บทที่3เนรเทศ
ทันทีที่จ้าวิลู่กลับมาถึงบ้านหลังคฤหาสน์ตระกูลจ้าวและพบว่า ลูกชายของตนถูกรุมทำร้ายปางตายเขาจึงรีบมุ่งไปที่ตึกหลักของตระกูล เพื่อขอเข้าพบกับบิดาของเขาหวังจะเอาเื่ให้ถึงที่สุด การกลั่นแกล้งต่อกันของผู้เยาว์ ธรรมดาทั่วไปก็พอที่จะยอมรับได้
แต่นี่รุมทำร้ายจนสาหัสปางตายขนาดนี้ไม่อาจปล่อยผ่านไปได้จริงๆ แต่ที่จ้าวิลู่ ไม่ได้คิดถึงเลยคือจ้าวส่วนและจ้าวจิงก็อยู่ที่นั่นด้วย เขาก้าวเข้าไปในห้องโถงผู้ที่นั่งอยู่ตรงกลางสุดปลายทางเดิน ก็คือบิดาของเขาจ้าวเย่ซง ชายวัยห้าสิบกว่าปีแต่ร่างกายยังแข็งแรง สายตาเฉียบคมแผ่กลิ่นอายของผู้มีอำนาจเป็ที่น่าหวั่นเกรงต่อผู้ที่ได้พบเห็นเมื่อเดินมาถึงตรงหน้าขณะที่กำลังจะคุกเข่าคำนับ
“เ้าลูกเนรคุณ ข้าได้ตัดเ้าทิ้งจากตระกูลแล้วใยเ้าจึงกล้าเสนอหน้ามาที่นี่อีกเล่า” จ้าวเย่ซงพูดขึ้นน้ำเสียงบอกถึงความชิงชังอย่างที่สุด
“เรียนท่านพ่อข้าอยากมาขอร้องความเป็ธรรมให้ลูกของข้า หลานของท่าน” จ้าวิลู่กล่าวขึ้นมาพร้อมกับเล่าเื่ราวที่เกิดขึ้นให้ผู้เป็บิดาฟัง
“ข้าไม่เห็นว่ามันจะเกี่ยวข้องกับข้าตรงไหนไอ้เด็กเหลือขอลูกของคนที่ถูกทอดทิ้ง มันจะโดนรุมทำร้ายหรืออะไรก็ตามไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับข้าสักนิด” จ้าวิลู่ เหม่อมองอย่างเลื่อนลอยไปยังหน้าบิดาของตน
สีหน้าบ่งบอกถึงความผิดหวังไม่สามารถปิดบังเอาไว้ได้
“ท่านไม่สงสารเฟยหลงสักนิดเลยหรือเขาเป็หลานของท่าน เืของเขาก็สืบสายมาจากท่าน ถึงแม้ร่างกายไม่สมบูรณ์ฝึกยุทธ์ไม่ได้แต่ก็เป็คนๆหนึ่งลูกหลานของตระกูลจ้าว”
“เหอะ!ไม่มีใครยอมรับว่าไอ้เด็กชั้นต่ำนั่นเป็ลูกหลานตระกูลจ้าวั้แ่มันเกิดด้วยซ้ำมันเกิดมาจากนางแม่ชั้นต่ำของมันไม่นับว่าเป็ลูกหลานตระกูลเ้า”จ้าวส่วนพูดขึ้นมา
“ใช่แล้ว นังผู้หญิงชั้นต่ำที่ให้กำเนิดไอ้ขยะมาตัวหนึ่ง”จ้าวจิงเสริมขึ้นพร้อมแสดงท่าทางที่ดูถูกเหยียดหยาม ตามแบบอย่างของคุณชายผู้ที่ถูกเลี้ยงอย่างเอาแต่ใจ
