ชีคฟาซานหัวเราะชอบใจกับภาพที่เห็นตรงหน้าเขาไม่รู้สึกผิดกับการกระทำของตัวเองและไม่มีความสงสารเลยสักนิดเดียวเพราะยึดถือคำที่ว่าการจะเป็ใหญ่ได้นั้นต้องไม่มีความเมตตาให้กับศัตรูอย่างเด็ดขาดเสียงผู้คนแตกฮือและมีเสียงม้าวิ่งเรียกความสนใจให้ชีคเฒ่าหันไปมองอีกทางหนึ่งได้ ฉับพลันจู่ๆก็มีลูกธนูดอกหนึ่งพุ่งแหวกอากาศลงมาปักตรงหน้าของชีคฟาซาน เฉียดเท้าเขาไปเพียงนิดเดียวเท่านั้นสร้างความใให้แก่ชีคเฒ่ารวมถึงลูกน้องที่ยืนอารักขาอยู่ข้างๆ
“อารักขาท่านชีคเร็ว!”ทหารคนสนิทของชีคฟาซานร้องสั่ง ส่วนหนึ่งวิ่งเข้ามาห้อมล้อมชีคเฒ่าเอาไว้อย่างแ่าส่วนอีกกลุ่มหนึ่งวิ่งเข้าไปต่อสู้กับผู้บุกรุกที่ขี่ม้าฝ่าฝูงชนเข้ามากลุ่มใหญ่พร้อมด้วยอาวุธครบมือ
เสียงดาบกระทบกันดังสนั่นไปทั่วบริเวณพอๆกับเสียงกรีดร้องของชาวบ้านที่ต่างแยกย้ายกันวิ่งหนีเอาชีวิตรอดท่ามกลางความชุลมุนนั้นมีร่างสูงร่างหนึ่งะโลงจากหลังม้าแล้วรีบวิ่งเข้าไปหาร่างบางที่กำลังนอนทรมานอยู่ไม่ไกลโดยมีชายหนุ่มอีกคนหนึ่งวิ่งตามประกบมาด้วยเพื่อคอยระวังภัยให้
ชายแปลกหน้าทรุดตัวคงนั่งข้างๆแล้วช้อนใบหน้าของอมลรดาขึ้นมาก่อนจะกรอกน้ำบางชนิดที่อยู่ในกระเป๋าน้ำที่ทำมาจากกระเพาะสัตว์ใส่ปากของหญิงสาวตอนแรกอมลรดาขัดขืนเพราะคิดว่าคนของชีคฟาซานจะจับยาพิษกรอกให้อีกแต่เพราะได้ยินเสียงทุ้มห้าวบอกว่านี่คือยาสมุนไพรที่สามารถล้างพิษได้เธอจึงยอมอ้าปากดื่มแต่โดยดีขณะที่ดื่มเธอก็พยายามเพ่งตามองคนป้อนไปด้วย ทว่าสายตาของเธอกำลังพร่ามัวจึงไม่อาจเห็นหน้าอีกฝ่ายชัดเจนได้เธอดื่มยาสมุนไพรที่เขาป้อนให้จนหมดจากนั้นสติสัมปชัญญะของเธอก็ดับสูญไปจนไม่รับรู้เื่ราวที่เกิดขึ้นอีก
“รีบไปกันเถอะครับท่านชีค”ชายหนุ่มที่ตามมาอารักขาเอ่ยเร่งเพราะเกรงจะต้านกำลังฝ่ายตรงข้ามไม่ไหวเนื่องจากคนของเขามีเพียงสามสิบคนเท่านั้นหากชีคฟาซานสั่งเพิ่มกำลังอีกอาจฝ่าออกไปได้ลำบากขึ้น
“พอข้าออกพ้นไปแล้วสั่งให้คนของเราถอยทันที”ชายหนุ่มผู้มีอำนาจสูงสุดในกลุ่มสั่งแล้วก้มลงช้อนร่างไร้สติของอมลรดาขึ้นพาดบ่าก่อนจะรีบวิ่งไปขึ้นม้าของตนเองจากนั้นก็ควบหนีฝ่าฝูงชนออกไปโดยมีคนของเขาช่วยเคลียร์ทางให้
“พวกเราถอย!”เมื่อเ้านายหนีไปได้แล้วทหารคนอื่นๆ ก็พากันถอยหนีควบม้าจากไปชีคฟาซานโกรธจัดจึงสั่งให้ทหารออกตามล่าทันที แต่กว่าทุกคนจะเข้าไปนำเอาม้าออกมาจากในวังได้กลุ่มที่มาชิงตัวเชลยไปก็ควบม้าหนีไปไกลจนมองแทบไม่เห็นแล้วทว่าชีคฟาซานก็ยังสั่งให้ออกตามล่าอยู่ดีเพราะเขาเชื่อว่าพวกมันคงหลบซ่อนตัวอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านอย่างแน่นอน
