ตอนที่ 16 จิตแห่งเทพศักดิ์สิทธิ์กำเนิดฟ้า เหล่าสำนักร่วมกันบุกโจมตี
กู้ฉางเกอในตอนนี้มิได้ขาดแคลนเคล็ดวิชาหรือว่าทักษะใด
เขาจึงมุ่งความสนใจไปยังหมวดหมู่ของพร์และพลังวิเศษ
สิ่งที่เรียกว่าพร์และพลังวิเศษนั้น เป็เคล็ดวิชาอันทรงพลังที่ติดตัวผู้บำเพ็ญเพียรมาั้แ่กำเนิด
ผู้บำเพ็ญเพียรบางคนมีสายเือันแข็งแกร่ง และได้รับการสืบทอดพลังวิเศษมาจากบรรพชนผู้ยิ่งใหญ่
บางคนนั้นก็มีร่างกายพิเศษที่ทรงพลังจนสามารถแสดงอานุภาพอันยิ่งใหญ่
โดยสรุปแล้ว พร์และพลังวิเศษนั้นมีหลากหลายประเภท จนยากที่จะบรรยายได้หมด
ส่วนใหญ่พร์และพลังวิเศษเหล่านี้จะมีติดตัวมาั้แ่กำเนิด และก่อกำเนิดขึ้นพร้อมกับการลืมตาดูโลก
แต่ในระบบนี้ กลับสามารถใช้แต้มชะตา์แลกเปลี่ยนเพื่อให้ได้มาในภายหลังได้
กู้ฉางเกอกวาดสายตาดูรายการทั้งหมดอย่างละเอียด
พร์ในตอนนี้ของเขาอย่างกระดูกมรรคาจิตมารนั้น นับว่าน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง
จิตมารนั้นมีความพิเศษตรงที่สามารถรองรับทุกสรรพสิ่งได้โดยไม่เกิดความขัดแย้งกัน
หากเป็ผู้อื่น พร์ที่แข็งแกร่งจะเข้ากลืนพร์ที่อ่อนแอกว่า
หรือมิเช่นนั้นก็เกิดเหตุการณ์อย่างความไม่ลงตัวระหว่างสองพร์ จนนำไปสู่อันตรายที่มิอาจคาดเดาได้
แต่สำหรับกู้ฉางเกอ เขามิต้องเผชิญกับปัญหานี้
มิฉะนั้นเขาก็คงไม่สามารถกระดูกแห่งมรรคาได้
กระดูกแห่งมรรคานับเป็พร์ที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง แก่นแท้แห่งมรรคาก่อเกิดขึ้นโดยธรรมชาติ เมื่อแรกเกิดอักขระแห่งมรรคามากมายจะถูกประทับลงในกระดูกด้วยตัวมันเอง
ตราบใดที่ยังไม่สิ้นชีพ ในอนาคตย่อมถูกลิขิตให้กลายเป็บุคคลผู้ทรงพลังระดับสูงสุด หรือแม้แต่เหนือกว่านั้น
เพราะมรรคาเป็สิ่งสูงสุด แม้แต่วิถีแห่ง์ก็ยังต้องยอมจำนน
แต่ในเมื่อขึ้นชื่อว่าเป็มนุษย์แล้ว จะรู้จักคำว่าพอใจในสิ่งที่มีอยู่ได้อย่างไร
กู้ฉางเกอพลันสังเกตเห็นพร์อย่างหนึ่งในระบบร้านค้า
ดวงตาของเขาทอประกายขึ้นเล็กน้อย
จิตแห่งเทพศักดิ์สิทธิ์กำเนิดฟ้า
กู้ฉางเกอเอ่ยคำเหล่านี้ออกมาช้าๆ
จากชื่อก็พอจะมองออกได้ว่า พร์พิเศษนี้มีความเกี่ยวข้องกับพลังแห่งจิตเทพ
ั้แ่แรกเกิด จิติญญาก็ได้บำเพ็ญเพียรจนเข้าสู่สภาวะของจิตเทพแล้ว
ผู้บำเพ็ญเพียรที่มีพร์นี้ จะมีพลังจิติญญาอันทรงพลังอย่างมิอาจจินตนาการ
