ซินกวงกำลังจัดแจงข้าวของสัมภาระของตัวเอง ทั้งเตรียมอาวุธพร้อมกับดักเพื่อไปล่าสัตว์อย่างครบครัน แม้เขาจะมีวรยุทธเก่งกาจ แต่สัตว์หน้าขนนั้นไว้ใจไม่ได้เพราะมันไม่มีจิตสำนึก เพียง้าเอาตัวรอดเท่านั้นหากต้องต่อสู้กัน เขาจึงต้องระวังตัวให้มาก ด้วยมีบุตรสาวและภรรยารอคอยการกลับมาของเขา การพิชิตสัตว์ใหญ่ได้ในแต่ละครั้ง ทำให้เขารู้สึกเหมือนชนะการประลองยุทธกับผู้เก่งกาจ ในสมัยที่ยังท่องยุทธภพไปทั่ว เขาเองไม่มีความรู้อะไรมากมาย นอกจากการใช้กำลังเช่นนี้ จึงทำได้เพียงแต่หาอาหารให้บุตรสาวและภรรยาเท่านั้น
เขาเพิ่งจะมาหัดเรียนรู้การปลูกพืชผักทำสวนครัวเมื่อได้รู้จักกับฉู่ลี่ ด้วยนางชอบปลูกพืชสมุนไพร รู้จักพืชผักมากมายในป่าที่กินได้ จึงช่วยกันนำมาปลูกไว้ทานกันที่เรือน แต่เมื่ออากาศหนาวกำลังคืบคลานเข้ามา พืชผักที่พวกเขากินอยู่ทุกวันแทบไม่เหลือแล้ว ทั้งยังเติบโตได้ยาก พวกเขาให้บุตรสาวทานเนื้อสัตว์ ธัญพืช แป้งรวมทั้งเสบียงอาหารที่หามาได้ในแต่ละครั้งล้วนมีไว้เพื่อให้นางอิ่มท้อง แต่ตนเองและภรรยาทานเพียงผักที่ปลูกเองเท่านั้น ด้วยกลัวว่าบุตรสาวจะมีอาการทรมานเช่นที่เคยอีก จึงต้องเก็บเสบียงที่หามาได้ไว้ให้นางมากหน่อย บางคราก็ทานร่วมกับนางบ้างเมื่อนางอยากแบ่งปันให้และคิดว่านางไม่หิวโหยแล้ว
ซินกวงเดินออกมาลานบ้านเมื่อเตรียมตัวพร้อมแล้ว เพื่อไปล่าสัตว์ก่อนจะสายเกินไป
“ท่านพ่อจะไปแล้วหรือเ้าคะ เอาซาลาเปาไปกินหรือไม่เ้าคะ ข้าจะไปเอาให้ ยังเหลือในครัวอีกหลายลูกเ้าค่ะ”
ซินกวงได้แต่ยิ้มเอ็นดูน้ำใจบุตรสาวก่อนจะลูบหัวนางเบาๆ
“เ้าเก็บไว้กินเถอะ หากพ่อกลับมาช้าเดี๋ยวเ้าจะทรมานอีก พ่อไม่อยากให้เ้าเป็เช่นนั้นอีก”
ซินอี๋ได้แต่ก้มหน้าหดหู่ใจในตนเองที่เป็ภาระให้บิดามารดาเช่นนี้ พวกท่านคงลำบากมากที่ต้องมาเลี้ยงดูคนตะกละเช่นนาง แม้บิดาจะลูบหัวลูบหางปลอบใจนางแต่นางก็ยังรู้สึกไม่ดีอยู่ดี ในใจได้แต่คิดว่าจะทำอย่างไรจึงจะสามารถหาอาหารให้ตัวเองได้บ้าง
“ท่านพ่อพาข้าไปล่าสัตว์ด้วยได้หรือไม่เ้าคะ ข้าไม่อยากให้ท่านต้องลำบากเพราะข้า ท่านต้องออกไปเสี่ยงอันตรายบ่อยครั้งเช่นนี้เพราะข้ากินมากเกินไป ข้าบังคับตัวเองไม่ได้แต่ข้าน่าจะสามารถหาอาหารให้ตัวเองได้นะเ้าคะ ต่อไปภายหน้าข้าคงต้องพึ่งพาตัวเอง"
ซินกวงได้ยินบุตรสาวกล่าวเช่นนี้ก็ยิ้มให้นางอย่างเอ็นดูในความคิดของนาง อย่างน้อยนางยังมีใจห่วงใยบิดามารดาที่ต้องลำบากหาเสบียงอาหารมากมายให้นางไม่ขาด
“เ้าอายุเพียง 7-8 ขวบ แม้ร่างกายจะใหญ่โตแต่ก็ยังไม่ได้เรียนรู้เื่การล่าสัตว์เลย วรยุทธเ้าก็ได้เพียงท่าพื้นฐานเล็กน้อย หากเกิดอันตรายขึ้นมาแล้วพ่อดูแลเ้าไม่ได้จะทำเช่นไร พ่อไม่อยากห่วงหน้าพะวงหลัง ไว้กลับมาพ่อจะสอนเ้าทำกับดักล่าสัตว์และสอนการต่อสู้ป้องกันตัวให้เ้ามากขึ้นก่อน วิชายุทธที่พ่อมีทั้งหมดจะส่งต่อให้เ้าสืบทอด บางส่วนพ่อคัดใส่ตำราไว้แล้ว เมื่อเ้าเรียนรู้ทุกอย่างพร้อมแล้ว ต่อไปพ่อจะให้เ้าได้หัดล่าสัตว์หาอาหารกินเอง ดีหรือไม่?”