เปลือกตาบางค่อยๆ ลืมขึ้นแล้วจับจ้องสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่กะพริบพลางนึกทบทวนถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาพลันดวงตาโตก็เบิกกว้างเมื่อคิดได้ว่าถูกจับกรอกยาพิษ ก่อนความตื่นตระหนกจะคลายลงเมื่อคิดได้อีกว่ามีคนมาช่วยเธอไว้ได้ทัน
อมลรดาถอนใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอกที่ตัวเองรอดจากความตายมาได้อย่างหวุดหวิดก็นับว่า์ยังเมตตาต่อเธออยู่มากทีเดียว พอคิดถึงเหตุการณ์ที่ประสบมาหมาดๆและทบทวนไปถึงเื่ราวต่างๆ ก่อนหน้านั้นหญิงสาวชักไม่แน่ใจเสียแล้วสิว่ามันจะใช่ความฝันจริงหรือเปล่าเพราะทุกอย่างทั้งคนและสิ่งของรอบตัวเธอมันเหมือนจริงจนน่ากลัวเหลือเกิน
ขณะที่เธอกำลังรู้สึกสับสนอยู่นั้นก็มีชายแปลกหน้าคนหนึ่งเปิดผ้าม่านเข้ามาอมลรดามองตาไม่กะพริบทั้งรู้สึกหวาดระแวง สงสัยและประหลาดใจไปในคราวเดียวกันผิดกับฝ่ายที่เข้ามาใหม่ที่แววตาและสีหน้าเต็มไปด้วยความยินดีอย่างเห็นได้ชัด
“เ้าฟื้นแล้วขอบคุณพระผู้เป็เ้าที่ท่านตอบรับคำสวดอ้อนวอนของข้า”
อมลรดามองอีกฝ่ายด้วยสายตาประหลาดใจหนักยิ่งขึ้นเขาทำท่าดีใจที่เห็นเธอฟื้นราวกับเขาเป็ญาติสนิทของเธอไม่มีผิด หญิงสาวดันตัวจะลุกขึ้นนั่งแต่แขนนั้นไม่มีแรงเลยแถมพอขยับก็ยังรู้สึกปวดที่ท้องอีกด้วยเธอจึงทิ้งตัวลงนอนตามเดิมพร้อมกับครางออกมาแ่ๆ ด้วยความเ็ป ทำให้คนที่ดีใจอยู่เมื่อครู่นี้ต้องรีบก้าวเข้ามานั่งลงใกล้ๆก่อนจะเอ่ยเตือนอย่างห่วงใย
“อย่าเพิ่งขยับสิร่างกายของเ้าตอนนี้บอบช้ำมากโดยเฉพาะอวัยวะภายใน หมอสั่งห้ามไม่ให้เ้าขยับตัวไปไหนสักสองสามวันพี่ดีใจเหลือเกินที่เ้าฟื้นขึ้นมา รู้ไหมว่าตอนที่เ้านอนนิ่งไม่ได้สติพี่กลัวมากแค่ไหน”
“พี่” อมลรดาพูดทวนคำของอีกฝ่ายเสียงแ่พลางนิ่วหน้านิดๆอย่างครุ่นคิด ผู้ชายตัวใหญ่ยังกับั์แถมมีหนวดเคราหนาตรงหน้าเธอเรียกแทนตัวเองว่าพี่กับเธอเอ...หรือว่าเขาจะเป็ชีคอะไรน้า เธอเองก็ลืมชื่อคนที่สาวใช้บอกว่าเป็พี่ชายของเธอไปซะแล้วสิเอ๊ย...ไม่ใช่สิ ของท่านหญิงเซรีน่าต่างหากล่ะ หญิงสาวคิดในใจและพยายามนึกชื่อให้ออกแต่ก็ไม่ได้เสียที
