจะใช่ นางออกจะรักและเทิดทูนสิงเทียนขนาดนั้น แต่เดี๋ยวนะ นางรู้จักเฟยหลงมาก่อนสิงเทียนหรือ ไม่ ๆ สิงเทียนเป็เพื่อนสมัยเด็กของนาง แล้วนางจะไปรู้จักกับเฟยหลงตอนไหนได้ อะไรเนี่ยฉันงงไปหมดแล้ว ตกลงว่าเหมยลี่รู้จักใครก่อนกันแน่ แล้วคนที่อยู่กับเฟยหลงมันคือตัวจริงหรือตัวปลอมวะเนี่ย!
เจียลี่เห็นเขาเงียบไปจึงถาม “ท่านเป็อะไรไป เหตุใดจึงเงียบเช่นนี้ รำคาญข้าแล้วหรือ”
ซิ่วอิงว่า “อ๋อ ข้ากำลังใช้สมาธิในการดูเส้นทางอยู่น่ะ ต้องขอโทษแม่นางเจียจริง ๆ”
“ไม่เป็ไร เช่นนั้นท่านก็ดูทางไปเถอะ ข้าจะพักสายตาบนหลังม้าสักหน่อย”
ซิ่วอิงระบายยิ้มให้นางด้วยความเอ็นดู แม่นางเจียลี่ช่างไร้เดียงสาจริง ๆ แม้อยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ก็ยังสามารถหลับลงได้ ปรับตัวเข้ากับผู้อื่นได้รวดเร็วจนน่าในัก
ซิ่วอิงหันมานึกต่อ เหมยลี่อยู่กับเฟยหลง นางวางแผนร่วมมือกับทางนั้นเพื่อสังหารว่าที่สามีตนเองหรือ หรือว่าแม่นางเหมยลี่คนเดิมจะตายไปแล้ว ส่วนที่มีชีวิตอยู่อาจเป็ภูติผีปีศาจสิงร่างก็ได้ เจียลี่นางบอกว่าอีกฝ่ายไม่ได้ชื่อเหมยลี่แต่ชื่อลูกหลีงั้นสินะ แล้วเหตุใดนางต้องเปลี่ยนชื่อแซ่ด้วยล่ะ? หรือมันมีอะไรมากกว่านั้นกันแน่นะ
ซิ่วอิงเริ่มใจคอไม่ดี เขารู้สึกว่าตัวละครในโลกนี้เริ่มจะออกนอกทะเลไปไกล ไม่อาจกู้คืนให้กลับมาเป็ดังเดิมได้ ทั้งขอบเขตของเนื้อหายังมากเกินกว่าที่เขาจะคาดเดาทิศทางได้อีกด้วย ไม่แน่ว่าฉากจบอาจพลิกแพลงเป็อย่างอื่น สิงเทียนอาจรอดจากการถูกฆ่า แต่ถึงอย่างไรก็ไม่ควรชะล่าใจ หากทางนั้นวางแผนอย่างแยบยลจะเป็ปัญหาเอาได้ เมื่อคิดขึ้นมาได้ดังนั้น ซิ่วอิงจึงหยุดเดินแล้วขอเวลานอกทันที
สิงเทียนมองเขาด้วยหางตา “มีอันใดอีก เ้าทำตัวมีลับลมคมในมาั้แ่ก่อนหน้าแล้วนะ คราวนี้จะเอาอะไรอีก”
ซิ่วอิงเอ่ย “คุณชาย ท่านสะดวกไปคุยกับข้าที่หลังพุ่มไม้ตรงนั้นหรือไม่”
“เหตุใดไม่คุยกันตรงนี้ เหตุใดต้องทำให้ยุ่งยาก”
ซิ่วอิงว่า “มันเป็ความลับนะคุณชาย ข้าอยากให้ท่านรับรู้เพียงคนเดียว ไม่ได้้าป่าวประกาศให้ผู้อื่นได้ยินด้วย”
สิงเทียนลงจากม้าด้วยท่าทางเบื่อหน่าย เดินตามอีกฝ่ายไปยังหลังพุ่มไม้ “ว่ามามีเื่อะไร”
ซิ่วอิงหน้าซีดกล่าวด้วยความสั่นกลัว “คุณชาย คือ ข้าน้อยเสียใจที่ต้องกล่าวเช่นนี้ แต่ข้าน้อยลืมไปแล้วว่าตำแหน่งที่คุณหนูพักอยู่มันคือที่ไหน ข้าน้อยลืมขอรับ”
สิงเทียนถึงกับยืนอึ้ง เขาตบหน้าซิ่วอิงไปเต็มแรงจนฝ่ายนั้นล้มลง
“บังอาจ! เ้ากล้าหลอกข้างั้นหรือ เ้ากล้าโกหกข้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าหรือ ซิ่วอิง! ไอ้เนรคุณ!”
เสียงด่าทอและเสียงตบตีดังออกมาจากหลังพุ่มไม้ เจียลี่ที่นอนฝันหวานถึงกับสะดุ้งโหยง รีบะโลงจากหลังม้าตามไปดูทันที นางไม่กลัวอะไรทั้งนั้นในเวลานี้ เพียงได้ยินเสียงร้องอันเ็ปของซิ่วอิงก็ทำให้ลืมสิ้นเสียทุกอย่าง
“เกิดอะไรขึ้น นี่ท่านทำอะไรกับเขา หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” เจียลี่จับแขนของสิงเทียนให้เขาหยุด พยายามดึงก็แล้วกอดไว้ก็แล้ว สุดท้ายนางจึงกัดเข้าที่แขนของฝ่ายนั้นหวังให้หยุดลงมือ
สภาพนางในตอนนี้เหมือนลูกหมาตัวน้อยที่ห้อยติดกับตาข่ายอย่างไรอย่างนั้น นางถูกสะบัดจนกระเด็นไปไกล โชคดีที่นู่เฉินมารับตัวไว้ทันจึงไม่ได้รับาเ็เพิ่ม
นางะโ “หยุดนะ! ใครก็ได้ช่วยหยุดเขาที!”
อีกฝั่งหนึ่งนั้นซิ่วอิงถูกต่อยจนหน้าช้ำ จมูกมีเืไหล สิงเทียนโมโหเขาจนธาตุไฟกำเริบอีกหน ใช้โซ่ที่คล้องข้อมือรัดคออีกฝ่ายจนดิ้นทุรนทุราย ซิ่วอิงจวนจะตายอยู่รอมร่อ แต่ก็มีเจียลี่ที่วิ่งเข้ามาขวางอีก นางทั้งทุบทั้งตีให้อีกฝ่ายหยุดมือ ร้องไห้ด้วยความกลัวแต่กลับไม่อาจทำใจวิ่งหนีไปได้ เพราะยังห่วงชีวิตคนที่อยู่ทางนี้
สิงเทียนคลายโซ่ออกในตอนที่ซิ่วอิงหมดสติไปแล้ว ไม่รู้ว่าจากนั้นเกิดอะไรขึ้น พอตื่นมาอีกทีเขาก็กลับมาอยู่ในห้องของสิงเทียนเรียบร้อย แขนขาเต็มไปด้วยรอยช้ำ จับดูที่คอก็พบว่ายังมีโซ่ล่ามอยู่ ครั้งนี้มิได้ล่ามแค่คอเท่านั้น แต่ทั้งคอ แขน ข้อเท้า ล้วนมีโซ่ล่ามจนหนักอึ้ง กระทั่งจะขยับตัวยังยากเย็น
ซิ่วอิงผ่อนลมหายใจ อย่างน้อยแผนการที่หลอกล่อให้พระเอกกลับมากบดานที่วังก็ได้ผล แม้ต้องแลกด้วยความเ็ปก็ตามที เขาไม่อาจคาดเดาเหตุการณ์ที่จะเกิดล่วงหน้าได้ จึงจำต้องยอมโกหกสิงเทียนว่าลืมเส้นทาง ให้อีกฝ่ายถอยกลับมาตั้งหลักก่อน หากดึงดันเดินทางต่อแล้วพบกับเฟยหลงและเหมยลี่เข้า เขาเองก็ไม่รู้จะรับมือกับทางนั้นยังไง
อีกอย่าง สิงเทียนเล่นอารมณ์ขึ้นลงแปรปรวนเช่นนี้ มีหวังถูกฆ่าตายตามบทเดิมแน่นอน อย่างน้อยได้ยืดเวลาให้พระเอกรอดชีวิตเพิ่มสักวันนึงก็ดีมากแล้ว ช่วยตนเองให้รอดจากความตายว่ายากแล้ว แต่ช่วยผู้อื่นนั้นยิ่งยากกว่า
ซิ่วอิงนั่งกอดเข่านึก นี่เราเสพติดการโดนทำร้ายไปแล้วหรือเปล่านะ วิธีอื่นมีตั้งเยอะแยะทำไมต้องเลือกให้ตัวเองเจ็บด้วยไม่เข้าใจจริง ๆ หรือเพราะคนที่ทำร้ายเป็สิงเทียนเขาจึงยอม หรือเพราะรู้ว่าเป็แค่เนื้อเื่ในนิยายจึงยอม สรุปแล้วที่เขายอมเจ็บตัวมันเพราะเหตุผลอะไรกัน
หลังจากวันนั้นสิงเทียนก็ไม่โผล่มาที่ห้องตนเองอีกเลย ไม่แน่ว่าคงออกไปลาดตระเวนจับผู้คนมาทรมาน เขาไม่อยากเห็นสิงเทียนถูกฆ่า ไม่อยากให้อีกฝ่ายต้องทุกข์ทรมานเหมือนตนเอง มีชีวิตอยู่อย่างคนบ้ามันก็น่าจะดีกว่าตาย เขาไม่รู้จะดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไร เพียงพยายามดึงเหตุการณ์ให้กลับมาใกล้เคียงบทเดิมมากที่สุด และเลี่ยงฉากจบที่ตัวเองรู้จักก็น่าจะพอแล้ว แต่ดันกลายเป็ว่าทำทุกอย่างแย่ลงยิ่งกว่าเดิมเสียอีก
ในตอนแรกเขาวางแผนไว้อย่างดิบดีว่าจะหนีไป แต่ใครจะรู้ว่าดันมีตัวละครสำคัญอย่างเจียลี่โผล่มากลางทางแบบนั้น ยิ่งหลายอย่างมันสลับกันไม่ตรงตามบท เขาก็ยิ่งหวั่นกลัวมากขึ้น ถึงขนาดที่ว่าเปลี่ยนใจไม่กล้าทิ้งอีกฝ่ายไป