เมื่อเก็บยาไว้ในแขนเสื้อแล้วไป๋หานจึงหันไปถามอาหนี “แล้วเจ้ามาทำอะไรที่นี่?มีอะไรหรือ?”
หนีเจียเอ๋อร์แสร้งทำทีเป็นตบหัวตัวเองแล้วตอบว่า “อา...ลืมไปเสียสนิทเลย ที่ข้ามานี่ ก็เพื่อจะบอกท่านว่าอาการของข้าดีขึ้นแล้วหากท่านรองเจ้าสำนักมีสิ่งใดให้ทำ ก็บอกมาได้ขอรับ!”
อิ้นฮู่เว่ยที่กำลังเดินมาจากอีกด้านหนึ่งได้ยินสิ่งที่อีกฝ่ายพูดพอดี จึงกัดฟันกรอด ยังนึกเจ็บใจในสิ่งที่อาหนีทำไว้กับตน ความเจ็บปวดเจียนตายเช่นนั้นยากที่จะลืมเลือนได้
แต่อาหนีกลับส่งยิ้มให้เมื่อเห็นหน้าเขา... รอยยิ้มนั่น ราวกับกำลังเย้ยหยันเขาอยู่ก็มิปาน!
ตอนนั้นเอง จู่ๆ ไป๋หานก็ส่งเสียงเรียก “มานี่สิ!”
อิ้นฮู่เว่ยจึงเดินเข้ามาอย่างไม่เต็มใจ “คารวะท่านรองเจ้าสำนัก มี...”
ไป๋หานมิได้ถามไถ่สิ่งใดก็เอ่ยขัดขึ้นมาว่า “ตั้งแต่นี้เป็นต้นไปเจ้าห้ามรังแกอาหนีอีก เข้าใจหรือไม่?”
หนีเจียเอ๋อร์แสร้งเบิกตากว้างก่อนพูดเสียงอ่อน “ขอบคุณท่านรองเจ้าสำนักที่เป็นห่วงตอนนี้อาหนีปรับตัวได้แล้ว ไม่มีสิ่งใดต้องกังวล”
อิ้นฮู่เว่ยเลิกคิ้วคนที่ท่านรองเจ้าสำนักควรจะเป็นห่วง คือเขาต่างหากเล่า?!
เพราะประการแรก ผู้ที่รังแกเขาคืออาหวาประการที่สอง อาหนีก็เอาคืนเขาผ่านการรักษา จนตอนนี้ ชื่อเสียงของเขาป่นปี้ไปหมดแล้ว...
เจ้าสองคนนี้ ช่างไร้ยางอายยิ่งนัก!
แม้จะโมโหแต่อิ้นฮู่เว่ยก็ทำได้เพียงกัดฟันทน
เขาควรจะเปิดใจยอมรับคนทั้งสองใช่หรือไม่?
ไป๋หานลอบมองอิ้นฮู่เว่ยที่หลบสายตาก่อนเอ่ยเสียงเย็น “นี่เจ้ากล้าเมินข้าหรือ?”
อิ้นฮู่เว่ยค้อมตัวลง “ข้าน้อยมิกล้า!”
จากนั้น ก็ตวัดดวงตาคมไปยังหนีเจียเอ๋อร์
อีกฝ่ายแสร้งทำเป็นสะดุ้ง “ขอบคุณท่านรองเจ้าสำนัก!”
ว่าแล้ว ก็หันไปทางอิ้นฮู่เว่ย“ขอบคุณศิษย์พี่อิ้นฮู่เว่ย!”
แม้ว่าจริงๆ แล้วนางไม่จำเป็นต้องดีกับอิ้นฮู่เว่ยก็ได้ แต่เพื่อมิให้เป็นที่สงสัย จึงจำเป็นต้องทำ
ด้านอิ้นฮู่เว่ย แม้จะน้อมรับคำสั่งแต่ก็ยังจับตามองอาหนีและอาหวาเอาไว้... หากสบโอกาสที่อีกฝ่ายล้มเมื่อใดเขาจะเอาคืนอย่างสาสม!
แต่ตอนนี้ ดูเหมือนว่าคนทั้งสองจะได้รับความไว้วางใจจากไป๋หานมากขึ้นเพราะผู้ติดตามที่ไป๋หานสั่งให้เฝ้าดูพวกเขา ได้หายไปแล้ว
พอไร้คนติดตามหนีเจียเอ๋อร์ก็ฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี นางเดินตรงไปที่ห้องของโจวชิงหวาแล้วเล่าทุกอย่างให้เขาฟัง ทั้งยังหารือเกี่ยวกับแผนการวางยาในงานเลี้ยงวันเกิดของไป๋หานที่จะจัดขึ้นในวันพรุ่งนี้อีกด้วย
...
