บทที่ 58
หนังสือตั้งแต่ง
ในค่ำคืนที่เงียบสงัดแสงตะเกียงไหวระริกบนโต๊ะไม้เก่า เสี่ยวหนิงยังคงนั่งอยู่ตรงข้ามไป๋ซือเหนียงในร่างของเสี่ยวฮวาความหวาดหวั่นในดวงตาเริ่มลดน้อยลงเมื่อการสนทนาดำเนินไปอย่างเรียบง่ายและไม่เร่งเร้า
ไป๋ซือเหนียงในคืนนี้มิได้มีเจตนาจะลงมือกระทำสิ่งใดกับพวกนางโดยตรงเป้าหมายที่แท้จริงของนางมีเพียงหนึ่งเดียว ข้อมูล
สตรีทั้งสองที่เคยเป็นสาวใช้ภายในจวนเหยียนหลงอ๋องหาใช่หญิงรับใช้ธรรมดาหากแต่เป็นสายลับที่ถูกฝึกฝนและวางตัวไว้อย่างแนบเนียนพวกนางแฝงตัวอยู่ภายในจวนมาเนิ่นนานแน่นอนว่าข้อมูลมากมายย่อมถูกกักเก็บไว้ในความทรงจำอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
ไป๋ซือเหนียงไม่กล้าเอ่ยถามสิ่งใดจากผู้อื่นเพราะในตอนนี้สถานะของนางภายในจวนเหยียนหลงอ๋องยังเปราะบางเกินกว่าจะเปิดเผยความอยากรู้อยากเห็นมากเกินไปแต่กับสตรีสองนางนี้…ในเมื่อเป็นเสมือนหุ่นเชิดในเงื้อมมือของนางแล้วก็ไม่จำเป็นต้องกังวลสิ่งใดอีก
นางนั่งฟังเสี่ยวหนิงเล่าเรื่องราวต่างๆ อย่างตั้งใจ น้ำเสียงของเสี่ยวหนิงแผ่วเบาแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำล้วนแฝงไว้ด้วยข้อมูลสำคัญที่ผ่านการกลั่นกรองมาอย่างดี
ไป๋ซือเหนียงนั่งฟังพลางเอ่ยถามในบางประโยคที่นางสนใจเป็นพิเศษ
ทั้งเรื่องแผนผังของขุมอำนาจในเมืองหลวง
ตระกูลใหญ่ที่ยังคงเรืองอำนาจ
รวมถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในช่วงสิบปีที่ผ่านมา
แม้จะไม่ได้ออกไปเห็นกับตาตนเองแต่ข้อมูลที่ได้ในคืนนี้ก็เรียกได้ว่าครอบคลุมอย่างน่าพึงพอใจ
หนึ่งคนเอ่ยถามอีกคนขานรับอย่างไม่กล้าขัดขืน
คืนยาวนานนี้ดำเนินไปในเงียบงัน ทว่าในความเงียบงันนั้นเองกลับเต็มไปด้วยประกาย
ไป๋ซือเหนียงได้สิ่งที่นางต้องการ…และที่สำคัญที่สุดนั้นคือข่าวสาร
…
ยามเช้าของเรือนเมฆาขาวอบอวลไปด้วยแสงอาทิตย์อ่อนๆ ที่สาดผ่านม่านบางเข้ามาภายในห้องอาหารโต๊ะไม้กลมกลางห้องถูกจัดวางเรียบง่ายด้วยอาหารเช้าที่มีกลิ่นหอมอบอุ่นตลบอยู่ในอากาศ
ไป๋ซือเหนียงนั่งอยู่ที่ฝั่งหนึ่งของโต๊ะในขณะที่เถาเถาเองนั่งประจำที่อย่างกระตือรือร้น เด็กน้อยแก้มกลมนั่งไม่ติดที่ดวงตากลมโตเปล่งประกายด้วยความดีใจอย่างเห็นได้ชัด
วันนี้เหยียนไป๋เฉินมาร่วมโต๊ะอาหารเช้าทำให้เถาเถาน้อยหัวเราะคิกคักอย่างมีความสุข ทั้งยังรีบอวดบิดาของตนเองทันทีว่า
“วันนี้เถาเถาท่องได้ตั้งหลายตัวอักษรแล้วนะเจ้าคะ!”
