พอออกจากคลินิกได้ สาวเ้าก็ดิ่งตรงไปเข้าห้องน้ำเพื่อเปลี่ยนชุดไปนัดที่ 3 After Party ของแพม
“งานสุดท้ายแล้ว”
“พรุ่งนี้ฉันจะตื่นสายๆ”
“อ๊ะ!...แขน… แขนฉันติด”
“อื้อ...เรียบร้อย”
“พอดีเลยแฮ้ะ”
“อิอิ”
เปลี่ยนเสื้อในห้องน้ำไปพูดไปพูดเองเออเองอยู่คนเดียวจนคนที่เพิ่งเข้ามาใช้บริการห้องน้ำใหม่มองหน้ากันไปมาและรีบเดินหนีจากไป
คนตัวเล็กเปิดประตูออกมากับชุดใหม่แล้วก็ไม่พบเจอใครในนี้พลางยิ้มนิดหน่อย
“ดีนะเนี่ยที่ไม่มีคนอยู่”
“ฉันพูดคนเดียวอยู่ตั้งนานสองนาน”
“ใครได้ยินเข้าคงหลอน”
“อึหึ”
เดินไปที่กระจก เปิดกระเป๋าเติมหน้าเติมปากนิดหน่อยก่อนจะออกไป
.
.
ในขณะที่เบนซ์ดำทะเบียนสวยกำลังเลี้ยวออกจากถนนรองเข้าสู่ถนนหลัก
“นั่น! คนไข้หนิ...”
“เปลี่ยนชุดด้วยแฮ้ะ…”
มีคนกำลังมองคนตัวเล็กที่ตอนนี้เปลี่ยนชุดไปใส่ชุดเดรสมินิมอลสีเขียวมิ้นต์เรียบๆ แต่ดูน่ารักที่กำลังขึ้นแท็กซี่แล้วเผลอยกยิ้มมุมปากอยู่คนเดียว
ติ้ดๆ...
ติ้ดๆ...
ติ้ดๆ...
เสียงเรียกเข้าขัดจังหวะทำให้คุณหมอหนุ่มที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยละสายตาจากสาวน้อยในรถแท็กซี่คันข้างหน้ามารับโทรศัพท์ติ้ด...
“อยู่ไหนแล้ว”
ปลายสายเอ่ยถาม
“อยู่บนถนน”
ตอบกลับไปแบบนั้น
“ไอ้นี่!”
“กวนตีนนะมึง”
“มาเร็วๆ”
“เพื่อนเค้ามากันหมดแล้ว”
ปลายสายสบถนิดหน่อย
“มากันหมดแล้วจริงดิ?”
คุณหมอถามกลับเหมือน้ารู้ว่าเค้าเป็คนสุดท้ายจริงหรอที่ยังไปไม่ถึง
“โอ้ย!! มึงนี่”
“ถามอยู่นั่นแหละ”
“ก็เหลือมึงกับน้อ…”
“ที่รักก!!”
“มาถ่ายรูปให้เค้ากับเพื่อนหน่อย”
มีเสียงผู้หญิงแทรกขัดจังหวะ
“จ้าๆๆ”
ตอบกลับคู่ของตัวเองไปทั้งๆ ที่ถือสายคุยกับเพื่อนอีกคนอยู่
“เออมึง”
“เมียกูเรียกแล้ว”
“รีบๆมาละกัน”
แล้วกดตัดสายไป คุณหมอส่ายหัวเบาๆละสายตาจากโทรศัพท์แล้วกลับไปโฟกัสที่ถนนด้านหน้าต่อและไม่ลืมที่จะมองแท็กซี่คันข้างหน้าที่มีคนน่าสนใจอยู่ข้างในเป็ระยะๆ
.
.
“แคท… ทางนี้ๆๆ”
เพื่อนๆ ที่นั่งอยู่โต๊ะในสุดและดูเป็โซนส่วนตัวต่างก็กวักมือเรียกคนตัวเล็กที่เพิ่งมาถึงเมื่อมองเห็นจุดหมายคนตัวเล็กก็เดินตรงดิ่งไป
“โทษทีทุกคน”
“มาคนสุดท้ายใช่มั้ยเนี่ย”
พูดขึ้นเมื่อเดินมาถึงโต๊ะ
“ยังมีคนที่ช้ากว่า” แพมบอก
“ใครอีกอ่ะ”
คนตัวเล็กถามไปด้วยตักน้ำแข็งเทน้ำใส่แก้วไปด้วยรู้สึกคอแห้ง
“นั่นไง”
“มาพอดี”
หนึ่งเอ่ยขึ้นมา
“จอม...”