“ใช่...พี่...อย่าบอกนะว่าห่างกันแค่ปีเดียวเ้าก็จำหน้าพี่ไม่ได้เสียแล้วเซรีน่า”ชีคหนุ่มเอ่ยเย้าด้วยความเอื้อเอ็นดู เขารู้สึกโล่งใจมากเหลือเกินที่สามารถไปช่วยหญิงสาวได้ทันเวลาดีนะที่เขาเดาใจชีคฟาซานถูกว่าต้องฆ่าเธอด้วยยาพิษเขาจึงสั่งให้หมอวาริสเตรียมปรุงยาสมุนไพรที่มีสรรพคุณล้างพิษได้ติดตัวไปด้วยทันทีที่ได้รับรายงานจากสายสืบเขาก็พากองกำลังขนาดย่อมๆ ของตนเองบุกเข้าไปชิงตัวประกันออกมาทว่าแม้จะรีบเร่งไปเพียงใดแต่เขาก็ยังไปช้าอยู่ดี โชคดีเหลือเกินที่พระผู้เป็เ้าทรงเมตตายังไม่ประสงค์้าชีวิตของท่านหญิงเขาเลยไม่ต้องรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต
‘เซรีน่าอีกแล้ว’อมลรดารู้สึกเซ็งจัดที่ถูกใครต่อใครเรียกผิด นี่เธอหน้าโหลมากขนาดนี้เชียวหรือ และด้วยความเบื่อหน่ายไม่อยากเป็ใครบางคนที่เธอรู้จักอีกและเพราะทุกคนคิดว่าเธอคือเซรีน่าเธอถึงได้เกือบตายหญิงสาวจึงตัดสินใจบอกความจริงกับเขา
“ขอโทษนะคะ ข้าชื่ออมลรดาไม่ใช่เซรีน่าน้องสาวของคุณ”
ชีคราอุสนิ่งงันไปชั่วขณะคิ้วเข้มขมวดมุ่นด้วยความกังขาแกมประหลาดใจในคำพูดของน้องสาวเพื่อนรัก แต่พอคิดได้ว่าเธอได้รับความกระทบกระเทือนด้านร่างกายอย่างรุนแรงซึ่งอาจส่งผลไปถึงสมองด้วยจึงทำให้ยังจำอะไรไม่ได้เขาก็ส่งยิ้มให้เธอก่อนจะบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนดุจเดิม
“เ้าเพิ่งฟื้นขึ้นมาใหม่ๆคงยังรู้สึกมึนงงอยู่มากจนจำอะไรไม่ค่อยได้ พี่ว่าเ้านอนพักผ่อนก่อนเถอะนะตื่นขึ้นมาอีกทีจะได้รู้สึกดีขึ้น” จบคำชายหนุ่มก็เดินจากไป
อมลรดาจะทักท้วงเพื่อบอกให้เขาเข้าใจว่าเธอจดจำได้เป็อย่างดีไม่ได้หลงๆ ลืมๆ อย่างที่เขาคิดแต่ก็เรียกไว้ไม่ทันเสียแล้วหญิงสาวถอนใจออกมาด้วยความกลัดกลุ้ม เธอเฝ้าครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ต่างๆ อย่างไม่เข้าใจก่อนจะผล็อยหลับไปด้วยความอ่อนเพลียอีกครั้ง
เมื่อออกมาจากกระโจมของท่านหญิงเซรีน่าแล้วชาริสทหารคนสนิทของชีคราอุสก็เดินเข้ามาหา บนท่อนแขนของชายหนุ่มมีนกเหยี่ยวตัวหนึ่งยืนเกาะอยู่ตรงขาของมันมีกระดาษม้วนเล็กๆ สีขาวผูกติดเอาไว้
“เรียบร้อยแล้วครับท่านชีค” ชาริสเอ่ยรายงานให้ทราบ
ชีคราอุสกางท่อนแขนของตนเองที่มีผ้าพันไว้แน่นเหมือนของชาริสออกเพียงผิวปากนิดเดียวเ้านกเหยี่ยวแสนรู้ที่ถูกฝึกมาอย่างดีก็บินมาเกาะท่อนแขนของเ้านายตัวจริงทันทีชีคหนุ่มลูบศีรษะมันเบาๆ พร้อมกับพูดอะไรบางอย่างอยู่สองสามคำก่อนจะปล่อยให้มันโผบินออกไปสู้ท้องฟ้ากว้าง
จดหมายที่ติดขานกอยู่นั้น เป็สารจากเขาถึงชีคอีฮานเพื่อนรักซึ่งตอนนี้อยู่รอดปลอดภัยดีที่เมืองราสอัลไคมาห์ของเขาเขาส่งข่าวให้เพื่อนได้สบายใจว่าเขาได้ช่วยเซรีน่าออกมาแล้วและกำลังจะเดินทางกลับชีคราอุสไม่ได้บอกถึงอาการาเ็ของหญิงสาวไปด้วยเพราะไม่อยากให้เพื่อนเป็กังวล
“ท่านชีคครับมีคนกลุ่มใหญ่กำลังเดินทางมาทางเราครับ” ทหารนายหนึ่งวิ่งเข้ามารายงาน
“สั่งคนของเราส่วนหนึ่งให้ขึ้นไปแอบอยู่บนหน้าผาหินไว้ก่อน”ชีคราอุสสั่งก่อนจะวิ่งไปขึ้นม้าของตนเองที่ถูกผูกไว้ในคอกสัตว์ชั่วคราวโดยมีชาริสวิ่งตามมาติดๆ
เพียงอึดใจเดียวชีคหนุ่มก็มานั่งซ่อนตัวอยู่ที่ซอกผาเพื่อเฝ้าดูสถานการณ์ตอนนี้เขาจำเป็ต้องยึดที่มั่นแห่งนี้เอาไว้ก่อน เพราะเซรีน่ายังไม่สามารถเดินทางไกลได้
เมื่อเห็นว่าเป็ทหารของชีคฟาซานแน่ๆชีคราอุสก็สั่งให้ทหารของเขายิงธนูใส่ทันที ทำให้กองทัพของผู้บุกรุกปั่นป่วนไปหมดและผลสุดท้ายก็ไม่มีใครรอดชีวิตกลับไปได้สักคนเดียวเพราะชีคหนุ่มสั่งให้ฆ่าให้หมดเนื่องด้วยหากปล่อยให้เหลือรอดกลับไปได้แม้แต่คนเดียวพวกมันก็จะรู้ว่าแหล่งกบดานของเขาอยู่ที่ไหนคราวหน้าคงจะยกกองกำลังที่ใหญ่กว่านี้มาถล่มแคมป์ของเขาแน่ๆ เขาจะต้องต้านเอาไว้ให้ได้อีกสามถึงสี่วันเมื่อถึงตอนนั้นแล้วเซรีน่าก็คงพอที่จะเดินทางไกลได้แล้ว
เมื่อผู้บุกรุกถูกกำจัดสิ้นซากไปแล้วชีคราอุสก็นำคนกลับฐานทันทีโดยทิ้งไว้เพียงแค่ยามเฝ้าทางเท่านั้น
ชีคฟาซานรอแล้วรอเล่าจนย่างเข้าสู่วันที่สองทหารของเขาก็ยังไม่กลับมารายงานความเป็ไปให้เขาได้รู้สักคนเดียวมันเป็ไปไม่ได้ที่จะไม่มีใครกลับมารายงานเขาเลย มีหนทางเดียวเท่านั้นก็คือทุกคนตายหมดและเขาก็คิดว่าน่าจะเป็เช่นนั้นจริงๆซะด้วย ชีคเฒ่าคิดด้วยความเดือดดาลสุดขีดยังไงเขาก็ไม่มีวันยอมปล่อยท่านหญิงเซรีน่าให้มีชีวิตรอดไปได้อย่างเด็ดขาดเพราะสักวันอีกฝ่ายอาจกลับมาแก้แค้นเพื่อชิงเมืองคืนเป็แน่
ชีคฟาซานเดินไปเดินมาเหมือนหนูติดจั่นเขาอยากรู้เหลือเกินว่าใครที่เป็คนมาช่วยท่านหญิงไปกันแน่ชีคอีฮานหรือว่าคนอื่นที่ชีคหนุ่มไปขอความช่วยเหลือ นี่ก็อีกคนที่เขายังไม่สามารถกำจัดให้สิ้นซากได้ชีคอีฮานผู้อ่อนแอเก่งแต่งานบริหารส่วนงานทางด้านทหารอ่อนหัดยิ่งนักถึงถูกเขายึดเมืองมาได้อย่างง่ายดายชีคเฒ่าปัดแจกันทองใบเล็กที่ตั้งอยู่บนโต๊ะใกล้ๆ มือทิ้งด้วยความเกรี้ยวกราดแม้เขาจะยึดเมืองได้แต่สองพี่น้องกลับหนีรอดไปได้ซึ่งมันจะเป็ภัยต่อเขาในภายภาคหน้าดังนั้นเขาจะต้องตามล่าหาตัวสองพี่น้องให้ได้แล้วกำจัดมันซะให้สิ้นซากโดยเร็วที่สุด
