บทที่ 5
ตอนนี้หนูนาเริ่มมานอนเป็เพื่อนฉันแล้ว ฉันมองเพื่อนที่เพิ่งตื่นออกมานั่งกินข้าวต้มด้วยท่าทางง่วง ๆ เลยอดทักไปไม่ได้
“ถ้าง่วงไปนอนต่อก่อนก็ได้”
“ไม่นอนแล้ว แล้วนี่จะออกไปไหนมั้ย” หนูนาถามกลับมา
“ไม่ไปดีกว่า ของซื้อครบหมดแล้ว” ฉันเดินไปเอาจานผลไม้ในตู้เย็นออกมาให้หนูนา แต่ต้องหยุดลงเมื่อรู้สึกปวดหน่วง ๆ จนต้องจับท้องเอาไว้
“ปวดท้องอีกแล้วเหรอ” หนูนารีบเดินเข้ามาหา ฉันพยักหน้า ่สองวันนี้ฉันชอบปวดหน่วง ๆ หมอเคยบอกแล้วว่ามันจะมีอาการเจ็บท้องเตือน หนูนาค่อย ๆ พยุงฉันไปนั่งที่เก้าอี้ แต่ยิ่งเวลาผ่านไปก็ยิ่งปวด ฉันจับแขนเพื่อนเอาไว้
“เหมือนจะไม่ใช่แค่เจ็บเตือน” ฉันบอกเสียงสั่น หนูนาดูใแต่ก็พยายามรวบรวมสติวิ่งไปหยิบกระเป๋าที่เตรียมเอาไว้กับกุญแจรถ
“นีนเดินไหวมั้ย” หนูนาเข้ามาพยุงพาฉันออกจากห้อง ยิ่งเดินก็ยิ่งเจ็บ ฉันสูดหายใจเข้าออกเป็จังหวะตามที่หมอสอนจนมาถึงรถ
“รอก่อนนะ ไม่นานถึงโรงบาล หลานคงอยากให้น้านาตื่นเต้นถึงจะมาก่อนกำหนด” ระหว่างที่ขับรถหนูนาก็พูดไปด้วย ใช้เวลาไม่นานก็ถึงโรงพยาบาล บุรุษพยาบาลที่เห็นรีบเข็นเตียงมารอรับ หนูนาจับมือฉันเอาไว้ตอนที่กำลังเข็นเข้าห้อง
“ไม่เป็ไรนะนีน ฉันอยู่ตรงนี้เป็เพื่อนเอง เดี๋ยวเมย์ก็ตามมา อดทนแล้วก็เข้มแข็งไว้นะ จะได้เจอยัยหนูแล้ว” ฉันพยักหน้ารับก่อนที่พยาบาลจะเข็นฉันเข้าไปในห้อง ฉันเลือกคลอดธรรมชาติ ตอนนี้รู้ซึ้งแล้วว่าการคลอดลูกมันเจ็บมากแค่ไหน ในใจนึกถึงแม่แล้วเบ่งตามที่หมอบอก
“อีกนิดนะครับคุณแม่ อดทนอีกแป๊บเดียว เอาล่ะ เบ่งเลยครับ” ฉันเบ่งตามที่คุณหมอบอก ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนกว่าเสียงร้องเล็ก ๆ จะแผดขึ้นมา
“แง้งงงงง” หลังเสียงแผดร้องนั้นความเจ็บที่เผชิญก็ทุเลาลง
“ยินดีด้วยครับ ลูกสาวสมบูรณ์แข็งแรง น้ำหนัก 3,760 กรัม” ฉันหลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน ได้เจอกันสักทียัยหนูของแม่ มาตื่นอีกครั้งเพราะเสียงที่เหมือนกำลังจะเถียงกันอยู่ ฉันลืมตามขึ้นมองเห็นเมย์กับหนูนากำลังยืนคุยกันอยู่ ที่สำคัญมีคุณแม่ของเมย์อยู่ในห้องด้วย
“อุ้ย ตื่นแล้วเหรอนีน เป็ยังไงบ้าง” เมย์เดินเข้ามาถาม
“ไม่ค่อยเจ็บแล้ว ยัยหนูล่ะ” ฉันถาม
“เดี๋ยวพี่พยาบาลจะพาเข้ามาให้แกให้นม นี่พวกฉันไปหาหลานมาแล้ว น่ารักมากกกก” แล้วเมย์ก็โดนคุณแม่ตีแขน
“อย่าพูดว่าน่ารัก ให้พูดว่าน่าชัง โบราณเค้าถือ”
“เข้าใจแล้วค่าคุณนาย”
“ขอบคุณมากนะคะคุณแม่ที่มา” ฉันบอกคุณแม่เมย์
“ต้องมาสิ มาดูหลาน หลังจากนี้ก็เหนื่อยหน่อยนะ แต่แม่เชื่อว่านีนจะทำได้ดีแน่นอน” คุณแม่เดินมาจับมือของฉันไว้
“หลานมาแล้ว ๆ” หนูนาบอกเมื่อพยาบาลเปิดประตูเข้ามา
“พามาหาคุณแม่ค่ะ น้องหิวนมแล้ว” แล้วพี่พยาบาลก็สอนฉันอุ้ม ฉันมองหน้าลูกอย่างพูดอะไรไม่ถูก ยิ่งเห็นก็ยิ่งหลงรัก
“คุณแม่ตัวเล็กนิดเดียว แต่ลูกออกมาอ้วนท้วนสมบูรณ์เชียวค่ะ” ฉันค่อย ๆ เอามือเกลี่ยแก้มนิ่มในอ้อมแขน แล้วพี่พยาบาลก็เริ่มสอนฉันให้นมลูก พอเสร็จพวกน้า ๆ ก็ผลัดกันอุ้ม ยัยหนูดูเป็เด็กอารมณ์ดีไม่งอแงเลย
“แล้วนี่คิดชื่อไว้รึยังจ๊ะ” ระหว่างอุ้มยัยหนูคุณแม่เมย์ก็ถามขึ้น
“นั่นสิ หลานฉันชื่ออะไร”
“คิดไว้แล้วค่ะ” ฉันพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“เด็กหญิง ‘มาลีรินทร์’ แปลว่าดวงดาวแห่งท้องทะเล”
“ฉันชอบ” เมย์บอก
“หนูนาก็ชอบ หนูมาลีของน้านา” หนูนาที่กำลังอุ้มยัยหนูอยู่ก้มลงไปหอมแก้มใสนั่น
“ยายก็ชอบ ส่วนนี่ของรับขวัญหลาน” แล้วคุณแม่ก็ยื่นสร้อยข้อมือทองมาให้
“ขอบคุณค่ะ” ฉันมองทุกคนอย่างซาบซึ้ง ดีใจจริง ๆ ที่มีทุกคนอยู่
“ถึงหลังจากนี้จะยากแค่ไหน นีนก็มีแม่ มีเพื่อน ๆ ลูกปรึกษาได้ทุกเื่เลยนะ อย่าเก็บไว้คนเดียว เพราะหนูไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว”
“ค่ะแม่” เมย์ส่งมาลีกลับมาให้ฉันอุ้ม ตอนนี้ฉันไม่ได้ตัวคนเดียวอีกต่อไปแล้ว
หลังออกมาจากโรงพยาบาลฉันก็ได้ป้านวลมาช่วยเลี้ยงมาลี ซึ่งถือเป็โชคดีมากเพราะป้านวลก็พักอยู่ที่คอนโดนี้ แถมยังมีประสบการณ์การเลี้ยงเด็ก ทำให้ช่วยเบาแรงฉันไปได้เยอะ และอีกเื่ที่ถือเป็โชคดีของฉันคือลูกเป็เด็กเลี้ยงง่ายไม่โยเยเลยสักนิด
พอเปิดเทอมฉันเลยตัดสินใจไปเรียนไม่ได้ดรอปไว้เหมือนที่คิดเอาไว้ตอนแรก โดยใช้วิธีปั๊มนมเอาไว้ตอนเช้าแล้ว พอตอนเย็นก็กลับมาเลี้ยงต่อจากป้านวล ส่วนวันหยุดเสาร์อาทิตย์ก็ให้ป้านวลหยุดส่วนฉันก็เลี้ยงลูกเต็มวัน ยอมรับว่าเหนื่อยมาก แต่ก็ทนไหวเมื่อได้มองตาแป๋ว ๆ กับรอยยิ้มของลูก
“เ้าลูกแมวเหมียวตัวอ้วนของแม่” แล้วมาลีก็หัวเราะเอิ๊กอ๊ากไปตามประสา
‘ปัจจุบัน’
ฉันนั่งรอไม่นานมาลีก็ตื่น ยัยหนูงัวเงียเอามือขยี้ตาจนฉันต้องจับมือเอาไว้
“ไม่ขยี้ตานะคะ”
“มะม้า จุ๊บๆ ๆ” ฉันก้มลงไปหอมแก้มทั้งสองข้างตามที่ลูกร้องขอ มาลีก็หอมแก้มฉันกลับมาจนเปื้อนน้ำลาย
“หิวรึยังคะ ไปหม่ำ ๆ มั้ย”
“หม่ำ ๆ” มาลีเริ่มพูดเป็คำ ๆ ได้แล้ว ถึงแม้จะยังพูดไม่ชัดแต่ก็ฟังเข้าใจได้
“งั้นไปค่ะ วันนี้มีเต้าหู้กับไก่สับที่หนูชอบด้วย” ฉันช่วยพยุงให้มาลีลุกจากเตียง มองลูกเดินเตาะแตะออกไปที่โต๊ะกินข้าว ฉันเดินตามออกไปอุ้มมาลีไปนั่งเก้าอี้เด็ก ก่อนจะหยิบผ้ากันเปื้อนลายแมวมาใส่ให้
“เหมียว เหมียว”
“ใช่ค่ะ เหมียว ๆ ภาษาอังกฤษเรียกอะไรน้า” ไม่ลืมฝึกคำศัพท์ให้มาลีไปด้วย
“แคทททท”
“ถูกต้อง เก่งมากค่ะ” ฉันวางอาหารที่เตรียมเอาไว้ให้มาลี มีไข่ตุ๋นกับไก่สับ แล้วก็มีต้มซุปกับฟัก เป็ของโปรดของมาลี พอเห็นกับข้าวมาลีก็ตบมืออย่างดีใจ ฉันปล่อยให้ลูกตักกินเอง มาลีกินเก่งมาก กับเื่กินนี่ไม่เคยยอมแพ้ พอกินข้าวเสร็จฉันก็หยิบผลไม้มาให้กินต่อ ก่อนจะพาไปเล่นที่หน้าโซฟาที่ปูเบาะเอาไว้กันมาลีล้มแล้วเจ็บ ่นี้มาลีชอบเล่นพวกตัวต่อกับลูกบอล
***
สวัสดีค่ะ ตอนนี้เป็ยังบ้างถูกใจกันบ้างมั้ย แวะมาพูดคุยส่งคอมเม้นข้างล่างได้เลยนะคะ สำหรับคนที่อยากอ่านต่อเดี๋ยรอรอบสต๊อคเปิดนะคะ ตอนนี้คนรอบพรีได้ครบแล้ว
:องศาเดียว