ตอนที่ 8
“อะไรกัน...ทำไมถึงจะเปลี่ยนคนถ่ายแบบร่วมกับบัวล่ะคะ...ในเมื่อตอนแรกตกลงว่าจะเป็มาเรีย”เสียงของอัมพุชินีแม้จะไม่ได้ตวาดแว้ด แต่ก็สูงปรี๊ดบ่งความไม่สบอารมณ์
พลอยทำให้ผู้ถูกทาบทามกะทันหันอย่างจอมพธูถึงกับหน้าเสียยิ่งทำให้หล่อนรู้สึกถึงความเหมาะควรในคำตอบที่รอบอกพี่ลูกเจี๊ยบได้ชัดเจน
อัมพุชินีก้าวสวบๆด้วยท่าทางมาดมั่นและคราวนี้ไม่ได้มองผ่านหล่อนเหมือนทีแรก หากจงใจมาหยุดยืนในระยะประชิด สบตาตรงแววตาไม่เป็มิตรสักนิดเดียว
เมื่ออยู่ในระยะประจันหน้าจึงเห็นชัดว่าอัมพุชินีสูงกว่าหล่อนเล็กน้อยและเครื่องหน้าที่เห็นเมื่อหลายนาทีก่อน ในตอนนี้ถูกแต่งแต้มสีสันฉาบเครื่องสำอางจนทำให้ความงามนั้นมากขึ้นทวีคูณความขาวผ่องบนใบหน้าตกแต่งคิ้วสีเข้มรับกับเปลือกตาสีชมพูม่าเหมี่ยวเช่นเดียวกับสีเฉดปากทรงผมที่ดัดลอนอ่อนยาวประบ่าจัดไม่เป็ทรงตามสมัยนิยม เพียงแค่พิศดูหน้าก็ทำให้จอมพธูรู้สึกได้ถึงการ ‘ข่ม’
“คนนี้หรือเปล่าพี่ลูกเจี๊ยบที่บอกว่าจะเอามาแทนมาเรีย”
เ้าหล่อนพูดโดยไม่มีหางเสียงและหมุนตัวกลับไปมองพี่ลูกเจี๊ยบซึ่งยืนหน้าตึง พูดเสียงเข้มขณะคิ้วขมวดชนกัน
“พี่คุยกับคุณภูเรียบร้อยแล้ว...คุณภูเลยบอกว่าอีกครึ่งชั่วโมงจะขับรถมาดูด้วยตัวเอง”
เมื่ออ้างถึงพิภูผู้เป็เ้าของนิตยสารมาดามดูเหมือนจะลดทอนอารมณ์เกรี้ยวกราดของอัมพุชินีได้เกือบครึ่งแต่ไม่วายยังไม่หมดฤทธิ์
“ถ้าอย่างนั้นก็รอคุณภูมาก่อนถ้าบัวได้ยินจากปากคุณภู ว่าตกลงใจเลือกผู้หญิงคนนั้นมาถ่ายร่วมเฟรม บัวถึงจะยอมไม่อย่างนั้นสู้ให้แฟชั่นเซ็ทนี้ ถ่ายเดี่ยวบัว ยังจะดีซะกว่า”
จอมพธูซึ่งเป็ผู้ถูกพาดพิงในบทสนทนาของทั้งคู่ถึงกับกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก เกิดมาก็ไม่นึกไม่ฝันว่าจะถูกผู้หญิงที่ไหนดูถูกผู้หญิงด้วยกันเอง โดยใช้สายตาิ่แกมรังเกียจเช่นนี้นึกแล้วก็ให้เห็นด้วยกับคำพูดของชุมสายทุกถ้อยกระทงความ
ในทีแรกซึ่งตั้งใจจะตอบปฏิเสธ...ความคิดอยากตอกหน้าอัมพุชินีก็ลอยแวบขึ้นมา!
“อย่าไปถือสาเลยนะคะน้องจอมน้องบัวเธอก็เป็แบบนี้นั่นล่ะ เคยเดินอยู่บนพรมกุหลาบมาซะนาน มีคนคอยเอาอกเอาใจก็คงคิดว่าเดินอยู่บนก้อนเมฆที่์ พอจะถูกฉุดลงจากพรมแค่เท้าข้างนึงก็เลยมองคนอื่นแบบเหยียดหัวเหยียดหาง ไม่เทียบเท่ากับตัวเอง”
คำคมของพี่ลูกเจี๊ยบซึ่งเปรียบเปรยทำให้จอมพธูนึกเวทนาไปกับกิริยาอันแข็งกระด้างของนางแบบสาวผู้โด่งดัง นี่สินะที่เขาพูดกันถึงอาการ ‘ลืมตัว’
อัมพุชินีคงจะไม่ต่างจากหญิงสาวซึ่งหลงระเริงไปกับภาพมายาจอมปลอมไม่อยากเห็นใครดีกว่า เหนือกว่า ดังนั้นจึงใช้ทั้งวาจา สายตา รวมถึงกิริยาทุกส่วนเหยียดคนผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา แม้จอมพธูจะนึกโกรธจนฉุน แต่เมื่อตรองคิด จึงพบว่าช่างเป็ความน่าสงสารแกมสมเพชเสียมากกว่า ที่อัมพุชินีกระทำตนเช่นนั้น มิน่าเล่าพอลับหลัง ผู้อยู่ใกล้ชิดถึงกับเอือมระอาและกล้านินทาเ้าตัวอย่างเปิดเผย
“แล้วตกลงคุณจอมสนใจไหมคะพี่โทร.รายงานเื่ยายมาลาเรียนั่นให้คุณภูฟัง แล้วก็เสนอน้องจอมเสร็จสรรพคุณภูเองก็ตอบตกลงแล้ว อีกสักพักจะแวะเข้ามาดูหน้าตาน้องจอมด้วยบอกให้ทีมงานจัดการเริ่มถ่ายได้เลย”
“คุณภูนี่เป็ใครกันคะแล้วทำไมถึงตกลงให้จอมถ่ายแบบแทน ทั้งที่ยังไม่เห็นหน้าค่าตากันเลยสักครั้ง”
ชุมสายซึ่งนิ่งฟังอยู่นานเป็ฝ่ายตอบแทน“คุณภูก็เป็เ้าของหนังสือมาดามนี่ล่ะครับเดี๋ยวคุณภูมาถึง คุณจอมก็คงได้รู้จักเองนั่นล่ะ”
“ใช่ค่ะคุณภูเชื่อสายตาพี่ค่ะ ถึงตอบตกลงโดยไม่ต้องเห็นหน้าน้องจอม”
ทว่าความมั่นใจที่อยากตอกหน้าอัมพุชินีเมื่อครู่กลับลดหายไปเกือบครึ่ง จนสีหน้าบ่งว่าวิตกกังวล “แต่จอมไม่เคยทำงานแบบนี้จอมเกรงว่าจะ...”
พี่ลูกเจี๊ยบก้าวมาถึงตัวลูบแขนอย่างปลอบใจ “ไม่ต้องเกรง ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้นหรอกค่ะของแบบนี้เขาฝึกหัดกันได้เรามีไกด์ลายแสดงท่าทางให้ดูค่ะ...การถ่ายแบบก็คงไม่ต่างจากการออกแบบตกแต่งบ้านที่น้องจอมทำอยู่หรอกค่ะเพราะมันก็คืองานศิลปะเหมือนๆกันเพียงแค่วิธีการและรายละเอียดอาจมีต่างกันบ้างก็เท่านั้นเอง”
จอมพธูเหลือบมองไปทางชุมสายซึ่งส่งแรงสนับสนุนเต็มที่ “แต่จอมไม่มั่นใจตัวเองหรอกค่ะ”
“เชื่อสายตาพี่นะคะน้องจอมถือว่าเป็คนสวย ไม่แพ้น้องบัวเลยค่ะ เดี๋ยวให้ช่าง แต่งหน้าทำผมให้ซะใหม่รับรองว่าจะเปลี่ยนไปเป็คนละคนเชียว…เป็อันว่าน้องจอมไม่ปฏิเสธแล้วนะคะ”
จอมพธูหันรีหันขวางภายในห้องนี้มีกันอยู่แค่สามคน จึงไม่รู้จะไปขอคำปรึกษาจากใครอานนท์ก็ยังมาไม่ถึง...ไม่อย่างนั้น หล่อนคงจะมีความมั่นใจมากขึ้นกับคำตอบ
ดูเหมือนการเงียบของหล่อนจะเป็การตอบรับกลายๆ โดยไม่มีข้อแม้ขณะที่พี่ลูกเจี๊ยบก็ยังบรรยายสรรพคุณในทางดีงามของการได้เป็นางแบบไม่รู้เพื่อปลุกปลอบใจ ชักจูงหรือให้ความเชื่อมั่นก็ตามแต่
ทว่าจอมพธูก็เดินตามแรงฉุดเบาๆผ่านบานประตูสีฟ้าน้ำทะเลและไปหยุดยืนตรงหน้าอัมพุชินีอีกครั้งที่ห้องแต่งหน้าแต่งตัว
.........................................................