“ทางนี้”
(เอ๊ะ!จอม)
(ชื่อเหมือนชื่อพยางค์แรกของหมอเลย)
คนตัวเล็กสะดุดหูกับชื่อนิดหน่อยก่อนจะหันไปมองตามทิศทางเดียวกันกับเพื่อนในโต๊ะ
“นั่น!!!”
“นั่นมัน…!!!!”
“ OoO ”
“แค่กๆๆๆ… แค้กๆๆๆๆๆ!!!!!!!!!!!!!!!”
สำลักน้ำที่กำลังดื่ม
“เอ้า! แคท”
“ค่อยๆกินซิ”
“สำลักหมดแล้ว”
แพมรีบเดินเข้ามาลูบหลังฉันฉันทุบอกตัวเอง 2 3 ที พออาการทุเลาลงคนที่เป็ต้นเหตุที่ทำให้ฉันสำลักน้ำก็มานั่งตรงหน้าฉันเรียบร้อย พร้อมกับพูดทักทายว่า…
“โอเคมั้ยครับ”
(นี่มันอะไรกัน?!!)
( - -? )
ฉันคิดอยู่ในหัว
(คนที่นั่งอยู่ตรงหน้าคือ คนที่ไปเอา Popcorn ฟรีกับฉันที่งานแต่งแพม)
(และ99% คิดว่าเป็คนที่ฉันเพิ่งไปเจอมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน)
(ทั้งน้ำเสียงรูปร่าง ชุดสครับที่ใส่อยู่)
(และดวงตาที่คุ้นเคย)
(หมอ…)
(หมอจริงๆด้วย!!)
(ได้เห็นหน้าเต็มๆและรู้ว่าเป็ใครสักทีนะ)
ฉันคิดในใจ
“2 คนนี้มาไล่ๆกันเลย”
“มาด้วยกันป่ะเนี่ย”
บาสหนึ่งในคนที่เคยเป็เพื่อนเ้าบ่าวแซวขึ้นมา
ฉันหัวเราะแล้วปฏิเสธออกไปถ้ามาด้วยกันฉันคงไม่สำลักน้ำจะเป็จะตายแบบเมื่อกี้หรอก
.
.
่เวลาอาหารมื้อค่ำพวกเราต่างก็กินดื่ม เม้าท์มอย ถามไถ่สุขทุกข์กันอย่างกับไม่เจอกันมาเป็ปี ทั้งๆ ที่เพิ่งเจอกันไปเมื่อเดือนที่แล้ว
ส่วนคนตรงหน้าฉันนี่ดูkeep look นะ ไม่ค่อยพูดเท่าไหร่ได้แต่เออออตามคนอื่นและนั่งวางมาดอยู่แบบนั้น
“ทุกคนๆ”
จู่ๆ อุ้มก็เรียกให้ทุกคนหันไปสนใจในสิ่งที่กำลังจะพูด
“มาเล่นอะไรสนุกๆกันดีกว่า”
“แท้แดนน!!”
อุ้ม โชว์เครื่องจับเท็จเด็กเล่นแบบสอดมือขึ้นมา
“โอยยยยยยยยยยยย!!!”
ทุกคนร้องเป็เสียงเดียวกัน
“แกเหงาป่ะเนี่ย”
“เป็โสดอย่างเดียวก็พอ”
“อย่าเป็บ้าเพิ่มนะ” แพมว่า
“ที่รัก”
“ลองเล่นก่อนมั้ย”
“น่าสนุกดีนะ”
หนึ่งดูมีท่าทีอยากจะเล่นของเล่นชิ้นนี้
“เออ…”
“ลองเล่นสักรอบก็ดีนะ”
“QC เครื่องให้เค้าด้วย”
“ว่าใช้ได้จริงเปล่า”
เพื่อนพูดขึ้น
“เออๆมาๆๆ…”
“เริ่มที่หัวโต๊ะก่อนละกัน”
“แล้ววนขวา”
“ถ้าใครโกหกกินช็อตมะนาว1 ช็อต”
“โอเคป่ะ” บรีสว่าต่อ
“แกเลยอุ้ม”
“คนเอามา”
“ลองก่อนเลย”
“มาๆ”
อุ้มทำท่าเตรียมพร้อมเป็หนูทดลองคนแรก
“อุ้ม!”
“แกยังซิงอยู่ใช่มั้ย”
คำถามที่ทำให้ทุกคนร้องเฮ้ยย!!!
“อีส้มโอ้ววว!”
