หยางจื่อราชันดาบพิชิตสวรรค์

    หยางจื่อ ปะทะ หลี่หู่

            หลังจากหยางจื่อเข้าไปในวิหารเวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็วก็ครบ7 วันทุกคนต่างก็ถูกส่งออกมาจากมิติพิเศษกันหมดเมื่อรุ่นเยาว์ที่เหลืออยู่ถูกส่งออกมา ใบหน้าของของจักรพรรดิอาณาจักรเล็ก ๆจากทวีปอื่นๆก็เศร้าหมองแม้แต่ตระกูลจี้และตระกูลอื่น ๆเองก็สลดลงเพราะรุ่นเยาว์ที่กลับออกมามีแค่20 คนเท่านั้น ส่วนอีก 80 คนนั้นได้ตกตายไปในมิติพิเศษพวกเขาไม่คาดคิดว่าการแข่งขันในรอบที่สองจะโหดร้ายขนาดนี้

            "ข้าไม่คิดเลยว่ารุ่นเยาว์ของพวกเราจะตกตายไปมากมายขนาดนี้"จักรพรรดิอาณาจักรแห่งหนึ่งกล่าว

            "แต่มันก็ช่วยไม่ได้เพราะมิติพิเศษเป็นมรดกที่ตกทอกมาจากยุคโบราณที่แม้แต่เหล่าผู้ทรงอำนาจในทวีปศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่สามารถครอบครองหรือควบคุมได้พวกเขาสามารถทำได้แค่เปิดใช้งานได้เท่านั้น"

            "แต่ในทางกลับกันอัจฉริยะคนใหนที่มีชีวิตรอดกลับมาพลังจะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด"

            เสียงพูดคุยของผู้เริ่มดังขึ้นเพราะในปีนี้มีรุ่นเยาว์ตกตายมากที่สุดในประวัติศาสตร์แต่ทางด้านจักรพรรดิฉินกลับรู้สึกมีความสุขอย่างยิ่งเพราะฉินหมิงเยี่ยคือหนึ่งในผู้รอดชีวิตนางในตอนนี้อยู่ปราณราชันขั้นที่ 3 เเล้วซึ่งสำหรับอาณาจักรฉินอายุ18-19 ปีสามารถอยู่ปราณราชันได้ก็ถือว่าเป็นสุดยอดอัจฉริยะเเล้ว

            รุ่นเยาว์ที่มีชีวิตรอดกลับมาต่างก็เป็นอัจฉริยะของ4 ตระกูล 2 สำนัก และ 2นิกาย ซะส่วนใหญ่และภายใน 20 คนนั้นส่วนใหญ่จะทะลวงสู่ปราณจักรพรรดิเรียบร้อยเเล้วมีเพียงแค่ฉินหมิงเยี่ยเท่านั้นที่อ่อนแออย่างมากจนผู้คนอดที่จะสงสัยไม่ได้ว่านางรอดมาได้อย่างไร

            "ข้าขอแสดงความยินดีด้วยกับพวกเจ้าที่มีชีวิตกลับมาเเละความแข็งแกร่งของพวกเจ้าเองก็เพิ่มขึ้นมากต่อไปจะเป็นการประลองในรอบที่ 3 ซึ่งจะเป็นการค้นหาอัจฉริยะที่แท้จริงทั้ง10 คน" ซวนหวู่จี๋กล่าว

            "ผู้อาวุโสข้าขอสละสิทธิ์การประลองนี้ได้หรือไม่" ฉินหมิงเยี่ยกล่าว

            "แน่นอนการประลองในรอบที่ 3 นี้ใครไม่ต้องการเข้าร่วมก็สามารถสละสิทธิ์ได้"ซวนหวู่จี๋กล่าว

            ไม่มีใครแปลกใจที่ฉินหมิงเยี่ยจะขอสละสิทธิ์เพราะต่อให้นางลงประลองนางก็ไม่มีสิทธิ์ชนะใครได้อยู่ดีและนอกจากฉินหมิงเยี่ยเเล้วก็มีอีกคนที่อยู่ปราณราชันขั้นที่ 7สละสิทธิ์และเดินออกจากสนามประลองไปสำหรับพวกเขาที่ได้เพิ่มความแข็งแกร่งมามากมายเท่านี้ก็คุ้มค่าเเล้ว

            ภายในกลุ่มหลี่หู่จ้องมองไปทางหยางจื่อด้วยสายตาชั่วร้ายและไม่ใช่แค่หลี่หู่ที่จ้องมองหยางจื่อแม้แต่จ้าวเสวี่ยเองก็จ้องมองมาที่หยางจื่อหยางจื่อในตอนนี้มีชื่อเสียงอย่างมากในฐานะม้ามืดของการแข่งขันในครั้งนี้

            "เอาละ ในเมื่อพวกเจ้าไม่มีใครสละสิทธิ์อีกข้าจะบอกกฎในรอบที่ 3 เองในรอบที่สามง่ายๆมากเจ้าสามารถท้าสู้กับใครก็ได้แต่เจ้าจะไม่สามารถท้าสู้กับคนเดิมได้เราจะให้พวกเจ้าสู้กันจนกว่าจะต่อสู้กันครบใครที่ชนะมากที่สุดก็เป็นผู้ชนะไป"ซวนหวู่จี๋กล่าว

            หยางจื่ออดไม่ได้ที่จะนึกถึงการแข่งขันในตอนอยู่อาณาจักรชางเย่เพราะกฎการประลองนั้นเหมือนกันอย่างมากแต่มันก็ทำให้หยางจื่อต้องยิ้มอย่างขมขื่นเพราะในตอนนี้มีสายตาจำนวนมากจ้องมาที่ตน

            รุ่นเยาว์ทั้ง20 คนต่างก็ไปนั่งตรงเก้าอี้และเตรียมพร้อม ซวนหวู่จี๋ให้สัญญาณหลี่หู่ก็ทะยานขึ้นไปบนเวทีแล้วชี้มาที่หยางจื่อ

            "ข้าขอท้าประลองเจ้า" หลี่หู่กล่าว

            หยางจื่อได้แต่ถอนหายใจแล้วเดินขึ้นไปบนเวทีประลองอย่างเบื่อหน่ายผู้คนต่างก็แสดงความตื่นเต้นออกมาเพราะอัจฉริยะของนิกายฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์กำลังจะต่อสู้กับม้ามืดของการแข่งขั้นในครั้งนี้

            "ในมิติพิเศษเจ้าหลบหนีไปได้แต่ในครั้งนี้นี่แหละข้าจะบดขยี้เจ้าเพื่อให้ซวงเหยียนเห็นว่าเจ้านั้นมันก็แค่เศษขยะ"หลี่หู่กล่าว

            หยางจื่อเลิกคิ้วด้วยความสับสนและไม่เข้าใจว่าเรื่องนี้มันไปเกี่ยวข้องอะไรกับหลี่ซวงเหยียน

            "ตูม!!!!"

            หลี่หู่ระเบิดพลังปราณออกมาซึ่งทำให้ผู้คนนั้นตกตะลึงเพราะพลังของหลี่หู่ในตอนนี้อยู่ปราณจักรพรรดิขั้นที่4  ซึ่งมากพอที่จะกดดันอัจฉริยะคนอื่น ๆให้หน้าซีดได้

            "เป็นอย่างไรบ้างละหวาดกลัวละสิถ้าเจ้ายอมก้มหัวขอความเมตตาข้าจะยอมปล่อยเจ้าไปก็ได้"หลี่หู่กล่าว

            "ไร้สาระเจ้ารีบเข้ามาได้เเล้วเอาแต่ยืนพร่ามอยู่ได้ไม่เมื่อยปากบ้างหรือยังไง"หยางจื่อกล่าว

