"ท่านอาที่สวมหน้ากากคือท่านพ่อของข้าหรือขอรับ?" เสี่ยวอี้มองไปยังหลงเยี่ยเยี่ยนด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ท่านอาสวมหน้ากากผู้นี้มองไม่เห็นใบหน้าทั้งยังดูเ็าเหลือเกิน แต่ท่านแม่เคยบอกว่าท่านพ่อเป็คนที่ชอบใช้โซ่เหล็กมัดตัวเอง ก็น่าจะเป็บุรุษเ้าสำราญอยู่ไม่น้อย ทว่าท่านอาคนนี้ดูไม่ค่อยเหมือนเท่าไหร่
"ข้าไม่ใช่พ่อของเขา" หลงเยี่ยเยี่ยนเหลือบมองเสี่ยวอี้แวบหนึ่งแล้วกล่าวอย่างเ็า ก่อนจะเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง
ความรู้สึกผูกพันทางสายเืที่เกิดขึ้นตอนเห็นเสี่ยวอี้ครั้งแรกได้จางหายไปแล้ว ชาตินี้เขามีความเกี่ยวข้องกับสตรีเพียงนางเดียว ซึ่งสตรีผู้นั้นตายในหุบเขาิญญาไปนานแล้วเป็ไปไม่ได้ที่จะรอดชีวิต และเขาก็ไม่มีทางมีบุตรชายที่พลัดพรากอยู่ภายนอก
ดังนั้นมีความเป็ไปได้เพียงอย่างเดียว คือเด็กคนนี้เป็บุตรนอกสมรสของพี่ชายคนโตของเขา บุตรนอกสมรสของพี่ชายเขามีเป็ฝูง มีเพิ่มมาอีกคนหนึ่งคงไม่เป็ไร
เสี่ยวอี้มองแผ่นหลังอันสูงใหญ่ที่หายลับไปในโถงบันได ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด จู่ ๆ เขากลับรู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก และอยากจะวิ่งตามไป
"ท่านอา ท่านไม่ใช่ท่านพ่อของข้าจริง ๆ หรือขอรับ?" เขาเงยหน้าถามฮั่วซิว
"ข้าครองตัวบริสุทธิ์ผุดผ่องมาตลอดจะมีลูกตัวโตขนาดนี้ได้อย่างไร?" ฮั่วซิวลูบคาง "แล้วท่านแม่ของเ้าล่ะ ท่านพ่อของเ้าหน้าตาเป็อย่างไร ท่านแม่ไม่บอกหรือ?"
"ท่านแม่บอกว่าท่านพ่อหน้าตางดงามจนะเืฟ้าดินแม้แต่เทพและภูตผียังต้องร่ำไห้ เป็บุรุษรูปงามอันดับหนึ่งเลยขอรับ"
ฮั่วซิวหัวเราะ “หึ ๆ ถ้าอย่างนั้น พ่อเ้าค่อนข้างเหมือนจะเป็ข้ามากทีเดียว"
เสี่ยวอี้ขมวดคิ้ว "ท่านหัวเราะดูเ้าเล่ห์เกินไป ท่านพ่อของข้าไม่มีทางเป็ท่านแน่นอน" พูดจบก็รีบหนีหายวับไปทันที
เสี่ยวอี้วิ่งออกจากโรงหมอตรงไปยังทิศทางหนึ่ง เมื่อถึงสุดถนนสายนี้เขาก็เห็นตุ๊กตากระดาษตัวน้อยถูกฟันแยกเป็สองซีกวางอยู่บนพื้น จึงทำปากยื่นพึมพำว่า "ท่านพ่อไม่มีทางฆ่าตุ๊กตากระดาษของเสี่ยวอี้หรอก"
เขาเก็บตุ๊กตากระดาษขึ้นมา แล้วเงยหน้ามองประตูบานใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ประตูนั้นปิดสนิท บนป้ายไม่มีตัวอักษรแต่มีรูปดาวเก้าดวงเรียงต่อกัน
นี่ไม่ใช่สำนักกระบี่เก้าดาราของท่านอาจารย์ปู่กระบี่หรอกหรือ ท่านอาที่สวมหน้ากากเข้าไปอยู่ในนั้นได้อย่างไรกัน
ในขณะที่เขากำลังคิดว่ากำแพงข้าง ๆ จะปีนง่ายหรือไม่ หยกที่เก็บไว้ตรงอกก็พลันร้อนขึ้นมา "ท่านแม่เรียกข้า งั้นเดี๋ยวพาท่านแม่มาพบท่านอาประหลาดคนนี้ดีกว่า"
ณ ลานกว้าง
เหล่าศิษย์ในชุดสำนักสีขาวและสีม่วงนอนระเกะระกะเต็มพื้น รวมถึงสัตว์นิมิตของพวกเขาด้วย ทุกคนหน้าตาบวมปูดมีรอยกระบี่ทั่วร่าง
เดิมทีอวิ๋นเฟยเฟยรู้สึกว่าตนเองน่าอับอายมากจนไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้า แต่ตอนนี้เมื่อเห็นศิษย์พี่ทั้งหลายถูกตีจนหมอบราบคาบ ก็รู้สึกว่าการที่ตนเองถูกมัดกลับมาดูเหมือนจะไม่ใช่เื่ใหญ่อะไรแล้ว
นางคิดในใจว่าสาวใช้ของสตรีในเกี้ยวทำร้ายศิษย์มากมายขนาดนี้ เื่นี้ถือว่าร้ายแรงมากทางสำนักศึกษาไม่มีทางยอมปล่อยผ่านไปแน่
ในขณะนั้นเอง นางเห็นผู้าุโและผู้ดูแลหลายคนรีบเดินทางมาด้วยความโกรธเกรี้ยว นางดีใจเป็อย่างยิ่ง รีบใช้พลังิญญาเฮือกสุดท้ายขับผ้าสกปรกที่อุดปากอยู่ออกไป จากนั้นจึงะโด่าอวิ๋นหรั่นเยว่เสียงดัง
"เ้าตายแน่! ท่านาุโและผู้ดูแลมากันแล้ว พวกเขาล้วนเป็ยอดฝีมือระดับบรรพชนิญญาขึ้นไป เ้ายังไม่รีบปล่อยข้าอีก!"
อวิ๋นหรั่นเยว่หาวหวอดโดยไม่สนใจอวิ๋นเฟยเฟยแม้แต่น้อย นางหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับน้ำตาที่หางตา เนตรผีนี่ช่างวุ่นวายเสียจริง ทั้งยังไม่ถูกกับแสงแดดเป็ที่สุด โชคดีที่ดวงอาทิตย์ใกล้จะตกดินแล้ว
"อาหลิง กลับมาเถอะ"
สาวใช้ถือกระบี่ เดินกลับมาข้างเกี้ยวของนาง
"ปีศาจตนใดบังอาจมาสร้างเื่ในสำนักศึกษาชางหลาน จงรีบออกมาคุกเข่าเดี๋ยวนี้!" ชายชราผมขาวผู้หนึ่งะโสั่งด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
"ข้านึกว่าสำนักศึกษาชางหลานอันกว้างใหญ่จะไม่มีคนเสียแล้ว ศิษย์มากมายขนาดนี้กลับไม่มีใครเป็คู่มือของสาวใช้ข้าได้เลย แม้แต่เหล่าผู้าุโก็ยังมัวแต่อืดอาดชักช้าตั้งนานกว่าจะมาถึง" น้ำเสียงเกียจคร้านของอวิ๋นหรั่นเยว่ดังออกมาจากเกี้ยว แต่ที่ต่างออกไปคือครั้งนี้น้ำเสียงของนางแฝงไปด้วยความโอหังและเยาะเย้ย
ขอเพียงเป็คนของสำนักศึกษาชางหลาน เมื่อได้ยินคำนี้ย่อมต้องโกรธจนควันออกหู
เหล่าผู้าุโและผู้ดูแลหน้าเขียวคล้ำ ที่พวกเขามาสายเพราะกำลังมีการประชุมผู้าุโ ใครจะคิดว่าจะมีคนฉวยโอกาสนี้กล้ามาสร้างเื่ในสำนักศึกษาชางหลาน?
"ช่างเป็นางเด็กโอหังและไม่เห็นหัวใครเสียจริง! เ้าให้สาวใช้ทำร้ายศิษย์มากมายเพียงนี้ บัญชีนี้เ้าคิดจะชำระอย่างไร!" ผู้าุโอีกท่านหนึ่งะโสั่งเสียงเย็น
"สาวใช้ของข้าเพียงแต่ป้องกันตัวตามสมควรเท่านั้น เป็ศิษย์เหล่านี้ที่ลงมือก่อน หากจะคิดบัญชีก็ต้องบอกว่าสำนักศึกษาชางหลานของพวกท่านฝีมือไม่ถึงขั้นไม่ใช่หรือ?" น้ำเสียงแ่เบาของอวิ๋นหรั่นเยว่ดังเข้าสู่โสตประสาทของทุกคน
"สามหาว! พวกเ้ามัดศิษย์อวิ๋นเฟยเฟยของสำนักเราไว้หลังเกี้ยวแห่ประจานรอบเมือง ทั้งยังทำร้ายนางจนาเ็สาหัสและเสียโฉม เ้ายังมีหน้ามาพูดเช่นนี้อีกหรือ! หลบ ๆ ซ่อน ๆ ไม่กล้าปรากฏตัว หรือว่าเ้าจะเป็นางปีศาจอัปลักษณ์ที่ไม่กล้าสู้หน้าผู้คนกันแน่ จงบอกชื่อของเ้ามาเดี๋ยวนี้!"
"อยากพบข้า พวกเ้ายังไม่มีคุณสมบัติพอ ให้คนที่สามารถตัดสินใจได้จริง ๆ ออกมาเถิด มิเช่นนั้นก็มัดอวิ๋นเฟยเฟยไว้แบบนี้ต่อไปเถอะ"
"พูดจาเพ้อเจ้อ! ข้าคือผู้าุโแปดของสำนัก และท่านนี้คือผู้าุโเก้า หากพวกข้าไม่มีคุณสมบัติแล้วใครจะมีคุณสมบัติ?"
"ย่อมต้องเป็เ้าสำนักของพวกเ้า"
ทันทีที่ประโยคนี้หลุดออกมา ผู้คนจำนวนมากในที่นั้นถึงกับสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความใ นางช่างกล้าพูดนัก ถึงกับอยากให้เ้าสำนักมาพบ
หลายปีมานี้เ้าสำนักปลีกวิเวกจากโลกภายนอก ตั้งใจปิดด่านเพื่อทะลวงเข้าสู่ระดับจักรพรรดิิญญา แม้แต่เด็กสาวอัจฉริยะอันดับหนึ่งอย่างอวิ๋นเสวี่ยเวยก็ยังยากที่จะได้พบเ้าสำนักสักครั้ง สตรีผู้นี้คิดว่าตนเองเป็ใคร ถึงคิดว่าอยากพบเ้าสำนักแล้วจะได้พบ ช่างฝันกลางวันเสียจริง!
ผู้าุโแปดแค่นเสียงในลำคอ ทันใดนั้นก็ลงมือฟันไปยังเชือกที่มัดอวิ๋นเฟยเฟย แต่คาดไม่ถึงว่าเชือกเส้นนั้นไม่เพียงแต่จะไม่เสียหายแม้แต่น้อย แต่ในพริบตาที่กระบี่ฟันลงไป กลับมีแสงสีดำทองเจิดจ้าพุ่งออกมากระแทกให้ผู้าุโแปดกระเด็นกลับไป
"ศาสตราศักดิ์สิทธิ์!"
ทุกคนใอย่างยิ่ง พวกเขาเดาได้ว่าเชือกเส้นนี้ไม่ใช่ของธรรมดา แต่คิดไม่ถึงว่าเชือกป่านที่ดูแสนจะธรรมดาเช่นนี้ จะเป็ศาสตราระดับศักดิ์สิทธิ์
ศาสตราศักดิ์สิทธิ์ในทวีปฉิงอวิ๋นทั้งหมดนั้น มีจำนวนน้อยจนนับนิ้วมือได้ และทุกชิ้นล้วนมีชื่อเสียงโด่งดัง แล้วศาสตราศักดิ์สิทธิ์ชิ้นนี้ปรากฏขึ้นั้แ่เมื่อใด แล้วยังตกอยู่ในมือของสตรีที่เยาว์วัยเช่นนี้
ผู้าุโเก้าและผู้ดูแลที่อยู่ข้าง ๆ เดิมทีตั้งใจจะลงมือเช่นกัน แต่เมื่อเห็นว่าเป็ศาสตราศักดิ์สิทธิ์ ต่างก็ลอบมองไปยังสตรีในเกี้ยวด้วยสายตาที่ระแวดระวัง
"ข้าบอกแล้วว่านอกจากจะเรียกผู้มีอำนาจสูงสุดของสำนักพวกเ้ามา มิเช่นนั้นด้วยกำลังของพวกเ้า เกรงว่าจะแก้เชือกเส้นนี้ไม่ออก ข้าจะให้เวลาพวกเ้าอีกหนึ่งก้านธูป หากไม่มีใครมาเจรจากับข้า ข้าคงต้องจัดการเื่ส่วนตัวกับอวิ๋นเฟยเฟยด้วยตัวเอง ข้าเป็คนประเภทที่แค้นนี้ต้องชำระ จุดจบของอวิ๋นเฟยเฟย พวกเ้าน่าจะเดาได้"
"ไม่ทราบว่าข้าพอจะมีคุณสมบัติพอหรือไม่?"
ในขณะนั้นเองชายวัยกลางคนผู้มีสง่าราศีราวกับเทพเซียน ก็ขี่นกกระเรียนเซียนร่อนลงมาอย่างช้า ๆ
"รองเ้าสำนัก!"
"นึกไม่ถึงว่าจะทำให้รองเ้าสำนักต้องออกโรงด้วย!"
ทันทีที่อวิ๋นเฟยเฟยเห็นรองเ้าสำนัก นางก็ราวกับเห็นฟางเส้นสุดท้าย รีบะโเสียงแหลมว่า "รองเ้าสำนักช่วยข้าด้วยเ้าค่ะ สตรีผู้นี้ใจคอโเี้นัก ไม่เพียงแต่ฆ่าศิษย์พี่ไปห้าคน นางยังทำลายโฉมของข้าด้วย เท่านั้นไม่พอนางยังจับข้ากลับมาเพื่อหวังจะรีดไถทรัพย์จากพี่เสวี่ยเวยของข้า! ท่านรีบฆ่านางเสียเถิดเ้าค่ะ!"
อะไรนะ! นางฆ่าศิษย์ของสำนักไปถึงห้าคนเชียวหรือ? แล้วยังคิดจะรีดไถทรัพย์จากอวิ๋นเสวี่ยเวยอีก?
ผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์พลันโกรธจัดจนเืขึ้นหน้าด้วยความแค้น
"เ้าฆ่าศิษย์ของสำนักข้าไปห้าคนรึ?"
แรงกดดันอันมหาศาลของรองเ้าสำนักกดทับลงบนศีรษะของอวิ๋นหรั่นเยว่ ผู้คนรอบข้างต่างรู้สึกอึดอัดจนหายใจไม่ออก ทว่าอวิ๋นหรั่นเยว่กลับส่งเสียงหัวเราะเบา ๆ ออกมา