แพมสบถเพื่อนสาวคนนี้ที่ชอบติดเรท 18+
“อ่ะๆ… เปลี่ยนคำถามก็ได้”
“อุ้ม… แกไปเดทกับผู้ชาย”
“แต่ดันไปเรอใส่เค้าตอนกินข้าว”
“จนแกอายไม่กล้าไปเดทกับเค้าอีก”
“ใช่หรือไม่”
“อี๋……. จริงดิอุ้ม” แพมแกล้งแหย่
อุ้มมองหน้าฉัน แต่ฉันส่ายหน้าเป็เชิงบอกว่าฉันไม่ได้เป็คนเล่าให้ส้มโอฟังนะ
“แกรู้มาจากใคร”
“บอกก่อน…แล้วฉันจะตอบคำถาม”
2 คนนี้ต่างสู้สายตากันไปมา
“คนนี้…”
“555555555”
ส้มโอพูดขึ้นพร้อมชี้ไปที่เพื่อนหัวทองที่นั่งอยู่ตรงข้ามทันทีที่รู้ตัวคนปากสว่างอุ้มก็สบถออกมาทันที
“อีบรีสสส”
“อีเพื่อนชั่ววว!!!”
“ใช่…”
“ฉันเรอใส่ผู้ชาย”
“…”
“…”
ปิ๊งป่อง!!! ทันทีที่อุ้มตอบแล้วกดปุ่ม Startเครื่องจับเท็จก็ส่งสัญญาณออกมาว่า อุ้มพูดความจริงเรียกเสียงหัวเราะคนทั้งวงโต๊ะออกมาได้;D
เครื่องจับเท็จถูกใช้มาเรื่อยๆมีทั้งเพื่อนที่พูดความจริงและเพื่อนที่ต้องดื่มช็อตมะนาวเพราะโกหก จนตอนนี้เครื่องมาอยู่ที่คนตัวสูงตรงหน้าฉันและคุณเค้ายังคงkeep look นิ่งๆ อยู่แบบนั้น
“ไอ้จอม”
“ถามอะไรมึงดี”
คุณหนึ่งเ้าภาพทำหน้าครุ่นคิดคนตัวสูงยกแก้วจิบเครื่องดื่มก่อนชายตาไปยังคนกำลังคิดหนักตั้งคำถาม
“อ่อถามว่า…”
“ที่มึงบ้างานอยู่ทุกวันนี้”
“เพราะมึงยังเฮิร์ทกับเื่แอมอยู่…”
“มึงยังตัดใจจากแอมไม่ได้ใช่หรือไม่?”
ทุกคนในวงต่างก็เงียบกริบ
“ที่รัก”
“เมาแล้วถามคำถามอะไรเนี่ย”
แพมรีบว่าผู้ชายของตัวเองเมื่อคำถามที่ถามมามันไม่เข้าท่าเอาซะเลย คนตัวสูงั์ตานิ่งสงบหันมองมาที่ฉันก่อนจะตอบว่า “ไม่ใช่” แล้วกดปุ่ม Startสัญญาณสีแดงวิ่งไปเรื่อยๆ เหมือนเครื่องมันกำลังอ่านใจของผู้ชายคนตรงหน้านี้อยู่
เอาจริงฉันก็แอบลุ้นนะว่าผลลัพธ์จะออกมาแบบไหนถึงเครื่องมันจะอ๋องๆ จากเพื่อนคนก่อนๆ ที่เล่นมาที่บางคนก็โดนช็อตฟรีทั้งที่พูดความจริง
“…”
“…”
ปิ๊งป่องง!!!
สัญญาณดังขึ้นบ่งบอกว่าคนตัวสูงพูดความจริง ถึงเครื่องจะอ๋องฉันก็จะเชื่อว่ามันคือความจริง
“อูยยยยยยย”
เสียงดังรอบโต๊ะ
“มึงลืมได้จริงหรอเนี่ย”
“เครื่องอ๋องป่ะวะ”
คนตั้งคำถามดูจะไม่ค่อยเชื่อคำตอบของเครื่องจับเท็จ
“ที่รัก!!”
“หยุดพูด!!!”
แพมเริ่มหัวเสียกับผู้ชายของตัวเองที่เมาแล้วพูดมากเกินไปแล้ว
“อ่ะๆแคทต่อเลย”
แพมจัดการยกเครื่องจับเท็จตรงหน้าคนฝั่งตรงข้ามมาวางไว้ที่หน้าฉัน
“ถามอะไรดี”
แพมพึมพำ
“…”
“มีแฟนหรือยัง?”
ชายตัวสูงตรงหน้าถามคำถามที่ทำให้ทุกคนหันขวับมามอง
“ห้ะ?!!?”
ฉันช็อกกับคำถามของคุณเค้า
“มีแฟนหรือยัง?!”
ถามซ้ำและพยักเพยิดหน้าราวกับให้ตอบออกมาฉันมองหน้าคนตัวสูงและหันไปมองเพื่อนๆ ทุกคนก็ทำท่าทำทางให้ตอบๆ ไป ฉันเลยหันกลับมาจ้องตาคุณเค้าอีกครั้งแถมรู้สึกว่าหัวใจเริ่มเต้นเร็วขึ้น
“เอ่อ...”
“ยังไม่มี”
ตอบออกไปแล้วกดปุ่มStart ่ที่รอคำตอบเ้าเครื่องจับเท็จ ฉันเผลอกัดริมฝีปากจนรู้สึกเจ็บหน่อยๆแถมเหงื่อก็ซึมออกมืออีก
“…”
“…”
แอ่ดๆๆ!!!
“โอ๊ยยยยยยยย!!!!”
ฉันสลัดมือแทบไม่ทันเครื่องดันมาอ๋องที่ฉันเนี่ยนะ เพื่อนในวงต่างวี๊ดว๊าย ดี๊ด๊า ว่าฉันแอบคบกับใครอยู่ผิดกับคนตรงหน้าที่ดูจะมีอาการตรงกันข้ามกับคนอื่นและจ้องฉันไม่วางตา ก่อนที่จะยกแก้วเครื่องดื่มดื่มรวดเดียวหมดและลุกออกจากโต๊ะไป
“เอ้าแคท”
“เอาไปกินเลย”
“เดี๋ยวนี้มีความลับกับเพื่อนหรอ…”
ส้มโอแซวพร้อมยื่นช็อตมะนาวมาให้
“ไม่มีจริงๆนะทุกคน”
“เครื่องมั่วแล้ว”
ยกช็อตมะนาวดื่มแล้วทำหน้าตาหยี>w< ก็มันเปรี๊ยว เปรี้ยววว
.
.
Part หมอจอม
ผมขับรถตามแท็กซี่คันข้างหน้ามาและรู้ว่าเธอต้องไปที่ที่เดียวกับผมและเป็ห่วงเธอที่ต้องนั่งแท็กซี่คนเดียว
พอถึงร้านอาหารผมรอให้เธอเข้าร้านไปก่อนแล้วผมค่อยตามเข้าไปทีหลังผมอยากดูอาการของเธอเมื่อรู้ว่าผมเป็คนที่เธอเพิ่งเจอมาเมื่อกี้แล้วตอนที่เธอเห็นหน้าผมเธอถึงกับสำลักน้ำ เธอคงใ ผมเป็ห่วงมากอยากพูดมากกว่าคำว่า “โอเคมั้ย” แต่ก็ไม่รู้จะพูดอะไรดี
ตอนที่อยู่ในโต๊ะอาหารเธอดู enjoy มาก ผมน่ะแอบมองเธออยู่ตลอดแหละ แต่แค่keep look นิ่งๆ ไว้ก่อนเธอชวนผมคุยบ้างและยกอาหารมาให้ผมเรื่อยๆ แต่ผมไม่มีโอกาสได้คุยได้ถามในเื่อื่นๆที่ผมอยากรู้ก็เพราะมีคนอื่นอยู่ด้วยไงแถมไอ้เพื่อนเวรพอเหล้าเข้าปากก็ปากหมาขึ้นมาซะงั้นผิดแผนไปหมด
จริงๆ แล้วงาน After Party เป็งานหลักของเพื่อนผมนั่นแหละแต่ผมขอเป็เ้าภาพรองให้แพมชวนคนตัวเล็กมาด้วย “ผมอยากรู้จัก”
ผมรู้สึกสะดุดตากับเธอั้แ่ครั้งแรกที่เธอมาเป็คนไข้ของผมและเซอร์ไพร์ที่ได้เจอเธออีกครั้งในงานแต่งหนึ่งกับแพมพอมีโอกาสได้พูดคุยกับเธอในงานแต่งและ่ที่เธอมารักษา ถึงมันจะไม่ได้นานมาก แต่มันทำให้ผมรู้สึกดีทุกครั้งที่ได้คุยกับเธอ
ผมอยากทำความรู้จักกับเธอให้มากขึ้นหรือจะเรียกว่า“ผมสนใจเธอก็ได้” ผมน่ะจำเธอได้ั้แ่วันที่เธอเป็เพื่อนเ้าสาวแล้วแต่เธอคงจำผมไม่ได้เพราะมีแต่ผมฝ่ายเดียวที่เห็นหน้าเธอมาโดยตลอด แต่ส่วนใหญ่เธอเห็นผมแค่ดวงตาอึหึ
เธอถึงใมากที่เห็นผม่หัวค่ำไงผมว่าตอนนี้เธอคงปะติดปะต่อเื่ราวได้และรู้แล้วว่าผมก็คือ “หมอที่รักษาเธอ”
ตอนนี้ผมรู้สึกหงุดหงิดที่ไอ้เพื่อนปากหมาถามคำถามไม่เข้าท่าและเครื่องจับเท็จบ้าบอที่ตัดสินว่าคนตัวเล็กที่นั่งตรงข้ามผมโกหกว่ายังไม่มีแฟนหรือว่าจะเป็ผู้ชายที่นั่งกินขนมกับเธอตอนบ่ายวันนี้นะ
“จิ๊”
จิ๊ปากนิดหน่อยแล้วสูดอากาศหายใจเข้าออกลึกๆ เพื่อข่มจิตใจตัวเองให้สงบลง ก่อนที่จะเดินกลับเข้าร้านไปแต่ก็พบว่าทุกคนกำลังเก็บข้าวของเตรียมแยกย้าย
.
