เรือนกาญจนา

    บทที่ 4 เด่นดัง (ตอนที่ 2)

    วันถัดมา อาภาได้เข้าฉากอีก แต่เธอก็ต้องแปลกใจว่าทำไมนักแสดงถึงไม่ใช่คนเดิม ทั้งที่ชื่อเ๱ื่๵๹ก็เป็๲ชื่อเดิม

    “ผู้กำกับคะ ทำไมถึงเปลี่ยนนักแสดงใหม่กันล่ะคะ” อาภาสงสัย

    “อ้าว ก็มันเป็๲ความปรารถนาของเธอไม่ใช่หรอ ที่เธอ๻้๵๹๠า๱กำจัดนักแสดงที่เก่งกว่าเธอออกไปไง และเมื่อวานก็มีแต่คนเล่นได้ดีกว่าเธอทั้งนั้น ทางเราเลยต้องเปลี่ยนนักแสดงเซ็ตใหม่หมดเลย เพื่อเธอเลยนะ อาภา” ผู้กำกับกล่าว

    อาภายิ่งสูญเสียความมั่นใจเข้าไปใหญ่ เพราะนั่นหมายความว่าเธอเล่นละครไม่ดีเอาเสียเลย แต่ก็เพื่อให้เธอได้รับพรนั้น อาภายังคงอดทนทำงานการแสดงในวันนี้ต่อไป

    “เอาล่ะวันนี้จะเป็๲ฉากเต้นรำระหว่างคุณกับพระเอกนะ ทุกคนพร้อมแล้วใช่มั้ย 5 4 3 2 1 แอ็คชัน” ผู้กำกับกล่าว

    อาภาเต้นรำไปได้สักหน่อย เธอก็โดนพระเอกเหยียบเท้า “โอ๊ย นี่คุณ คุณเหยียบเท้าฉันหลายทีแล้วนะคะ นี่คุณจงใจใช่มั้ย” อาภาเอาเ๹ื่๪๫

    “อ้าว คัท นี่อาภา คุณรู้มั้ย ภาพที่คุณกำลังเต้นรำเมื่อสักครู่นี้มันดูสวยมากเลยน่ะ คุณไม่น่าขัดขึ้นมาเลย เสียดายจริงๆ” ผู้กำกับกล่าว

    “ก็พระเอกคนนี้เขาตั้งใจเหยียบเท้าฉันนี่คะ” อาภาฟ้อง

    “ใครบอกครับ เธอเต้นไม่ถูกจังหวะเองต่างหาก” พระเอกกล่าว

    “ไม่เอา ไม่เอา เลิกทะเลาะกันได้แล้ว เอาใหม่นะ ฉากเต้นรำ 5 4 3 2 1 แอ็คชัน” ผู้กำกับกล่าว

    ทั้งสองเต้นไปได้เกือบจบเพลง แต่จังหวะสุดท้ายของเพลง จะต้องมีการเต้นหมุนตัว อาภาหมุนตัวอย่างสวยงามมาก แต่แล้วพระเอกดันไม่รับเธอ ทำให้อาภาล้มไปกองกับพื้นทันที

    “นี่คุณ คุณจงใจแกล้งฉันนี่” อาภาเอาเ๹ื่๪๫

    “ผมเปล่านะ โทษที ผมลืมน่ะ” พระเอกกล่าว

    อาภามองไปที่พระเอกเห็นเขายิ้มมุมปากอย่างสะใจ

    “เอาล่ะเลิกทะเลาะกันได้แล้ว มาถ่ายใหม่ก็แล้วกัน” ผู้กำกับกล่าว

    สุดท้ายอาภากับพระเอกคนนั้นก็เต้นจนจบเพลงเสียที แต่อาภายังคงติดใจไม่หาย พอเลิกกอง เธอก็ติดตามพระเอกเพื่อสอบถามทันที

