บรรยากาศภายในโถงพิธีของตระกูลมู่ที่เคยเต็มไปด้วยเสียงโห่ร้องยินดีในความสำเร็จของมู่เฉิง บัดนี้กลับเงียบสงัดจนน่าใจหาย แสงสีแดงฉานที่พุ่งทะลุเพดานหอพิธีเมื่อครู่ทิ้งรอยไหม้จางๆ ไว้ที่ขอบศิลาพยัคฆ์เหิน และยังคงทิ้งความตระหนกไว้ในดวงตาของทุกคนที่เฝ้ามอง
"หงส์เพลิง... สำนักหงส์เพลิงงั้นรึ?"
เสียงพึมพำดังมาจากกลุ่มคนดู บรรดาสมาชิกและเหล่าผู้าุโต่างหันไปสบตากันด้วยความสับสน พวกเขาพลิกตำราความทรงจำทั่วอาณาจักรชิงซานเพื่อค้นหาชื่อสำนักนี้ แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า
"สามหาว!"
เสียงตวาดทรงพลังดังขึ้นจากฝั่งที่นั่งของเหล่าผู้าุโ ชายชราหน้าตาเคร่งครึมในชุดคลุมสีเทาเข้มลุกขึ้นยืน เขาคือ ผู้าุโใหญ่มู่เป่ย ผู้คุมกฎสูงสุดและเป็แกนนำของฝ่ายผู้าุโที่ถือครองอำนาจถ่วงดุลกับประมุขมาอย่างยาวนาน พลังขอบเขตทะเลิญญาขั้นต้นของเขาะเิออกพร้อมกับจิตัั ที่แผ่ซ่านกดดันบรรยากาศจนลูกหลานรุ่นหลังถึงกับเข่าอ่อนจนต้องลงไปกองกับพื้น
"เ้าเป็เพียงเด็กสาวแปลกหน้า กลับกล้ามาวางอำนาจบาตรใหญ่ในเขตหวงห้ามของตระกูลมู่! ทั้งยังอ้างชื่อสำนักพิลึกพิลั่นที่ไม่มีใครเคยได้ยินชื่อ และชี้หน้าสั่งการว่าใครควรเป็ประมุข... เ้าเห็นตระกูลมู่เป็เด็กเล่นขายของรึไง!"
ผู้าุโใหญ่ก้าวเดินลงมาที่ลานประลอง แต่ละก้าวที่เขากดลงบนพื้นหินอ่อนทิ้งรอยร้าวเป็ทางยาว "มู่หย่ง! แม้เ้าจะมีสายเืตื่นรู้ที่ประหลาดนั่น แต่การพาคนนอกเข้ามารบกวนพิธีศักดิ์สิทธิ์และดูิ่เกียรติของบรรพชน ถือเป็ความผิดมหันต์! ข้าในฐานะผู้าุโใหญ่ ขอสั่งให้จับกุมคนกลุ่มนี้ทั้งหมดเพื่อสอบสวน!"
"เหอะ... เกียรติของบรรพชนรึ?" หนิงจูเชว่แค่นเสียงหัวเราะที่ฟังดูเย็นะเื นางไม่ได้ถอยแม้แต่ก้าวเดียว ตรงกันข้าม นางกลับก้าวเดินออกไปเผชิญหน้ากับผู้าุโใหญ่ด้วยท่าทางสบายๆ "พวกเ้าเรียกก้อนหินพุๆ พังๆ นี่ว่าเกียรติยศ แต่พอมีอัจฉริยะตัวจริงปรากฏตัวขึ้นมา กลับจะจับเขาเข้าคุกเพราะกลัวว่าจะเสียอำนาจในมือ... นี่น่ะรึวิสัยทัศน์ของชนชั้นผู้นำตระกูลมู่?"
"เ้าปากดีนัก!" ผู้าุโใหญ่สะบัดแขนเสื้อ ปราณสีดินหม่นพุ่งออกมาเป็รูปกรงเล็บพยัคฆ์หมายจะคว้าลำคอของหนิงจูเชว่
เคร้ง!
เสียงโลหะปะทะกันดังกึกก้อง ร่างกำยำของอาโกวพุ่งเข้ามาขวางหน้าหนิงจูเชว่ไว้ได้ทันท่วงที เขาไม่ได้ใช้อาวุธ แต่ใช้เพียงแขนที่เคลือบด้วยปราณสีทองแดงของวิชากายาทรราชรับกรงเล็บนั้นไว้ตรงๆ ิัของอาโกวมีประกายไฟกระเด็นออกมาเหมือนค้อนเหล็กตีทั่ง
"อย่ามาแตะต้องอาจารย์ของข้า!" อาโกวแยกเขี้ยว ขอบเขตหลอมรวมปราณขั้นต้นของเขาปะทะกับพลังของขอบเขตทะเลิญญาได้อย่างน่าเหลือเชื่อด้วยความถึกทนที่เหนือระดับ แม้การโจมตีเมื่อครู่แค่หยั่งเชิงก็ตาม
"อาโกว ถอยไป" หนิงจูเชว่เอ่ยเสียงเรียบ "ให้คนแก่ที่สายตาฝ้ามัวได้เห็นความจริงบ้างก็ดี"
นางหันไปมอง มู่เทียนไห่ ประมุขตระกูลมู่ที่ยังคงยืนนิ่งอยู่บนแท่นสูงสุด กลิ่นอายของขอบเขตทะเลิญญาขั้นกลาง ของเขานั้นลึกล้ำราวกับหุบเหว ยามที่เขามองลงมา พลังจิตััอันแกร่งกล้าปกคลุมไปทั่วทั้งโถง "ท่านประมุข ท่านจะยอมให้ลูกชายที่เก่งที่สุดในรอบร้อยปีของท่านถูกฝังกลบเพียงเพราะเสียงเห่าหอนของคนกลุ่มเดียวรึ?"
มู่เทียนไห่ขมวดคิ้วแน่น ในใจของเขากำลังเกิดา ความคิดของเขาสลับไปมาระหว่างอำนาจดั้งเดิมและความรุ่งโรจน์ใหม่ที่มู่หย่งนำมาให้ โดยเฉพาะเงาหงส์เพลิงเมื่อครู่... มันเป็พลังที่เหนือชั้นกว่าวิชาพยัคฆ์เหินของตระกูลไปไกลมาก
ทว่าก่อนที่มู่เทียนไห่จะเอ่ยปาก เสียงที่แหลมคมและเต็มไปด้วยพิษสงก็ดังแทรกขึ้นมา
"เก่งที่สุดงั้นรึ? ช่างกล้าพูดนัก!"
ฮูหยินเอก 'จางลี่' มารดาของมู่เฉิงก้าวออกมาจากเงามืดหลังบัลลังก์ประมุข ใบหน้าของนางงดงามแต่ดูเ็าและร้ายกาจ "มู่หย่งเป็เพียงลูกที่เกิดจากหญิงรับใช้ชั้นต่ำที่ตายไปนานแล้ว ไร้รากฐาน ไร้การอบรมอย่างเป็ทางการ แสงสีแดงนั่นอาจจะเป็เพียงเล่ห์กลของนังเด็กปีศาจนี่ที่ใช้มนต์ดำตบตาเราทุกคน!"
นางหันไปสบตามู่เทียนไห่ด้วยสายตากดดัน "ท่านพี่... ท่านลืมไปแล้วหรือว่าตระกูลจางของข้าสนับสนุนตระกูลมู่มามากเพียงใด? หากท่านปล่อยให้ลูกนอกสมรสนี่ขึ้นมามีอำนาจ นั่นหมายความว่าท่านตัดสัมพันธ์กับตระกูลจาง!"
สถานการณ์ในโถงพิธีบัดนี้แบ่งแยกชัดเจน:
ฝ่ายฮูหยินเอกและตระกูลจาง: สนับสนุนมู่เฉิงและพยายามทำลายมู่หย่ง
ฝ่ายผู้าุโใหญ่: ้ารักษาอำนาจเก่าและกฎเกณฑ์เดิม ไม่ชอบใจคนนอกอย่างหนิงจูเชว่
ฝ่ายมู่เทียนไห่: กำลังชั่งน้ำหนักระหว่างผลประโยชน์และความรุ่งโรจน์ของตระกูล
มู่หย่งที่ยืนนิ่งมาตลอดก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ความสุขุมของเขายังคงไม่เปลี่ยนแปลงแม้จะอยู่ท่ามกลางพายุอารมณ์ เขาสบตากับมู่เทียนไห่โดยตรง
"ท่านพ่อ... ข้ากลับมาครั้งนี้ไม่ได้้าเศษส่วนแบ่งจากตระกูลมู่เหมือนที่ผ่านมา" มู่หย่งเอ่ยเสียงเรียบแต่หนักแน่น "ข้ากลับมาเพื่อนำพาวันที่ตระกูลมู่จะไม่ต้องก้มหัวให้ใคร แม้แต่สำนักเหมันต์นิรันดร์หรือตระกูลจางก็ตาม หากท่าน้าความมั่นคงแบบเดิม จงเลือกมู่เฉิง... แต่หากท่าน้าจุดสูงสุดที่เราไม่เคยไปถึง จงเชื่อในข้าและสหายของข้า"
"สหาย?" ผู้าุโใหญ่แค่นเสียง "สหายของเ้าคือเด็กสาวที่ไร้หัวนอนปลายเท้าผู้นี้รึ?"
หนิงจูเชว่คลี่พัดออกช้าๆ ปราณเพลิงสีชาดเริ่มม้วนตัวรอบพัดไม้ "ไร้หัวนอนปลายเท้า? ข้าว่าพวกเ้าควรจะห่วงหัวของตัวเองก่อนดีกว่า... มู่หย่ง เขาเป็พันธมิตรของสำนักหงส์เพลิง ใครก็ตามที่ขัดขวางเขา ก็เท่ากับเป็ศัตรูของข้า"
"ปากกล้านัก! งั้นข้าจะสั่งสอนเ้าแทนอาจารย์ของเ้าเอง!" ผู้าุโใหญ่ทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาพุ่งร่างเข้าหาหนิงจูเชว่ด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเดิม ปราณพยัคฆ์ในมือขยายใหญ่เป็กรงเล็บั์ที่แหลมคมพอจะฉีกร่างคนเป็ชิ้นๆ
ฟุ่บ!
เงาร่างสีฟ้าอ่อนพุ่งผ่านหน้าหนิงจูเชว่ไป เฉินอี้ที่นิ่งเงียบมาตลอดบัดนี้กางกระบี่ที่เคลือบด้วยไอเย็นสุดขั้วออกมา นางสร้างกำแพงน้ำแข็งที่บางเฉียบแต่แข็งแกร่งขึ้นมาขวางทาง
เปรี้ยง!
กรงเล็บพยัคฆ์ขอบเขตทะเลิญญาปะทะกับกำแพงน้ำแข็ง แม้กำแพงจะแตกร้าวแต่ก็หยุดการโจมตีไว้ได้ชั่วขณะ ผู้าุโใหญ่ถึงกับชะงักไปเมื่อพบว่าปราณของเขากำลังถูกความเย็นกัดกินจนเริ่มกลายเป็น้ำแข็งที่ปลายนิ้ว
"ขอบเขตหลอมรวมปราณขั้นกลาง!? เด็กคนนี้อายุไม่ถึงยี่สิบ แต่กลับต้านพลังข้าได้รึ!" ผู้าุโใหญ่เบิกตากว้าง
"นี่เป็เพียงลูกศิษย์ที่ข้าเพิ่งรับมาได้ไม่กี่เดือน" หนิงจูเชว่เดินผ่านเฉินอี้ไปช้าๆ สายตาของนางจ้องมองไปที่มู่เทียนไห่ "ที่สำนักหงส์เพลิงของเรา เราไม่เน้นจำนวน... เราเน้นความแข็งแกร่งที่แท้จริง" (ก็ทั้งสำนักมีกันอยู่ 3 คน)
หนิงจูเชว่หยุดยืนตรงหน้าแท่นประมุข แรงกดดันจางๆ ที่แฝงไปด้วยไออุ่นที่ร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ผู้คนที่อยู่รอบข้างเริ่มเหงื่อกาฬไหลพราก "มู่เทียนไห่ ข้าขอเสนอข้อตกลง... ในเมื่อพวกเ้าไม่เชื่อในพลังที่เห็น ข้าจะให้มู่หย่งพิสูจน์ให้ดูใน 'เขตอาคมพยัคฆ์กักขัง' ของตระกูลเ้าเอง ถ้าเขาสามารถก้าวออกมาได้ในเวลาหนึ่งก้านธูป... ตำแหน่งผู้สืบทอดต้องเป็ของเขา และฝ่ายที่คัดค้านต้องเงียบปากไปให้หมด!"