ซินอี๋รีบพยักหน้าหงึกหงักหลายครา ด้วยพอใจกับสิ่งที่บิดาบอกกล่าว นางจะได้เรียนรู้การล่าสัตว์มาเป็อาหารแล้ว ต่อไปนางจะไม่ทำให้บิดามารดาลำบากมากนักหากนางช่วยแบ่งเบาได้ ทั้งยังได้หาของอร่อยๆ ด้วยตนเอง นางจะหาเท่าไหร่ก็ได้หากนางเก่งกาจมากพอ เพราะนางไม่อยากงอมืองอเท้ารอเพียงบิดามารดาหาอาหารมาให้เช่นแต่ก่อนอีกแล้ว
“ดีเ้าค่ะ ข้ากินมากกว่าใครข้าย่อมต้องรู้จักหาอาหารด้วยตนเอง แต่เื่ปรุงอาหารข้าคงต้องให้ท่านแม่ช่วยไปก่อน หรือข้าต้องหัดทำอาหารกินเองเ้าคะ หิวก็ไปทำกินเองเลย”
ซินกวงได้แต่ยิ้มและโยกหัวของบุตรสาวไปมาอย่างขบขันที่นางลูบคางที่แทบมองหามุมเหลี่ยมไม่เจอของตนเองพลางพยักหน้าไปมาพูดคนเดียวไม่หยุด เื่ที่เขาจะสอนการล่าสัตว์แก่นาง นี่เป็สิ่งแรกที่บุตรสาวของเขาร้องขอจากเขา ปกตินางแทบไม่อยากทำสิ่งใดมีแต่กินกับนอน
แรกๆ ที่เขาจะสอนวรยุทธนาง นางงอแงไม่อยากฝึกด้วยซ้ำ แต่เมื่อฝึกฝนบ่อยครั้งเข้าทำให้นางคล่องแคล่วเดินเหินสะดวกขึ้นนางจึงอารมณ์ดียินยอมฝึกทุกวัน เพราะรู้สึกตัวเบามากขึ้นกว่าเมื่อก่อน ก่อนหน้านี้นางทำอะไรล้วนอืดอาดชักช้าเหนื่อยง่ายเพราะรูปร่างกลมอ้วนของนาง แต่เมื่อนางได้ฝึกวรยุทธทำให้นางว่องไวขึ้น แม้ร่างกายจะไม่ผอมลง แต่มันก็ทำให้นางแข็งแรงขึ้น ทุกวันนี้นางจึงยังฝึกฝนอยู่โดยที่เขาไม่ต้องบังคับขู่เข็ญเท่าใดนัก
“เ้าอยากทำอะไรก็ทำเถิด อย่างน้อยมันก็เป็ผลดีแก่เ้าในภายภาคหน้าเมื่อเ้าโตขึ้น หากเ้าหิวเ้าก็ออกไปล่าสัตว์ทำอาหารกินเองอย่างไรเล่า ข้าจะค่อยๆ สอนเ้าเอง ส่วนเื่ทำอาหารเ้าคงต้องไปให้มารดาเ้าสอนแล้ว เพราะพ่อเองก็คงทำไม่อร่อยเท่าแม่ของเ้า”
“เ้าค่ะ ถ้าเช่นนั้นท่านพ่อรักษาตัวด้วยนะเ้าคะ รีบไปรีบกลับ ข้าเป็ห่วง ท่านแม่ก็รอคอยท่านกลับมานะเ้าคะ”
“เ้าไปหาท่านแม่เ้าบอกว่าพ่อออกไปล่าสัตว์แล้ว ไม่นานเดี๋ยวก็กลับมา ่นี้เ้าก็ให้แม่ของเ้าสอนทำอาหารง่ายๆ กินไปก่อนก็แล้วกัน ข้าวกับธัญพืชยังพอมีเหลืออีกหลายวัน แต่พ่อต้องไปหาเสบียงมาเพิ่มไว้เผื่อหน้าหนาวด้วย เลยต้องล่าสัตว์ใหญ่อีกสักหน่อย”
“เ้าค่ะ ลูกจะรีบไปบอกท่านแม่เดี๋ยวนี้เ้าค่ะ”