ในช่วงบ่าย ไป๋หานได้เรียกศิษย์ใหม่ทั้งหมดไปรวมตัวกันที่ห้องโถงเพื่อให้พวกเขาเขียนคำอวยพรวันเกิด
ศิษย์ทั้งสิบเจ็ดคนไม่มีผู้ใดมีลายมือตรงกับจดหมายที่เว่ยฉีหรานมอบให้
ตอนนี้ นอกจากพวกเขาแล้วก็เหลือเพียงอาหนีและอาหวา...
หรือจะเป็นหนึ่งในนั้น?
แววตาของไป๋หานเย็นยะเยือกรีบสั่งให้อิ้นฮู่เว่ยนำตัวคนทั้งสองมาพบทันที
โจวชิงหวาและหนีเจียเอ๋อร์เดินเคียงกันเข้ามา ตรงหน้ามีโต๊ะไม้ ซึ่งฝั่งตรงข้ามคือไป๋หานที่กำลังกำกระดาษในมือแน่น
ทั้งสองลอบมองหน้ากันไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายจะเรียกพวกเขามาทำไม?
หนีเจียเอ๋อร์สืบเท้าไปก้าวหนึ่งแล้วเอ่ยถาม “ท่านรองเจ้าสำนักมีเรื่องอันใดหรือขอรับ?”
ไป๋หานเงยหน้าขึ้นมา เหยียดยิ้มฝืดฝืนพลางตอบ “พรุ่งนี้เป็นวันเกิดของข้าซึ่งของขวัญที่ได้ก็มักจะเป็นกระบี่ หรือไม่ก็อาวุธอื่นๆ ในที่นี้ไม่มีใครคิดว่าข้าเป็นสตรีเลยหรืออย่างไร?”
โจวชิงหวาลอบมองไปรอบด้านพบว่าห่างออกไป มีร่างของอิ้นฮู่เว่ยกำลังยืนจดจ้องมายังพวกตนด้วยสายตาเย็นชา
ไป๋หานกล่าวเสริมขึ้นมาอีกว่า “ดังนั้น ข้าจึงอยากได้ของขวัญเป็นบทกวีอวยพรวันเกิดเลยลองให้ศิษย์ทุกคนเขียนดู แต่ไม่มีใครเขียนถูกใจสักคนอนิจจา...”
นางกล่าว พลางถอนหายใจ “ทั้งๆ ที่การเขียนบทกวีนั้นดูจะง่ายกว่าฆ่าคนแท้ๆ อาหนี เจ้าเคยร่ำเรียนวิชาแพทย์ คงจะเคยเห็นบทกวีผ่านตามาบ้างพอจะเขียนให้ข้าหน่อยได้หรือไม่?”
เมื่อเห็นสายตาคาดหวังของไป๋หานหนีเจียเอ๋อร์จึงยอมเขียนให้ นางเดินไปหยิบพู่กันมา ก่อนบรรจงเขียนลงบนกระดาษ... เพียงแค่อักษรตัวแรกก็บ่งบอกทุกอย่างแล้ว!
ไป๋หานเบิกตากว้างเพราะลายมือของอาหนีเหมือนกับจดหมายที่เว่ยฉีหรานมอบให้ไม่มีผิดเพี้ยน แต่นางยังคงสงวนท่าทีเอาไว้เพื่อมิให้อีกฝ่ายไหวตัว
“จับตัวคนทรยศไว้!”
หนีเจียเอ๋อร์เบิกตากว้างไม่คิดว่านี่จะเป็นกับดักที่ไป๋หานวางเอาไว้ นี่คือแผนจับตัวผู้ทรยศ โดยการเทียบลายมือกับจดหมายที่นางส่งให้ครอบครัว...กว่าจะรู้ ก็สายไปเสียแล้ว!
บรรดาคนในสำนัก ต่างเข้ามารุมล้อมหนีเจียเอ๋อร์เอาไว้
โจวชิงหวากระชับกระบี่ในมือแน่นเตรียมจะเข้าไปช่วยหญิงสาว แต่ก็ต้องชะงักเท้า เพราะเว่ยฉีหรานถีบประตูเข้ามาเสียก่อนแล้วเอ่ยถาม “พูดมาเจ้าเป็นใครกันแน่? จุดประสงค์ที่แฝงตัวเข้ามาคือสิ่งใด? บอกมาให้หมด มิฉะนั้นข้าจะทำให้เจ้ารับรู้ถึงความเจ็บปวด ชนิดอยู่ไม่สู้ตาย!”
หนีเจียเอ๋อร์พยายามระงับความกลัวในใจเชิดหน้าขึ้น พลางกล่าวเสียงเรียบ “ข้าหรือ? คือคนที่จะสังหารเจ้าอย่างไรเล่า!”
คล้ายได้ฟังเรื่องตลกเว่ยฉีหรานแสยะยิ้มร้าย พร้อมมองไปยังหนีเจียเอ๋อร์ไม่วางตา...