"มู่หย่ง เ้าจะรับหรือไม่?" มู่เทียนไห่ถามเสียงทุ้ม พลังกดดันขอบเขตทะเลิญญาขั้นกลางของเขาสั่นะเืไปทั่วบริเวณ
มู่หย่งมองไปที่หนิงจูเชว่ นางส่งยิ้มที่สื่อความหมายมั่นใจ มู่หย่งถอนหายใจยาวก่อนจะกระตุกยิ้ม "ข้ารับคำท้า... แต่มีเงื่อนไขเดียว หากข้าออกมาได้ มู่เฉิงและแม่ของเขาต้องไปอยู่ที่เรือนซักล้างเป็เวลาหนึ่งเดือน เพื่อเรียนรู้ว่า 'หญิงรับใช้ชั้นต่ำ' ที่พวกเขาตราหน้า... ต้องทำงานหนักเพียงใด"
"เ้าคนชั้นต่ำ! กล้าดีอย่างไร!" ฮูหยินเอกหวีดร้องด้วยความโกรธ
"หุบปาก!" มู่เทียนไห่ตวาด เสียงของเขาทรงอำนาจจนโถงทั้งโถงสั่นะเื "ในเมื่อตกลงกันได้แล้ว... เตรียมเปิดเขตอาคม!"
หนิงจูเชว่นั่งลงบนเก้าอี้ที่อาโกวรีบยกมาให้ พลางหยิบพัดขึ้นมาโบกเบาๆ "มู่หย่ง อย่าลืมที่ข้าสอนล่ะ...พยัคฆ์น่ะมันแพ้ทางไฟ"
มู่หย่งพยักหน้า ก่อนจะเดินตามเหล่าผู้าุโไปยังทิศตะวันตกของจวน แผ่นหลังของเขามั่นคงขึ้นกว่าเดิมมาก การต่อสู้ภายในตระกูลมู่บทแรกกำลังจะเริ่มขึ้น และหนิงจูเชว่รู้ดีว่านี่คือจุดเปลี่ยนที่จะทำให้พันธมิตรหน้าเงินของนาง กลายเป็หมากที่ทรงพลังที่สุดในอาณาจักรชิงซานแห่งนี้
"อาจารย์ขอรับ" อาโกวกระซิบ "มู่หย่งจะไหวจริงๆหรือขอรับ? เขตอาคมนั่นกลิ่นอายมันน่ากลัวอยู่นะ"
"ถ้าเขาไม่ไหว เขาก็ไม่ใช่คนที่ข้าเลือก" หนิงจูเชว่หลับตาลง "จงดูให้ดีอาโกว เฉินอี้... วันนี้พวกเ้าจะได้เห็นว่า การบ่มเพาะไม่ใช่แค่เื่ของพลัง แต่มันคือเื่ของจิตใจที่ไม่ยอมสยบต่อโชคชะตาด้วย"
ท่ามกลางกลุ่มคนที่คอยจ้องจะเหยียบย่ำ เด็กสาวในชุดสีแดงนั่งอยู่อย่างสง่างาม ความลึกลับของ 'สำนักหงส์เพลิง' เริ่มกลายเป็เงาที่ปกคลุมตระกูลมู่ไปทีละน้อย และไม่มีใครรู้เลยว่า... นี่เป็เพียงจุดเริ่มต้นของความวุ่นวายที่จะสั่นะเืไปถึงทวีปหลักในอนาคต!