หลังจากที่รับประทานอาหารเช้ากันเสร็จทั้งสามก็เตรียมจะแยกย้ายกันไป แม่และป้าสะใภ้ขึ้นรถม้ามุ่งหน้าไปโรงทอผ้าอี้ชิงเปลี่ยนเสื้อผ้า สวมใส่ผ้าคลุมดำที่มิดชิดรัดกุมและห้อยเครื่องรางป้องกันเพื่อปิดบังตัวตนของตนเอง
ก่อนที่จะแยกกันไป
ชายหนุ่มได้มอบเครื่องรางซ่อนโฉมเปลี่ยนรูปกายให้กับมารดาคนงามของเขาเพื่อใช้ปิดซ่อนดวงหน้าและเรือนกายทรงเสน่ห์ของนาง
“โอ้!? เครื่องรางนี้ช่างน่าเหลือเชื่อนัก!?ข้าเกือบคิดไปว่าเจ้ากลายเป็นคนอื่นเสียแล้ว!” ฟางเหนียงร้องอุทานป้องปากและเบิกตากว้าง จ้องมองรูปโฉมที่แปรเปลี่ยนไปของหลิงรั่วซีอย่างตื่นตะลึงในใจมิคาดว่าหลานชายจะมีของวิเศษเช่นนี้อยู่?
“ไม่เลวเลยยามนี้ต่อให้เดินกลางถนน ข้าก็ไม่เป็นที่จับตามองแล้วสินะ?”
หลิงรั่วซีสำรวจดูใบหน้าของตนเองผ่านบานกระจกทองแดงที่กลับกลายเป็นเพียงหญิงสาวชาวบ้านธรรมดา ไม่มีอะไรโดดเด่นเป็นพิเศษพลางรู้สึกประทับใจกับของขวัญจากบุตรชาย
เขาช่างเอาใจใส่และหวงแหนนางยิ่งนัก
“ท่านแม่พอใจก็ดีแล้วขอรับ...อ่า มีของสำหรับท่านป้าด้วยนะ” อี้ชิงไม่ลืมที่จะหยิบเครื่องรางอีกชิ้นมอบให้แก่ป้าสะใภ้คนงามของเขา
“นี่มัน...มันล้ำค่าเกินไปหรือไม่?” นางรู้สึกลังเลแลเห็นความวิเศษของมัน ก็สามารถบ่งบอกได้ว่าระดับของของวิเศษชิ้นนี้ไม่ธรรมดาและต้องมีมูลค่ามากเป็นแน่นางนั้นอาศัยอยู่ในเมืองแห่งนี้ ไม่มีอันตรายใดๆ คงไม่จำเป็นต้องใช้หรอกกระมัง?
“เขาให้พี่เหนียงก็รับไว้เถอะ หากท่านรู้ว่าเจ้าเด็กแสบนี่ไปได้โอกาสวาสนาใหญ่แบบใดมาท่านจะรู้ว่าความเกรงใจของท่านนั้นเป็นเพียงแค่เรื่องเล็กน้อย” มารดาคนงามเห็นพี่สาวกระอักกระอ่วนใจ ก็พูดช่วยโน้มน้าว
“ก็ได้...ขอบใจเจ้ามากนะ เสี่ยวชิง...♥” ป้าสะใภ้ฟางเหนียงมิอาจทนคำรบเร้าของทั้งสองคนได้นางได้แต่ยอมรับไว้อย่างขอบคุณ
เมื่อโดนความใจกว้างใจป้ำของเขาหว่านเสน่ห์หัวใจในทรวงอกของคนงามก็เต้นกระส่ำ ไม่ลืมที่จะแตะสัมผัสหลังมือและแอบส่งสายตาหยาดเยิ้มให้ชายหนุ่มผู้เป็นหลานราวกับกำลังบอกใบ้ เตือนสติให้เขามิลืมนัดเย็ดคืนนี้(?)
อี้ชิงที่ถูกยั่วแบบนั้นไหนเลยจะทนไหว?
เขายิ้มตอบกลับไปพอมารดาหันหลังขึ้นรถม้าก็ฉวยโอกาส แอบหอมแก้มนวลและบีบขยำบั้นท้ายงอนๆอวบๆของท่านป้าหญิงคนงามของเขาตอบตกลงคำนัดของนาง ทำนางหน้าแดงซ่านขวยเขิน ร่องสวาทหีเปียกชุ่มอย่างเฝ้ารอคอย
กุก กัก! กุก กัก!
รถม้าวิ่งเหยาะๆออกไปอย่างเชื่องช้าก่อนจะกลมกลืนไปกับฝูงชนและรถม้าคันอื่นๆที่วิ่งสวนไปมาบนท้องถนน
ชายหนุ่มนิ่งไปพักหนึ่งและเหลือบมองไปยังต้นไม้ใกล้ๆบนกิ่งไม้นั้นมีนกกระจอกตัวน้อยอยู่ 4 ตัว หากมองผิวเผินก็มิแตกต่างกับวิหคทั่วไปที่เห็นได้ทุกที่ อย่างไรก็ตาม...พวกมันคือหุ่นเชิดอสูร หุ่นเชิดมีชีวิตที่หลอมโดยเฮยหลง
“เฮยหลงอย่าให้เกิดเรื่องอันใดขึ้นกับพวกนางเป็นอันขาด” อี้ชิงพูดออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าวจริงจัง
“ขอรับ นายท่าน” เสียงเย็นชาของเฮยหลงดังเบาๆที่ข้างหูขานตอบกลับคำสั่งของเจ้านายของตน
ชายหนุ่มพ่นลมหายใจเล็กน้อยเขารู้ว่าตนนั้นอาจจะกังวลมากเกินไปนักเพราะด้วยโชคดีที่ปกป้องคุ้มครองและเฮยหลงที่ติดตามเขามาเพื่อคุ้มกันมันยากนักที่จะมีอันตรายอันใดมาทำร้ายคนใกล้ตัวของเขาได้
เนื่องจาก...
พอเขาทะลวงขึ้นสู่ระดับรวมวิญญาณ
ระดับตบะบ่มเพาะของไป๋หลงและเฮยหลงก็ทะยานขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน! จากเดิมระดับยอดยุทธ์...บัดนี้อยู่ระดับนักพรตแล้ว!?
ระดับนักพรต!
ความแข็งแกร่งระดับนี้ดำรงอยู่ในขุมพลังระดับ 4 เท่านั้น!
แม้กระทั่งตระกูลหลิงของท่านแม่ตระกูลขุมพลังระดับ 5 ก็ยังต้องให้เกียรติดุจผู้อาวุโสหรืออาคันตุกะที่มีเกียรติ! มิขวัญกล้าล่วงเกินโดยง่าย!
“ยังก่อน...พลังของข้ายังน้อยนิดเกินไปนัก ข้าไม่ควรเร่งรีบ” ชายหนุ่มพึมพำเบาๆดับเพลิงไฟในอกของตนเอง ระงับความต้องการทวงความยุติธรรมให้มารดาของเขาไว้ชั่วคราว
คนหันหลังแล้วเดินมุ่งหน้าไปยังนอกเมืองตรงดิ่งไปยังสถานที่ที่กองคาราวานใหญ่ของตระกูลถังตั้งพักแรมอยู่
“มาเร็ว!”
“มีกองคาราวานใหญ่มาตั้งเติมเสบียงอยู่ข้างนอก!ผู้ใดที่มีเนื้อสัตว์หรือธัญพืชสามารถเอาไปแลกเปลี่ยนกับพวกเขาได้!”
“โอ้โห...ตั้งแต่เกิดมา ข้าไม่เคยเห็นขบวนกองคาราวานที่ยาวขนาดนี้มาก่อนเลย!? พวกเขามาจากไหนกัน? หรือมาจากสมาคมการค้า?”
“โง่เขลา! ปัญญาน้อยกว่าหางอึ่ง! จงถ่างตาดูธงนั่นซะ!”
