บทที่ 20
สร้างจิตต่อสู้
คัมภีร์ที่ได้รับมาไม่มีความแปลกประหลาดอยู่บ้างวิชาเทคนิคนี้ดูเหมือนว่าถูกสร้างขึ้นมาเพื่อขัดเกลามันเป็เหมือนกับการสร้างโลกเจตนาการขึ้นมาโดยใช้พลัง
แต่ว่าการสร้างมันขึ้นมาไม่ได้ง่ายดายเลยสิ่งที่เป็เคล็ดลับก็คือจำเป็จะต้องมีจินตนาการที่สูงส่งไม่เพียงเท่านั้นยังมีพลังระดับสูงที่ต้องแปรเปลี่ยนความคิดของตนเองขึ้นมากลายเป็โลก
จางอี้ลองอ่านตำรานี้มาจนเกือบจะหมดใช้เวลาศึกษาทั้งวันเมื่อตกดึกจึงได้มีโอกาสทดลองดู
ชายชราหลังค่อมนั่งมองอยู่ด้านหน้าจางอี้เข้าสู่ห้วงสมาธิในขณะนั้นก็เริ่มใช้พลังของตนเองสร้างห้วงจินตนาการขึ้นมา
ตนเองไม่เคยใช้แบบนี้มาก่อนเดิมทีแล้ววิถีของการบ่มเพาะก็เป็เพียงแค่การโคจรพลังของตนเองไปมาขัดเกลาให้มันแหลมคมขึ้นเหมือนกับการลับคมกระบี่
แต่ว่าสิ่งนี้มันแตกต่างกันออกไปการโคจรพลังภายในร่างกายมันจำเป็จะต้องทำให้พลังเ่าั้สร้างกลายเป็ห้วงจินตนาการขึ้นมา
การสร้างโลกอีกใบขึ้นมาภายในห้วงจิตไม่ใช่เื่ที่ง่ายดายเลยจำเป็จะต้องมีการควบคุมระดับสูงไม่เพียงเท่านั้นยังจำเป็จะต้องมีความละเอียดละออในการสร้างโลกพวกนั้นขึ้นมา
จางอี้พยายามอยู่นานสองนานแต่ว่าตนเองก็ต้องพบกับความล้มเหลวหลุดออกมาจากภายในห้วงดวงจิตที่แตกสลายพร้อมแสดงท่าทางเหนื่อยล้า
“ ของเช่นนี้สามารถใช้งานได้จริงๆอย่างนั้นหรือผู้าุโ” จางอี้หลังจากที่พยายามมานานก็ไม่เห็นผลจึงตัดสินใจถามกับชายชราหลังค่อมที่นั่งมองการฝึกของเขาอยู่นานสองนาน
ในตอนนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าภายในใจของเด็กหนุ่มกำลังมีความคิดว่าบางทีการฝึกนี้มันอาจจะไม่สามารถใช้ได้จริงๆก็ได้
ชายชราหลังค่อมแสยะยิ้มที่มุมปาก “การสร้างห้วงดวงจิตไม่ใช่ง่ายๆ ”
“ ถ้าเ้าสามารถสร้างมันขึ้นมาได้ในระยะเวลาอันสั้นเ้าเองก็คงจะเป็อัจฉริยะในยอดอัจฉริยะกล่าวได้ว่าคนที่เป็ยอดอัจฉริยะยังจำเป็จะต้องใช้เวลาสร้างมันนับเดือน ”
“ เ้าคงไม่สามารถทำสำเร็จได้ในเวลาอันสั้นเพียงแค่นี้หรอก”
“ แต่ว่าถ้าเกิดว่าสามารถทำมันสำเร็จเทคนิคนี้จะเป็เทคนิคที่มีประโยชน์เป็อย่างมากโดยความสามารถของมันมันก็คือการสร้างห้วงจินตนาการขึ้นมา ”
“ ภายในสถานที่แห่งนั้นเ้าสามารถสร้างผู้ต่อสู้ของตนเองขึ้นมาได้แถมให้เวลาภายในนั้นก็เดินช้ากว่าด้านนอก”
“ เ้าจะสามารถขัดเกลาการต่อสู้ของตนเองจากภายในนั้นได้มันเป็พลังของจินตนาการแน่นอนเ้าจำเป็จะต้องเคยพบเจอสัตว์อสูรพวกนั้นมาแล้วใน่หลายวันที่ผ่านมาก็พบเจอสัตว์อสูรภายในถ้ำไม่น้อย ”
“ ถ้าเกิดว่าเ้าสามารถสร้างห้วงดวงจิตขึ้นมาได้เ้าก็สามารถสร้างสรรค์คู่ต่อสู้ขึ้นมาภายในจินตนาการของตนเองได้แล้วมันเองก็จะกลายเป็คู่ต่อสู้ของเ้า ”
“ เ้าสามารถขัดเกลาการต่อสู้กับพวกมันได้และยิ่งทำให้ประสาทััการต่อสู้แหลมคมมากขึ้น”
“ แต่เทคนิคนี้มันเองก็เป็เพียงแค่การสร้างโลกจินตนาการเท่านั้นแม้ว่ามีประโยชน์แต่ก็ไม่สามารถขาดการต่อสู้ในโลกแห่งความจริงได้ ”ชายชราหลังค่อมอธิบายออกมา
ได้ยินอีกฝ่ายนั้นอธิบายออกมาอย่างละเอียดถี่ถ้วนราวกับว่ารู้วิชานี้อย่างดีจึงได้ถามขึ้น “ ท่านเองก็เรียนวิชานี้อย่างนั้นหรือขอรับ? ”
ชายชราหลังค่อมสายหัวไปมา “ตำราเล่มนั้นอยู่กับคนผู้นั้นตลอดเวลาใน่เวลาหลายร้อยปีที่ผ่านมาคงไม่มีใครเคยอ่าน”
“ เ้านั่นปกติแล้วจะรักถนอมตำราเล่มนี้เป็อย่างมากแต่ว่ากลับมอบให้เ้าแสดงว่าเห็นความสามารถในตัวของเ้าไม่น้อย”
“ เอาเถอะเ้ารับมันไปถ้าเกิดว่าเ้าสามารถศึกษาวิชาภายในตำราเล่มนี้ได้และเ้าสามารถสำเร็จห้วงดวงจิตได้”
“ มันก็จะทำให้เ้านั้นมีเทคนิคหนึ่งที่สามารถใช้งานได้กับการต่อสู้เลยทีเดียวมันสามารถขัดเกลาได้อย่างไม่มีเส้นสิ้นสุด สัญชาตญาณการต่อสู้ของเ้าจะดีมากขึ้น ”
หลังจากที่ได้ยินคำชี้แนะเช่นนั้นจางอี้ไม่สามารถทำอะไรได้แน่นอนว่าตัวเองต้องทำการศึกษาคัมภีร์นี้ต่อ
จางอี้ไม่คิดว่าผู้าุโผู้นี้จะโกหกตนเองถ้าบอกว่าวิชานี้ย่อมมีประโยชน์ก็แสดงว่ามันต้องมีประโยชน์จริงๆ
หลังจากนั้นจางอี้ก็ทำความเข้าใจกับมันใช้เวลาอยู่หลายต่อหลายวันในการทำความเข้าใจคัมภีร์เล่มนี้
แน่นอนว่าการตระหนักรู้ถึงเทคนิคหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างยอดเยี่ยมมันไม่ใช่เื่ที่ง่ายดายเลยทีเดียว
ตามที่ชายชราหลังป้อมกลางบอกว่าเทคนิคนี้ถูกสร้างขึ้นมาแล้วก็อยู่กับนักพรตชุดขาวผู้นั้นเป็เวลาหลายปี
แถมยังบอกว่าเป็ตำราที่หวงแหนมากย่อมแสดงว่ามันนั้นเป็สิ่งที่สำคัญในตอนนี้สิ่งเช่นนั้นไม่สามารถศึกษาได้อย่างง่ายดายมันเองก็ไม่แปลกอันใด
เทคนิคระดับสูงแบบนี้จำเป็จะต้องใช้เวลาในการศึกษาและแล้วเวลานั้นก็ผ่านไปจางอี้ใช้ชีวิตเช่นเดิมวนเวียนโชคดีที่ตนเองนั้นเป็ศิษย์ที่อยู่ล่างเขาเพราะแบบนั้นแทบจะไม่ต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับงานภายในสำนัก
ในขณะที่ศิษย์ทุกคนกำลังฝึกฝนอย่างหนักตนเองก็ฝึกฝนอย่างหนักในเส้นทางทางของตนเองเช่นเดียวกัน
ผ่านมาอีกนับสิบวันเข้าสู่่กลางเดือนหก
อากาศเริ่มเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยตอนนี้ด้านนอกไม่ร้อนไม่หนาวยามบ่ายแก่ๆของวันชายชราหลังค่อมเดินเข้ามาภายในกระท่อมเล็กๆของตนเอง
เมื่อเดินเข้ามาผลักประตูเปิดพบเห็นจางอี้กำลังนั่งอยู่บนที่นอนของตนกำลังเข้าสู่ห้องสมาธิ
เขาว่าหลังจากที่เดินเข้ามาเท้าทั้งสองข้างก็ต้องหยุดลงชายชราหลังค่อมปรายตาไปมองดวงตาเบิกกว้างขึ้นอย่างตกตะลึง
ความรู้สึกรอบกายของทางอี้แตกต่างออกไปในตอนนี้ความรู้สึกพวกนั้นเริ่มแปรเปลี่ยนแถมยังสามารถััได้ถึงพลังจิตเบาบางที่ปลดปล่อยออกมาจากร่างกาย
เห็นเช่นนั้นชายชราหลังค่อมจึงกล่าวในใจ ‘อย่าบอกนะว่าสร้างได้แล้ว ’
‘ นี่ผ่านมาแค่ 10 วันเองนะตัวของข้าเห็นห้วงดวงจิตแล้วเ้าเด็กนี่มันจะทำให้ข้าประหลาดใจไปถึงไหน’ ชายชราได้แต่กล่าวกับตนเองในใจอย่างตกตะลึง
แน่นอนว่าความสามารถเช่นนี้ไม่ใช่ว่าผู้ใดก็สามารถทำได้เพียงแค่เห็นก็รู้ได้ในทันทีความรวดเร็วในการฝึกฝนแถมยังมีความยอดเยี่ยมในการเรียนรู้เกรงว่าคงจะเป็ผู้คนที่โดดเด่นที่สุดเท่าที่มันเคยเห็นมาตลอดชีวิต
แน่นอนว่าเป็อย่างที่ชายชราผู้นั้นคิดในตอนนี้จางอี้สามารถสร้างห้วงจิตของตนเองขึ้นมาได้แล้ว
พลังที่ล้นออกมาก่อนที่จะสร้างการเป็โรคจินตนาการภายในห้วงดวงจิตของตนเองดวงจิตของจางอี้จมดิ่งลึกลงไปภายในโลกที่ตนเองสร้างขึ้น
ตนเองยืนอยู่ท่ามกลางมหาสมุทรขนาดใหญ่ที่รอบๆนั้นเต็มไปด้วยความว่างเปล่าดวงตานั้นเบิกขว้างอย่างตกตะลึงตนเองมาอยู่ที่สถานที่แห่งนี้ได้อย่างไร
‘ นี่คือห้วงดวงจิตอย่างนั้นหรอ ’
จางอี้ยังตกตะลึงไม่คิดว่าตนเองจะสามารถทำสำเร็จแล้วในตอนนี้หลุดเข้ามาในห้วงดวงจิตที่ตนเองสร้างขึ้นได้เรียบร้อยแล้วในขณะที่ตนเองกำลังยืนสับสนอยู่สักพักทำความเข้าใจกับพวกดวงจิตแห่งนี้จางอี้มองตรงไปด้านหน้าจินตนาการถึงคู่ต่อสู้ขึ้นมา
ทันใดนั้นร่างของตนเองอีกร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นด้านหน้าพร้อมกับพุ่งเข้ามาโจมตีอย่างรวดจางอี้ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะดึงสติแล้วก็ใช้กระบี่ฟาดฟันกลับไปปรากฏว่าดวงจิตของเขาฟาดฟันกันเองในห้วงดวงจิตแห่งนี้
ที่แท้แล้วเทคนิคห้วงดวงจิตนี้เป็การยืมกำลังของตนเองขัดเกลาตนเองไปเรื่อยๆเพื่อทะลวงขีดจำกัดนี่เอง
จบบท