.
“จอมมึง…”
“แยกย้ายเถอะ”
“เ้าภาพกินเหล้าเยอะไป”
“เริ่มเลื้อนไปนั่งคุยกับเก้าอี้แล้ว”
“เดี๋ยวแพมจะเอาไม่ไหว”
เพื่อนเป้เอ่ยขึ้น
“เออๆ...”
บอกไปพร้อมส่ายหัวเบาๆให้กับเ้าภาพที่สภาพเริ่มดูไม่ได้
“แล้วกลับกันยังไง”
จิ๊บถามคนอื่นๆ
“ฉันไปกับแกไง”
“คอนโดอยู่ทางเดียวกัน” อุ้มว่า
“ฉันขอติดรถไปลงรถไฟฟ้าด้วย” คนตัวเล็กพูดต่อ
“นี่มัน5 ทุ่มกว่าแล้วนะ”
“กว่ารถจะไปถึงสถานีที่ใกล้ที่สุด”
“คงเกินเที่ยงคืน”
“เค้าไม่ปิดบริการแล้วหรอ”
แพมพูดขึ้น พลางหิ้วปีกสามีที่แทบจะไม่ได้สติแล้ว
“อืมมม...”
“งั้นไปนอนคอนโดอุ้มก็ได้”
“พรุ่งนี้ค่อยกลับบ้าน”
คนตัวเล็กตัดสินใจแบบนี้
“เดี๋ยวพี่ไปส่งที่บ้านมั้ยครับ”
คนตัวสูงเดินเข้ามายื่นข้อเสนอหลังยืนฟังเพื่อนผู้หญิงเค้าตกลงกันมาได้สักพักว่าจะกลับบ้านกันยังไง
“ห้ะ?!!”
(ทำไมวันนี้)
(คนคนนี้ชอบทำให้ฉันแปลกใจอยู่เรื่อย)
คนตัวเล็กคิด
“เออ…ดีเลยค่ะ”
แพมสวนทันควัน
“แคทกลับกะพี่จอมเนี่ยแหละ”
“บ้านพี่อยู่ทางอุดมสุขใช่ป่ะ”
“พี่หนึ่งเคยเล่าให้แพมฟัง”
“ขับเลยไปอีกหน่อยก็บ้านแคท”
“ดึกๆไม่มีรถแล้ว”
“น่าจะเร็วอยู่”
จู่ๆ แพมก็จัดการดีลให้เสร็จสรรพ
“เอ่อ...เกรงใจอ่ะค่ะ”
คนตัวเล็กพูดไปตรงๆตามนิสัย
“แหม…เกรงใจผู้ชาย”
“แต่ไม่เกรงใจเพื่อนเนี่ยนะ”
อุ้มเหน็บ
“เออๆ…”
“อย่ามัวแต่ทะเลาะกันเลย”
“ฉันหนัก!”
“ผัวบ้าเมาแล้วสร้างเื่ตลอด”
แพมบ่น
“โอเค”
“งั้นแยกย้ายตามนี้”
จิ๊บสรุปเื่ให้
“…”
“ทางนี้ครับ…”
คนตัวสูงเอ่ยบอกคนตัวเล็กให้รู้ว่าต้องไปตรงไหนต่อ