“นั่นคือธงของตระกูลถัง!”
“ตระกูลถังคือตระกูลระดับ 3 พวกเขามีบรรพชนระดับยอดยุทธ์อยู่ในตระกูล!”
“มีถิ่นฐานตั้งอยู่ที่เมืองหินดำ...”
“...”
ระหว่างทางชายหนุ่มได้ฟังคำสนทนาของผู้คนโดยรอบ
เขารับฟังทั้งข่าวลือและข้อมูลเกี่ยวกับตระกูลถังไม่ว่าจะข่าวไร้สาระชวนขบขันไปจนข่าวที่ดูมีมูลความจริงผสม ก่อนจะแยกแยะได้ใจความสำคัญ
ตระกูลถังนั้นเป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงไม่น้อย
พวกเขาเป็นเจ้าของกองคาราวานนับ 30กอง มีอำนาจบารมีและความมั่งคั่งร่ำรวย มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาอย่างยาวนานกว่า 2 พันปี ให้กำเนิดผู้ฝึกตนมากพรสวรรค์มารุ่นแล้วรุ่นเล่าและมีตระกูลสาขาหลายแห่งที่เป็นสายเลือดย่อย
รับฟังเช่นนั้นอี้ชิงก็บังเกิดความสนอกสนใจนิดหน่อย
เขาคาดหวังว่าการเที่ยวเล่นคราวนี้จะทำให้เขาประสบโอกาสวาสนาได้เพิ่มบันทึกของล้ำค่าลงไปในรายการคัดลอกของระบบ
และมันก็ไม่ได้ทำให้เขาเสียเที่ยวจริงๆ!
เพียงแค่เขาก้าวเข้าไปในขบวนสินค้าร้านค้ารอบตัวของเขาก็มีสิ่งที่เขาไม่เคยเห็นหลายอย่างหลายชนิด!
บนร้านแผงลอยและร้านแบกะดินนั้นมีทั้งสมุนไพรทั่วไปจนสมุนไพรล้ำค่าหายาก มีทั้งแร่ที่ขุดได้จากใต้ดินลึกกว่า 100เมตร ยาโอสถวิเศษ อาวุธดาบหอกโล่ ชุดเกราะหนังอสูร... ยันต์ เครื่องรางของวิเศษ... ตำราวิชาปราณวิญญาณ ม้วนวิชายุทธ์...
พวกอาวุธชุดเกราะหรือตำราวิชาไม่ได้เข้าตาของชายหนุ่ม เพราะเขามีสองข้ารับใช้ที่เก่งกาจคอยสอนคอยสร้างอยู่ข้างกายอยู่แล้วจะมีก็แต่พวกสมุนไพรและก้อนแร่วิเศษเท่านั้น ที่เป็นวัตถุดิบสำหรับหลอมกลั่น
ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วยาม
รายการของระบบก็มีข้อมูลเพิ่มขึ้นอีกหลายสิบรายการ
สมุนไพรทั่วไป 240 ชนิด
สมุนไพรล้ำค่า 26 ชนิด
แร่ทั่วไป 52 ชนิด
แร่ล้ำค่า 11 ชนิด
หากทว่า... พวกมันล้วนเป็นแค่วัตถุดิบระดับมนุษย์เท่านั้น
“ดูท่า...หากข้าคิดจะหาของระดับเหลืองข้าจำเป็นจะต้องเข้าสู่พื้นที่ส่วนพิเศษสินะ?” ชายหนุ่มดวงตาเปล่งประกายอย่างตื่นเต้นนิดๆเขามองไปยังบริเวณที่คนน้อยและบางตาที่นั่นมีการจัดวางคนคุ้มกันสินค้าอย่างเข้มงวด
แต่ละคนครอบครองตบะพลังระดับไม่ต่ำกว่าระดับรวมจิตมีระดับรวมวิญญาณอยู่ในมุมต่างๆอีกหลายคน พวกเขาแสดงสีหน้าเคร่งขรึมกวาดสายตามองผู้คนที่เดินเข้ามาใกล้อย่างระมัดระวัง เอาจริงเอาจังกับการป้องกันคนนอกผู้ไม่ประสงค์ดีมากทีเดียว
เห็นได้ชัดว่าพวกเขาแต่ละคนนั้นซื่อสัตย์และภักดีถูกฝึกฝนมาเพื่อตระกูลถัง
ลูกค้าทุกคนที่คิดจะเข้าไปที่นั่นบ้างจะต้องมีความแข็งแกร่งในระดับหนึ่ง มีฐานะที่ไม่ไก่กาและจำต้องจ่ายค่าผ่านทางด้วยหินปราณวิญญาณคนละ 3 ก้อนเพื่อเป็นค่าธรรมเนียมต่อ1 คน
“ผู้เฒ่า ข้าต้องการเดินเที่ยวชมข้างในนั้นเจ้าพอจะช่วยอำนวยความสะดวกแก่ข้าได้หรือไม่?” อี้ชิงสวมหน้ากากพูดด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่งจองหองที่เหล่าคนคุ้มกันต่างฟังจนชินหูมาหลายปี
พวกเขาบางคนแค่เหลือบมอง บางคนรังเกียจ และไม่สนใจ
“นายน้อยท่านนี้เพียงจ่ายด้วยหินปราณวิญญาณ 3 ก้อนขอรับ แต่หากท่านต้องการเข้าไปในโซนที่ 2ท่านจำต้องจ่ายเพิ่มอีก 10 ก้อน เป็น 13 ก้อน” เห็นชายหนุ่มกริยามารยาททรามผู้เฝ้าประตูระดับปราณเเท้ก็มิได้ใส่ใจ เขาพูดจานอบน้อมและถ่อมตนรักษามารยาทอันดีของคนงานผู้ต่ำต้อยไว้
“ได้ๆไม่ต้องคืนนะ ที่เหลือข้าให้เจ้า”
“อ่ะ...อะไร!?” ชายชราผู้เฝ้าประตูรับถุงหินปราณวิญญาณมาจากอี้ชิง ด้วยประสบการณ์ที่ทำงานมาหลายสิบปีไม่จำต้องนับ แค่ชั่งน้ำหนักในมือก็เดาได้อย่างแม่นยำว่ามีกี่ก้อน
แต่ที่ทำให้เขาตกใจและประหลาดใจก็คือมันมีหินปราณวิญญาณนับร้อยอยู่ในนั้น!
นายน้อยผู้นี้กำลังอวดรวยอยู่งั้นหรือ?หรือไม่มีหัวคิดว่าต้องช่วยบิดามารดาประหยัดเงินทอง?หรือว่าเขารวยมากจนต้องการหาที่ระบายคลังสมบัติ?
ชายชราสูดลมหายใจระงับอารมณ์อย่างรวดเร็ว
เขาหยิบออกมา 13ก้อนและคืนถุงให้แก่อี้ชิง กล่าวกับเขาอย่างนอบน้อมยิ่งกว่าเดิม “คุณชายสกุลถังของเรานั้นยึดถือความถูกต้องและหลักการเป็นธรรมของการค้าเสมอมา ขอโปรดท่านรับของๆท่านคืนไปด้วยเถอะ”
“ตระกูลถังช่างเปี่ยมคุณธรรมและน่ายกย่องจริงๆข้าคิดน้อยเกินไป ขอท่านอย่าได้ใส่ใจการกระทำที่หยาบคายของข้า” เห็นถึงความเที่ยงตรงของอีกฝ่าย อี้ชิงก็มิได้คะยั้นคะยอเขารับถุงกลับมาและเก็บไว้ในอกเสื้อ
“ปู่หวง!มอบป้ายลูกค้าผู้มีเกียรติให้กับเขา!”
ตอนนั้นเอง...
ที่เสียงใสหวานและน่ารักของดรุณีน้อยก็ดังขัดขึ้น!