ชีคฟาซานครุ่นคิดอย่างหนักก่อนจะร้องสั่งคนสนิทให้ไปจัดกองกำลังชุดใหญ่อีกชุดหนึ่งเพื่อออกตามล่าหาตัวท่านหญิงให้ได้เพราะเขาเชื่อว่าหากได้ตัวท่านหญิงเมื่อไรเขาก็จะได้ตัวชีคอีฮานตามมาอย่างแน่นอน
่สองวันที่ผ่านมาแม้ทุกอย่างยังคงเงียบสงบอยู่และไม่มีผู้บุกรุกเข้ามาอีกแต่ชีคราอุสก็ไม่ได้วางใจเลยสักนิดเดียวเพราะชายหนุ่มรู้ดีว่าชีคฟาซานไม่ยอมปล่อยเสือเข้าป่าอย่างแน่นอนดังนั้นเพื่อความไม่ประมาทเมื่ออมลรดาหรือท่านหญิงเซรีน่าในสายตาของทุกคนมีร่างกายที่แข็งแรงขึ้นจนพอจะลุกขึ้นเดินเหินไปไหนมาไหนเองได้บ้างแล้วชีคหนุ่มก็สั่งให้ทุกคนเก็บสัมภาระเพื่อออกเดินทางต่อทันที
“พี่ขอโทษนะที่ต้องพาเ้าเร่งเดินทางต่อทั้งๆที่เ้ายังไม่หายดีแต่มันจำเป็จริงๆ”ชีคราอุสกล่าวขอโทษออกมาขณะช่วยประคองร่างบางของอมลรดาออกมาจากกระโจมที่พักในกองทัพของเขาไม่มีผู้หญิงติดตามมาด้วยเลยสักคนเดียวดังนั้นเื่การดูแลหญิงสาวจึงตกเป็หน้าที่ของเขาไปโดยปริยายทว่าบางครั้งก็มีชาริสมาคอยช่วยดูแลอีกแรงหนึ่งเวลาที่เขายุ่งๆอยู่กับงานเหมือนกัน
“ไม่เป็ไรค่ะ” อมลรดาไม่รู้จะพูดอะไรออกมาดีนอกจากประโยคนี้ตลอดสองวันที่เธอตื่นขึ้นมาจากความเป็ความตายนั้นมีเื่ให้เธอต้องขบคิดมากมายนักเหตุการณ์ที่เผชิญอยู่ความรู้สึกทุกข์ทรมานจากยาพิษและสภาพแวดล้อมรอบตัวกำลังล้มล้างความคิดที่ว่าเธอกำลังฝันอยู่ให้หมดสิ้นไป
มันไม่ใช่ความฝันแล้วล่ะฝันอะไรกันจะเหมือนจริงและยาวนานขนาดนี้ แล้วถ้าไม่ใช่ความฝันแล้วมันคืออะไรกันล่ะทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ได้ท่ามกลางผู้คนมากมายที่ทำเหมือนรู้จักเธอแต่กลับเรียกชื่อเธอผิดไปและที่สำคัญเธอดันพูดภาษาอาหรับได้! สิ่งนี้แหละที่มันมหัศจรรย์ยิ่งนักจนทำให้เธอคิดว่ากำลังฝันอยู่
อมลรดาพยายามหาคำตอบที่เป็ไปได้มากที่สุดซึ่งคำตอบที่หาได้มันก็สุดแสนจะอัศจรรย์จนเธอไม่กล้ายอมรับว่ามันเป็ความจริงก็จะให้ยอมรับได้ยังไงกันว่าเธออาจข้ามมิติมายังอีกมิติหนึ่งหรือไม่ก็หลงเข้ามาในยุคอดีตเหมือนในละครทวิภพที่เคยดูก็เป็ได้ไม่หรอกน่า...เื่นี้มันเป็ไปไม่ได้หรอกมันก็แค่ละครที่สร้างสมมุติขึ้นมาเท่านั้นเองไม่มีวันเกิดขึ้นจริงได้หรอกเพราะถ้ามีจริงเธอคงข้ามภพไปเจอกับคุณหลวงเทพสุดหล่อของเธอแล้วล่ะ ไม่ปล่อยให้แม่มณีชิงตัดหน้าไปได้หรอก
หญิงสาวเผลอหัวเราะออกมาเบาๆกับความคิดในตอนท้ายของตนเองไม่ว่ายังไงเธอก็ไม่เชื่ออยู่ดีว่าตัวเองข้ามภพมาได้จริงๆชีคราอุสได้ยินจึงก้มลงมองหน้าก่อนจะเอ่ยถามอย่างสงสัย
“เ้าหัวเราะอะไรหรือเซรีน่า”
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ”อมลรดาตอบพร้อมกับเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มสดใสให้เล่นเอาคนช่วยประคองถึงกับหยุดเดินไปชั่วขณะก่อนจะเดินต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งที่ในใจตอนนี้ของเขากำลังเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับหญิงใดมาก่อนแม้แต่กับหญิงสาวข้างกายคนนี้ก็เช่นกันเมื่อก่อนเขาไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับน้องสาวเพื่อนเลยสักครั้งแล้วทำไมตอนนี้ถึงได้เปลี่ยนไปจนตัวเขาเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น
“โอ้โห!”อมลรดาอุทานออกมาเสียงดังเมื่อเห็นภาพเบื้องหน้าที่มีชายหนุ่มเกือบสามสิบคนแต่งกายมิดชิดและรัดกุมนอกจากทุกคนจะใส่เสื้อแขนยาวและกางเกงขายาวแล้วใบหน้าของแต่ละคนยังถูกผ้าพันเอาไว้อย่างมิดชิดจนเห็นเพียงลูกตาเท่านั้นแถมชุดที่สวมอยู่ยังเป็สีดำเหมือนกันหมดจนแยกไม่ออกเลยว่าใครเป็ใครบ้าง
นอกจากผู้คนที่มากมายแล้วก็ยังมีม้าและอูฐนับหลายสิบตัวอีกด้วยอมลรดากวาดตามองไปรอบๆ ตัวด้วยความตื่นตะลึงนี่เป็ครั้งแรกที่เธอได้ออกมานอกเต้นที่พักจึงอดแปลกตาและประหลาดใจกับสิ่งที่เห็นไม่ได้รอบตัวเธอมีแต่ทรายไม่มีตึกรามบ้านช่องให้เห็นสักหลัง รถสักคันก็ไม่มีแถมทุกคนยังแต่งกายเหมือนนักรบไม่มีผิดและหากว่าสายตาเธอมองไม่ผิดดูเหมือนข้างเอวของแต่ละคนจะมีดาบเหน็บอยู่ด้วย
หญิงสาวนึกถึงเหตุการณ์ตอนวันโดนจับกรอกยาพิษผู้คนที่มามุงดูเธอล้วนแล้วแต่แต่งกายเหมือนชาวอาหรับบางส่วนที่เธอเคยเห็นในเมืองอาบูดาบีเธอไม่เห็นมีใครแต่งกายสมัยใหม่สักคนเดียวเลย เอ...หรือเราจะหลงทางเข้ามาลึกเกินไปกันนะบางทีที่นี่อาจอยู่ห่างจากเมืองหลวงมากเกินไปถึงยังได้ดูเหมือนล้าสมัยอยู่แบบนี้แถมยังนึกฆ่าแกงกันได้อย่างไม่นึกกลัวเกรงกฎหมายอีกด้วย อมลรดาคิดอยู่ในใจก่อนดวงตางามจะเบิกกว้างขึ้นด้วยความยินดีเมื่อคิดอะไรบางอย่างออก
“มีอะไรเหรอ” ชีคราอุสเอ่ยถามเมื่อจู่ๆ หญิงสาวก็หยุดเดิน
“ท่านช่วยพาข้ากลับเข้าเมืองหน่อยได้ไหม” อมลรดาร้องขอด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน ท่าทางกระตือรือร้นและดวงตานั้นทอประกายความหวังเต็มเปี่ยมมือบางเอื้อมไปจับท่อนแขนแกร่งเอาไว้และบีบแน่น
ชีคราอุสขมวดคิ้วมุ่นด้วยแปลกหูกับคำเรียกขานของน้องสาวเพื่อนเนื่องจากปกติแล้วเซรีน่าจะเรียกเขาว่าพี่ราอุสไม่ใช่เรียกซะห่างเหินเหมือนคนไม่รู้จักกันแบบนี้ชายหนุ่มจ้องหน้างามซึ้งนิ่งก่อนจะตอบตามที่เขาเข้าใจ
“จะกลับเข้าไปทำไมอีกที่นั่นมันอันตรายมากนะ”
“ไปส่งข้าหน่อยเถอะนะข้าอยากกลับบ้าน” เธออ้อนวอนเสียงหวานมองเขาอย่างเว้าวอนจนคนถูกมองใจสั่นหวิวๆขึ้นมาแต่ก็เพียงชั่วครู่เท่านั้นเพราะถูกความสงสัยกลบมิดจนหมด
“จะกลับบ้านไปได้ยังไงกันนี่เ้าลืมไปแล้วหรือว่าชีคฟาซานมันยึดบ้านเมืองของเ้าไปแล้วกลับไปก็มีแต่ตายกับตายเท่านั้น”
“ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่” เธอรีบปฏิเสธ “ข้าไม่ได้หมายถึงว่ากลับไปหาชีคอะไรนั่นสักหน่อยข้าหมายถึงในเมืองใหญ่น่ะ”เมื่อชีคหนุ่มยังทำหน้าไม่เข้าใจเธอจึงอธิบายเพิ่มเติมอีก “ทำไมเข้าใจยากนักนะข้าหมายถึงในเขตย่านธุรกิจของเมืองอาบูดาบีน่ะ เอ...หรือว่าที่สนามบินก็ได้นะถ้าท่านพาข้าไปส่งที่สนามบินได้ละก็ข้าจะขอบคุณมากๆ เลยล่ะ”
“เ้าพูดเื่บ้าอะไรของเ้าน่ะเซรีน่าย่านธุรกิจของเมืองอาบูดาบีและสนามบินอะไรของเ้ากัน สนามบินมันคืออะไรแล้วเ้าจะไปเมืองอาบูดาบีทำไมที่นั่นมันอยู่ไกลมากนะและเ้ารู้จักได้ยังไงกัน”ชีคราอุสมองหน้าน้องสาวของเพื่อนด้วยความไม่เข้าใจระคนสงสัยเซรีน่าพูดถึงสิ่งที่เขาไม่รู้จักและดูจะเพ้อเจ้อไปกันใหญ่แล้วจนน่าเป็ห่วงเหลือเกิน
“ท่านอย่ามาทำไก๋หน่อยเลยน่าน่านะ...ช่วยพาข้าไปส่งหน่อยเถอะนะ ไหนๆท่านก็ช่วยข้าให้พ้นจากคนเลวพวกนั้นมาได้แล้วก็ช่วยต่อไปอีกหน่อยเถอะนะข้าสัญญาว่าจะไม่ลืมบุญคุณในครั้งนี้เลย หากมีโอกาสได้ตอบแทนข้าจะตอนแทนบุญคุณของท่านทันทีเอ๊ะ...จริงสิ แล้วกระเป๋าของข้าล่ะ ท่านเอากระเป๋าของข้าไปไว้ที่ไหน” อมลรดาทวงถามเมื่อนึกถึงกระเป๋าที่บรรจุสิ่งของสำคัญของตนเองได้
“กระเป๋าอะไรของเ้าอีก” ชีคหนุ่มชักอารมณ์เสียเพราะเริ่มพูดจากับหญิงสาวไม่รู้เื่
อมลรดาเตรียมอ้าปากจะอธิบายต่อก็นึกอะไรขึ้นมาได้เสียก่อนจริงสิ เธอตื่นขึ้นมาในครั้งแรกไม่ใช่ที่นี่นี่น่าเพราะฉะนั้นกระเป๋าของเธอก็น่าจะอยู่ที่วังของชีคแก่ใจร้ายคนนั้นตายล่ะ แล้วทีนี้จะทำยังไงดีล่ะเนี่ย ขืนกลับไปเอามีหวังโดนฆ่าตายแน่ๆแต่ถ้าไม่กลับไปเอาแล้วเธอจะกลับเมืองไทยยังไงกันล่ะ
“โอ๊ย! ทำไมมันถึงมีแต่เื่ซวยๆ แบบนี้ล่ะเนี่ย”หญิงสาวครวญครางออกมาพลางยีหัวตัวเองที่มีฮิญาบสวมอยู่อย่างหงุดหงิดชีคราอุสที่จับจ้องกิริยาของเธออยู่เอื้อมมือมาจับมือบางทั้งสองข้างของเธอไว้แล้วเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง
“เ้าเป็อะไรไปเซรีน่าปวดหัวอย่างนั้นเหรอ”
“เปล่า ข้าเพียงแต่...”