ทันใดนั้นบรรยากาศของห้องโถงใหญ่ก็เย็นเยียบลงทันใดจิตสังหารถูกแผ่ออกมาจากร่างกายของจ้าวิลู่ กดดันลงสู่สองพ่อลูก ทำให้ทั้งสองต้องยืนตะลึงรับรู้ถึงความน่ากลัวของนักยุทธ์ขั้นเก้าจากตัวของจ้าวิลู่แม้จะถูกทอดทิ้งแต่เขาก็ยังเป็นักยุทธ์ขั้นเก้าส่วนจ้าวส่วนอยู่ในระดับนักยุทธ์ขั้นแปด ดังนั้นในรุ่นลูกของจ้าวเย่ซง
จ้าวิลู่คือผู้ที่มีพร์มากที่สุดเป็ความหวังของตระกูลแต่โชคชะตาก็พลิกผันเพราะความรัก
“ฟางเหนียงเป็สตรีที่เพียบพร้อมและความดีของนางไม่จำเป็ต้องขอความเห็นของเ้าเ้าเด็กฟันไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม” พลังกดทับที่มองไม่เห็นทำเอาจ้าวจิงถึงกับหน้าซีดหายใจลำบาก
“ปัง!” เสียงฝ่ามือตบลงบนโต๊ะทำให้ผู้คนต้องหันกลับไปมองที่โต๊ะจ้าวเย่ซ่ง“ไอ้คนที่ถูกทอดทิ้งเช่นเ้ากล้าดีอย่างไรเข้ามาใช้อำนาจบาตรใหญ่ที่นี่”
“แต่ว่าท่านพ่อ...”จ้าวิลู่พยายามที่จะอธิบายต่อ
“ไม่ต้องพูดอีกแล้ว”เสียงดังกังวานเต็มไปด้วยพลังของจอมยุทธ์ขั้นสองสะกดทุกคน
“ไอ้เด็กเหลือขอ ลูกของคนถูกทิ้งเข้าไปในเขตลานฝึกของตระกูลมีโทษตามผิดแม้จะถูกจ้าวจิงหลานชายของข้าสั่งสอนแล้วก็ตามแต่ตามกฏของตระกูลก็ต้องถูกโบยอีกสิบไม้พลอง”
สิ้นเสียงของจ้าวเย่ซง สองพ่อลูกจ้าวส่วนและจ้าวจิงต่างยิ้มออกมาอย่างไม่ปิดบังแสดงให้เห็นถึงการเยาะเย้ยเหยียดหยามแต่ฝ่ายของจ้าวิลู่เป็ดังเช่นสายฟ้าที่ฝ่าลงมาที่กลางดวงใจไม่นึกไม่ฝันว่าครอบครัวของตนเองจะๆได้รับความอยุติธรรมแบบนี้
“ฮ่าๆๆ” เสียงหัวเราะของหนุ่มน้อยผู้หนึ่งดังขึ้นเขาพาร่างที่ได้รับาเ็เดินโซซัดโซเซเข้ามาในห้องโถง
แน่นอนว่าเขาคือจ้าวเฟยหลงเมื่อทราบความจากมารดาหลังจากที่เขาฟื้นตื่นว่าบิดาได้เดินทางมาทวงความยุติธรรมที่นี่จึงได้เดินตามมาสายตาของเขาจ้องมองผู้าุโทั้งสี่คน ผู้าุโใหญ่ทั้งสองคน จ้าวส่วนผู้เป็ลุง
จ้าวจิงผู้เป็ลูกพี่ลูกน้อง และสุดท้ายคือจ้าวเย่ซง เ้าตระกูล ผู้เป็ปู่
“ข้าจ้าวเฟยหลงเกิดมาไม่เคยทำผิดคิดร้ายต่อใคร ยิ่งไม่ทำผิดต่อฟ้าดิน แต่ทั้งชีวิตที่อยู่ในตระกูลจ้าวแห่งนี้แม้เป็ตระกูลใหญ่ก็น่าอดสูยิ่งนักถูกพี่น้องกลั่นแกล้ง ถูกญาติทอดทิ้ง มิหนำซ้ำ ฮ่าๆๆ!!!”
