“สองคนนี่คุยกันสนุกเชียว ขอคุยด้วยคนสิ” ผู้หญิงที่นั่งแถวหลังเอ่ยแทรกขึ้นมา
เมื่อพะเยาและปิ่นแก้วเหลียวไปมองก็ได้เจอผู้หญิงผมซอยสั้นน่าจะวัยเกือบสามสิบปี รูปร่างอ้วน ใบหน้าแฝงไปด้วยความใจดีอยู่เป็นิจ ดูแววเป็มิตรเข้ากับคนอื่นง่าย
“สวัสดีค่ะพี่ หนูชื่อแก้ว ส่วนนี่พี่เยา ดีใจที่ได้มาเรียนห้องเดียวกันนะคะ” ปิ่นแก้วส่งยิ้มกลับไปให้
“พี่ชื่อสุจิน สงสัยน่าจะอายุเยอะกว่าน้องทั้งสองคนนะ พี่อายุ 29 ปีแล้ว เรียนพี่ว่าจินเฉย ๆ ก็ได้”
“น้องทั้งสองคนทำงานหรืออยู่บ้านเฉย ๆ ล่ะ” สุจินถามต่อ
“หนูทำงานล้างจานกับเสิร์ฟอาหารที่ร้านข้าวแกงหน้าโรงเรียนอนุบาลนี่เองพี่ ทำได้หลายปีแล้วถึงตัดสินใจมาเรียนต่อ อยากให้จบ ม.6 เผื่อจะหางานที่ดีกว่านี้ได้” พะเยาเล่าขึ้นมาก่อน
“อยู่ร้านอาหารเหมือนพี่ แต่พี่เป็ผู้ช่วยในครัวที่ร้านอาหารตามสั่งในตลาดเอกชน คอยล้างผัก วิ่งซื้อของสารพัด”
หลังจากนั้น พะเยาและสุจินได้หันมามองปิ่นแก้วอย่างสนใจใคร่รู้เช่นเดียวกัน
“...เอ่อ...แก้วทำงานร้านขนมพี่ ทำขนมหวาน ขนมฝรั่ง” หญิงสาวตัดสินใจไม่บอกสถานะที่แท้จริงของตนออกไป
สุจินเบิกตาโตอย่างสนใจ “ทำขนมแล้วทำไมยังตัวบางแบบนี้ ดูพี่สิ ขนาดวิ่งล้างผัก วิ่งซื้อของเหนื่อยแทบตาย น้ำหนักกลับดีดเอา ดีดเอา จนจะ 80 โลได้แล้วมั้ง ผัวพี่มันจะขอหย่าอยู่หลายรอบแล้ว ไม่อยากมีเมียอ้วน” สุจินหัวเราะอย่างชอบใจ
“แล้วแก้วทำขนมร้านไหน” พะเยาถามต่อ
“ร้านหวานใจค่ะ”
“หูว..” พะเยาสูดปาก “ร้านขนมดังนี่นะ แล้วทำไมถึงยังหุ่นดีขนาดนี้ เ้าของร้านเขาไม่ให้กินอะไรเลยเหรอ”
“ฮ่าฮ่า ไม่ใช่ค่ะ แก้วก็ได้กินตามปกตินี่แหละ แต่มันไม่อ้วนเอง สงสัยพยาธิเยอะ”
“น่าอิจฉาจัง ได้ทำร้านขนมอร่อยแบบนี้” น้ำเสียงสุจินเต็มไปด้วยความอิจฉาที่หญิงสาวมีโอกาสได้ชิมขนมราคาแพงทุกวัน
“เอาไว้วันไหนมีขนมเหลือแก้วจะเอามาแบ่งให้กินนะคะ” ปิ่นแก้วยิ้มเอาใจ รู้สึกเริ่มชอบผู้หญิงทั้งสองคนนี้ขึ้นมาบ้างแล้ว
“เราสามคนคงจะมีดวงสมพงศ์กันนะ นั่งติดกันแล้วยังทำงานเกี่ยวกับของกินเหมือนกันอีก ถ้าไม่รังเกียจก็มาคบหากันเถอะ มีอะไรจะได้ช่วยเหลือกันได้”
“ดีเลยพี่จิน อนาคตหากมีอะไรให้ช่วยเหลือ พี่กับแก้วอย่าเกรงใจนะ เอ่ยปากมาได้เลย เยายินดีช่วยเต็มที่”
ปิ่นแก้วยิ้มกว้าง “แก้วก็เหมือนกัน รบกวนพี่ทั้งสองคนด้วยนะคะ”
“สามคนนั่นน่ะ! คุยอะไรกันเสียงดัง หัดเกรงใจคนอื่นบ้างสิ” เสียงแหวของผู้หญิงดังขึ้นจากโต๊ะด้านหน้า
ทั้งสามลอบแลมองผู้หญิงสาวผมยาวแต่งหน้าจัด แล้วดูท่าปากก็จัดไม่แพ้กัน ก่อนจะหันมาสบตากันยิ้มแหยและหยุดพูดคุยกันโดยปริยาย ไม่ว่าสังคมไหนก็มักจะเจอคนแบบนี้ ปิ่นแก้วปลงในใจ
“แก้ว พ่อหาบ้านแถวริมคลองต้นลุงให้ได้แล้วนะ” วิภาวีมาหาปิ่นแก้วที่ร้านในตอนเย็นหลังเลิกเรียน
ปิ่นแก้วยิ้มกว้าง ในที่สุดก็เข้าใกล้ความฝันไปทีละน้อยแล้ว
ใน่ระหว่างวันที่อยู่ว่าง เธอมักจะเดินสำรวจรอบตัวเมืองอยู่เสมอเพื่อหาทำเลที่เหมาะสมสำหรับเปิดคาเฟ่ บวกกับการเปิดดูคลิปเกี่ยวกับประวัติของเมืองนี้ เธอถึงพบว่าเขตเศรษฐกิจสำคัญของตัวเมืองจะมีอยู่สองจุด อยู่ติดน้ำทั้งคู่
จุดแรกคือถนนเลียบคลองต้นลุง ซึ่งในยุคปี พ.ศ.2525 ได้เริ่มกลายเป็แหล่งเดินซื้อของ แหล่งหาอะไรกินของผู้คนในตัวเมืองบ้างแล้ว และความนิยมนี้มีต่อเนื่องยาวนานไปจนถึงยุคอนาคตที่เธอจากมา ถนนเส้นนี้ถือเป็ทำเลทองอย่างแท้จริง
ส่วนจุดที่สองนั้นคือถนนริมชลซึ่งอยู่ใกล้แม่น้ำใหญ่ที่ไหลผ่านหลายจังหวัด แต่ปัจจุบันถนนเส้นนี้ยังไม่ได้รับการพัฒนาเนื่องจากติดปัญหาเื่น้ำท่วมตลอดทั้งปี ตอนนี้จึงมีแค่กลุ่มคนผู้มีรายได้น้อยเท่านั้นที่อาศัยอยู่ ต้องรออีกประมาณหกปีนับจากนี้ถนนริมชลถึงได้รับการปรับปรุงแก้ไขจนกลายเป็ทำเลทองแห่งที่สองของตัวเมืองประจำจังหวัด s
ปิ่นแก้วสนใจทำเลทองทั้งสองจุด และเธอได้เริ่มซื้อที่ดินตรงถนนริมชลเก็บไว้บ้างแล้วเพราะราคาที่ดินในตอนนี้ถือว่าถูกมาก หนึ่งหมื่นบาทซื้อได้ถึงสองงาน หากได้เห็นว่าที่ไหนว่างประกาศขาย เธอย่อมไม่พลาดที่จะเข้าไปจับจองเป็เ้าของโดยไม่สนใจสายตาประหลาดใจของเ้าหน้าที่ที่ดินเมื่อเห็นว่าเธอจ่ายเงินเป็หมื่น ๆ เพื่อที่ดินที่ไร้ค่าแบบถนนริมชลแบบนี้
ที่ดินบนถนนเลียบคลองต้นลุงนี่สิเป็ปัญหา ที่ดินแถวนี้ราคาสูงกว่าถนนริมชลหลายเท่าตัว คุยกันแต่ละทีไม่พ้นหลักแสนขึ้นไป แต่ตรงนี้ไม่เป็ปัญหา เธอมีเงินทุนสำรองไว้อยู่แล้ว ที่เป็ปัญหาที่สุดคือเธอรู้ข่าวช้ากว่าคนอื่นมาโดยตลอดทำให้พลาดโอกาสที่จะจับจองเป็เ้าของอยู่หลายครั้ง ในที่สุดจำเป็ต้องบากหน้าไปพึ่งชาตรีและญาดาที่เป็คนกว้างของเมืองนี้อย่างแท้จริง
“ที่ดินกว้างเกือบไร่เลยนะ ด้านในมีบ้านไม้สองชั้นหลังเดียว ที่เหลือเป็ต้นไม้และหญ้ารก ๆ เ้าของบ้านแก่แล้วเลยไม่มีแรงดูแล ตอนนี้ลูกชายที่อยู่ในเมืองหลวงขอให้คุณตาแกย้ายไปอยู่ที่นั่นด้วยกัน แกเลยจำใจขายบ้าน แต่ราคาแรงน่าดูเลยนะ แก้วจะไหวไหม”
“คุณตาเสนอเท่าไหร่” ปิ่นแก้วใคร่รู้
“แกขายที่แสนห้า”
ปิ่นแก้วตาเป็ประกายวาบ “แก้วสนใจ แล้วจะดูบ้านได้เมื่อไหร่?”
“เนื้อที่สามงานกว่า ขาดไปสามสิบตารางวาก็จะครบไร่ แก้วสนใจไหม” ชาตรีถามทวนอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
เมื่อนัดหมายกับเ้าของบ้านได้แล้ว ชาตรีจึงได้พาปิ่นแก้วเข้ามาเดินสำรวจ
บริเวณบ้านหลังนี้เป็สี่เหลี่ยมผืนผ้า ส่วนภายในบริเวณบ้าน แม้จะมีต้นไม้และหญ้าขึ้นรก บ้านไม้สองชั้นดูเก่ามอซอ ตีสังกะสีปิดซ่อมอยู่หลายจุด แต่ปิ่นแก้วก็มองเห็นความสวยที่อยู่ด้านใน โดยเฉพาะที่ดินสี่เหลี่ยมผืนผ้าแบบหน้ากว้างแบบนี้ ทำให้มีบริเวณที่เลียบชายคลองกว้างขึ้นด้วย เหมาะสำหรับเป็ที่นั่งพักผ่อนหย่อนใจ
แล้วตัวไม้ที่ใช้สร้างบ้านนั่นอีก เมื่อใช้นิ้วเคาะก็จะรู้สึกถึงความแน่นของเนื้อไม้ เป็ไม้เก่าเนื้อแข็งที่สามารถใช้งานไปได้อีกยาวนาน เพียงแค่ปรับปรุงภาพลักษณ์ให้ดูสวยงามก็สามารถดึงดูดสายตาผู้คนได้แล้ว
“แก้วสนใจค่ะ”
เมื่อเห็นความตั้งใจจริงของเธอ ชาตรีจึงเพียงแค่พยักหน้ารับรู้เท่านั้น ใจจริงเขาอยากถามต่อว่ามีเงินพอจ่ายค่าที่หรือไม่ แต่เมื่อนึกถึงความคึกคักของร้านขนมและร้านเสื้อผ้าของเธอ คำถามนี้ก็ไม่จำเป็อีกต่อไป
หลังจากจัดการเื่ซื้อขายเรียบร้อย ปิ่นแก้วก็ไม่รีรอที่จะปรับปรุงดั่งใจฝัน โดยขอความช่วยเหลือเื่ช่างจากชาตรีอีกเช่นเคย
ในระหว่างที่หัวหมุนวุ่นวายกับทั้งเื่การเรียนและปรับปรุงคาเฟ่อยู่นั้น คำปันและวงเดือนได้มาหาเธอที่ร้านด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก
“ลุงปัน ป้าเดือน คิดถึงจังเลยค่ะ ลมอะไรหอบมาหาแก้วในวันนี้” ปิ่นแก้วทักขึ้นอย่างดีใจ
“นั่นสิ นี่ก็หลายเดือนแล้วนะที่แก้วไม่ได้กลับบ้าน แก้วดูโตเป็ผู้ใหญ่ขึ้นเยอะเลย” คำปันก็ยังคงเป็คำปันที่ดูใจดี แต่ในครั้งนี้ดูแฝงไปด้วยความอึดอัดอย่างเห็นได้ชัด
“แก้ว ดอกไม้ของแก้วที่หว่านรอบใหม่ กำลังจะบานอีกรอบแล้วนะ อีกสักเดือนก็น่าจะไปเก็บได้แล้ว” วงเดือนเริ่มเปิดวงสนทนาด้วย
“ชัยบอกแก้วแล้ว แก้วตั้งใจไว้ว่ากลางเดือนหน้าจะกลับบ้านไปจัดการเื่นี้อยู่เหมือนกัน”
“ลุงกับป้าสบายดีนะคะ?”
วงเดือนและคำปันหันมาสบตากันอย่างไม่สบายใจ
“ที่ลุงกับป้ามาวันนี้ก็อยากขอความช่วยเหลือจากแก้วหน่อย” คำปันตัดสินใจพูดในที่สุด
ปิ่นแก้วจ้องผู้สูงวัยทั้งสองอย่างแปลกใจแต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา เธอเดินนำทั้งคู่ไปที่ห้องพักคนงานที่อยู่ด้านในสุดอย่างเงียบ ๆ
“ลุงอยากจะขอยืมเงินแก้วสักสามหมื่นบาท ไม่รู้แก้วพอจะช่วยลุงได้ไหม”
ทันทีที่นั่งกันเรียบร้อย คำปันจึงได้เข้าประเด็นที่ตั้งใจมาในวันนี้
เมื่อเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยของเธอ วงเดือนจึงกล่าวเสริมขึ้นมา “ดินคิดที่จะเข้ารับราชการในตัวจังหวัด มีคนจะช่วยฝากฝังเื่ตำแหน่งให้ แต่เขาเรียกเงินห้าหมื่นบาทเป็ค่าช่วยเหลือ แล้วต้องจ่ายเขาภายในสิ้นเดือนนี้ด้วย”
“ตอนนี้เงินเก็บของลุงกับป้ามีแค่สองหมื่นบาท ก่อนหน้านี้เอาเงินไปซื้อที่ตรงเชิงเขาหมดไปหลายหมื่น เงินเลยไม่พอ แก้วพอจะมีให้ลุงหยิบยืมสักสามหมื่นไหม” น้ำเสียงของคำปันเต็มไปด้วยความอับอาย
คนที่ไม่ชอบงานในระบบแบบเขาคิดจะเข้ารับราชการ?
ปิ่นแก้วเหลียวดูนาฬิกาและเอ่ยปากบอกทั้งคู่ “โชคดีที่ตอนนี้แค่บ่ายสาม แก้วขอไปหยิบสมุดบัญชีก่อนนะคะ แล้วเราไปถอนเงินในธนาคารด้วยกัน”
แม้จะยังคงรู้สึกกังขาแต่ปิ่นแก้วก็ไม่ลังเลที่จะให้ความช่วยเหลือ สำหรับครอบครัวนี้เธอยินดีที่จะให้ความช่วยเหลือเสมอ
“ตกลงแก้วให้ยืมใช่ไหม ป้าขอบใจแก้วมากนะลูก” วงเดือนเสียงสั่นเครือ ตอนนี้เหมือนกับูเาที่ทับอกอยู่ได้เลือนหายไปแล้ว
“ถ้าไปธนาคารเรียบร้อยแล้ว ลุงจะกลับมาเขียนสัญญากู้ยืมให้”
ปิ่นแก้วส่ายหน้า “สัญญาอะไรกันลุง ถ้าลุงยังเห็นแก้วเป็ลูกเป็หลาน ลุงอย่าพูดเื่สัญญากู้ยืมพวกนี้อีกนะคะ แก้วเต็มใจช่วย แล้วลุงไม่ต้องรีบคืนนะ แก้วไม่รีบใช้ รออยู่ตัวและมีเงินเหลือเก็บเยอะ ๆ ลุงค่อยคืนแก้วในตอนนั้น”
“ลุงขอบใจแก้วมากนะลูก แก้วช่วยครอบครัวเราไว้จริง ๆ”