    “ทำไมคุณต้องแกล้งฉันด้วยล่ะ” อาภากล่าว

    “ก็มันเป็๞เพราะคุณไง ที่ทำให้นักแสดงเมื่อวานนี้ถูกเปลี่ยนตัว ทั้งๆ ที่พวกเขาก็เล่นเก่ง เป็๞มืออาชีพ คุณมันเป็๞คนเห็นแก่ตัว ไม่เคยเห็นใจผู้อื่น ทำทุกอย่างเพียงเพื่อให้ตัวเองเด่นดัง โดยไม่ได้กลับมาดูความสามารถของตัวเองเลยว่าเล่นถึงหรือเปล่า” พระเอกว่า

    “นี่คุณ คุณกล้าว่าฉันหรอ” อาภากล่าว

    “คุณอาภาครับ คุณไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้เพียงคนเดียวนะครับ คุณต้องอยู่ร่วมกับผู้อื่น คุณเล่นไปกำจัดคนทุกคนที่ขวางทางคุณแบบนี้ แล้วชีวิตคุณจะเหลือใครบ้าง นอกจากไม่พัฒนาตัวเองแล้ว ยังมีชีวิตที่โดดเดี่ยวเดียวดาย จนเหลือคุณคนเดียวบนโลกใบนี้” พระเอกว่า

    อาภากำลังจะต่อล้อต่อเถียงด้วย เขาก็เล่นเดินหนีไปเสียดื้อๆ

    *****************************************

    เหตุการณ์เกิดขึ้นซ้ำไปซ้ำมาตลอดแปดวันที่อาภาต้องอดทนแสดงละครอยู่ที่นี่ก็คือ

    และในวันที่ 9 ได้มีการนำละครเ๹ื่๪๫นี้มาลองออกอากาศ อาภาก็พบว่าเร็ตติ้งแย่มาก คนไม่ค่อยดูละครที่เธอเล่นเลยสักนิด

    จากเหตุการณ์ทั้งหมดทำให้อาภาคิดได้แล้วว่า ตัวเองไม่ควรจะกำจัดใครเพียงเพื่อให้ตัวเองได้รับงานนั้นๆ และแทนที่ตัวเธอจะกำจัดคนอื่น เธอควรจะพัฒนาตัวเองเสียมากกว่า เพื่อให้ละครที่ฉายออกมามีคุณภาพและมีผู้ชมคอยติดตามมากมาย

    อาภาเลยรีบติดต่ออุไรทันที

    อุไรยอมปรากฏตัว และถามว่า “ท่านมีอะไรให้เรารับใช้อย่างนั้นหรือ” อุไรกล่าว

    “ฉันไม่ขอพรนั้นแล้ว ฉันจะกลับบ้าน” อาภากล่าว

    “อีกแค่สองวันเองนะ ท่านก็จะสมความปรารถนาแล้วไง” อุไรกล่าว

    “ช่างเถอะ งานการแสดงอาจจะไม่เหมาะกับฉันก็ได้ หากไม่มีงานจริงๆ ฉันค่อยหางานอย่างอื่นทำ” อาภาปล่อยวาง

    “เอาเถอะ ในเมื่อคุณตัดสินใจแล้ว ฉันก็จะไม่รั้งคุณไว้อีก แต่ฉันอยากจะให้คุณดูฉากหนังสองฉากเสียก่อน เชิญคุณไปนั่งประจำที่” อุไรผายมือให้เธอไปนั่ง

    และแล้วบรรยากาศภายในบ้านก็กลายเป็๞โรงหนังโรงใหญ่ พร้อมกับมีเก้าอี้หนึ่งตัว ตั้งอยู่กลางห้อง อาภาเลยไปนั่งประจำที่เพื่อรอดูหนังก่อนที่เธอจะกลับออกไปจากเรือนหลังนี้

    ฉากแรก

    “แม่ครับ ทำไมแม่จะต้องคอยติดตามเป็๞แฟนคลับให้อาภาทุกวันอย่างนี้ด้วย ผมไม่เข้าใจแม่เลยจริงๆ” มานพกล่าว

    “แม่ชอบคุณอาภามาตั้งนานแล้ว แม่อยากเป็๲กำลังใจให้เธอ พอเธอเห็นแฟนคลับอย่างแม่ เธอจะได้มีกำลังใจเล่นละครให้แม่ดูต่อไปไง” มารศรีกล่าว

    “เอาเถอะครับ ในเมื่อมันเป็๞ความสุขของแม่ ผมก็จะไม่ขัดก็แล้วกัน” มานพกล่าว

    “แม่อยู่บ้านเฉยๆ มันก็เหงาน่ะลูก ขอให้แม่ได้มีโอกาสเป็๲กำลังใจให้เธอบ้างก็แล้วกัน” มารศรีกล่าว

    อาภาได้เห็นฉากนี้ก็น้ำตาไหลพราก ถึงแม้ว่าแฟนคลับของเธอจะมีไม่ถึงสิบคน สู้ดาราท่านอื่นก็ไม่ได้ แต่อาภาก็รู้สึกซึ้งใจที่เห็นคุณป้ามารศรีมาคอยชูป้ายไฟให้เธอทุกครั้ง เวลาที่อาภาได้ไปออกรายการเกมโชว์ต่างๆ อาภารู้สึกผิดที่ไม่เห็นความสำคัญของแฟนคลับของตัวเอง เธอไม่ควรดูถูกแฟนคลับจำนวนน้อยนิดของเธอ แต่ควรจะเห็นคุณค่าของพวกเขาถึงจะถูก

    และแล้วฉากที่สองก็ตัดไปที่

    “พี่อาภาคะ น้องไม่ไหวแล้ว น้องคงไม่มีโอกาสได้เป็๞ดาราตามที่ฝันได้อีกแล้ว” อินภัตรสั่งเสีย

    “สู้ไว้นะ อินภัตร น้องต้องสู้ ยังไงน้องต้องรอด พี่เชื่ออย่างนั้น” อาภากล่าวทั้งน้ำตา

    “พี่อาภาช่วยเป็๞ดาราแทนน้องจะได้มั้ยคะ สานฝันให้เป็๞จริงแทนน้องด้วย ลาก่อนพี่…….” อินภัตรสั่งเสีย

    “อินภัตรอยู่กับพี่ก่อน อย่าจากพี่ไปไหนเลยนะ พี่ขอร้อง ฮือฮือ” อาภาโศกเศร้ากับการสูญเสียน้อง

    อาภาลืมไปเลยว่าเธอมาเป็๞ดาราเพื่อสานฝันของน้องสาว โดยแท้จริงแล้วเธอไม่ได้อยากเป็๞ดาราเลยจริงๆ มันไม่ได้เป็๞อาชีพที่เธอรักนักหนา แต่อาภาก็อดทนอยู่ในวงการจนเธออายุได้ 30 ปี

    เมื่อฉากหนังจบ อาภาก็เดินตามอุไรออกจากเรือนกาญจนาทันที

    “คุณไม่เปลี่ยนใจแน่นะ” อุไรถามย้ำ

    “ฉันขอยอมรับในชะตากรรมของตัวเอง คงไม่ขอพรนั่นอีกแล้วล่ะ” อาภากล่าว

    “แต่คุณสามารถขอพรอื่นก็ได้ โดยที่พรนั้นไม่จำเป็๞ต้องกำจัดใครก็ได้นี่” อุไรแนะนำ

    “ฉันเหนื่อยแล้วล่ะ ขอฉันต่อสู้ในชีวิตจริงจะดีกว่า ขอบคุณมากสำหรับบทเรียนที่ที่นี่มอบให้” อาภากล่าว

    “ลาก่อนค่ะคุณอาภา” อุไรหายวับไปกับตาพร้อมกับเรือนกาญจนา