วาฟเฟิลสะดุ้งสุดตัว ััที่เปียกชื้นและร้อนผ่าวนั้นมันช่าง...
ยอดเยี่ยม
เบ็ตตี้ค่อยๆ ใช้ลิ้นตวัดเลียไปรอบๆ ส่วนหัวบานรสหวานสับปะรดอย่างเชื่องช้าและตั้งใจ
ราวกับจิตรกรที่กำลังบรรจงลงสีบนผืนผ้าใบชิ้นเอก
ชิมรสชาติของมันอย่างละเอียดลออ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับวาฟเฟิลที่กำลังมองเธออยู่ด้วยแววตาที่พร่ามัว
"รสชาติดีกว่าที่คิดไว้อีกค่ะ" เธอยิ้มอย่างพึงพอใจ
"เบ็ตตี้...พอ...พอได้แล้ว...ฉันจะ..." วาฟเฟิลพยายามจะห้าม
เพราะเธอรู้สึกว่าตัวเองใกล้จะทนไม่ไหว
"ยังค่ะ" เบ็ตตี้ปฏิเสธเสียงแข็ง "การประเมินยังไม่จบ"
พูดจบเธอก็อ้าปากออก แล้วแก่นกายร้อนผ่าวของวาฟเฟิลเข้าไปจนสุดความยาวในครั้งเดียว!
"อึก!" วาฟเฟิลจุกจนพูดไม่ออก!
ความรู้สึกที่ถูกโอบล้อมด้วยโพรงปากที่อุ่นและนุ่มนิ่ม มันคือความสุขสมที่เธอไม่เคยจินตนาการมาก่อน
เบ็ตตี้เริ่มขยับศีรษะเข้าออกเป็จังหวะ ทั้งดูด ทั้งดึง ใช้ทั้งลิ้นและเพดานปากสร้างความเสียวซ่านให้กับวาฟเฟิลอย่างไม่หยุดหย่อน
มืออีกข้างของเธอก็ไม่ได้ว่างงาน มันช่วยนวดคลึงส่วนโคนและลูกกลมๆ ทั้งสองข้างอย่างรู้งาน ทำให้วาฟเฟิลแทบจะคลั่งตาย
"เบ็ตตี้...อ๊า...นี่เธอ... ไปเรียนรู้เื่พวกนี้มาจากไหนเนี่ย...อื้อ..." วาฟเฟิลครางออกมาอย่างไม่อาย
เธอขยำกลุ่มผมนุ่มของเบ็ตตี้ไว้แน่นเพื่อใช้เป็ที่ระบายอารมณ์
แมวยั่วสวาทเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเธออีกครั้ง ดวงตาของทั้งคู่ประสานกัน แรงดึงดูดมหาศาลเกิดขึ้นระหว่างเ้านายและเด็กฝึกงาน
ในขณะที่ปากของเบ็ตตี้ยังคงทำงานอย่างหนักหน่วง
"เรียกชื่อฉันสิคะพี่วาฟเฟิล" เบ็ตตี้พูดทั้งๆ ที่ปากยังไม่ว่าง "เรียกชื่อเบ็ตตี้ ตอนที่พี่กำลังจะเสร็จ"
คำสั่งนั้นเหมือนเป็ตัวเร่งปฏิกิริยาชั้นดี วาฟเฟิลรู้สึกว่าร่างกายของเธอกำลังจะะเิออกเป็เสี่ยงๆ!
"ไม่ไหวแล้ว เบ็ตตี้...ไม่ไหวแล้วจริงๆ ฉันจะ...อ๊าาาา!..เบ็ตตี้!!!"
วาฟเฟิละโชื่อเธอออกมาสุดเสียง พร้อมกับปลดปล่อยทุกหยาดหยดแห่งความสุขสมเข้าไปในโพรงปากของเด็กฝึกงานที่ร้อนแรงคนนั้นจนหมดสิ้น
ร่างกายของเธอกระตุกเกร็งอยู่สองสามครั้งก่อนจะทิ้งตัวลงนอนแผ่บนโซฟาอย่างหมดแรง
เบ็ตตี้ค่อยๆ ถอนริมฝีปากออกมา กลืนกินทุกอย่างลงไปจนหมดสิ้น ใช้หลังมือเช็ดมุมปากของตัวเองอย่างแช่มช้อย
ลุกขึ้นยืน เดินไปหยิบแว่นตาของตัวเองกลับมาสวมเหมือนเดิม
ในพริบตา เธอก็กลับกลายเป็เบ็ตตี้ เด็กฝึกงานผู้เงียบขรึมและจริงจังคนเดิม แต่แววตาหลังกรอบแว่นนั้นกลับมีประกายของผู้ชนะซ่อนอยู่
วาฟเฟิลนอนหอบหายใจอยู่บนโซฟา มองภาพนั้นอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา
เบ็ตตี้เดินกลับมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ก้มหัวลงเล็กน้อยอย่างมีมารยาท
เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่กลับมาเรียบเฉยเหมือนปกติ เนื้อหาของมันกลับทำให้วาฟเฟิลขนลุกซู่
"รสชาติดีมากค่ะบอส ถือว่าการประเมินคุณภาพผลิตภัณฑ์รอบแรก ผ่านฉลุย"
เว้นจังหวะพร้อมดับยิ้มมุมปากอีกครั้ง
"แต่การทดสอบยังไม่จบนะคะ นี่ยังเหลือการทดสอบความเข้ากันได้กับผลิตภัณฑ์ของฉันอีกค่ะบอส"
วาฟเฟิลนอนหอบหายใจอยู่บนโซฟาหนังนุ่ม สมองของเธอยังคงขาวโพลนจากจุดสุดยอดที่เพิ่งผ่านพ้นไป
มันทั้งรุนแรง ไม่คาดฝันและยอดเยี่ยมจนน่าโมโห
มองภาพตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา เบ็ตตี้ เด็กฝึกงานที่เงียบขรึมและอยู่ในกรอบเสมอ
บัดนี้ได้ยืนค้ำหัวเธออยู่ด้วยท่าทีของผู้ชนะ เธอกลับไปสวมแว่นตาหนาเตอะนั่นแล้ว
ทำให้ภาพลักษณ์ของเธอกลับไปดูเหมือนเด็กเรียนผู้จริงจังคนเดิม แต่ประกายไฟในดวงตาหลังกรอบแว่นนั้น
คือแววตาของนักล่าที่เพิ่งจะลิ้มรสเืของเหยื่อ
คำประกาศกร้าวสุดท้ายของเบ็ตตี้ "นี่ยังเหลือการทดสอบความเข้ากันได้กับผลิตภัณฑ์ของฉันอีก" ยังคงดังก้องอยู่ในหัวของวาฟเฟิล
"เบ็ตตี้... เธอ..." วาฟเฟิลพยายามจะพูด แต่คำพูดกลับติดอยู่ที่ลำคอ
ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนดี
จะดุ?
จะชม?
หรือจะถามว่าทั้งหมดนี่มันคืออะไรกันแน่
แต่เบ็ตตี้ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ตั้งตัวเลยแม้แต่น้อย
เด็กสาวในคราบนักศึกษาฝึกงาน ค่อยๆ ปลดซิปด้านข้างของชุดเดรสสีน้ำเงินเข้มของตัวเองลงอย่างเชื่องช้า
ซิ่บ
เสียงรูดซิปที่ดังแ่เบาในความเงียบกลับทรงพลังยิ่งกว่าเสียงฟ้าร้อง
วาฟเฟิลจ้องมองการกระทำนั้นอย่างไม่กะพริบตา
ชุดเดรสที่ดูสุภาพและปิดมิดชิดค่อยๆ เลื่อนหลุดจากไหล่บาง ไหลลงไปกองอยู่บนพื้นพรมอย่างเงียบงัน
เผยให้เห็นเรือนร่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อผ้าเ่าั้เป็ครั้งแรก.
วาฟเฟิลเผลอกลั้นหายใจ ร่างกายของเบ็ตตี้ไม่ได้ผอมบางอย่างที่เธอคิด
ตรงกันข้าม
มันเป็เรือนร่างของคนที่ดูแลตัวเองเป็อย่างดี ผิวขาวละเอียดเนียนสวย มีกล้ามเนื้อหน้าท้องเป็ลอนจางๆ อย่างเห็นได้ชัด
ทรวงอกขนาดกลางที่สมส่วนถูกห่อหุ้มไว้ด้วยบราเซียลูกไม้สีดำสนิท
สีเดียวกับที่วาฟเฟิลสงสัยมาตลอดว่าคนเคร่งๆ อย่างเบ็ตตี้จะกล้าใส่หรือไม่
และตอนนี้เธอได้คำตอบแล้ว
เบ็ตตี้ปลดตะขอบราออก โยนมันทิ้งไปอย่างไม่ใยดี ทรวงอกอิ่มเต็มมือจึงได้เป็อิสระ
ยอดถันสีชมพูอ่อนชูชันขึ้นท้าทายสายตาของวาฟเฟิลอย่างไม่อาย
"การทดสอบความเข้ากันได้" เบ็ตตี้ทวนคำพูดของตัวเองด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า "ต้องทดสอบแบบสกินทูสกินเท่านั้นค่ะ ถึงจะได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำที่สุด"
พูดจบ
แมวยั่วๆ ก็ก้าวขาขึ้นมาบนโซฟา คร่อมลงบนตักของวาฟเฟิลที่ยังคงนั่งกึ่งนอนอย่างหมดแรงอยู่
"เดี๋ยว! เบ็ตตี้!" วาฟเฟิลร้องออกมาด้วยความใ
เบ็ตตี้ในสภาพเปลือยเปล่ากำลังนั่งอยู่บนตักของเธอ ผิวเนื้อที่เย็นเล็กน้อยของเบ็ตตี้ัักับผิวร้อนผ่าวของวาฟเฟิล
สร้างความรู้สึกที่แปลกประหลาดและน่าตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก หน้าอกของทั้งสองเบียดเสียดเข้าหากัน
ยอดถันที่แข็งเป็ไตเสียดสีกันไปมาจนเกิดความรู้สึกเสียวซ่านแล่นปราดไปทั่วทั้งร่าง
"เมางี้ทีหลังไม่ให่ดื่มแล้วนะ" วาฟเฟิลถามเสียงสั่น เธอพยายามจะเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น
เบ็ตตี้ไม่ตอบในทันที
ก้มหน้าลงซบกับซอกคอของวาฟเฟิล สูดดมกลิ่นวาฟเฟิลส์ ชาร์มที่เธอหลงใหลเข้าไปเต็มปอด
ก่อนจะใช้มือที่ว่างอยู่ลูบไล้ไปที่แก่นกายของวาฟเฟิลที่เพิ่งจะสงบลงไปได้ไม่นาน
และปลุกมันให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้งอย่างง่ายดาย
"อา..." วาฟเฟิลครางออกมาอย่างสุดจะกลั้น
เมื่อเห็นว่าผลิตภัณฑ์ของเ้านายพร้อมสำหรับการทดสอบรอบต่อไปแล้ว เบ็ตตี้ก็จับมันขึ้นมาจ่อที่ปากทางรักของตัวเอง
ค่อยๆ กดสะโพกลงมาอย่างเชื่องช้า
"อึก..."
เสียงของคนทั้งสองดังขึ้นพร้อมกัน วาฟเฟิลจุกจากความรู้สึกที่ถูกรุกกลับ ส่วนเบ็ตตี้ก็สูดปากด้วยความเสียดเสียว
เมื่อช่องทางรักของเธอกำลังเปิดรับขนาดที่ใหญ่โตกว่าที่เธอเคยจินตนาการไว้
เบ็ตตี้กดตัวเองลงมาจนสุด
จนกระทั่งร่างกายของทั้งสองเชื่อมต่อกันเป็หนึ่งเดียวอย่างสมบูรณ์แบบ
แมวขี้เมาเงยหน้าขึ้น สบตากับวาฟเฟิล และน้ำตาหยดหนึ่งก็ไหลรินลงมาจากหางตาของเธอ
"เบ็ตตี้?" วาฟเฟิลเรียกชื่อเธออย่างอ่อนโยน ความรู้สึกสับสนก่อนหน้านี้แปรเปลี่ยนเป็ความห่วงใย
"เพราะ..." ในที่สุดเบ็ตตี้ก็เริ่มพูด
น้ำเสียงของเธอสั่นเครือและเต็มไปด้วยความเ็ปที่เก็บซ่อนไว้ บรรจงขยับสะโพกขึ้นลงเป็จังหวะเนิบนาบ
และทุกครั้งที่เธอขยับ เธอก็จะระบายความในใจออกมาหนึ่งประโยค ราวกับว่าการเคลื่อนไหวทางกายและการปลดปล่อยทางใจคือสิ่งเดียวกัน
"
ที่บ้าน... ทุกอย่างต้องสมบูรณ์แบบ..."
เธอขยับขึ้นลงช้าๆ หนักๆ
"เป็ลูกสาวคนเดียว... ความหวังของพ่อกับแม่..."
จังหวะเริ่มเร็วขึ้นเล็กน้อย หน้าอกของเธอเสียดสีกับหน้าอกลูกแตงโมของวาฟเฟิลแรงขึ้น
"ต้องเรียนเก่ง... ต้องได้ที่หนึ่ง... ต้องอยู่ในกรอบที่พวกท่านขีดไว้..."
น้ำตาของเธอเริ่มไหลออกมามากขึ้น แต่แววตากลับร้อนแรงขึ้น
"ไม่เคยได้ไปเที่ยวเล่น... ไม่เคยมีเพื่อนสนิท... ไม่เคยมีใคร..."
วาฟเฟิลยกมือขึ้นประคองใบหน้าของเบ็ตตี้ เช็ดน้ำตาให้เธออย่างแ่เบา
"แล้วฉันล่ะ ทำไมถึงเป็ฉัน"
คำถามนั้นเหมือนเป็กุญแจที่ไขเข้าไปในส่วนที่ลึกที่สุด...
"เพราะพี่..." เบ็ตตี้พูดเสียงดังขึ้น จังหวะสะโพกของเธอกระแทกกระทั้นลงมาอย่างแรง! "เพราะพี่วาฟเฟิล... เป็คนแรก... ที่มองเห็นตัวตนของเบ็ตตี้!"
"อ๊ะ!" วาฟเฟิลร้องครางออกมาด้วยความจุกปนกับความเสียวซ่าน
"พี่ไม่ใช่แค่เห็น... แต่พี่ยังชม! ชมไอเดียของฉัน... ทั้งๆ ที่คนอื่นมองว่ามันแปลก!" เบ็ตตี้กอดคอวาฟเฟิลไว้แน่น จังหวะของเธอยิ่งเร็วและแรงขึ้นราวกับพายุ "พี่ชวนฉันคุย... พี่ทำให้ฉันหัวเราะ... พี่ทำให้ฉันรู้สึก... ว่าฉันมีค่า!"
ความเก็บกดที่อัดอั้นมานานกว่ายี่สิบปีกำลังถูกระบายออกมาผ่านร่างกายและคำพูด
"ฉันเกลียดแว่นตาอันนี้ค่ะ เกลียดชุดเรียบๆ เกลียดการที่ต้องทำตัวเป็เด็กดีตลอดเวลา" เธอพูดพลางก้มลงไปขบเม้มที่ซอกคอของวาฟเฟิลอย่างแรง "แต่ฉันก็ไม่กล้า... ไม่กล้าที่จะเป็คนอื่น..."
"แต่กับพี่... กับพี่วาฟเฟิล... ฉันอยากจะเป็... อยากจะเป็ตัวเองในด้านที่ไม่มีใครเคยเห็น!"
ความรู้สึกของเธอพลุ่งพล่านจนถึงขีดสุด
เธอใช้มือข้างหนึ่งเอื้อมลงไปขย้ำทรวงอกที่อวบอิ่มและนุ่มนิ่มของวาฟเฟิลอย่างละมุนละม่อม
"อ๊า! เบ็ตตี้" วาฟเฟิลร้องออกมา แต่มันกลับฟังดูเหมือนเสียงครางแห่งความสุขสมมากกว่า
"เสียวสินะคะ พี่ต้องเสียวเหมือนที่ฉันเสียว!" เบ็ตตี้พูดอย่างคนไม่มีสติ "พี่ต้องรู้สึก ถึงความอึดอัดทั้งหมดที่ฉันแบกรับไว้!"
เธอปล่อยมือจากหน้าอกข้างนั้น แต่กลับโน้มตัวลงไป แล้วยอดถันของวาฟเฟิลด้วยริมฝีปากอุ่น
"อื้อ!"
เบ็ตตี้ดูดดึงยอดถันของเ้านายสาวอย่างแรง ราวกับเด็กทารกที่หิวกระหายความรักและความอบอุ่น
เป็การกระทำที่ทั้งดุดันและออดอ้อนในเวลาเดียวกัน
วาฟเฟิลรู้สึกเหมือนสมองของตัวเองกำลังจะหลอมละลาย ถูกปรนเปรอด้วยปาก
และในขณะเดียวกันก็ถูกรุกรานจากด้านล่าง มันคือความรู้สึกที่ซับซ้อนและยอดเยี่ยมจนไม่อาจบรรยายได้
จังหวะสะโพกของเบ็ตตี้เริ่มถี่รัวขึ้น จนกลายเป็พายุที่โหมกระหน่ำ
"พี่วาฟเฟิล พี่วาฟเฟิลขา" เธอครางเรียกชื่อวาฟเฟิลไม่หยุด ลมหายใจของเธอขาดห้วง "เบ็ตตี้...เบ็ตตี้ใกล้แล้ว ไม่ไหวแล้วค่ะพี่"
"ปล่อยมันออกมาเลยเบ็ตตี้ ปล่อยมันออกมาให้หมด อยู่กับพี่ตรงนี้..." วาฟเฟิลกระซิบตอบ กอดร่างบางที่สั่นสะท้านไว้แน่น
"อ๊าาาาาาาาาาาาาาาาาห์!!!!"