            "ปากดีนักนะงั้นก็ตายไปซะ!!!!!" หลี่หู่กล่าว

            เปลวเพลิงจำนวนมากระเบิดออกมาจากตัวของหลี่หู่แล้วกลายเป็นกำปั้นขนาดใหญ่พุ่งตรงมาทางหยางจื่อแต่หยางจื่อกลับไม่ได้เกรงกลัวเลยแม้แต่นิดเดียว หยางจื่อระเบิดพลังปราณและปราณมังกรออกมา

            "ตัดสวรรค์!!!" หยางจื่อกล่าวอย่างแผ่วเบา

            คมดาบของหยางจื่อตัดกำปั้นเปลวเพลิงของหลี่หู่ได้อย่างง่ายดายทำให้กำปั้นเปลวเพลิงสลายไปหลี่อู่รู้สึกตกตะลึงและโกรธเกรี้ยว

            "งั้นเจอนี่ หนึ่งร้อยฝ่ามือเปลวเพลิง" หลี่หู่กล่าว

            ฝ่ามือเปลวเพลิงขนาดใหญ่นับร้อยปรากฏอยู่บนอากาศและกดทับมาที่หยางจื่อม่านตาของหยางจื่อหดแคบลงและโคจรปราณมังกรจนถึงขีดสุดหยางจื่อกระตุ้นพลังจากดาบมังกรสวรรค์และในตอนนี้เงอเส้นผมของหยางจื่อก็กลายเป็นสีขาวและดวงตาก็กลายเป็นสีฟ้าในทันที

            "ใหนๆเเล้วข้าก็ขอทดสอบพลังของข้าหน่อยก็เเล้วกัน" หยางจื่อกล่าว

            "สวรรค์วินาศ!!!!!"

            แสงสีขาวปลดปล่อยออกมาจากตัวดาบมังกรสวรรค์ฝ่ามือเปลวเพลิงของหลี่หู่สลายหายไปราวกับว่ามันไม่เคยปรากฏออกมาแสงสว่างสีขาวยังคงส่องแสงออกมาจนบดบังวิสัยทัศน์ของผู้คนจนหมดมีแต่คนที่อยู่ปราณนักบุญขั้นสูงเท่านั้นที่มองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น

            เมื่อแสงหายไปก็เห็นหยางจื่อกลับมาอยู่สภาพเดิมแต่ตรงกันข้ามหลี่หู้ที่ยืนหมดสติอยู่ภายในดวงตาของหลี่หู่ขาวโพรนราวกับไม่มีวิญญาณอยู่ข้างในร่าง

            "นี่มันพลังอะไรกันทำไมข้าถึงไม่อาจสัมผัสอะไรได้เลย"ซวนหวู่จี๋อดไม่ได้ที่จะกล่าวออกมาด้วยความตกตะลึง

            "รีบนำตัวหลี่หู่ไปรักษาเร็วเข้า" ผู้อาวุโสของนิกายฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์กล่าว

            ผู้อาวุโสของนิกายฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ที่ได้นำร่างที่หมดสติของหลี่หู่ออกไปอย่างรวดเร็วเมื่อพวกเขาตรวจสอบก็พบว่าตามร่างกายของหลี่หู่ไม่มีบาดแผลหรืออาการบาดเจ็บอะไรเลยเพียงแค่หมดสติไปก็เท่านั้น

            "พลังนั่นมันราวกับจะทำให้ทุกสรรพสิ่งกลับสู่ความว่างเปล่าเจ้าคิดแบบเดียวกับข้าหรือไม่ " หญิงชรากล่าว

            "ข้าก็คิดแบบเดียวกับเจ้าเช่นกัน” ชายชรากล่าว

            -------------------------------------------------------------------------------------------------​

     

    คล้ายกับเรื่องหยางจื่อราชันดาบพิชิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน