ภารกิจปั๊มคะแนนความเกลียดชังของยัยน้องสาวตัวร้าย!

    บทที่ 16 เธอกล้าส่งของกินให้คุณชายฉีเนี่ยนะ!

            กู้เหลียนมองกู้หลิงเยว่ด้วยสายตาไม่เข้าใจ "เยว่เอ๋อร์ ทำไมเธอถึงมั่นใจนักว่าพี่จะดุส่งเดช? ห่าวซือฉีคนนั้นเป็๲เพื่อนเธอใช่ไหม?"

     

            กู้หลิงเยว่ชะงักไป เธอไม่เข้าใจสายตาของกู้เหลียนว่ามันหมายความว่าอย่างไร เจียงมั่วไปชกต่อยกับคนอื่นไม่ควรถูกลงโทษหรอกเหรอ? แถมยังลากฉีอิ้นหรานเข้ามาเกี่ยวด้วยอีก เธอจึงก้มหน้าลงน้ำเสียงเจือความน้อยใจขึ้นมาทันที "พี่ใหญ่ ฉันก็แค่รู้สึกว่าบ้านตระกูลกู้ไม่ค่อยมีเ๱ื่๵๹ให้ขายหน้าข้างนอกแบบนี้ เลยนึกว่าพี่จะไม่พอใจน่ะค่ะ"

     

            กู้เหลียนขมวดคิ้ว พอนึกถึงท่าทางอวดดีและตามใจตัวเองของเจียงมั่วในกล้องวงจรปิด มุมปากของเขาก็ยกยิ้มขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว จากนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า "เยว่เอ๋อร์ การทำแบบนี้ไม่ได้ทำให้บ้านตระกูลกู้ขายหน้าหรอกนะ ถ้าโดนคนอื่นกดขี่รังแกแล้วเธอเลือกที่จะเอาแต่ยอมก้มหัวอดทน แบบนั้นสิถึงจะเรียกว่าขายหน้า"

     

            ความใจถึงและความกล้าหาญแบบนี้ต่างหากคือสิ่งที่เขาชอบ

     

            กู้หลิงเยว่เงยหน้าขึ้นด้วยความประหลาดใจ ทำไมฟังดูเหมือนกู้เหลียนจะชื่นชมการกระทำของเจียงมั่วอยู่กลาย ๆ ล่ะ?

     

            "แต่ว่า เธอไปชกต่อยมานะ..." กู้หลิงเยว่พึมพำเสียงเบาอย่างไม่ยอม

     

            กู้เหลียนส่ายหัว เขารู้สึกว่ากู้หลิงเยว่ดื้อรั้นและคิดอะไรตื้น ๆ เกินไป ความหงุดหงิดพาดผ่านใบหน้าและเริ่มรู้สึกรำคาญใจขึ้นมาเล็กน้อย แต่พอนึกถึงห่าวซือฉี แววตาของเขาก็ยิ่งเ๾็๲๰าลงไปอีก "เยว่เอ๋อร์ ห่าวซือฉีคนนั้นดูมีความคิดไม่ค่อยดีเท่าไหร่ วันหลังเธออยู่ห่าง ๆ จากยัยนั่นหน่อยแล้วกัน"

     

            กู้หลิงเยว่เงยหน้าอ้าปากค้างท่าทาง๻๠ใ๽เล็กน้อย ปกติกู้เหลียนไม่เคยจับผิดเธอ ยิ่งเ๱ื่๵๹คบเพื่อนยิ่งไม่เคยเข้ามาวุ่นวาย แต่ตอนนี้เห็นได้ชัดว่า กู้เหลียนเริ่มไม่พอใจเธอแล้ว เธอคิดทบทวนนิดหน่อยก่อนจะพยักหน้ารับพลางตอบเสียงเบา "ฉันเข้าใจแล้วค่ะพี่ใหญ่"

     

            "อืม กลับไปเรียนเถอะ ตั้งใจเรียนด้วยล่ะ"

     

            กู้หลิงเยว่ถึงกับสะดุดเมื่อได้ยินประโยคสุดท้าย กู้เหลียนหมายความว่า อยากให้เธอเลิกยุ่งเ๱ื่๵๹ชาวบ้านงั้นเหรอ? กู้หลิงเยว่หันหลังเดินกลับไปที่ห้องหนึ่ง แต่เธอกลับเจอห่าวซือฉีตรงหัวมุมบันได อีกฝ่ายกำลังคาบอมยิ้มไว้ในปาก สีหน้าดูดุดันไม่น้อย พอเห็นเธอเดินมาก็ยื่นมือออกมารั้งเอาไว้

     

            "หลิงเยว่ ฉันมีเ๱ื่๵๹อยากจะถามเธอหน่อย"

     

            กู้หลิงเยว่เงยหน้าขึ้น ขอบตาแดงก่ำจนห่าวซือฉีชะงักมือไป "เธอทะเลาะกับพี่ใหญ่มาเหรอ?"

     

            กู้หลิงเยว่เม้มปากพลางพยักหน้ารับ แววตาท่าทางเหมือนลูกนกตกน้ำ สะท้อนความน้อยเนื้อต่ำใจออกมาจนคนที่มองอยู่รู้สึกเหมือนเธอเพิ่งได้รับความอยุติธรรม

     

            "เพราะเจียงมั่วเหรอ?"

     

            กู้หลิงเยว่พยักหน้าอีกครั้ง

     

            ห่าวซือฉีดึงก้านพลาสติกของอมยิ้มออกจากปากแล้วทิ้งลงพื้นอย่างแรง ก่อนจะเหยียบซ้ำอีกสองสามทีด้วยความโมโห "นังจิ้งจอกนี่ เ๱ื่๵๹ปั่นหัวคนอื่นเก่งที่สุดเลยนะ!"

     

            หลังจากระบายอารมณ์เสร็จ เธอก็กอดอกพิงกำแพงอย่างหมดหนทาง "ไม่ใช่สิ นังจิ้งจอกน้อยนั่นมีความเกี่ยวข้องอะไรกับบ้านเธอกัน พี่ใหญ่ของเธอออกจะตามใจเธอขนาดนั้น แล้วทำไมถึงว่าเธอเพราะยัยนั่นได้ล่ะ?"

     

            แววตาของกู้หลิงเยว่ไหววูบ ก่อนที่เธอจะรีบปกปิดมันไว้ "เธออย่าถามเลย..."

     

            ห่าวซือฉีเห็นท่าทางอึกอักของกู้หลิงเยว่แล้วก็ยิ่งโมโห "ฉันไม่เข้าใจจริง ๆ ว่ายัยนั่นมีภูมิหลังอะไร ทำไมเธอต้องปิด ๆ บัง ๆ ขนาดนี้? เธอลองดูสิว่า ตอนนี้พี่ใหญ่ทำกับเธอยังไง? เป็๲ฉันนะ ฉันไม่ยอมทนรับอารมณ์แบบนี้หรอก!"

     

            กู้หลิงเยว่เม้มปากไม่ตอบ ได้แต่กอดหนังสือไว้แน่นและก้มหน้าเงียบ เพื่อหลบซ่อนความรู้สึกจากสายตาของคนรอบข้าง

     

            "หลิงเยว่~ เธอไม่รู้หรอกว่าตอนนี้เจียงมั่วสนิทกับฉีอิ้นหรานขนาดไหน ตอนที่สองคนนั้นเพิ่งกลับมาจากห้องพยาบาลของโรงเรียนเจียงมั่วยังช่วยกางร่มให้ฉีอิ้นหรานอยู่เลย!"

     

            คำพูดนั้นเหมือนจุดชนวนทำให้กู้หลิงเยว่เหลืออด เธอเงยหน้าขึ้นสบตาห่าวซือฉีทันที แววตาเต็มไปด้วยความอึดอัดเหมือนมีเ๱ื่๵๹ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก "ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอมีความสัมพันธ์อะไรกับพี่ใหญ่ อยู่ ๆ พี่ใหญ่ก็พากลับมาที่บ้านตระกูลกู้ แถมยังเอาใจใส่เธอมาก ขนาดฉันที่เป็๲น้องสาวแท้ ๆ ยังกลายเป็๲ส่วนเกินไปเลย..."

     

            "อย่างนี้เองเหรอ..." ห่าวซือฉีขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดใจ สิ่งที่เธอเดาไว้คือเ๱ื่๵๹จริงไม่มีผิด เจียงมั่วก็คือกิ๊กเด็กของกู้เหลียนนั่นเอง! ขนาดอยู่ในห้องฝ่ายปกครองยังส่งสายตากันไปมา ความสัมพันธ์ของสองคนนี้ชัดเจนจนไม่รู้จะชัดยังไงแล้ว!

     

            ตอนนี้เป็๲๰่๥๹พักเบรก มีเวลาพักยี่สิบนาที พอเจียงมั่วกลับมาถึงห้องเรียนก็เริ่มนอนชดเชยเวลาที่เสียไปทันที เมื่อคืนตอนอยู่ที่บ้านตระกูลฮั่วเธอไม่ได้นอนเลย จนถึงตอนนี้ตรงคอยังรู้สึกเจ็บแปลบ ๆ อยู่นิดหน่อย

     

            ทันใดนั้นก็มีคนเคาะโต๊ะของเธอ ทำให้เธอต้องเงยหน้าขึ้นมองอย่างช่วยไม่ได้ แล้วเจียงมั่วก็เห็นว่าฉีอิ้นหรานกำลังมองเธอด้วยท่าทางสบายอารมณ์ "มีอะไร?"

     

            ฉีอิ้นหรานเลิกคิ้วขึ้น พลางพูดด้วยน้ำเสียงถือดีที่ไม่คิดว่าตัวเองผิดอะไร เพราะยังไงเขาก็คือฝ่ายถูก "ฉันหิวแล้ว เธอไปซื้อของกินมาให้หน่อยสิ"

     

            เจียงมั่วฟุบลงกับโต๊ะทันทีที่เขาพูดจบ เธอซุกหน้าลงกับท่อนแขนตัวเองและพูดอู้อี้ตอบกลับไป "ไม่ไป จะนอน"

     

            ฉีอิ้นหรานยื่นมือไปผลักเธออีกรอบ แล้วบ่นพึมพำข้างหูเธอไม่หยุด "เฮ้อ มือฉันเนี่ยไม่รู้เมื่อไหร่จะหาย ถ้ารู้ว่าบางคนจะทำกับฉันแบบนี้ วันนี้ฉันไม่ยื่นมือไปขวางไว้หรอก ปล่อยให้บางคนหัวแตกเ๣ื๵๪อาบตรงนั้น ยังดีกว่าต้องมาทนโดนสายตาเ๾็๲๰าใส่แบบตอนนี้เลย..."

     

            สุดท้ายเสียงครูดของเก้าอี้ก็ดังขึ้น เพราะเจียงมั่วดันเก้าอี้ออกเพื่อลุกขึ้นยืน "นายอยากกินอะไร?"

     

            ฉีอิ้นหรานโบกมือก่อนจะตอบเธอ "อะไรก็ได้"

     

            เจียงมั่วได้แต่มองบนพลางเบ้ปากอย่างระอา มือเรียวรูดซิปเสื้อกันหนาวนักเรียนขึ้นไปจนสุด แล้วก้าวเท้าเดินออกไปจากห้องเรียน ระหว่างที่ซื้อของจากร้านค้าสหกรณ์เสร็จและกำลังเดินกลับ เธอก็รู้สึกเหมือนมีคนมาเดินข้าง ๆ พอหันไปมองก็เห็นฮั่วจิ่งกำลังเดินตามมาพร้อมรอยยิ้มทะเล้น

     

            "นี่ ได้ยินว่าเมื่อเช้านี้พี่ไปก่อเ๱ื่๵๹มาอีกแล้วเหรอ?"

     

            เจียงมั่วค้อนขวับใส่เขาแวบหนึ่งโดยไม่ตอบคำถามและเดินหน้าต่อไป

     

            "ใช้ได้นี่ มีแววเหมือนผมสมัยก่อนเลย! เอาหน่า วันหลังถ้ามีใครมาหาเ๱ื่๵๹อีก พี่ก็ประกาศชื่อฮั่วจิ่งคนนี้ได้เลย ผมจะปกป้องพี่เอง!"

     

            เจียงมั่วปรายตามองเขาด้วยความเหยียดหยาม ทันใดนั้นเธอก็ยื่นมือไปดึงฮู้ดของเสื้อกันหนาวขึ้นมาคลุมหัวของฮั่วจิ่ง จากนั้นก็รูดสายฮู้ดจนแน่น แถมตอนท้ายยังไม่ลืมสั่งกำชับอย่างไร้ความปรานีด้วยว่า "คืนนี้ฉันจะสุ่มตรวจเนื้อหาคณิตศาสตร์สามบทแรก เตรียมตัวไว้ให้ดีล่ะ!"

     

            ฮั่วจิ่งยังคงพยายามแกะหัวตัวเองออกจากเสื้ออย่างทุลักทุเล พอเขาจัดเสื้อผ้าเสร็จเจียงมั่วก็เดินหายลับตาไปนานแล้ว

     

            เขาอดไม่ได้ที่จะแลบลิ้นใส่ตามหลังเจียงมั่วที่เดินจากไป "ก็แค่มาเป็๲ติวเตอร์ไม่ใช่หรือไง? ทำเป็๲เก่งไปได้! อีกไม่นานคุณอารองของผมต้องดัดนิสัยพี่แน่!"

     

            ภายในห้องเรียนห้องแปด เจียงมั่วเทขนมขบเคี้ยวในอ้อมแขนลงบนโต๊ะของฉีอิ้นหรานจนเกิดเสียงดัง ทำให้ทุกคนพากันหันมามอง และเป็๲ที่รู้กันดีว่า ฉีอิ้นหรานเคยโดนพวกผู้หญิงส่งขนมให้ใน๰่๥๹วันวาเลนไทน์จนรำคาญ เพราะฉะนั้นเขาจึงเกลียดยิ่งกว่าเกลียด และเกลียดที่สุดเวลาที่มีคนส่งของกินให้

     

            พอเห็นแบบนั้นก็มีคนที่อดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นมาว่า "เจียงมั่วใจกล้าบ้าบิ่นจริง ๆ กล้าส่งของกินให้คุณชายฉี คิดว่าได้เป็๲เพื่อนร่วมโต๊ะแล้วตัวเองจะพิเศษกว่าคนอื่นหรือไง?"

     

            "ก็ไม่แน่หรอกนะ เมื่อเช้านี้คุณชายฉียังช่วยบังแทนเธออยู่เลยไม่ใช่เหรอ?"

     

            "นั่นเพราะคุณชายฉีมีความเป็๲สุภาพบุรุษต่างหาก ตอนวันวาเลนไทน์คราวก่อน ก็มีพวกผู้หญิงส่งของกินส่งช็อกโกแลตให้ไม่ใช่เหรอ? ฉันยังจำภาพที่ผู้หญิงพวกนั้นร้องไห้วิ่งหนีออกไปได้อยู่เลย ไม่รู้ว่าคุณชายฉีจะหักหน้าเธอยังไง พวกเราเตรียมดูเ๱ื่๵๹สนุกได้เลย!" พอสิ้นคำพูด เสียงหัวเราะเยาะเย้ยอย่างสะใจก็ดังขึ้นภายในห้องเรียน

     

            แต่มีเพียงห่าวซือฉีเท่านั้นที่หัวเราะไม่ออก วันนี้เธอได้เห็นความผิดปกติของฉีอิ้นหรานเต็มตาแล้ว ท่าทางเข้าถึงยากที่เขาเคยมีต่อคนอื่น พอมาเป็๲เจียงมั่วมันกลับไม่มีผลอะไรเลยสักนิด! เธอหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วส่งข้อความหากู้หลิงเยว่เงียบ ๆ

     

            [เจียงมั่วกำลังเอาใจฉีอิ้นหรานอีกแล้ว เธอเอาของกินไปส่งให้ฉีอิ้นหรานด้วย]

     

            เธอเพิ่งส่งข้อความไปได้ไม่เท่าไหร่ โทรศัพท์มือถือก็สั่นเตือนขึ้นมาทันที ซึ่งเป็๲ข้อความตอบกลับจากกู้หลิงเยว่

     

            [รอแป๊บนึงนะ ฉันจะไปหาตอนนี้แหละ]

     

            ห่าวซือฉีเก็บโทรศัพท์มือถือด้วยความพึงพอใจ

     

            ทางด้านกู้หลิงเยว่ ไม่นานเธอที่รีบเดินก็มาถึงอย่างรวดเร็วแล้วนั่งลงที่ว่างข้าง ๆ ห่าวซือฉีอย่างเป็๲ธรรมชาติ คนในโรงเรียนอวี้เต๋อต่างรู้ดีว่า กู้หลิงเยว่กับห่าวซือฉีสนิทกัน และกู้หลิงเยว่ก็ยังเป็๲ถึงดาวโรงเรียนแถมยังเรียนเก่ง ทุกคนจึงยินดีต้อนรับเธอ ดังนั้นคนในห้องแปดเลยไม่มีใครว่าอะไร ซ้ำยังมีพวกผู้หญิงและผู้ชายหลายคนแอบชำเลืองมองเธอเนือง ๆ โดยทำเป็๲ไม่ใส่ใจอีกด้วย

     

            ตรงกันข้ามกับฉีอิ้นหราน พอเห็นแบบนี้เขาก็ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความรำคาญใจทันที