
ตอนที่160 นี่เขาเป็นปรมาจารย์ปรุงยาชัดๆ
เพราะนางมั่นใจในฝีมือของกริชเพชรสุดๆ ด้วยว่านางได้รับประทานโอสถที่เขาส่งให้นางทานแล้ว และเพียงแค่สิบเม็ดนางก็เลื่อนระดับสู่ กายอสูรราชันขั้นที่ห้า
เม็ดโอสถของกริชเพชรมันไม่ได้มีคุณสมบัติ ร้อยเปอร์เซ็นต์ของเนื้อหงส์ไฟ แต่มันมีคุณภาพดีเยี่ยมเป็นพันเท่าของวัตถุดิบ นั่นก็เท่ากับว่าดีสุดยอด ที่กริชเพชรปรุงให้นางมันมีคุณสมบัติเป็นพันเปอร์เซ็นต์ไม่ใช่แค่เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์อย่างที่พี่ชายของนางกล่าว ในหัวสมองของหญิงสาวจึงต้องการเม็ดยาที่เหลือของเขามาปรุงใหม่
"ได้..ตกลงตามนั้น.."
สือเล้งกล่าวขึ้นอย่างดีใจเพราะเขาคิดว่าไม่มีใครจะปรุงโอสถได้เก่งกว่าท่านเสี้ยวหู๋จ๋านมือปรุงโอสถระดับทองเผ่าปรุงยาแห่งอณาจักรอสูรพฤกษา
"เม็ดยาของเจ้ามีกี่เม็ดเล่าของ..พี่เหลือแค่ห้าสิบเม็ด.."
สือเล้งถามน้องสาวขึ้น สือหงษ์ชม้อยตามองกริชเพชร ชายหนุ่มยิ้มให้นาง นั่นเท่ากับว่าเขาตกลงที่จะ แข่งขันครั้งนี้
"ข้าก็มีแค่ห้าสิบเม็ดเท่านั้นแหละใครแพ้เสียยาห้าสิบเม็ดก็แล้วกัน.."
กริชเพชรไม่ได้พูดอะไรสักคำเพียงยิ้มให้กับสือหงษ์ นางปกป้องและให้เกียรติเขา และที่ชายหนุ่มไม่พอใจสุดๆ คือหนึ่งในสามคนนี้ ลอบทำร้ายโดยไม่บอกกล่าว ถ้าไม่เป็นเพราะความระแวดระวังของชายหนุ่ม เขาคงจะต้องโดนพิษไร้สภาพนั้นโจมตีจนได้รับบาดเจ็บ เขาจะต้องตอบสนองคนที่ทำกับเขาแบบนี้ให้เจ็บเป็นร้อยเท่า
ประสบการณ์สอนให้กริชเพชรรู้ว่าถ้าหลีกเลี่ยงได้ก็หลีกเลี่ยงแต่ถ้าใครจงใจทำร้าย ชายหนุ่มต้องให้บทเรียนมัน เพื่อไม่ให้พวกมันกำแหงคิดทำร้ายเขาอีก
"ไปเรียกคนปรุงยาของเจ้ามาจะได้เริ่มแข่งขันกันเอาบนเวทีนั้น ประลองการปรุงยากันให้เห็นจะๆ ไปเลย จะได้รู้ว่าคนของใครเก่งกว่ากัน..."
สือเล้งกล่าวขึ้นอย่างยิ้มย่องเขาต้องการให้ทุกคนเป็นพยาน ในการยึดเอายาที่ปรุงจากเนื้อหงส์ไฟของน้องสาว มาเป็นของตนโดยชอบธรรม ด้วยการท้าประลองต่อหน้าผู้คนในคืนนี้
"ไปเรียกมาทำไมเล่า อาจารย์ปรุงยาของข้าอยู่ที่นี่แล้ว คุณชายโจวก๋วยท่านยินดีช่วยข้าหรือไม่..."
หญิงสาวหันไปถามกริชเพชร
"ได้สิ.."
ชายหนุ่มพยักหน้ายกยิ้มสูงให้หญิงสาว เมื่อสิ้นเสียงของกริชเพชรขานรับการแข่งขัน
ทั้งสามคนต่างอุทานออกมาพร้อมกัน
"คนอย่างเจ้าเป็นนักปรุงยารึ ช่างซ่อนประกายได้มิดชิดจริงๆ นะเฮ่อๆ ข้าไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่านักปรุงยาที่ไร้ระดับอย่างเจ้า อยู่ในสารบบด้วย...."
คนชุดดำกล่าวขึ้นอย่างเหยียดหยาม เพราะเขาสังเกตแล้วว่ากริชเพชรไม่ได้มีประกายของนักปรุงโอสถอยู่ในตัวเลยแม้แต่นิดเดียว
คนผู้นี้มีกายอสูรครึ่งเทพขั้นสอง เท่านั้นอาจจะเป็นพวกอสูรพลังจิตด้วย เพราะเขาส่งเม็ดยาสังหารไร้สภาพเข้าโจมตี แต่มันกลับเก็บเม็ดยาเขาหายไปอย่างไร้ร่องรอย
แม้ว่าพลังการรบจะเด่นชัดในเรื่องพลังจิตอสูร แต่แววสำหรับนักปรุงโอสถแล้วคนผู้นี้ไม่ส่งประกายใดๆ ออกมาทั้งสิ้น ไม่ว่าออร่าพลังปรุงยาที่ต้องฝึกฝนกระจายเป็นกลิ่นเฉพาะออกมาจนพวกนักปรุงยาสัมผัสได้ว่าคนผู้นั้นอยู่ในระดับใด และเขาสังเกตแล้วว่ากริชเพชรไม่ได้มีพลังออร่าประเภทนี้ออกมาจากตัว
ถ้าชายหน้าขาวไม่เก็บซ่อนระดับการปรุงโอสถได้มิดชิด ก็เป็นเพราะเขาห่วยมากๆ ไม่มีหลักในการปรุงยาสักนิดเดียว น่าจะเป็นอย่างหลังซะมากกว่า
ดูแล้วมันก็เป็นเพียงนักต้มตุ๋นเท่านั้นเขามีวิชาปรุงยาระดับขั้นทองจะดูคนไม่ออกเชียวหรือว่าผู้ที่อยู่ตรงหน้ามีวิชาปรุงโอสถระดับใด อย่างน้อยมันต้องมีกลิ่นกายที่ผสมผสานการปรุงยาบางชนิดออกมาบ้าง ไม่ใช่ลักษณะธรรมดาเช่นนี้
'ชัยชนะของข้ามันก็อยู่แค่เอื้อม..ฮ่าๆ '
คนชุดดำคิดในใจแล้วชำเลืองมองกริชเพชรอย่างสมเพชใช้เล่ห์เหลี่ยมกระจอก มาหลอกแม่นางสือนับว่าไอ้หนุ่มหน้าขาว มันโคตรซวยมาเจอเขานักปรุงยามือทอง
"วิชาปรุงโอสถของข้าต้องเป็นความลับกติกาของมันก็คือขอเชิญคุณชายสือนำผ้าม่านตั้งเป็นเสาสี่เหลี่ยมปิดบังพิธีการปรุงยาของข้าบนเวทีนั้น ข้าจะเข้าไปปรุงโอสถโดยมิออกไปไหนในเวลาหนึ่งจิบชาจะต้องปรุงยาให้สำเร็จ วัตถุดิบการปรุงยาใช้ของธรรมดาก็แล้วกัน
เอาอสูรปูที่มีชีวิตตัวเป็นๆ วัตถุดิบหลักนอกนั้นก็แล้วแต่เคล็ดวิชาของใครที่จะใช้วัตถุดิบอื่นมาผสมแต่ห้ามเป็นเนื้ออสูรอื่นแค่นั้นก็พอ ตกลงตามนี้หรือไม่..แม่นางสือ..."
เสี้ยวหู๋จ๋านหันไปถามสือหงษ์ หญิงสาวยกยิ้มสูงพยักหน้าตอบรับโดยไม่หันไปถามกริชเพชรเลยสักคำว่าเขาเห็นดีเห็นชอบหรือไม่เพราะนางมั่นใจในตัวของชายหนุ่มล้านเปอร์เซ็นต์ว่าเขาสามารถชนะคนชุดดำนั้นได้อย่างสบาย แค่ปรุงยาได้เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์มาอวดอ้างกับชายหนุ่มผู้มากับพรสวรรค์ผู้นี้
มันช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงจริงๆ สำหรับความคิดของหญิงสาวเพราะนางย่อมรู้แก่ใจดีว่าเนื้อหงส์ไฟของนางมีประสิทธิภาพสูงขึ้นถึงพันเท่าอย่าว่าแต่เจ็ดสิบเท่าเลย มันช่างห่างไกลกันยิ่งกว่าฟ้ากับเหวเสียอีก
เมื่อทุกอย่างเตรียมการสำเร็จแล้วกริชเพชรก็ขึ้นไปอยู่ในม่านสีขาวบนเวที ที่มองจากภายนอกเห็นชัดเจนว่าคนทั้งสองยังอยู่ที่นั่นมิได้ผ่ามิติไปที่ใด เพียงอึดใจเดียวข้าวของวัตถุดิบที่ทั้งสองต้องการก็มาวางอยู่บนโต๊ะพวกเขาโดยวัตถุดิบหลักเป็นเนื้ออสูรปูสดคนละหนึ่งตัว
ชุดปรุงยาของเสี้ยวหู๋จ๋านคัดเลือกสมุนไพรอย่างดีและลึกลับที่ล้ำค่าของตระกูลสือมาถึงสามอย่าง มูลค่าเกือบหนึ่งล้านดอร์ซึ่งคุณชายสือเล้งก็สั่งมาให้อย่างไม่มีอิดออด เพราะเขาสนับสนุนชายชุดดำอยู่แล้ว เพื่อจะชนะการแข่งขันครั้งนี้ คุณชายใหญ่ยอมลงทุนในส่วนของตัวเอง สั่งเบิกมาให้อย่างเต็มที่
ดุจดังสือหงส์ นางก็นำของที่กริชเพชรสั่งส่งไปให้เขาเช่นกัน แต่มูลค่าต่างกันลิบลับมันเป็นอุปกรณ์ในการต้มยำธรรมดาเท่านั้นเอง สามอย่างที่กริชเพชรสั่งมา ราคาไม่ถึงหนึ่งเหรียญดอร์เสียด้วยซ้ำ แต่หญิงสาวก็ไม่เอ่ยปากบอกใครปิดฝาโถใส่วัตถุดิบส่งให้เขาไปอย่างประณีต โถสีชมพูลายทองมีค่ายิ่งกว่าวัตถุดิบด้านในเป็นหมื่นเท่าเสียด้วยซ้ำ
ถ้าเป็นเมื่อก่อนนางคงจะอกสั่นขวัญหายที่คนปรุงโอสถของนางสั่งของแบบนี้เข้าไปปรุงยาเพื่อแข่งขัน แต่สำหรับกริชเพชรแล้วหญิงสาวมั่นใจสุดโค่ยว่าเขาทำได้อย่างไม่ต้องสงสัยและมีประสิทธิภาพสูงอีกต่างหาก
การเล่นดนตรีสิ้นสุดลง เมื่อมีการประกาศการแข่งขันการปรุงยาของพี่น้องตระกูลสือ ต่างพนันขันต่อกันอย่างสนุกสนาน สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้มาเที่ยว ในโรงเตี๊ยมของตระกูลสือในคืนนี้ยิ่งนัก เพราะจะมีการจับฉลากมอบยาที่ชนะเลิศ ให้กับแขกผู้มีเกียรติสิบคนจากอาจารย์ปรุงยาของพี่น้องตระกูลสือ
ดังนั้นแขกทุกคนจึงเข้ามาห้อมล้อมเวทีดูกันอย่างตื่นเต้น กองเชียร์ทั้งสองฝ่ายแยกออกเป็นซ้ายและขวาโรงเตี๊ยมตระกูลสื่อตั้งโต๊ะพนันทันที โดยส่วนมากถือหางคนชุดดำมากกว่า
เพราะชื่อเสียงในการเป็นนักปรุงยาอันเลื่องชื่อของเสี้ยวหู๋จ๋านผู้นี้มีหลายคนรู้จักเขาดีในฐานะนักปรุงโอสถมือทอง ของเผ่าปรุงยา
ส่วนเด็กหนุ่มหน้าขาวดูเหมือนว่ามีคนถือฝ่ายเขาน้อยมาก อัตราการต่อรองสิบต่อหนึ่งเลยทีเดียว
แต่ก็ยังมีคนรับแทงข้างกริชเพชรแบบไม่อั้นนั่นก็คือแม่นางสือและเสี้ยวนาบีหญิงสาวชุดเขียวพร้อมหมาล่า ทั้งสามสาวต่างรู้ดีว่าความสามารถของ
กริชเพชรนั้นไม่ธรรมดาและอัตราการต่อรองก็คุ้มค่าเสียหรือเกิน
สิบต่อหนึ่งใครจะไม่เอา ถ้าสามสาวไม่รับพนันไว้ก็นับว่าบ้าแล้ว
"น้องเสี้ยวนาบีงานนี้เรารวยเละแน่ คุณชาย โจวก๋วย ตัวนำโชคจริงๆ นำความร่ำรวยมาให้เราก่อนงานประมูลเสียอีก ข้าว่าพรุ่งนี้พวกเราคงจะประมูลได้ของล้ำค่ากันชนิดว่ามากมายเหลือคณานับ
เฉพาะข้าก็ลงทุนไปสิบล้านดอร์แล้ว ถ้าคุณชายโจวก๋วย ชนะเงินร้อยรล้านดอร์อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้วล่ะน้องนาบี..."
เสียงของหมาล่ากล่าวอย่างกระหยิ่มยิ้มย่องจนเผยให้เห็นหน้าอกขนาดใหญ่ที่ห่อหุ้มด้วยโลหะ กะเพื่อนตามเสียงหัวเราะของนาง
"พี่หมาล่าข้ามีเงินน้อยนิดมีแค่สองล้านเอง นี่ก็รับแทงจนหมดตัวแล้ว ถ้าเกิดแพ้ขึ้นมามีหวังข้าต้องเกาะพี่กินแน่..."
เสี้ยวนาบีกล่าวขึ้นพร้อมกับหัวเราะเบาๆ หยอกเย้าหมาล่าอย่างสนุก ยังไงนางก็เชื่อมั่นอย่างหมดหัวใจว่ากริชเพชรต้องชนะอย่างไม่ต้องสงสัย
"แม่นางสือหงษ์ล่ะ..รับพนันไว้เยอะแค่ไหน..."
หมาล่าอดหันไปถามหญิงสาวเจ้าของโรงเตี๊ยมไม่ได้ ขณะที่นางสาละวนจดรายละเอียดลงบนเหรียญดอร์ของนางที่ไว้จดบันทึกการพนันพร้อมกับสแกนนิ้วมือของผู้ที่มาพนันเอาไว้เป็นหลักฐานด้วย
"ก็ไม่เท่าไหร่หรอกข้าลงทุนไปแค่ห้าสิบเอ็ม ดอร์ ตอนนี้กว่าจะจบการแข่งขันอาจจะได้ถึง หนึ่งร้อยล้านดอร์ก็ได้.."
สือหงษ์กล่าวแบบนิ่งๆ แต่แววตาของนางฉายแววเจิดจ้าขึ้นมาอย่างปิดไม่มิด นางมั่นใจโคตรๆ อยู่แล้วว่ายังไงเงินพันล้านดอร์ต้องเป็นของนางอย่างไม่ต้องสงสัย
หญิงสาวคิดว่าถ้านางชนะนางจะซื้อที่ดินและสิ่งก่อสร้างให้ชายหนุ่มผู้นำโชค ผู้นี้ให้ได้อยู่ในนครอสูรพฤกษา
สุดท้ายเวลาอันระทึกใจของทุกคนก็มาถึงเสี้ยวหู๋จ๋านเปิดผ้าม่านออก ในมือเขาถือกล่องสีดำออกมาวางบนโต๊ะด้านหน้า อึดใจเดียวกริชเพชรก็เดิน
ตามหลังคนชุดดำออกมา ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่จริงเขาทำเสร็จตั้งนานแล้ว แต่ไม่อยากจะออกไปก่อนคนชุดดำ เขาใช้กล่องสีชมพูลายทองที่หญิงสาวใส่วัตถุดิบมาให้ ก่อนการแข่งขัน ชายหนุ่มเก็บแคปซูลต้มยำปูทั้งหมดสิบเม็ดใส่ลงในโถนั้น ปิดฝาแล้วนำออกมาวางไว้บนโต๊ะเช่นกัน
คุณชายสือเล้งหัวเราะดังลั่น เขาใกล้จะประสบความสำเร็จ แล้วชายหนุ่มอยากได้เม็ดยาของน้องสาวมาครอบครองให้เร็วที่สุด และเขาคาดว่าจะได้เงินพนันในวันนี้ สือเล้งตั้งใจว่าพรุ่งนี้จะซื้อวัตถุดิบแพงๆ ดีๆ สักหลายชิ้น เพื่อให้คนชุดดำปรุงยาจากเม็ดยาหงส์ไฟของน้องสาวขึ้นมาใหม่
"การปรุงโอสถก็เสร็จสิ้นลงแล้วท่านทั้งสองนำยาออกมาพิสูจน์กันเถอะ ว่าโอสถใครเด่นล้ำกว่ากัน.."
เสียงของสือเล้งดังขึ้นขณะที่สือหงษ์ก็เดินขึ้นเวทีเหมือนกัน ด้วยกายอสูรของนางที่สูงล้ำขึ้นกว่าเก่าระดับราชันย์ขั้นที่ห้านางตวัดมือดูดเอาสิ่งมีชีวิตที่ซ่อนอยู่ใต้หลังคา มันเป็นอสูรค้างคาวเพศเมียสองตัวที่อาศัยอยู่นี่หลายสิบปีซ่อนเร้นกายคอยชอบเที่ยวกินเศษอาหารในยามค่ำคืนเมื่อทุกคนกลับออกจากที่นี่ไปหมดสิ้นแล้วหลังจากที่โรงเตี๊ยมปิด
"น้องข้าจะใช้ค้างคาวสองตัวที่ระดับกายอสูรตั้งแต่เริ่มต้นเลยหรอ เจ้านี่ช่างใจเด็ดจริงๆ เจ้าก็รู้ว่าสัตว์อสูรพวกนี้เป็นอสูรชนิดที่ต่ำสุดและการพัฒนาให้กายอสูรสูงขึ้นเกินระดับสี่ ยากยิ่ง แม้ว่ามันจะชอบกินเลือดนานหลายร้อยปี แต่พวกมันก็เป็นสายพันธุ์ที่พัฒนาขึ้น ยากสุดๆ ในอสูรเผ่าพันธุ์พฤกษา ดีที่ข้าไม่มาที่โรงเตี๊ยมนี้บ่อยๆ ข้าคงกวาดล้างมันไม่ให้อยู่อาศัย ทำให้เสียชื่อเสียงโรงเตี๊ยมระดับเกรดเอของเราหรอก..."
สือเล้งกล่าวกับน้องสาวแฝงด้วยการตำหนิ แสดงถึงอำนาจบาตรใหญ่ของเขาอีกครั้ง ผ่านวันนี้ไปแล้วชายหนุ่มคงจะมีกายอสูรเด่นล้ำกว่าทุกคนในตระกูลสือ ชายหนุ่มคิดจะยึดเนื้อหงษ์ไฟและผลพันดาวของน้องสาวมาตั้งนานแล้ว เพราะนางเป็นผู้หญิงการที่เก็บเนื้ออสูรหงส์ไฟไว้พัฒนาตัวนางเองถือว่าเห็นแก่ตัวสุดๆ เขาจึงไม่ละอายใจที่จะใช้เล่ห์เหลี่ยมยึดของนางมาเป็นของตนเองแบบด้านๆ
ถ้าได้ขึ้นเป็นองค์รัชทายาทสายตรงก็นับว่าตอบแทนสร้างคุณความดีให้กับตระกูลสือจนไม่มีใครกล้าแตะต้องเขา แม้แต่คนเดียวคนที่ คุณชายสือเล้งหวาดหวั่นก็คือน้องรองของเขานั่นเอง
คนผู้นี้ตั้งแต่รับเนื้ออสูรไฟและผลพันดาวส่วนแบ่งจากบิดาก็หายสาบสูญไปจากตระกูลคาดว่าเขาคงจะไปพัฒนากายอสูรให้เด่นล้ำกว่าตนเพื่อแย่งชิงตำแหน่งรัชทายาทของตระกูลสือกับเขานั่นเอง
"ข้าได้นำค้างคาวสัตว์อสูรระดับต่ำสองตัวนี้มาให้ท่านทั้งสองพิสูจน์โอสถที่ท่านปรุงขึ้น จงนำยานั้นให้มันกินคนละตัวเถอะ..."
สือหงษ์กล่าวพร้อมกับเลิกสนใจในคำพูดพี่ใหญ่ของนาง หญิงสาวยื่นค้างคาวที่ตอนนี้ถูกพลังของนางสะกดไว้ให้สลบ เพื่อกริชเพชรและเสี้ยวหู๋จ๋านจะได้ทดสอบยาของพวกเขา
"คุณชายสือเล้งน้องสาวของท่านแสบยิ่งนักใครๆ ก็รู้ว่าค้างคาวพวกนี้มันเป็นสัตว์อสูรชั้นต่ำนับหลายร้อยปีไม่มีตัวใดขยับขึ้นเกินระดับกายอสูร ระดับสี่มาได้เลย แต่ยังไงข้าก็เชื่อมั่นว่าคนปรุงยาชุดดำก็ต้องพัฒนากายมันขึ้นถึงระดับสามตอนปลายเพียงครึ่งก้าวก็จะขึ้นสู่ระดับสี่ได้ แค่นี้ข้าก็รวยเละแล้ว..."
คุณชายมินจูกล่าวขึ้นขณะยิ้มเย้ยหยันกริชเพชรและสือหงษ์ เขารับแทงพนันไม่อั้นเหมือนกัน ลงทุนไปห้าร้อยล้านดอร์โดยไม่คิดเสียดาย ถ้างานนี้เขาชนะขึ้นมาหนึ่งในสี่ส่วนสมบัติตระกูลสือ ต้องสูญเสียเงินจำนวนมากนี้ให้กับลูกเขยในอนาคต
'หึๆ ..ข้าจะเอาเงินส่วนนี้มาแต่งเจ้า..สือหงษ์..เจ้าคอยดูไปเถอะ วันนี้ตระกูลสือต้องเสียเงินให้ข้าถึงห้าพันเอ็มดอร์ อย่างไม่ต้องสงสัย อย่านึกว่าข้าโหดร้าย ลิบสมบัติของพวกเจ้าก็แล้วกัน..."
คุณชายมินจูนึกกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ภายในใจ
วาบๆ ๆ ๆ!! วูบ!!
ทุกคนต่างตะลึงลานเมื่อเม็ดยาของอาจารย์ปรุงโอสถทั้งสองเข้าปากค้างคาวสองตัวก็เกิดสิ่งมหัศจรรย์ขึ้น ร่างกายของมันถูกพัฒนาอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นคนครึ่งอสูรระดับสี่ ในฉับพลัน ร่างกายขาวแข็งแกร่งสวยงามสมบูรณ์แบบ เป็นกายอสูรที่บริสุทธิ์เด่นล้ำเปลือยเปล่าอยู่บนโต๊ะ นางอสูรค้างคาวลืมตาขึ้นยังงงงวย ไม่นึกไม่ฝันว่ากายอสูรของตัวเองจะพัฒนาขึ้นถึงสิบสี่ขั้น ยังไม่เคยปรากฏในประวัติศาสตร์ นครอสูรพฤกษามาก่อนด้วยเพียงกินยาเม็ดเดียว
"นี่เขาเป็นปรมาจารย์ปรุงยาชัดๆ ถึงมีความสามารถเยี่ยงนี้ ใช้เนื้อปูสดตัวเดียวสร้างอสูรค้างคาวจุติกายใหม่ เลื่อนขั้นทีเดียวสิบสี่ขั้นเลย..นี่มันโคตรเหลือเชื่อ.."
...................................................................................................................................................................................