เหยียนไป๋เฉินยิ้มกว้างดวงตาเปี่ยมไปด้วยความอบอุ่น เขายื่นมือมาลูบศีรษะของบุตรสาวเบา ๆพร้อมเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“เก่งมาก เจ้าคือความภูมิใจของบิดา”
คำชมเพียงสั้น ๆแต่กลับทำให้เถาเถาน้อยยืดอกขึ้นมาทันทีใบหน้ายิ้มแย้มไม่รู้เหน็ดเหนื่อยไปทั้งมื้อเช้าบรรยากาศของโต๊ะอาหารในเช้านั้นจึงอบอุ่นเป็นพิเศษเต็มไปด้วยความเงียบสงบ…และความสุขเรียบง่ายของครอบครัวเล็ก ๆ ที่เพิ่งเริ่มต้น.
แสงแดดอุ่นยามสายสาดลอดพุ่มไม้ลงมากระทบทางเดินหินกรวดที่ทอดยาวไปสู่สวนดอกไม้ของพระชายากลีบดอกไม้บางชนิดปลิวล้อสายลมเบา ๆ สร้างบรรยากาศอ่อนโยนและเงียบสงบ
ไป๋ซือเหนียงและเหยียนไป๋เฉินเดินเคียงกันบนทางเดินสายเล็กโดยมีเถาเถาน้อยวิ่งนำหน้าไปอย่างร่าเริง เด็กน้อยหัวเราะคิกคักพลางกางแขนเล็ก ๆวิ่งผ่านเงาไม้ที่พาดทับบนพื้น
เสียงฝีเท้าของทั้งสองเบาราวกับไม่ต้องการรบกวนบรรยากาศอันสงบเหยียนไป๋เฉินก้าวไปอย่างมั่นคง สายตาเขาจับจ้องไปยังแผ่นหลังเล็ก ๆของบุตรสาวที่วิ่งเล่นอยู่เบื้องหน้า ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“อีกสองวัน...จะมีหนังสือแต่งตั้งมาถึง หลังจากนั้นเจ้าสามารถออกไปเที่ยวชมนอกจวนได้แล้ว พาเถาเถาออกไปเที่ยวเล่นบ้างก็ดีข้าจะจัดผู้คุ้มกันไว้ให้”
ไป๋ซือเหนียงพยักหน้ารับเบา ๆดวงตายังคงจับจ้องเงาร่างของบุตรสาวที่โลดแล่นอยู่ท่ามกลางแสงแดดและกลิ่นดอกไม้
ดูเหมือนว่าหนังสือแต่งตั้งตำแหน่งพระชายาจะมาถึงเร็วกว่าที่คาดไว้แม้ตลอดเกือบหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ภายในจวนจะเงียบสงบ ไร้เหตุวุ่นวายใด ๆเข้ามาเกี่ยวข้องกับไป๋ซือเหนียงและเถาเถา ทว่า…หลังจากนี้หากสามารถออกไปยังโลกภายนอกได้ ความสงบแบบนี้คงมิอาจคงอยู่ได้อีกนาน
จะให้นางอยู่สงบภายในจวนตลอดไปย่อมเป็นไปไม่ได้ โดยเฉพาะกับเถาเถาเด็กน้อยร่าเริงผู้เคยวิ่งเล่นอย่างอิสระในเมืองชั่งหลิงยามนี้กลับต้องถูกจำกัดอยู่ในขอบเขตของจวน แม้พื้นที่จะกว้างขวางเพียงใดแต่เมื่อเวลาผ่านไป ทิวทัศน์เดิม ๆ ย่อมไม่อาจปลุกความสดใสให้เด็กน้อยได้ตลอดไปไม่ต่างจากนกตัวเล็กที่ถูกกักขังไว้ในกรงทอง
ไป๋ซือเหนียงไม่ต้องการให้เถาเถาต้องเติบโตมาอย่างแห้งแล้งภายใต้เงาแห่งความระแวดระวังนางเคยเป็นฉือเยียน ผู้ซึ่งเติบโตมาท่ามกลางความอิสระรู้ดีว่าการได้เป็นตัวของตัวเองนั้นมีค่ามากเพียงใดและนั่นคือสิ่งที่นางปรารถนาให้เถาเถาได้สัมผัสเช่นกัน
เมื่อหนังสือแต่งตั้งมาถึงและนางได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการเป็นชายาของซื่อจื่อ สิ่งแรกที่นางจะทำคือออกเดินในเมืองหลวงอย่างเปิดเผย
ไม่เพียงเพื่อให้เถาเถาได้สัมผัสโลกกว้างอีกครั้งแต่ยังเป็นการโยนหินถามทาง...เพื่อดูว่าเงามืดที่หลบซ่อนอยู่ในนครแห่งนี้จะขยับตัวออกมาหรือไม่.