เบ็ตตี้กรีดร้องออกมาสุดเสียง
เป็เสียงกรีดร้องของการปลดปล่อยอย่างแท้จริง ร่างกายของเธอกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง
ช่องทางรักบีบรัดตัวตนของวาฟเฟิลเป็จังหวะถี่รัวราวกับกลองชุด ก่อนที่เธอจะทิ้งตัวลงนอนซบกับอกของวาฟเฟิลอย่างหมดเรี่ยวแรง
ร่างกายยังคงสั่นสะท้านไม่หยุด และมีเสียงสะอื้นไห้เบาๆ เล็ดลอดออกมาจากลำคอ
วาฟเฟิลไม่ได้พูดอะไร เธอทำเพียงแค่กอดเด็กสาวที่เปราะบางคนนี้ไว้แน่น ลูบแผ่นหลังที่ชื้นเหงื่อของเธอเบาๆ
รอให้พายุอารมณ์ของเธอสงบลง
วาฟเฟิลยังไม่เสร็จ?
แก่นกายของเธอยังคงแข็งขืนอยู่ภายในร่างกายของเบ็ตตี้ แต่ในตอนนี้ ความ้าทางกายของเธอได้ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่า
ความรู้สึกที่อยากจะปกป้อง อยากจะเยียวยา
เวลาผ่านไปนานหลายนาที จนเสียงสะอื้นของเบ็ตตี้ค่อยๆ เงียบลง เหลือเพียงเสียงลมหายใจที่ผ่อนคลาย
"ดีขึ้นไหม" วาฟเฟิลถามเสียงนุ่ม
เบ็ตตี้พยักหน้าช้าๆ โดยที่ยังไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมา "ขอโทษค่ะ... ฉัน... ฉันคงทำตัวน่ารังเกียจมาก"
"ไม่เลย" วาฟเฟิลปฏิเสธทันที "เธอไม่ได้น่ารังเกียจเลยสักนิด เธอแค่กล้าหาญมากต่างหาก"
คำพูดนั้นทำให้เบ็ตตี้เงยหน้าขึ้นมามอง สบตากับวาฟเฟิลด้วยดวงตาที่แดงก่ำ
"เธอปลดปล่อยด้านมืด ปลดปล่อยความเ็ปทั้งหมดของเธอให้ฉันเห็นแล้วนะเบ็ตตี้" วาฟเฟิลยิ้ม
เป็รอยยิ้มที่อบอุ่นและเปี่ยมไปด้วยพลังบวก "ทีนี้ถึงตาฉันมอบพลังบวกให้เธอบ้างนะ"
สิ้นคำพูดนั้น
วาฟเฟิลก็ใช้แรงทั้งหมดที่มีพลิกสถานการณ์!
"ว้าย!"
เบ็ตตี้ร้องออกมาอย่างใ เมื่อจู่ๆ ร่างของเธอก็ถูกพลิกให้ไปอยู่ในท่าคลานบนโซฟาอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้วาฟเฟิลคือคนที่อยู่ด้านหลัง
คือผู้คุมเกม!
เ้านายเชิงรุกค่อยๆ ถอนกายออกมา แล้วจัดท่าทางของเบ็ตตี้ให้อยู่ในท่าด็อกกี้สไตล์ที่สมบูรณ์แบบ
ก่อนที่เธอจะกระซิบที่ข้างหูของเบ็ตตี้ด้วยน้ำเสียงที่ทั้งขี้เล่นและทรงพลัง
"บทเรียนเื่ความเก็บกดของเธอจบแล้วนะเด็กดี"
เว้นจังหวะ
ใช้แก่นกายร้อนผ่าวของตัวเองถูไถไปมาที่ปากทางรักของเบ็ตตี้อย่างยั่วเย้า
"...ต่อไปนี้เป็คลาสเติมพลังบวกฉบับวาฟเฟิล ไม่ต้องกลัวนะ พี่จะอ่อนโยนเอง"