บทที่ 24 บอกความจริงแก่ฮูหยินจวง
หลังจากซูมู่มู่ตื่นขึ้นมา หัวยังคงปวดอยู่ นางมองดูศิษย์พี่ใหญ่ที่กำลังหลั่งน้ำตาด้วยความรู้สึกอัดอั้น "ศิษย์พี่ใหญ่ ข้าไม่ใช่ลูกไม่มีพ่อ!"
"มู่มู่ของพวกเราย่อมไม่ใช่แน่นอน ตอนนี้สถานการณ์อาจจะซับซ้อนเล็กน้อย เ้ายังต้องอาศัยอยู่ที่ตระกูลจวงต่อไป ข้าได้รับจดหมายจากท่านอาจารย์ ท่านบอกว่าเ้าต้องตามหาพ่อไปทีละคนตามที่ระบุไว้ในซองจดหมาย ต้องสร้างสายสัมพันธ์พ่อลูกให้เกิดขึ้นก่อนจึงจะเปลี่ยนเป็คนถัดไปได้" ชิงอีลูบหน้าผากของศิษย์น้องเล็ก
เขาถ่ายทอดพลังิญญาส่งผ่านไป โดยหวังว่าอาการปวดหัวของศิษย์น้องเล็กจะบรรเทาลงบ้าง
"ข้าไม่อยากได้พ่อแล้ว ข้าอยากกลับสำนัก" ซูมู่มู่รู้สึกน้อยใจจริง ๆ หลังจากลงเขามาเห็นคนอื่นมีทั้งพ่อและแม่ในใจนางก็ยิ่งรู้สึกทรมาน
"สำนักถูกฟ้าผ่าจนพังไปแล้ว ท่านอาจารย์ยังลงเขามาเลย เ้าจะกลับไปทำไมกัน มีศิษย์พี่ใหญ่คอยหนุนหลัง ในเมืองหลวงไม่มีใครกล้ารังแกเ้าหรอก" ชิงอีเห็นว่าสีหน้าของศิษย์น้องเล็กกลับมาเป็ปกติแล้วจึงถอนพลังิญญากลับคืน
ใบหน้าของเขามีความซีดเซียวอยู่บ้าง แต่เขากลับไม่ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย
"ถ้าข้ากลับไป ท่านอาจารย์ ศิษย์พี่หก ศิษย์พี่เจ็ด และศิษย์พี่แปดก็จะกลับไปด้วย ถึงแม้พวกเขาจะมีดวงขาดแคลนเงินทองแต่ข้าหาเงินได้ ข้าไม่กลัว!"
"ในใจของพวกเขา ข้าเป็คนที่สำคัญที่สุดและดีที่สุด ไม่เหมือนที่นี่ทุกคนต่างเกลียดข้า" ซูมู่มู่มีสีหน้าผิดหวังอย่างมาก
นางไม่ได้เข้มแข็งไร้เทียมทาน ในทางตรงกันข้ามนางกลับโหยหาความรักจากพ่อและแม่เหมือนที่คนปกติทั่วไปได้รับ
"พวกเขาแค่ยังไม่รู้ว่าเ้าดีอย่างไร อีกไม่นานพวกเขาจะเข้าใจและต้องชอบเ้าแน่นอน" ชิงอีได้แต่ปลอบโยนศิษย์น้องเล็ก
"อื้อ! ให้ศิษย์พี่เจ็ดกับศิษย์พี่แปดมาอยู่เป็เพื่อนข้าด้วย แบบนี้ข้าจะได้ไม่ใช่หนึ่งต่อห้า แต่เป็สามต่อห้า" ซูมู่มู่้าความมั่นใจเช่นนั้น
"ได้" ชิงอีเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบตกลง
"ถ้าอย่างนั้นท่านไปเรียกพวกเขาเข้ามา ให้มันเป็ไปตามที่ควรจะเป็เถอะเ้าค่ะ" ซูมู่มู่เริ่มมีทัศนคติแบบปล่อยวาง
ในเมื่อเปลี่ยนแปลงไม่ได้ก็ขอเดินตามแผนการที่แม่แท้ ๆ จัดเตรียมไว้ให้แล้วกัน
"ตกลง" ชิงอีเปิดประตูออก "ให้พวกเขาเข้ามาได้"
เมิ่งเฮ่อเฝ้าอยู่หน้าประตูตลอดเวลา เมื่อได้ยินดังนั้นจึงรีบไปแจ้งคนอื่น จากนั้นจึงถามอย่างระมัดระวังว่า "ข้าเข้าไปได้หรือไม่?"
ชิงอีพยักหน้า ทั้งสามคนจึงเดินเข้าห้องมาพร้อมกัน
เมื่อเห็นาแบนใบหน้าของแม่ทัพใหญ่จวง ซูมู่มู่ก็หลุดหัวเราะออกมาทันที "ดูท่าว่า วรยุทธ์ของท่านแม่ทัพใหญ่จะสู้ฮูหยินไม่ได้นะเนี่ย"
"นั่นเป็เื่ที่แน่นอนอยู่แล้ว พ่อของข้ามีวิชาลับบางอย่างที่ไม่ได้ถ่ายทอดให้เขา แต่ถ่ายทอดให้ข้าเพียงคนเดียว เพราะกลัวว่าวันหนึ่งเขาจะมารังแกข้า เอ่อ แต่เ้าไม่ต้องกลัวนะ ข้าไม่ตีเ้าหรอก" ฮูหยินจวงกล่าวอย่างภาคภูมิใจ
เมื่อต้องเผชิญกับท่าทางน่ารักของเด็กหญิง นางจึงลดน้ำเสียงลงโดยสัญชาตญาณ
หากนี่เป็ลูกสาวแท้ ๆ ของนางคงจะดีไม่น้อย น่าเสียดายที่์ไม่มีตาส่งลูกชายตัวแสบมาให้ถึงห้าคนในคราวเดียว
"เ้าค่ะ ข้าเชื่อว่าฮูหยินจะไม่ตีข้า เพราะข้าน่ารักขนาดนี้" ซูมู่มู่เริ่มรู้สึกผ่อนคลายขึ้น
"ใช่ เ้าช่างน่ารักจริง ๆ" ฮูหยินจวงคิดว่าขอเพียงนางไม่นึกถึงเื่ชาติกำเนิดของเด็กคนนี้ นางก็จะไม่รู้สึกเศร้า
ซูมู่มู่มองไปที่พวกเขา "ศิษย์พี่ใหญ่ ท่านพ่อคนที่หนึ่ง ท่านแม่ทัพใหญ่ พวกท่านออกไปให้หมดเถอะ ข้าอยากคุยกับฮูหยินเป็การส่วนตัว"
"ฮูหยิน เด็กยังเล็ก เ้า..." แม่ทัพใหญ่จวงกำชับด้วยความไม่สบายใจ
"เ้าหุบปากไปเลย ข้ายังไม่ได้ยกโทษให้เ้า อย่าให้ข้าต้องลงมือตบตี รีบไสหัวออกไป!" ฮูหยินจวงเปลี่ยนสีหน้าทันทีเมื่อเผชิญหน้ากับแม่ทัพใหญ่จวง
หากไม่ใช่เพราะกลัวจะทำให้เด็กหญิงใ นางคงถีบเขาจนกระเด็นไปแล้ว
"มู่มู่ ข้าอยู่ข้างนอกนะ หาก้าอะไรก็เรียกข้าได้เลย" แม่ทัพใหญ่จวงสั่งความขณะเดินออกไป
เมิ่งเฮ่อเองก็ไม่ยอมแพ้ "มู่มู่ จำไว้นะว่าข้าคือพ่อคนที่หนึ่ง ตราบใดที่เ้า้า ข้าจะปรากฏตัวข้างกายเ้าเป็คนแรกแน่นอน"
"อย่างเ้าน่ะหรือ? เ้ากำลังจะออกจากเมืองหลวงในเร็ววันนี้แท้ ๆ ยังจะมาวาดฝันให้เด็กอีก เ้าคิดว่าเหมาะสมแล้วหรือ?" แม่ทัพใหญ่จวงอดไม่ได้ที่จะเยาะเย้ย
"ถึงอย่างนั้น ข้าเองก็ยังดีกว่าท่านแม่ทัพใหญ่ มู่มู่ก้าวเท้าเข้าบ้านมาก็ถูกครอบครัวพวกท่านรังแก หากมู่มู่ของพวกเราไม่เก่งกาจ ไม่ใช่ว่าคงถูกตีไปรอบหนึ่งแล้วหรือ" เมิ่งเฮ่อตอกกลับทันควัน
"แล้วแม่แก่ที่บ้านเ้านั่นมันยังไงกัน คิดว่าพวกเราไม่รู้หรือ?"
"แต่ข้าก็ยืนอยู่ข้างมู่มู่ ไม่เหมือนท่าน..."
"เ้ามันไม่ได้เื่!"
"เ้าต่างหากที่ไม่ได้เื่ ข้ามีลูกชายตั้งห้าคน เ้ายังบอกว่าข้าไม่ได้เื่อีก"
เสียงทะเลาะวิวาทด้านนอก ทำให้ฮูหยินจวงที่อยู่ในห้องรู้สึกกระดากอายเล็กน้อย
"มู่มู่ ข้าไม่ได้ตั้งใจจะพุ่งเป้าไปที่เ้าและไม่ได้ตั้งใจจะรังแกเ้า..." ฮูหยินจวงมองดูเด็กตัวน้อยในชุดนักพรต หากเป็ลูกของจวงเหรินจริง ๆ เขาก็ช่างทำผิดต่อเด็กคนนี้เหลือเกิน
"ข้าทราบแล้ว!" ซูมู่มู่กล่าวอย่างหนักแน่นด้วยความเชื่อมั่น
"ลูกรัก แม่แท้ ๆ ของเ้าอยู่ที่ไหน เป็ตาเฒ่าจวงที่ทำผิดต่อนางใช่หรือไม่ ข้าจะทวงความยุติธรรมให้พวกเ้าแม่ลูกเอง" ฮูหยินจวงกุมมือของเด็กหญิงไว้
วินาทีที่กุมมือนั้นรู้สึกสบายใจอย่างยิ่ง แตกต่างจากมือของพวกลูกชายตัวแสบโดยสิ้นเชิง มือของเด็กหญิงนุ่มนิ่มราวกับไม่มีกระดูกเหมือนกำลังกุมหมั่นโถวสีขาวลูกใหญ่
"ข้าไม่รู้เ้าค่ะ ข้าเองก็ไม่เคยเห็นนาง" ซูมู่มู่สังเกตสีหน้าของฮูหยินจวง
"เด็กที่น่าสงสาร ข้าขอโทษเ้าด้วย ข้าไม่รู้จริง ๆ ว่าเ้าต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้" ฮูหยินจวงเริ่มกล่าวขอโทษทันที
ซูมู่มู่ส่ายหัวไปมา "ฮูหยิน ท่านอย่าโกรธท่านแม่ทัพใหญ่เลย เขาไม่ใช่พ่อแท้ ๆ ของข้า ท่านก็ได้ยินที่ท่านพ่อเมิ่งพูดแล้ว ท่านแม่เตรียมพ่อไว้ให้ข้ามากมาย ข้าต้องตามหาทีละคนเพื่อดูว่าใครคือพ่อแท้ ๆ"
นางเลือกที่จะปล่อยวางและพูดความจริงออกมา เพื่อดูว่ากงล้อแห่งโชคชะตาจะหมุนไปในทิศทางใด
"อา... แม่ของเ้านี่ช่างใจเด็ดนัก! ข้าอยากรู้จักนางจริง ๆ ข้าต้องดื่มสุรากับนางให้สำราญใจสักสามร้อยจอก" เมื่อฮูหยินจวงได้ยินว่าไม่ใช่ลูกสาวแท้ ๆ ของสามี ท่าทีของนางก็เปลี่ยนไปทันที
สตรีที่อัศจรรย์เช่นนี้ เหตุใดนางถึงไม่รู้จักกันนะ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
"รูปวาดของท่านแม่ ข้าลอกมาจากท่านพ่อเมิ่ง ฮูหยินรู้จักหรือไม่เ้าคะ?" ซูมู่มู่แปลกใจกับท่าทีของฮูหยินจวงจึงส่งรูปวาดขนาดเล็กของมารดาให้ด้วยความระมัดระวัง
ฮูหยินจวงรีบเช็ดมือกับเสื้อผ้าก่อนจะรับรูปนั้นมาด้วยสองมือ "มู่มู่ ข้าไม่รู้จักแม่ของเ้า แต่นางงดงามจริง ๆ มิน่าเล่าเ้าถึงได้งดงามเช่นนี้ ข้าว่าแล้วเชียวด้วยใบหน้าที่เหมือน 'โดนตดะเิ' ใส่ของตาเฒ่าจวงจะมีลูกที่น่ารักอย่างเ้าได้อย่างไร"
เมื่อได้ยินคำว่าใบหน้าเหมือนโดนตดะเิใส่ ซูมู่มู่ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาอีกครั้ง "ความจริงท่านแม่ทัพใหญ่ก็พอใช้ได้เ้าค่ะ เพียงแต่ดูหยาบกระด้างไปนิดหน่อย"
"มู่มู่ เ้าไม่ต้องไว้หน้าเขาหรอก นั่นเรียกว่าหยาบกระด้างนิดหน่อยหรือ นั่นมันคนป่าชัด ๆ เหมือนโดนตดะเิใส่ไม่มีผิด" ฮูหยินจวงมองรูปวาดนั้นสามสี่รอบก่อนจะคืนให้เด็กหญิง
สตรีเช่นนี้นางกลับไม่รู้จัก ช่างน่าเสียดาย น่าเสียดายจริง ๆ
"ดังนั้น ฮูหยินอย่าตำหนิท่านแม่ทัพใหญ่เลยเ้าค่ะ ท่านพ่อคนที่หนึ่งของข้าก็บอกว่าท่านแม่จะไม่แทรกกลางระหว่างสามีภรรยาที่มีคู่ครองแล้ว"
ซูมู่มู่ไม่อาจยอมให้พวกเขาดูิ่มารดาได้อีก
"เื่นั้น ขอโทษด้วย ข้าขอโทษสำหรับท่าทีเมื่อครู่นี้ ข้าเชื่อคำพูดของเ้า ด้วยรูปลักษณ์ที่สูงส่งของแม่เ้า พ่อแท้ ๆ ของเ้าต้องเป็ผู้ที่สูงส่งจนเอื้อมไม่ถึงแน่นอน"
"ถ้าเป็สภาพซอมซ่ออย่างจวงเหริน หากไม่มีข้า เขาคงต้องครองตัวเป็โสดไปตลอดชีวิต เด็กดี เ้าบอกเื่เหล่านี้กับข้า ขอบใจเ้ามากจริง ๆ" ฮูหยินจวงกลับมามีท่าทางสบาย ๆ อีกครั้ง
"แต่ว่า ข้าอาจจะต้องยอมรับท่านพ่อคนที่สอง ซึ่งก็คือท่านแม่ทัพใหญ่ หวังว่าท่านจะไม่ถือสา..." ซูมู่มู่เห็นนางเป็เช่นนี้ อารมณ์ของนางก็ดีขึ้นตามไปด้วย