“จ้าวเฟยหลง ไอ้นอกคอก เ้าหัวเราะอะไรนักหนา”เสียงอันเกี้ยวกราดของจ้าวจิงดังขึ้นมา
“ฮ่าๆๆ ข้าต้องหัวเราะเพราะว่าปู่ของข้าจะลงโทษข้าด้วยกฏของตระกูลทั้งที่เขาไม่เคยนับข้าว่าเป็คนของตระกูลเลยด้วยซ้ำแบบนี้ไม่ตลกไปหน่อยหรือแล้วจะไม่ให้ข้าหัวเราะได้อย่างไร”
“เ้า...”จ้าวเย่ซงไม่อาจพูดอะไรออกมาได้ ด้วยสิ่งที่จ้าวเฟยหลงพูดออกมานั้นเป็ความจริงทั้งหมด
เมื่อเห็นความอึดอัดของบิดาจ้าวส่วนจึงได้พูดขึ้น “เ้าอาศัยบ้านของตระกูลจ้าว กินข้าวของตระกูลจ้าวท่านจ้าวตระกูลจะลงโทษเ้าด้วยกฏของตระกูลมันก็ไม่ได้เกินเลยสักนิด”
“ฮ่าๆๆ”เสียงหัวเราะของจ้าวเฟยหลงดังขึ้นและยิ่งนานกว่าเดิมทำเอาทุกคนอึดอัดยิ่งขึ้น
“ข้าว่าพวกเ้าทุกคนคงจะอยู่สบายจนความจำเสื่อมกันแล้วบ้านที่ข้าอยู่ล้วนเป็หยาดเหงื่อของพ่อข้าทั้งสิ้น อาหารที่เลี้ยงดูข้ามาล้วนแล้วแต่แม่ของข้าจัดหามาให้และแน่นอนว่าผู้เป็พ่อของข้าได้หาเงินซื้อมาหรือพวกเ้ากล้าพูดว่าตนเองได้ส่งเสียเลี้ยงดูข้ามาที่พวกเ้าไม่ไล่เราออกไปก็เพราะคงจะอายเกินกว่าที่จะรับไหวก็เท่านั้น”
เงียบดังป่าช้าในห้องโถงไม่มีใครกล้าพูดอะไรซักคำก็เพราะหาได้เคยมีใครใส่ใจดูแลจ้าวเฟยหลงกับครอบครัวแม้แต่น้อยจริงๆและที่ครอบครัวของจ้าวิลู่ยังอยู่ในตระกูลจ้าวได้ก็เพราะมันน่าอายจริงๆหากต้องไล่คนออกจากตระกูลเพียงเพราะเขาแต่งงานการที่โดนเด็กวัยรุ่นย้อนศรเช่นนี้นับว่าเป็สิ่งที่น่าอับอายต่อเ้าส่วนอย่างยิ่งขณะที่เขากำลังจะพูดอีกก็เหลือบไปเห็นสายตาของบิดาบอกเป็เชิงทำให้เขาต้องรีบหุบปากลง
จ้าวเย่ซงมองดูจ้าวเฟยหลงแล้วครุ่นคิดอย่างละเอียดก่อนเอ่ยออกมา “เ้า้าสิ่งใด ไอ้เด็กเหลือขอ”
จ้าวเฟยหลงซ่อนยิ้มในใบหน้าสูดลมหายใจจนเต็มปอดแล้วเอ่ยออกมา“ข้า้าให้ครอบครัวของข้าถูกเนรเทศออกจากตระกูลจ้าว” เสียงที่หนักแน่นจริงจังไร้การเสแสร้งของเด็กหนุ่มดังทั่วทั้งห้องโถง
จ้าวิลู่มองดูดวงตาที่แน่วแน่ของลูกชายคำพูดที่จริงใจและทรงพลังนี้ เป็สิ่งที่เขาคิดมาโดยตลอด ในเมื่อถูกตัดขาดละเลยไม่สนใจแล้วจะอยู่ไปทำไมกันแต่จนแล้วจนรอดเขาก็ไม่กล้าเอ่ยปากกับจ้าวเย่ซง ด้วยความกตัญญูของลูกจึงมิอาจทำได้แต่ตอนนี้ลูกชายของเขาได้พูดในสิ่งที่เขาคิดออกมาแล้วทำให้ความรู้สึกในใจตอนนี้ปรอดโปร่งยิ่งนัก“ข้าก็ขอให้ท่านเนรเทศครอบครัวของข้าด้วยเช่นกัน ท่านพ่อ”
“บังอาจ!พวกเ้าคิดว่าตระกูลจ้าวเป็ที่ที่พวกเ้าอยากมาก็มาอยากไปก็ไปเช่นนั้นหรือ”เหล่าผู้าุโของตระกูลต่างะโออกมาด้วยความโกรธ ออกมาพร้อมกัน
“เฮ้อ!จะอยู่ก็ลำบากจะไปก็ยังรั้งไว้ ตาแก่ทั้งหลายพวกเ้าจะเอายังไงกันแน่”สีหน้าของจ้าวเฟยหลงทำเหมือนกำลังครุ่นคิดอย่างหนัก “ข้ามีข้อเสนอ พวกเ้าจะว่ายังไง”
เมื่อได้ยินว่าจ้าวเฟยหลงมีข้อเสนอบรรดาผู้าุโของตระกูลต่างพากันซุบซิบคุยกันถึงลูกไม้ที่เ้าเฟยหลงจะงัดออกมาใช้แต่แล้วเสียงของจ้าวเย่ซงก็ดังขึ้น “ไอ้เด็กเหลือขอ มีอะไรก็รีบพูดมาอย่าโอ้เอ้อยู่เลย”
“ในเมื่อข้าอยากถูกเนรเทศเช่นนั้นโทษโบยนั้นข้าจะขอรับเอาไว้ก็แล้วกันในเมื่อถูกโบยตามโทษแล้วการถูกเนรเทศ คงไม่ทำให้เสียหน้าตระกูลจ้าวของพวกเ้ามากเท่าไรแล้วละ”
จ้าวจิงรอคำพูดนี้ของจ้าวเฟยหลงอยู่พอดีเขา้าให้ครอบครัวของขยะคนนี้เจ็บช้ำที่สุดแล้วค่อยออกจากตระกูล“ท่านปู่ข้าขอพูดได้หรือไม่”
“เ้ามีอะไรสามารถพูดได้”
“ในเมื่อจะเนรเทศทั้งสามคนก็ควรจะถูกโบยเหมือนกันใช่หรือไม่เพื่อให้เป็ตัวอย่างแก่ผู้อื่น ป้องกันการทำผิดของคนอื่นในตระกูลต่อไป”
“อืมที่เ้าพูดมาก็มีเหตุผล...เหล่าผู้าุโพวกท่านคิดเห็นเช่นไร”
“พวกข้าเห็นด้วย”เสียงขานรับดังขึ้นทันทีที่ถามจบ โดยไม่ต้องคิดให้เสียเวลา
จ้าวเฟยหลงมองไปยังเ้าจิง“ไอ้จ้าวจิงมันกัดไม่ปล่อยจริงๆ หึ!แค้นนี้ไม่ชำระข้าไม่ขอเป็คน”คิดแล้วจึงมองไปยังจ้าวิลู่แล้วเดินไปกระซิบกัน สักพักจ้าวิลู่ก็มีท่าทีไม่เห็นด้วย“หลงเอ๋อพ่อไม่เห็นด้วย...”
“ท่านพ่อหากพวกเราทุกคนาเ็คงไม่อาจมีชีวิตได้แน่แต่ถ้าหากท่านที่เป็นักยุทธ์ขั้นเก้ายังดีอยู่แม้ข้าจะาเ็ก็ยังมีท่านกับท่านแม่คอยดูแลจริงหรือไม่”เมื่อคิดตามเหตุผลของลูกชายแล้วจ้างิลู่จึงจำใจพยักหน้ารับอย่างเป็กังวัล
“หากเป็เช่นนั้นในฐานะลูกข้าขอรับโทษของท่านพ่อและท่านแม่ของข้าเอง....ทุกอย่างขอเชิญมาลงที่ข้าได้เลย”
จ้าวจิงได้ยินดังนั้นในใจไม่ยินยอมอย่างยิ่ง “ไอ้ขยะเ้าช่างอวดดียิ่งนักเ้าเป็คนตั้งกฏของที่นี่หรือจึงได้กล้าพูดจะเอาอย่างนั้นอย่างนี้”