…
สองวันต่อมาขบวนขันทีจากวังหลวงเคลื่อนตัวมาหยุดอยู่หน้าจวนเหยียนหลงอ๋องขบวนเล็กแต่เป็นระเบียบ เรียงรายไปด้วยขันทีผู้ถือกล่องหยกที่บรรจุหนังสือแต่งตั้งอย่างเคร่งครัดทุกย่างก้าวสงบนิ่งภายใต้สายตาของเหล่าทหารรักษาการณ์และข้ารับใช้ในจวนที่ต่างยืนเรียงรายอยู่หน้าประตูหลัก
ข่าวการมาถึงของหนังสือแต่งตั้งนี้แพร่กระจายไปทั่วอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะในเขตขุนนางและหมู่ตระกูลผู้มีอำนาจของนครหลวงผู้คนล้วนประหลาดใจที่องค์ฮ่องเต้มีพระราชประสงค์แต่งตั้งนางเป็นชายาของซื่อจื่อก่อนจะมีพิธีมงคลเกิดขึ้น
นี่นับว่าเป็นการละเมิดระเบียบโบราณอย่างชัดแจ้งตามจารีตควรมีพิธีสมรสก่อน จากนั้นจึงประกาศแต่งตั้งอย่างเป็นทางการทว่าหนังสือแต่งตั้งกลับมาถึงก่อนแม้จะยังไม่มีวันกำหนดเข้าห้องหอ
เรื่องนี้ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์มากมาย
ผู้เฒ่าผู้แก่ในกรมพิธีการโกรธเกรี้ยวถึงขั้นยื่นฎีกาฟ้องร้องขึ้นท้องพระโรงทำให้วังหลวงเต็มไปด้วยความวุ่นวายเพราะการโต้เถียงเรื่องระเบียบธรรมเนียม
แต่แม้จะเผชิญแรงต่อต้านเพียงใดองค์ฮ่องเต้ก็หาได้ทรงเปลี่ยนพระทัยไม่ คำสั่งยังคงมีผลและหนังสือแต่งตั้งก็ถูกส่งถึงมือของเหยียนหลงอ๋องอย่างสมบูรณ์
จากนั้นเป็นต้นมา...ไป๋ซือเหนียงจึงกลายเป็นชายาแห่งซื่อจื่ออย่างเป็นทางการ
แม้ปราศจากพิธีการอันยิ่งใหญ่แต่นางก็มีตำแหน่ง มีสถานะ และมีสิทธิ์อย่างสมบูรณ์ตามกฎหมายของราชวงศ์
ข่าวนี้ถูกกล่าวขานไปทั่วเมืองหลวงบ้างชื่นชม บ้างสับสน และไม่น้อยที่รู้สึกไม่พอใจ
เสียงวิจารณ์จากผู้คนในเมืองหลวงจึงแตกกระจายออกไปหลายทางความคิดแตกต่างกันราวสายลมที่หอบฝุ่นควันกลางถนนสายใหญ่ของเหยียนจิง…ไม่มีผู้ใดสามารถหยุดยั้งการเปลี่ยนแปลงได้อีกต่อไป.