ไป๋ลี่จิงสั่งให้หน่วยองครักษ์สวมใส่เครื่องแต่งกายด้วยชุดสีดำปิดบังใบหน้าเอาไว้และวางแผนการซุ่มโจมตีแบบกองโจรพวกมันใช้การรบแบบกองโจรพวกเราก็จะใช้วิธีเดียวกันจัดการกับพวกมัน
“บังอาจปล้นเสบียงความผิดนี้ไม่อาจให้อภัยผู้ใดคัดขืนฆ่าทิ้งทันที!”
องครักษ์ได้ยินคำสั่งจากหญิงสาวที่ชูตราบัญชาการหน่วยองครักษ์ทุกคนพากันขนลุกขึ้นมาพร้อมๆกันเพราะน้ำเสียงนั้นทรงอำนาจและสั่งการอย่างเด็ดขาด
เดินทางมาถึงูเารอจนท้องฟ้าเริ่มมืดลงไป๋ลี่จิงจึงแบ่งทหารออกเป็สี่กลุ่มแยกกันออกค้นหาพวกโจรที่หลบซ่อนตัวอยู่บนูเา
“เมื่อพบพวกมันแล้วให้ส่งสัญญาณพวกเราจะเข้าโจมตีพร้อมกัน”
ทหารองครักษ์กลุ่มหนึ่งพบว่ากลุ่มโจรหลบซ่อนตัวอยู่ในถ้ำจึงส่งสัญญาณให้ทุกกลุ่มมารวมตัวกันที่ปากทางเข้าถ้ำไป๋ลี่จิงออกคำสั่งกับทหารองครักษ์
“พวกเ้าหนึ่งกลุ่มรอข้าอยู่ด้านนอกที่เหลือตามข้าเข้าเข้าไปในถ้ำ”
ไป๋ลี่จิงเดินนำทหารองครักษ์เข้าไปในถ้ำใช้ฝีเท้าที่เบาอย่างระมัดระวังแอบซุ่มดูว่าพวกโจรเ่าั้มีกันทั้งหมดกี่คน
“พวกมันมีประมาณยี่สิบคนอาวุธครบมือพวกเ้าจงระวังให้มากดูจากการตั้งค่ายเฝ้าเวรยามแล้วพวกมันมิใช่กองโจรธรรมดาแต่เหมือนทหารที่ถูกฝึกมาอย่างดี”
ไป๋ลี่จิงบอกให้ทุกคนเตรียมพร้อมแล้วส่งสัญญาณมือให้ลงมือจัดการพวกโจรเ่าั้ในทันที!
กว่าพวกโจรจะรู้ตัวทหารองครักษ์ก็บุกมาถึงตัวพวกมันดูจากลักษณะการต่อสู้ของพวกโจรพวกมันมีฝีมือดีที่เดียว
หากแต่ทหารองครักษ์ขององค์ชายจื่อเหยามีประสบการณ์ในการต่อสู้ที่สูงกว่าทำให้ฆ่าพวกมันได้สิบกว่าคน
และสามารถจับกลุ่มสมาชิกที่เหลือของพวกมันได้สองคนเอาไว้เค้นเอาความจริงว่าพวกมันมาจากที่ใดและใครเป็คนส่งพวกมันมา
ไป๋ลี่จิงรู้สึกไม่ชอบมาพากลกับเหตุการณ์ร้ายที่เกิดขึ้นพร้อมๆกันนักโทษที่จับกุมได้ต้องทรมานจนกว่าพวกมันจะยอมพูดความจริง
สถานการณ์ตอนนี้ไม่สู้ดีนักนางเป็ห่วงท่านพ่อของนางไม่รู้ว่าท่านจะเป็เช่นไรบ้างองค์ชายจื่อเหยาจะช่วยท่านพ่อของนางได้หรือไม่
นางไม่รอช้ารีบออกคำสั่งในทันที“พวกเ้าช่วยกันขนเสบียงและคุ้มตัวนักโทษกลับเข้าเมืองข้าจะหลุดหน้ากลับเข้าเมืองไปก่อน”
แม่นางไป๋องค์ชายทรงมีรับสั่งให้พวกกระหม่อมคอยดูแลท่านจะปล่อยให้ท่านเดินทางกลับเข้าเมืองโดยลำพังได้อย่างไร?
ไป๋ลี่จิงไม่สนใจคำทัดทานแม้แต่น้อยออกเดินทางมาโดยลำพังนางทั้งวิ่งทั้งเดินลงจากเขาะโขึ้นหลังม้าที่นางผูกทิ้งไว้ม้าควบฝีเท้าด้วยความเร็วตามแรงที่ถูกเขียดตี
ภายในใจขอไป๋ลี่จิงตอนนี้ร้อนดังถูกไฟเผาดวงตาของนางแดงก่ำข้าต้องรู้ให้ได้ว่าใครอยู่เื้ัเื่นี้ถ้ามันผู้นั้นไม่ร่วมมือกับศัตรูจะวางแผนเข้าโจมตีเมืองและบุกปล้นเสบียงได้ในเวลาที่ประจวบเหมาะพร้อมกันเช่นนี้ได้อย่างไร
“ท่านพ่อ! ท่านอย่าพึ่งเป็อะไรรอข้าก่อนข้ากำลังรีบกลับไปช่วยท่าน”
ไป๋ลี่จิงควบม้าเข้าเมืองตรงไปที่ประตูเมืองฝั่งทิศตะวันออกไม่มีเสียการสู้รบทุกอย่างเงียบสนิทนางจึงตรงเข้าไปถามทหารที่เฝ้าอยู่ที่หน้าประตูเมือง
“ข้าศึกยกทัพกลับไปแล้วหรือ? ท่านแม่ทัพไป๋อยู่ที่ใด”
ทหารสงสัยว่าคนผู้นี้เป็ใครเหตุใดจึงมาถามหาแม่ทัพไป๋ที่นี่“เ้าเป็ใครถึงได้กล้ามาถามหาท่านแม่ทัพใหญ่”
ไป๋ลี่จิงนึกขึ้นได้ว่าทหารที่อยู่นอกวังไม่มีใครรู้ว่านางมาที่นี่และยิ่งไม่มีทางรู้ว่านางคือบุตรสาวของแม่ทัพไป๋นางจึงโกหกไปว่า
“ข้าไป๋ลี่จ้งบุตรชายของท่านแม่ทัพไป๋ข้าพึ่งเดินทางมาจากเมืองหลวงท่านพ่อนำทหารออกไปสู้รบกับศัตรูเ้ารีบพูดมาว่าตอนนี้ท่านพ่อของข้าอยู่ที่ใด”
ทหารได้ยินดังนั้นก็ถึงกับเขาอ่อนทรุดตัวลงคุกเข่าทำความเคารพ
“คุณชายไป๋ข้าน้อยขออภัย ข้าน้อยไม่ทราบจริงๆว่าท่านคือบุตรชายของท่านแม่ทัพใหญ่ท่านแม่ทัพใหญ่าเ็สาหัสขณะนี้องค์ชายจื่อเหยานำตัวกลับไปรักษาในค่ายทหารคุณชายตามข้าน้อยมาขอรับข้าน้อยจะนำทางท่านไปที่กระโจมท่านแม่ทัพ”
ไป๋ลี่จิงเมื่อรู้ว่าท่านพ่อได้รับาเ็สาหัสก็ทำให้นางใจคอไม่ดีรีบเดินตามทหารเข้าไปภายในค่ายทหารอย่างร้อนรน
พอเดินเข้าไปถึงกระโจมแม่ทัพไป๋นางก็เห็นองค์ชายยืนสั่งการทหารอยู่ที่หน้ากระโจมนางไม่สนใจทหารนำทางอีกต่อไปรีบเดินตรงเข้าไปหาองค์ชายในทันที
“องค์ชายเพคะ ท่านพ่อหม่อมฉันอาการเป็อย่างไรบ้างทหารบอกว่าท่านพ่อาเ็สาหัสตอนนี้อาการเป็เช่นไรเพคะ”
องค์ชายจื่อเหยาเก็บอาการเศร้าหมองไว้อย่างสุดกำลังทรงกัดฟันก้มหน้านิ่งพูดอะไรไม่ออกไป๋ลี่จิงเห็นอาการขององค์ชายก็รู้ได้ทันทีว่าเกิดเื่ไม่ดีขึ้นเป็แน่ นางเดินเข้าไปเขย่าตัวองค์ชายพร้อมกับร้องะโถามว่า
“เกิดอะไรขึ้น!องค์ชายรีบบอกหม่อมฉันมาเดี๋ยวนี้นะเพคะ”
องค์ชายจื่อเหยาพยายามกั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้ไหลออกมาด้วยไม่รู้ว่าจะบอกข่าวร้ายนี้กับนางอย่างไรสุดท้ายองค์ชายก็จำเป็ต้องเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกินขึ้นให้นางฟัง
"ตอนเรามาถึงท่านพ่อของเ้าตกอยู่ท่ามกลางวงล้อมของข้าศึกเรารีบนำทหารฝ่าวงล้อมเข้าไปช่วยในขณะที่เหตุการณ์กำลังชุลมุนมีเสียงะโขึ้นว่าท่านแม่ทัพตกม้า
เราก็พยายามมองหาเห็นท่านแม่ทัพไป๋โดนธนูหลายสิบดอกปักไปที่ร่างจนตกลงจากหลังม้าพวกข้าศึกพากันวิ่งกรูเข้ามาเพื่อจะชิงร่างท่านแม่ทัพไป๋เอาไปตัดหัวหวังจะนำไปรับเงินรางวัลและได้เลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งตามที่แม่ทัพของพวกมันเปล่งวาจาไว้
ยังโชคดีที่เราสามารถนำร่างท่านแม่ทัพกลับคืนมาได้พวกมันโหดร้ายกว่าที่เราคิดเอาไว้หากปล่อยให้พวกมันเข้าเมืองราษฎรเด็กสตรีและคนชราต้องได้รับความเดือดร้อนบ้านแตกสาแหรกขาดเป็แน่
พวกมันหาใช่กองทัพทหารแต่เป็กองโจรเสียมากกว่าไม่มีการให้เกียรติกันเยี่ยงนักรบในสนามรบที่นักรบพึ่งกระทำต่อกัน"
ไป๋ลี่จิงยืนฟังอยู่เงียบๆน้ำตาแห่งความเคียดแค้นไหลอาบแก้มกำหมัดแน่นนางวิ่งเข้าไปในกระโจมเพื่อพบหน้าท่านพ่อและกล่าวคำอำลาเป็ครั้งสุดท้าย
ร่างซึ่งไร้ลมหายใจของท่านแม่ทัพไป๋นอนสงบนิ่งตามลำตัวและหน้าอกมีรอยแผลที่ถูกธนูยิงจนพรุนไปทั้งร่างเพียงเท่านั้นไป๋ลี่จิงก็มีน้ำตาไหลออกด้วยน้ำเสียงตัดพ้อคร่ำครวญด้วยความเสียใจและสิ้นหวัง
“ท่านพ่อทำไมท่านถึงจากลูกไปเร็วเหลือเกินเราสองคนพ่อลูกกำลังจะได้อิสระในการใช้ชีวิตที่นี่ไม่ต้องค่อยระแวดระวังภัยเหตุใดท่านพ่อจึงไม่อยู่ให้ลูกได้ตอบแทนพระคุณเสียก่อน”
ม้าเร็วทหารส่งข่าวจากประตูเมืองทิศเหนือเข้ารายงานความคืบหน้าแก่องค์ชายจื่อเหยา
"องค์ชายพ่ะย่ะค่ะท่านอ๋องโจวมีรับสั่งให้องค์ชายนำกำลังเสริมไปช่วยจากที่คิดว่าข้าศึกยกทัพกลับไปแล้วเพราะสู้กำลังเสริมขององค์ชายไม่ไหวแต่ความจริงพวกมันกลับใช้กลศึกนี้ทำให้เราหลงกลพวกมัน
โดยการย้ายกองทัพไปเสริมกำลังเข้าโจมตีประตูเมืองทิศเหนือแทนพวกเราคาดไม่ถึงจึงไม่ทันได้ระวังติดกับดักของพวกมันตอนนี้ท่านอ๋องนำทัพออกจากประตูเมืองด้วยพระองค์เองด้วยเกรงว่าจะต้านทัพข้าศึกไว้ไม่อยู่พ่ะย่ะค่ะ"
องค์ชายรับสั่งให้ทหารองครักษ์เตรียมทหารสามหมื่นนายมุ่งหน้าไปที่ประตูเมืองทิศเหนือจากนั้นองค์ชายก็เดินเข้าไปบอกกับไป๋ลี่จิงว่าตนต้องรีบยกทัพไปช่วยท่านอ๋อง
“เราต้องรีบนำทหารไปช่วยเสด็จพ่อไม่อาจอยู่ดูแลเ้าได้ขณะนี้สถานการณ์ไม่ปลอดภัยเ้าจงรอเราอยู่ที่นี้ห้ามออกไปไหนเป็อันขาด”
ไป๋ลี่จิงกำลังเสียใจกับการสูญเสียท่านพ่อไปอย่างไม่มีวันกลับนางจึงทำได้เพียงนั่งก้มหน้าร้องไห้ไม่ได้แสดงอาการตอบรับใดๆในใจของนางตอนนี้เฝ้าคิดว่าหากท่านพี่ไป๋ลี่จิงรู้ความจริงเื่การเสียชีวิตของท่านพ่อท่านพี่จะเสียใจมากสักเพียงใด
องค์ชายจื่อเหยาเสด็จมาถึงหน้าประตูเมืองทิศเหนือทรงรีบนำทัพออกไปต่อสู้กับข้าศึกกำลังของข้าศึกมีมากเหลือเกินหากองค์ชายเองนั้นไม่อาจสั่งให้ถอนกำลังได้เพราะตอนนี้พระองค์ยังหาเสด็จพ่อของพระองค์ยังไม่พบ
แม้จะพยายามกวาดสายตามองหาแต่ก็ยังไม่พบเสียงทหารกลุ่มหนึ่งฝ่าวงล้อมของข้าศึกวิ่งตรงเข้ามาองค์ชายจึงรีบควบม้าเข้าไปหาเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้นเห็นในระยะไกลว่าเป็ท่านแม่ทัพคนสนิทของเสด็จพ่อแบกร่างที่สลบแน่นิ่งของใครคนหนึ่งเข้ามา
“องค์ชายพ่ะย่ะค่ะท่านอ๋องถูกหอกของศัตรูตอนนี้ยังไม่ทราบอาการต้องรีบพากลับเข้าเมืองวอนองค์ชายโปรดทรงมีรับสั่งให้ถอนทัพกลับเข้าเมืองก่อนเถอะพ่ะย่ะค่ะ”
องค์ชายเห็นร่างที่ถูกแบกเข้ามาเป็เสด็จพ่อที่ได้รับาเ็พระองค์จึงรีบออกคำสั่งให้ถอนทัพกลับเข้าเมือง
ร่างที่แน่นิ่งของท่านอ๋องถูกส่งเข้าวังหมอหลวงเดินเข้าออกกันไปมาหน้าห้องบรรทมหมอหลวงที่มาถวายการรักษารายงานพระอาการว่าาแที่ท้องสาหัสท่านอ๋องเสียพระโลหิตไปมากเกรงว่าจะไม่สามารถยื้อชีวิตเอาไว้ได้
พระชายาที่ยืนฟังอยู่นั้นถึงกับเป็ลมล้มพับหมดสติไปองค์ชายจื่อเหยาทรงมีรับสั่งให้นางกำนัลพาพระชายากลับไปพักผ่อนที่ตำหนักเสียก่อน
องค์ชายจึงเดินเข้าไปเฝ้าเสด็จพ่อในห้องบรรทมก็ถึงกับประคองพระวรกายไว้ไม่อยู่คุกเข่าลงตรงข้างเตียงบรรทม
“เสด็จพ่อ!ลูกไม่เอาไหนเองไม่สามารถไปช่วยท่านได้ทันเวลาทำให้พระองค์ต้องได้รับาเ็เช่นนี้เสด็จพ่อต้องไม่เป็อะไรนะพ่ะย่ะค่ะแผ่นดินในตอนนี้หากขาดเสด็จพ่อไปจะทำเช่นไรลูกจะเอาอะไรไปต่อสู้กับข้าศึกที่มีกำลังแข็งแกร่งเช่นนี้ได้”
องค์ชายทรงรู้สึกมืดแปดด้านไม่รู้ว่าต่อไปจะบริหารบ้านเมืองแทนเสด็จพ่อได้ยังไงพระองค์เองมีอายุเพียงแค่สิบหกปีเท่านั้นจะเอาสติปัญญาจากไหนมาดูแลบ้านเมือง
องค์ชายมัวแต่เป็ห่วงอาการของเสด็จพ่อเลยลืมไป๋ลี่จิงไปเสียสนิทพอนึกขึ้นได้ก็รีบเสด็จไปหานางที่ค่ายทหาร
ภายในกระโจมของท่านแม่ทัพไป๋ไม่มีแม้แต่เงาของไป๋ลี่จิงองค์ชายเดินกลับออกมาถามทหารที่เฝ้าอยู่ข้างหน้าว่าเห็นไป๋ลี่จิงหรือไม่
"องค์ชายหมายถึงคุณชายไป๋ลี่จ้งหรือพ่ะย่ะค่ะกระหม่อมเห็นคุณชายไป๋ขี่ม้าออกนอกค่ายไปเมื่อตอนเช้ามืดและไม่ได้บอกไว้ว่าจะไปที่ใดพ่ะย่ะค่ะ"
องค์ชายคิดว่านางน่าจะกลับเข้าวังไปแล้วจึงเสด็จกลับมาที่วังตรงไปที่ตำหนักของนางพบนางกำนัลที่เฝ้าอยู่ที่หน้าประตู
“ไป๋ลี่จิงอยู่ในห้องหรือไม่?” นางกำนัลทำหน้าไม่รู้เื่เข้าใจว่านายหญิงออกไปพร้อมกับองครักษ์ั้แ่เมื่อวาน
“เรียนองค์ชาย พวกหม่อมฉันยังไม่เห็นนายหญิงกลับมาั้แ่เมื่อวานนายหญิงไปช่วยทหารที่โดนโจรปล้นเสบียงมิใช่หรือ? เกิดอะไรขึ้นกับนายหญิงหรือเพคะ? เช้านี้พวกองครักษ์ที่ติดตามนายหญิงไปก็ยังไม่มีใครกลับมาเลยนะเพคะ”
"นายหญิงของพวกเ้าจัดการพวกโจรจนได้เสบียงกลับมาแล้วแต่นางรีบร้อนเดินทางกลับเข้าเมืองมาโดยลำพังตรงไปหาท่านพ่อของนางที่ค่ายทหารเราสั่งให้นางรอเราอยู่ที่นั่น
แต่เมื่อเช้าเราเข้าไปรับนางกลับไม่อยู่เสียแล้วเราก็นึกว่านางกลับมาที่วังเองถึงได้รีบมาดูหากเป็อย่างที่พวกเ้าว่าแล้วนางหายไปไหนของนาง"
พูดจบองค์ชายก็ไม่รอช้าเดินทางออกจากวังควบม้าตามหานางไปทั่วจนหมดแรงแต่ก็ยังไม่พบ
********************************************
ไป๋ลี่จิงหายตัวไปที่ใดกัน
อ่านแล้วชอบช่วยกดหัวใจ เป็นกำลังให้นักเขียนด้วยนะจ๊ะ ขอบคุณคะ นามปากกา K.P.STOM