“เอาล่ะถ้าเ้าไม่ได้เป็อะไรก็ไปขึ้นอูฐกันเถอะ จะได้เดินทางกันซะที” ชีคหนุ่มตัดบทเพราะไม่อยากเสียเวลาอีกต่อไปอมลรดาอ้าปากจะคัดค้านแต่ชายหนุ่มรู้ทันจึงเอ่ยดักคอไว้ก่อน “มีอะไรเอาไว้ค่อยพูดกันทีหลังตอนออกไปจากที่นี่แล้ว”จบคำเขาก็เดินประคองเธอไปที่อูฐตัวหนึ่งที่ทหารของเขาได้จัดเตรียมเอาไว้ให้โดยที่อมลรดาไม่กล้าขัดขืนเนื่องด้วยสีหน้าของชายหนุ่มแสดงออกชัดว่าชักไม่พอใจขึ้นมาบ้างแล้ว
อมลรดาถูกยกตัวให้ขึ้นนั่งบนหลังอูฐตัวใหญ่ที่นอนหมอบนิ่งอยู่จากนั้นร่างสูงของชีคหนุ่มก็ะโขึ้นมานั่งซ้อนอยู่ทางด้านหลังของเธอเขากับเธอจำเป็ต้องนั่งอูฐตัวเดียวกันเพราะเธอยังไม่แข็งแรงพอจะขี่คนเดียวได้หญิงสาวเลยนั่งตัวเกร็งพยายามเก็บเนื้อเก็บตัวให้ห่างจากอีกฝ่ายแต่แล้วเธอก็ต้องกรีดร้องออกมาเสียงหลงเมื่อเ้าอูฐตัวใหญ่ลุกขึ้นยืนตามคำสั่งของเ้านายมันเพราะความไม่รู้ว่าอูฐจะใช้เท้าด้านหลังยืนขึ้นก่อนอมลรดาจึงไม่ทันระวังตัวเลยคะมำไปด้านหน้าดีทว่าคนด้านหลังตวัดแขนโอบรัดเอวบางไว้ได้ทันเสียก่อน
หญิงสาวหน้าซีดและใจสั่นสองมือนั้นจับท่อนแขนที่รัดอยู่ที่เอวเอาไว้แน่นหลังจากหายใแล้วเธอก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกก่อนจะรับรู้ได้ถึงไอร้อนจากเื้ัของตนเองพอเอี้ยวหน้าไปมองก็พบว่าบัดนี้เธอได้เข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของชีคหนุ่มเต็มตัวเป็ที่เรียบร้อยแล้วแผ่นหลังของเธอแนบสนิทไปกับแผ่นอกกว้างจนััได้ถึงความแข็งแกร่งแก้มที่ซีดเซียวจากอาการเจ็บป่วยและอาการใบัดนี้แดงก่ำฟ้องให้อีกฝ่ายรู้ว่าอมลรดาอยู่ในอารมณ์ชนิดใดยิ่งลมหายใจร้อนผ่าวมาเป่ารดอยู่ข้างแก้มก็ยิ่งทำให้ร่างบางเริ่มสั่นและรู้สึกแปลกๆเนื่องจากไม่เคยใกล้ชิดผู้ชายคนไหนมากเท่านี้มาก่อน
“เอ่อ...ขะ...ขอบคุณค่ะ” เธอกล่าวออกมาเสียงกระท่อนกระแท่นพร้อมกับหันหน้ากลับ
ชีคราอุสมองคนแก้มแดงนิ่งนานก่อนจะยอมคลายวงแขนออกและขยับตัวออกห่างจากร่างนุ่มหอมกรุ่นเล็กน้อยด้วยสีหน้าเสียดายแวบหนึ่งแล้วปรับเข้าสู่ปกติดังเดิมชายหนุ่มไม่พูดอะไรนอกจากกวาดสายตาไปมองรอบๆ ตัวเพื่อสำรวจความเรียบร้อยและเมื่อทุกอย่างถูกเก็บหมดแล้วชีคหนุ่มก็สั่งให้ออกเดินทางทันที
เป็อย่างที่ชีคราอุสคาดการณ์ไว้ไม่มีผิดทหารกลุ่มใหม่และกลุ่มใหญ่กว่าเดิมของชีคฟาซานควานหาที่ตั้งแคมป์เก่าของชีคหนุ่มเจอจนได้แต่ถึงพบก็ไม่ทันการณ์เสียแล้ว เพราะชีคราอุสพาคนของเขาเดินทางต่อไปนานแล้วจะพบก็เพียงซากศพของเหล่าทหารของชีคฟาซานที่กำลังถูกแร้งจิกกินเท่านั้น
“ตามล่าหาตัวท่านหญิงเซรีน่าและคนที่มาช่วยต่อไปถ้าเจอแล้วฆ่าทิ้งให้หมดทันที”นี่คือคำประกาศิตจากชีคฟาซานหลังจากได้รับรายงานจากทหารว่าศัตรูพากันหนีไปหมดแล้วเมื่อผู้เป็ใหญ่สั่งให้ตามต่อทหารกล้าทุกนายก็ไม่อาจถอยหลังกลับได้จึงจำต้องออกตามล่าตัวศัตรูต่อไปจนกว่าจะพบ