เมื่อกล่าวจบซินอี๋วิ่งเนื้อตัวกระเพื่อมออกไปอย่างรวดเร็ว แม้รูปร่างนางจะอ้วนแต่นางว่องไวมาก จนซินกวงมองตามแทบไม่ทัน
“เ้าลูกคนนี้มันไวจริงๆ สมแล้วที่ฝึกวรยุทธกับข้าทุกวัน”
ซินกวงได้แต่ส่ายหัวอดขบขันท่าวิ่งของบุตรสาวไม่ได้ แม้นางจะเคลื่อนไหวรวดเร็วแต่ท่าทางการวิ่งดูเหมือนคลื่นน้ำกระเพื่อมอย่างไรไม่รู้ ก่อนจะก้าวขาออกจากหน้าประตูเรือนเพื่อเดินทางเข้าไปยังหุบเขาที่อยู่ไม่ห่างไกลหมู่บ้านมากนักเพื่อหาเหยื่อที่จะล่า นำมาเป็อาหารและแลกเปลี่ยนธัญพืช ข้าวสาร อาหารแห้งให้เพียงพอ ใน่ฤดูหนาวที่กำลังจะมาเยือนสำหรับภรรยาและบุตรสาวของเขา
แม้ชีวิตไม่ได้สะดวกสบายเช่นตอนที่เขาตัวคนเดียวยามท่องยุทธภพ แต่เขามีความสุขที่มีบุตรสาวน่ารักรู้ความ มีภรรยาที่แสนดีงดงาม แม้บุตรสาวเขาจะกินมากไปสักหน่อย แต่เื่อื่นนางก็ทำให้เขายิ้มได้ทุกวันมาั้แ่เกิด การมีบุตรสาวคนนี้มีทั้งด้านดีและไม่ดี เขาไม่อยากโทษใครหรือสิ่งใด ในเมื่อทุกอย่างมันเกิดขึ้นแล้วเขาได้แต่แก้ปัญหาเื่การกินของบุตรสาวด้วยการหาอาหารให้นางมากสักหน่อยเท่านั้น ภรรยาเขายังไม่ย่อท้อพยายามทดลองปรุงยามากมายเพื่อรักษาซินอี๋มาตลอดหลายปี ั้แ่รู้ว่านางมีอาการแปลกประหลาดเช่นนี้ เขาเองก็ต้องไม่ท้อที่จะหาเสบียงอาหารมาให้นาง เพื่อช่วยให้อาการของนางทุเลาลงยามที่นางหิว
ซินกวงเดินทางไปล่าสัตว์แต่ละครั้งบางคราเข้าป่าไปทั้งวันพลบค่ำจึงกลับได้ บางคราเข้าป่าลึกมากหน่อยต้องค้างในป่าราว 2-3 วัน บางคราต้องไปนอนรอเหยื่ออยู่หลายวันเพื่อรอสัตว์ที่น่าจะมีราคาจนเขาเองยังคิดว่าเขาล่าสัตว์แทบจะหมดป่าแล้วกระมัง ครานี้เขาคงต้องไปหุบเขาที่ไม่เคยไปล่าสัตว์สักหน่อย ซึ่งอยู่ห่างออกไปถัดจากหุบเขาลูกเดิมที่เขาไปเป็ประจำไม่ไกลนัก เขาเดินทางอย่างมีความหวังว่าจะนำสัตว์ที่มีราคาสูงไปแลกเสบียงให้บุตรสาวและภรรยาได้ผ่านพ้นฤดูหนาวนี้ไปอย่างไม่ลำบากมากนัก
เมื่อก่อนเขาไม่มีบุตรสาวหรือภรรยาจึงไม่ใส่ใจการหาเสบียงขนาดนี้ บางคราอดมื้อกินมื้อ หรือล่าสัตว์เพียงให้พอกินไปแต่ละวันคนเดียวเท่านั้น ไม่ต้องคิดมากอันใด ทุกวันนี้เขาเป็ผู้นำครอบครัวจึงต้องทำมากหน่อยเผื่อแผ่ทุกคน