ทะลุมิติมาเป็นอัจฉริยะหน้าตาย ดันโป๊ะแตกกระจายเพราะเสียงในหัว

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 72 สองคนนั้นดูสนิทสนมกันมาก

            จี้ทิงไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายหมายความถึงสิ่งใด“แรงดึงดูดแบบไหนเหรอครับ?”

            “ก็แบบ...”

            ขงอวี่เพิ่งจะอ้าปากก็ถูกลู่เหยียนชูใช้สายตาปรามไว้เสียก่อนจี้ทิงอุตส่าห์ยอมมาช่วยงานโดยไม่หวังผลตอบแทนเรื่องเล็กน้อยอย่างชุดที่ใช้ใส่เข้าฉากจะไปรบกวนเจ้าตัวได้อย่างไร

            ยิ่งไปกว่านั้นจี้ทิงเพิ่งจะย้ายออกจากบ้านมา บางทีอาจจะยังจัดเสื้อผ้าไม่เรียบร้อยด้วยซ้ำ

            “นายไม่ต้องไปฟังเขาหรอก เรื่องอื่นพวกเราจะเตรียมไว้ให้เองนายแค่บอกไซซ์มาก็พอ” ลู่เหยียนชูเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

            ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังพูดคุยกันอยู่นั้นโทรศัพท์ในกระเป๋าของสวีเหรินก็สั่นขึ้นมา เขาหยิบออกมาดูหน้าจอแวบหนึ่งก่อนจะเดินเลี่ยงออกไปรับสาย

            “สวัสดีครับ เลขาฟาง”

            “สวัสดีครับคุณสวีไม่ทราบว่าพอจะบอกเหตุผลได้ไหมครับว่าทำไมวันนี้คุณถึงไม่ได้เข้ามาทำงานที่บริษัท?”

            “เอ๋?” สวีเหรินถึงกับงงไปวูบหนึ่ง “ผม... ผมยังไม่ได้เป็นพนักงานประจำของกลุ่มบริษัทซื่อลี่ไม่ใช่เหรอครับ”

            “แต่ตอนนี้คุณมีโปรเจกต์ที่ทำร่วมกับห้องแล็บเครื่องกลความแม่นยำสูงของกลุ่มบริษัทซื่อลี่อยู่ซึ่งต้องมีการติดตามความคืบหน้า ดังนั้นทางบริษัทจึงมีสิทธิ์ที่จะสอบถามครับ”ฟางเจี๋ยเอ่ยด้วยเหตุผลที่ฟังดูเป็นงานเป็นการอย่างยิ่ง

            “อ๋อ อย่างนี้เอง” สวีเหรินไม่ได้เข้าใจลึกซึ้งนักทำได้เพียงตอบกลับไปว่า “ถ้าอย่างนั้นช่วงสองสามวันนี้ผมจัดการธุระเสร็จแล้วจะรีบไปทันทีได้ไหมครับ?”

            “ได้ครับ แต่ผมต้องบันทึกเหตุผลการลาของคุณไว้ด้วย”

            “ผมอยู่กับคุณชายรองจี้...”

            ไม่ได้สิพูดไม่ได้... สวีเหรินเม้มปากแน่นก่อนจะเปลี่ยนคำพูดใหม่“ผมอยู่กับลู่เหยียนชูครับ ฝากคุณบอกท่านประธานจี้ด้วยครับเขาเข้าใจดี”

            “รับทราบครับ ผมเข้าใจแล้ว”

            หลังจากวางสายฟางเจี๋ยก็บันทึกไฟล์เสียงสนทนา แล้วรีบลุกตรงไปยังห้องประธานทันที

            เขาเคาะประตูแล้วก้าวเข้าไปหยุดตรงหน้าโต๊ะของจี้เยี่ยนจื๋อ“ประธานจี้ครับ เมื่อครู่ผมสอบถามคุณสวีมาแล้วตอนนี้เขากับคุณชายรองอยู่ที่บ้านของลู่เหยียนชูครับ”

            จี้เยี่ยนจื๋อเหลือบตาขึ้นมองอย่างเย็นชา“เขาบอกนายตรงๆ แบบนั้นเลยเหรอ?”

            “เปล่าครับ เขาเผลอหลุดปากออกมาเอง ผมเลยจับสังเกตได้”

            จี้เยี่ยนจื๋อนิ่งไปครู่หนึ่ง“เดือนนี้ฉันให้วันลาพักร้อนแบบได้ค่าจ้างเพิ่มให้นายอีกสองวัน”

            “ขอบคุณครับประธานจี้ ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” ทันทีที่หันหลังกลับ มุมปากของฟางเจี๋ยก็ฉีกยิ้มกว้างออกมาทันที

            ทว่าหลังจากบานประตูเปิดและปิดลงแววตาของจี้เยี่ยนจื๋อกลับหม่นแสงลงด้วยความขุ่นมัว

            จี้ทิงเพิ่งจะย้ายออกจากบ้านลู่เหยียนชูก็ล่อลวงเจ้าตัวไปหาถึงที่เสียแล้ว คนคนนี้ทำตัวประจบประแจงผิดปกติจะต้องมีเจตนาแอบแฝงอย่างแน่นอน

            จี้ทิงในตอนนี้ไม่ใช่จี้ทิงคนเดิมอีกต่อไปแล้วถ้าโดนลู่เหยียนชูปั่นหัวเข้า ต่อให้มีจี้ทิงสักสิบคนก็คงถูกหลอกขายจนหมดตัว

            จี้เยี่ยนจื๋อตัดสินใจแล้วว่าตั้งแต่วันพรุ่งนี้จะส่งคนไปคอยจับตาดูเขาอยากจะรู้นักว่าลู่เหยียนชูกำลังเล่นเล่ห์กลอะไรอยู่กันแน่

            ...

            จี้ทิงและสวีเหรินใช้เวลาสองวันในการประกอบตู้เซิร์ฟเวอร์ขึ้นมาใหม่

            เขาลองทดสอบระบบดูแล้วพบว่าเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของหมู่บ้านนี้เพียงพอแค่สำหรับการใช้งานทั่วไปเท่านั้นจึงลงมือดัดแปลงมันด้วยตัวเอง

            ตอนเที่ยงสวีเหรินสั่งอาหารมาทานแต่พออาหารมาถึง โทรศัพท์ของจี้ทิงก็สั่นเตือนขึ้นมาทันที

            “ฮัลโหล”

            “จี้ทิง วันนี้นายพอจะมีเวลาไหม?” ปลายสายคือลู่เหยียนชูที่โทรมานั่นเอง

            จี้ทิงถามกลับ“นัดเขาได้แล้วเหรอครับ?”

            “อืม ฉันคุยกับพี่เหมียวเรียบร้อยแล้ว เลยจะมาคอนเฟิร์มเวลากับนายก่อน”

            จี้ทิงครุ่นคิดครู่หนึ่ง“ถ้าอย่างนั้นนัดเป็นช่วงเย็นแล้วกันครับ”

            “ตกลง แล้วเจอกันนะ”

            ...

            เวลา17.00น. จี้ทิงและสวีเหรินเดินออกมาจากประตูหน้าหมู่บ้านและยืนรอรถอยู่ริมถนน

            “เฮ้ยๆ เลิกกินได้แล้ว คุณชายรองออกมาแล้ว!”

            คนที่นั่งอยู่เบาะผู้โดยสารรีบซดเส้นบะหมี่คำสุดท้ายเข้าปากแล้วชะโงกหน้ามองผ่านกระจกหน้า“มีสวีเหรินไปด้วยแฮะ สองคนนี้จะไปไหนกัน?”

            “ตามไปเดี๋ยวก็รู้เองแหละ”

            ผ่านไปครึ่งชั่วโมงทั้งสองก็เห็นรถที่จี้ทิงนั่งมาเลี้ยวเข้าสู่ย่านที่พักอาศัยระดับหรูหราแห่งหนึ่ง

            บอดี้การ์ดที่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับมองตามพลางพูดขึ้นมา “ที่นี่ดูท่าทางระบบรักษาความปลอดภัยจะเข้มงวดมากพวกเราคงเข้าไปไม่ได้แน่”

            “งั้นฉันรายงานพี่เลี่ยวก่อน”

            หลังจากเลี่ยวข่ายได้รับข้อความพอเห็นว่าเป็นหมู่บ้านอวิ๋นติ่งย่วนเขาก็ถอนหายใจออกมา

            เขาเปิดบันทึกในโทรศัพท์ดูแล้วส่งหมายเลขทะเบียนรถสามคันของลู่เหยียนชูและผู้จัดการส่วนตัวไปให้พร้อมกำชับให้คอยสังเกตการเข้าออก

            บอดี้การ์ดสองคนนั่งอยู่ในรถฝั่งตรงข้ามถนนคอยจับจ้องที่ประตูใหญ่ชนิดตาไม่กะพริบ

            จนเกือบทุ่มหนึ่งรถโคนิกเซกก์คันหนึ่งก็แล่นเข้ามาในสายตา

            บอดี้การ์ดพึมพำหมายเลขพลางเทียบกับทะเบียนในมือถือ“8831 คันนี้แหละ เร็วเข้าๆ ตามไปเลย!”

            ลู่เหยียนชูเหลือบมองคนข้างกายด้วยหางตาพลางเอ่ยปลอบ“นายไม่ต้องตื่นเต้นนะ ถ้าไม่อยากพูดอะไรก็ไม่ต้องพูดเดี๋ยวฉันจะช่วยกันให้เอง”

            จี้ทิงส่งเสียงรับคำในลำคอก่อนจะยกมือขึ้นลูบข้างลำคอเบาๆ

             [ผ้าพันคอนี่ทำจากวัสดุอะไรกันนะ ยิ่งพันก็ยิ่งร้อนแถมยังคันคอชะมัด]

            ลู่เหยียนชูได้ยินเสียงนั้นจึงแสร้งทำเป็นว่าสังเกตเห็นท่าทางของเขา “เป็นอะไรไปครับเสื้อผ้าใส่ไม่สบายเหรอ?”

            “เปล่าครับ”

            ลู่เหยียนชูจ้องมองเขาอีกสองวินาทีก่อนจะปรับอุณหภูมิแอร์ให้ต่ำลง แล้วหักรถเข้าจอดริมทาง

            “จี้ทิง ดูเหมือนผ้าพันคอนี่จะไม่ค่อยเข้ากับชุดที่นายใส่เท่าไหร่นะฉันว่านายถอดมันออกเถอะ”

            จี้ทิงหันมามองเขา“แต่คุณขงบอกว่า...”

            “ไม่ต้องไปใส่ใจคำพูดเขาหรอก รสนิยมของขงอวี่ไม่ค่อยจะได้เรื่องเท่าไหร่”

            “อ๋อ”

            จี้ทิงยกมือจะถอดออกแต่ผ้าพันคอผืนนี้มีเข็มกลัดประดับล็อกไว้ด้านหลังเขาพยายามจะหมุนมันมาด้านหน้าเพื่อปลดออกแต่ก็ทำไม่ได้

            เมื่อเห็นจี้ทิงง่วนอยู่นานลู่เหยียนชูก็เอ่ยเสียงแผ่ว “ถ้าไม่รังเกียจให้ฉันช่วยถอดไหม?”

            จี้ทิงคิดครู่หนึ่งก่อนจะลดมือลงและพยักหน้าตกลง

            ลู่เหยียนชูปลดเข็มขัดนิรภัยแล้วโน้มตัวเข้าไปหาจี้ทิงเองก็ก้มหัวลงเล็กน้อยเพื่อให้เขาทำงานได้สะดวก

            ในจังหวะที่ทั้งสองคนขยับเข้าไปใกล้ชิดกันนั้นมีคนเดินถนนคนหนึ่งเดินผ่านรถไปพอดี และหลังจากเดินไปได้ไม่กี่เมตรเขาก็หันกลับมามองอย่างไม่ตั้งใจ

            ผ่านไปไม่นานคนคนนั้นก็วิ่งเหยาะๆ กลับมาที่รถของตน

            “เมื่อกี้เห็นไหม คุณชายรองกับลู่เหยียนชูจอดรถทำอะไรกันน่ะ?”

            บอดี้การ์ดเบาะข้างคนขับตาค้างนั่งหอบหายใจโดยไม่ยอมปริปากพูด

            บอดี้การ์ดอีกคนฟาดแขนเขาเข้าให้“มัวเหม่ออะไรอยู่วะ ฉันถามเนี่ย!”

            อีกฝ่ายค่อยๆหันกลับมามองตาค้าง พลางพึมพำน้ำเสียงตะกุกตะกัก “เมื่อกี้...เมื่อกี้ฉันเห็นลู่เหยียนชูกอดคุณชายรองอยู่ ท่าทางแบบ... แบบนั้นเลยล่ะดูสนิทสนมกันมากเลย”

            “หา?!”

            หลังจากถอดผ้าพันคอออกแล้วลู่เหยียนชูก็โยนมันไปที่เบาะหลังอย่างไม่ไยดี

            จี้ทิงยกมือขึ้นเกาข้างลำคอลู่เหยียนชูหันกลับมาเห็นท่าทางนั้นจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด“ขอโทษนะ คราวหน้าฉันจะระวังให้มากกว่านี้”

            คิ้วของจี้ทิงขยับเล็กน้อยขณะหันไปมองเขา“เรื่องแบบนี้ ยังจะมีคราวหน้าอีกเหรอครับ?”

            ลู่เหยียนชูชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหลุดหัวเราะออกมา “นายพูดถูกหวังว่าคงไม่มีคราวหน้าอีกแล้วล่ะ”

            ...

            ก่อนถึงเวลานัดสิบห้านาทีรถของลู่เหยียนชูก็มาจอดสนิทอยู่ที่หน้าคฤหาสน์ส่วนตัวบนถนนจื่อจิง

            ทั้งสองก้าวลงจากรถทว่าในจังหวะที่จี้ทิงกำลังจะก้าวเข้าไปข้างในลู่เหยียนชูก็เรียกเขาไว้ด้วยเสียงแผ่วเบา

            “จี้ทิง ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป เราคงต้องเริ่มกันแล้วนะ” ประโยคนี้เป็นการส่งสัญญาณว่า จี้ทิงต้องเริ่มสวมบทบาทเป็นคนของเขาแล้ว

            ลู่เหยียนชูยิ้มละมุนพลางยื่นมือออกมาหาทว่าจี้ทิงกลับไม่ได้วางมือลงไป แววตาฉายแววสงสัยเล็กน้อย

             [เมื่อกี้ตกลงกันว่า เป็นลูกพี่ลูกน้องไม่ใช่เหรอแล้วพี่น้องเขาต้องจับมือกันด้วยเหรอ?]

            ลู่เหยียนชูเห็นดังนั้นจึงค่อยๆหดมือกลับ “ถ้านายรับไม่ได้จะเปลี่ยนเป็นกอดคอก็ได้นะ”

            จี้ทิงนิ่งเงียบไปสองสามวินาที“จับมือเถอะครับ”

            การกอดคอทำให้ร่างกายชิดกันเกินไปจับมือยังพอจะมีระยะห่างได้บ้าง

            ลู่เหยียนชูพยายามสะกดกลั้นรอยยิ้มที่มุมปากนิ้วมือของเขาแตะลงบนหลังมือของจี้ทิงอย่างอ่อนโยน ก่อนจะค่อยๆกระชับมือเข้าด้วยกัน

            “เสี่ยวทิง เราเข้าไปข้างในกันเถอะ”

             

             

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นอัจฉริยะหน้าตาย ดันโป๊ะแตกกระจายเพราะเสียงในหัว ที่คุณอ่าน

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730