สามารถกล่าวได้ว่าเหนือกว่าผู้บำเพ็ญเพียรในรุ่นเดียวกันอย่างมาก จนแทบยากจะหาผู้ใดเทียบเทียมได้
แม้แต่ในแดน์ก็มิเคยได้ยินว่ามีผู้ใดพร์เช่นนี้
วิถีแห่งจิตเทพนั้นเต็มไปด้วยความลึกลับและยากจะหยั่งถึงโดยแท้
เคล็ดวิชาในการหลอมสร้างจิตเทพนั้นล้วนเป็สิ่งล้ำค่า และถูกเก็บรักษาไว้ในสำนักใหญ่ต่างๆ อย่างแ่า
กู้ฉางเกอเองก็ขาดพร์อันทรงพลังเช่นนี้
“เคล็ดวิชามหามารกลืนเทพ สามารถกลืนกินพลังต้นกำเนิดของราชันย์ และยังสามารถกลืนกินจิตเทพได้ นับได้ว่าส่งเสริมพร์จิตแห่งเทพศักดิ์สิทธิ์กำเนิดฟ้าได้เป็อย่างดี หรืออาจกล่าวได้ว่าช่วยเพิ่มพูนพลังให้ก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้น”
“แต่เหตุใดจึงมีราคาสูงเช่นนี้ ถึงกับสามารถนำไปแลกเปลี่ยนกับเคล็ดวิชาระดับเซียนได้หลายเล่มเลยทีเดียว…”
“แต่หากคิดดูแล้ว หนึ่งพันแต้มชะตา์ก็นับว่าไม่ขาดทุน”
เมื่อคิดได้เช่นนั้น กู้ฉางเกอก็ไม่รู้สึกเสียดายอีกต่อไป
ไม่คิดลังเลแม้แต่น้อย
รีบแลกเปลี่ยนพร์อันทรงพลังนี้ในทันที
ทันใดนั้น กระแสพลังบริสุทธิ์ไหลผ่านร่าง
ครืน!
เสียงคำรามอันน่าสะพรึงกลัวดังก้องจากทะเลจิตสำนึก
กระทั่งปราณแห่งความปั่นป่วนก็ยังปรากฏอยู่ภายใน
เสียงแห่งมรรคานิรันดร์ดังสะท้อนก้องกังวาน บงกชประกายทองแย้มบาน หมอกไอเซียนลอยปกคลุมอยู่ทั่ว ปรากฏความลึกล้ำ คล้ายกับการกำเนิดฟ้าดิน
ไม่นานนัก วิหารทมิฬอันยิ่งใหญ่ตระการตาก็ผุดขึ้นในทะเลจิตสำนึกของเขา
วิหารทมิฬอันเย็นเยียบตั้งตระหง่านอยู่กลางทะเลจิต
ร่างจิตเทพรูปน้อยนั่งสงบนิ่งขัดสมาธิกลางวิหาร แววตาเ็าลึกล้ำ เปี่ยมด้วยอำนาจที่ยิ่งใหญ่ดุจการมองข้ามกาลเวลาทั้งปวง
“นี่คือจิตแห่งเทพศักดิ์สิทธิ์กำเนิดฟ้าของข้า เพียงพริบตาเดียว พลังแห่งจิตเทพก็เพิ่มขึ้นกว่าร้อยเท่า…”
กู้ฉางเกออดหัวเราะออกมาเบาๆ มิได้
ความรู้สึกที่พลังของตนแข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่องและสามารถควบคุมทุกสิ่งได้เช่นนี้ ช่างหอมหวานยิ่งนัก!
ไม่น่าแปลกใจเลยที่ในโลกแห่งนี้ จะมีผู้คนมากมายที่ต่างใฝ่หาพลังอำนาจสูงสุด
ความรู้สึกเช่นนี้ช่างทำให้ผู้คนลุ่มหลงได้อย่างแท้จริง
…
เพียงพริบตาเดียว เวลาก็ล่วงผ่านไปสามวัน
นอกเขตแดนของสำนักศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียนนับหมื่นลี้
ฟื่บ!
แสงเรืองรองและสายรุ้งศักดิ์สิทธิ์พาดผ่านท้องฟ้า
เหล่าผู้แข็งแกร่งมากมายต่างเร่งรีบมุ่งหน้ามาจากทุกสารทิศ
ไม่ว่าจะเป็การขับเคลื่อนเรือเหาะ ราชรถศักดิ์สิทธิ์ หรือควบขี่อสูรร้าย พวกเขาก็ล้วนแผ่กลิ่นอายอันทรงพลังอย่างน่าเกรงขาม
นี่คือกลุ่มพลังจากขุมอำนาจอันหลากหลายที่มาจากทั่วทุกสารทิศในดินแดนตงฮวง บ้างก็เป็สำนักศักดิ์สิทธิ์ที่มีการสืบทอดมายาวนานนับหมื่นปีเช่นเดียวกับสำนักศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียน
บ้างก็เป็ราชวงศ์และตระกูลเก่าแก่โบราณ ซึ่งล้วนเป็เ้าผู้อำนาจในแดนตงฮวง
“ข่าวนี้มีความคลาดเคลื่อนหรือไม่”
ผู้าุโผู้หนึ่งเอ่ยถามขึ้นจากบนยอดเขา
เขาสวมอาภรณ์สีขาว เปี่ยมไปด้วยบารมีของเซียนและกลิ่นอายแห่งผู้บรรลุธรรม เต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกที่เหนือสามัญ
สายตาจับจ้องไปยังทิศทางที่ตั้งของสำนักศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียน
ทิวเขาสลับซับซ้อนทอดตัวยาวสุดลูกหูลูกตา เกาะศักดิ์สิทธิ์ล่องลอยอยู่ท่ามกลางเมฆหมอก เหล่าสัตว์เทพมงคลแหวกว่ายไปมา หมอกิญญาล่องลอยปกคลุมอย่างงดงาม
เป็สำนักศักดิ์สิทธิ์อันสงบและบริสุทธิ์อย่างแท้จริง
ขณะนั้น แววตาของเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยความโลภและกระหาย
หากสามารถกลืนกินสำนักศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียนได้ สำนักศักดิ์สิทธิ์หยางซวีของตนย่อมจะกลายเป็ขุมอำนาจที่แข็งแกร่งที่สุดในดินแดนตงฮวงอย่างแน่นอน
“ขอรายงานท่านผู้าุโสูงสุด ข่าวนี้มิผิดพลาดแน่”
“ในวันพิธีแต่งตั้งเทพบุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักไท่เสวียน มีสายลับของเราได้ลอบเข้าไปตรวจสอบยังเขตหลังเขา และพบว่ากลิ่นอายของผู้าุโสูงสุดของสำนักไท่เสวียนได้จางหายไปนานแล้ว”
“คาดว่าน่าจะสิ้นชีพไปแล้วขอรับ…”
ผู้าุโแห่งดินแดนหยางซวีที่ยืนอยู่เื้ัผู้าุโในชุดอาภรณ์ขาวกล่าวรายงานขึ้น
“ดี ดีมาก วันนี้ข้าได้พาพรรคพวกเก่าทั้งหมดมาด้วย นับเป็โอกาสอันดีในการโค่นล้มสำนักศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียน”
ผู้าุโในชุดคลุมขาวลูบเคราด้วยรอยยิ้ม พอใจอย่างยิ่งราวกับได้เห็นเหตุการณ์เบื้องหน้าแล้ว
สำนักศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียนที่สืบทอดมายาวนานนับหมื่นปี จะถูกลบชื่อออกจากแผ่นดินตงฮวงนับแต่วันนี้เป็ต้นไป
“แต่อย่างไรก็ดี ท่านผู้าุโสูงสุด มีข่าวลือว่า่นี้สำนักศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียนนั้นมีความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับชายหนุ่มลึกลับผู้หนึ่ง ซึ่งว่ากันว่าภูมิหลังของเขานั้นน่าสะพรึงกลัวเป็อย่างยิ่ง...”
ในตอนนั้น ผู้าุโอีกคนหนึ่งก็ก้าวออกมาแจ้งข่าวนี้
“เื่นี้ข้าทราบแล้ว ก็เป็เพียงชายหนุ่มคนหนึ่งเท่านั้น ต่อให้เื้ัของเขาจะแข็งแกร่งเพียงใด ก็มิอาจเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ในวันนี้ได้ เพราะมิได้มีเพียงเราเท่านั้นที่หมายตาจ้องจะเล่นงานสำนักไท่เสวียน...”
“ยิ่งไปกว่านั้น ข้ายังได้ยินมาว่า เด็กหนุ่มที่หลานสาวของข้าคะนึงหาอยู่ตลอดนั้น ดูเหมือนจะถูกกักขังอยู่ในสำนักศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียน”
“สำนักศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียนนี้ช่างตาบอดเสียจริง ถึงกับจับกุมอัจฉริยะผู้มีพร์เช่นนั้นได้…”
ผู้าุโในชุดคลุมขาวยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัย