กู้เหลียนมองกู้หลิงเยว่ด้วยสายตาไม่เข้าใจ "เยว่เอ๋อร์ ทำไมเธอถึงมั่นใจนักว่าพี่จะดุส่งเดช? ห่าวซือฉีคนนั้นเป็เพื่อนเธอใช่ไหม?"
กู้หลิงเยว่ชะงักไป เธอไม่เข้าใจสายตาของกู้เหลียนว่ามันหมายความว่าอย่างไร เจียงมั่วไปชกต่อยกับคนอื่นไม่ควรถูกลงโทษหรอกเหรอ? แถมยังลากฉีอิ้นหรานเข้ามาเกี่ยวด้วยอีก เธอจึงก้มหน้าลงน้ำเสียงเจือความน้อยใจขึ้นมาทันที "พี่ใหญ่ ฉันก็แค่รู้สึกว่าบ้านตระกูลกู้ไม่ค่อยมีเื่ให้ขายหน้าข้างนอกแบบนี้ เลยนึกว่าพี่จะไม่พอใจน่ะค่ะ"
กู้เหลียนขมวดคิ้ว พอนึกถึงท่าทางอวดดีและตามใจตัวเองของเจียงมั่วในกล้องวงจรปิด มุมปากของเขาก็ยกยิ้มขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว จากนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า "เยว่เอ๋อร์ การทำแบบนี้ไม่ได้ทำให้บ้านตระกูลกู้ขายหน้าหรอกนะ ถ้าโดนคนอื่นกดขี่รังแกแล้วเธอเลือกที่จะเอาแต่ยอมก้มหัวอดทน แบบนั้นสิถึงจะเรียกว่าขายหน้า"
ความใจถึงและความกล้าหาญแบบนี้ต่างหากคือสิ่งที่เขาชอบ
กู้หลิงเยว่เงยหน้าขึ้นด้วยความประหลาดใจ ทำไมฟังดูเหมือนกู้เหลียนจะชื่นชมการกระทำของเจียงมั่วอยู่กลาย ๆ ล่ะ?
"แต่ว่า เธอไปชกต่อยมานะ..." กู้หลิงเยว่พึมพำเสียงเบาอย่างไม่ยอม
กู้เหลียนส่ายหัว เขารู้สึกว่ากู้หลิงเยว่ดื้อรั้นและคิดอะไรตื้น ๆ เกินไป ความหงุดหงิดพาดผ่านใบหน้าและเริ่มรู้สึกรำคาญใจขึ้นมาเล็กน้อย แต่พอนึกถึงห่าวซือฉี แววตาของเขาก็ยิ่งเ็าลงไปอีก "เยว่เอ๋อร์ ห่าวซือฉีคนนั้นดูมีความคิดไม่ค่อยดีเท่าไหร่ วันหลังเธออยู่ห่าง ๆ จากยัยนั่นหน่อยแล้วกัน"
กู้หลิงเยว่เงยหน้าอ้าปากค้างท่าทางใเล็กน้อย ปกติกู้เหลียนไม่เคยจับผิดเธอ ยิ่งเื่คบเพื่อนยิ่งไม่เคยเข้ามาวุ่นวาย แต่ตอนนี้เห็นได้ชัดว่า กู้เหลียนเริ่มไม่พอใจเธอแล้ว เธอคิดทบทวนนิดหน่อยก่อนจะพยักหน้ารับพลางตอบเสียงเบา "ฉันเข้าใจแล้วค่ะพี่ใหญ่"
"อืม กลับไปเรียนเถอะ ตั้งใจเรียนด้วยล่ะ"
กู้หลิงเยว่ถึงกับสะดุดเมื่อได้ยินประโยคสุดท้าย กู้เหลียนหมายความว่า อยากให้เธอเลิกยุ่งเื่ชาวบ้านงั้นเหรอ? กู้หลิงเยว่หันหลังเดินกลับไปที่ห้องหนึ่ง แต่เธอกลับเจอห่าวซือฉีตรงหัวมุมบันได อีกฝ่ายกำลังคาบอมยิ้มไว้ในปาก สีหน้าดูดุดันไม่น้อย พอเห็นเธอเดินมาก็ยื่นมือออกมารั้งเอาไว้
"หลิงเยว่ ฉันมีเื่อยากจะถามเธอหน่อย"
กู้หลิงเยว่เงยหน้าขึ้น ขอบตาแดงก่ำจนห่าวซือฉีชะงักมือไป "เธอทะเลาะกับพี่ใหญ่มาเหรอ?"
กู้หลิงเยว่เม้มปากพลางพยักหน้ารับ แววตาท่าทางเหมือนลูกนกตกน้ำ สะท้อนความน้อยเนื้อต่ำใจออกมาจนคนที่มองอยู่รู้สึกเหมือนเธอเพิ่งได้รับความอยุติธรรม
"เพราะเจียงมั่วเหรอ?"
กู้หลิงเยว่พยักหน้าอีกครั้ง
ห่าวซือฉีดึงก้านพลาสติกของอมยิ้มออกจากปากแล้วทิ้งลงพื้นอย่างแรง ก่อนจะเหยียบซ้ำอีกสองสามทีด้วยความโมโห "นังจิ้งจอกนี่ เื่ปั่นหัวคนอื่นเก่งที่สุดเลยนะ!"
หลังจากระบายอารมณ์เสร็จ เธอก็กอดอกพิงกำแพงอย่างหมดหนทาง "ไม่ใช่สิ นังจิ้งจอกน้อยนั่นมีความเกี่ยวข้องอะไรกับบ้านเธอกัน พี่ใหญ่ของเธอออกจะตามใจเธอขนาดนั้น แล้วทำไมถึงว่าเธอเพราะยัยนั่นได้ล่ะ?"
แววตาของกู้หลิงเยว่ไหววูบ ก่อนที่เธอจะรีบปกปิดมันไว้ "เธออย่าถามเลย..."
ห่าวซือฉีเห็นท่าทางอึกอักของกู้หลิงเยว่แล้วก็ยิ่งโมโห "ฉันไม่เข้าใจจริง ๆ ว่ายัยนั่นมีภูมิหลังอะไร ทำไมเธอต้องปิด ๆ บัง ๆ ขนาดนี้? เธอลองดูสิว่า ตอนนี้พี่ใหญ่ทำกับเธอยังไง? เป็ฉันนะ ฉันไม่ยอมทนรับอารมณ์แบบนี้หรอก!"
กู้หลิงเยว่เม้มปากไม่ตอบ ได้แต่กอดหนังสือไว้แน่นและก้มหน้าเงียบ เพื่อหลบซ่อนความรู้สึกจากสายตาของคนรอบข้าง
"หลิงเยว่~ เธอไม่รู้หรอกว่าตอนนี้เจียงมั่วสนิทกับฉีอิ้นหรานขนาดไหน ตอนที่สองคนนั้นเพิ่งกลับมาจากห้องพยาบาลของโรงเรียนเจียงมั่วยังช่วยกางร่มให้ฉีอิ้นหรานอยู่เลย!"
คำพูดนั้นเหมือนจุดชนวนทำให้กู้หลิงเยว่เหลืออด เธอเงยหน้าขึ้นสบตาห่าวซือฉีทันที แววตาเต็มไปด้วยความอึดอัดเหมือนมีเื่ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก "ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอมีความสัมพันธ์อะไรกับพี่ใหญ่ อยู่ ๆ พี่ใหญ่ก็พากลับมาที่บ้านตระกูลกู้ แถมยังเอาใจใส่เธอมาก ขนาดฉันที่เป็น้องสาวแท้ ๆ ยังกลายเป็ส่วนเกินไปเลย..."
"อย่างนี้เองเหรอ..." ห่าวซือฉีขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดใจ สิ่งที่เธอเดาไว้คือเื่จริงไม่มีผิด เจียงมั่วก็คือกิ๊กเด็กของกู้เหลียนนั่นเอง! ขนาดอยู่ในห้องฝ่ายปกครองยังส่งสายตากันไปมา ความสัมพันธ์ของสองคนนี้ชัดเจนจนไม่รู้จะชัดยังไงแล้ว!
ตอนนี้เป็่พักเบรก มีเวลาพักยี่สิบนาที พอเจียงมั่วกลับมาถึงห้องเรียนก็เริ่มนอนชดเชยเวลาที่เสียไปทันที เมื่อคืนตอนอยู่ที่บ้านตระกูลฮั่วเธอไม่ได้นอนเลย จนถึงตอนนี้ตรงคอยังรู้สึกเจ็บแปลบ ๆ อยู่นิดหน่อย
ทันใดนั้นก็มีคนเคาะโต๊ะของเธอ ทำให้เธอต้องเงยหน้าขึ้นมองอย่างช่วยไม่ได้ แล้วเจียงมั่วก็เห็นว่าฉีอิ้นหรานกำลังมองเธอด้วยท่าทางสบายอารมณ์ "มีอะไร?"
ฉีอิ้นหรานเลิกคิ้วขึ้น พลางพูดด้วยน้ำเสียงถือดีที่ไม่คิดว่าตัวเองผิดอะไร เพราะยังไงเขาก็คือฝ่ายถูก "ฉันหิวแล้ว เธอไปซื้อของกินมาให้หน่อยสิ"
เจียงมั่วฟุบลงกับโต๊ะทันทีที่เขาพูดจบ เธอซุกหน้าลงกับท่อนแขนตัวเองและพูดอู้อี้ตอบกลับไป "ไม่ไป จะนอน"
ฉีอิ้นหรานยื่นมือไปผลักเธออีกรอบ แล้วบ่นพึมพำข้างหูเธอไม่หยุด "เฮ้อ มือฉันเนี่ยไม่รู้เมื่อไหร่จะหาย ถ้ารู้ว่าบางคนจะทำกับฉันแบบนี้ วันนี้ฉันไม่ยื่นมือไปขวางไว้หรอก ปล่อยให้บางคนหัวแตกเือาบตรงนั้น ยังดีกว่าต้องมาทนโดนสายตาเ็าใส่แบบตอนนี้เลย..."
สุดท้ายเสียงครูดของเก้าอี้ก็ดังขึ้น เพราะเจียงมั่วดันเก้าอี้ออกเพื่อลุกขึ้นยืน "นายอยากกินอะไร?"
ฉีอิ้นหรานโบกมือก่อนจะตอบเธอ "อะไรก็ได้"
เจียงมั่วได้แต่มองบนพลางเบ้ปากอย่างระอา มือเรียวรูดซิปเสื้อกันหนาวนักเรียนขึ้นไปจนสุด แล้วก้าวเท้าเดินออกไปจากห้องเรียน ระหว่างที่ซื้อของจากร้านค้าสหกรณ์เสร็จและกำลังเดินกลับ เธอก็รู้สึกเหมือนมีคนมาเดินข้าง ๆ พอหันไปมองก็เห็นฮั่วจิ่งกำลังเดินตามมาพร้อมรอยยิ้มทะเล้น
"นี่ ได้ยินว่าเมื่อเช้านี้พี่ไปก่อเื่มาอีกแล้วเหรอ?"
เจียงมั่วค้อนขวับใส่เขาแวบหนึ่งโดยไม่ตอบคำถามและเดินหน้าต่อไป
"ใช้ได้นี่ มีแววเหมือนผมสมัยก่อนเลย! เอาหน่า วันหลังถ้ามีใครมาหาเื่อีก พี่ก็ประกาศชื่อฮั่วจิ่งคนนี้ได้เลย ผมจะปกป้องพี่เอง!"
เจียงมั่วปรายตามองเขาด้วยความเหยียดหยาม ทันใดนั้นเธอก็ยื่นมือไปดึงฮู้ดของเสื้อกันหนาวขึ้นมาคลุมหัวของฮั่วจิ่ง จากนั้นก็รูดสายฮู้ดจนแน่น แถมตอนท้ายยังไม่ลืมสั่งกำชับอย่างไร้ความปรานีด้วยว่า "คืนนี้ฉันจะสุ่มตรวจเนื้อหาคณิตศาสตร์สามบทแรก เตรียมตัวไว้ให้ดีล่ะ!"
ฮั่วจิ่งยังคงพยายามแกะหัวตัวเองออกจากเสื้ออย่างทุลักทุเล พอเขาจัดเสื้อผ้าเสร็จเจียงมั่วก็เดินหายลับตาไปนานแล้ว
เขาอดไม่ได้ที่จะแลบลิ้นใส่ตามหลังเจียงมั่วที่เดินจากไป "ก็แค่มาเป็ติวเตอร์ไม่ใช่หรือไง? ทำเป็เก่งไปได้! อีกไม่นานคุณอารองของผมต้องดัดนิสัยพี่แน่!"
ภายในห้องเรียนห้องแปด เจียงมั่วเทขนมขบเคี้ยวในอ้อมแขนลงบนโต๊ะของฉีอิ้นหรานจนเกิดเสียงดัง ทำให้ทุกคนพากันหันมามอง และเป็ที่รู้กันดีว่า ฉีอิ้นหรานเคยโดนพวกผู้หญิงส่งขนมให้ใน่วันวาเลนไทน์จนรำคาญ เพราะฉะนั้นเขาจึงเกลียดยิ่งกว่าเกลียด และเกลียดที่สุดเวลาที่มีคนส่งของกินให้
พอเห็นแบบนั้นก็มีคนที่อดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นมาว่า "เจียงมั่วใจกล้าบ้าบิ่นจริง ๆ กล้าส่งของกินให้คุณชายฉี คิดว่าได้เป็เพื่อนร่วมโต๊ะแล้วตัวเองจะพิเศษกว่าคนอื่นหรือไง?"
"ก็ไม่แน่หรอกนะ เมื่อเช้านี้คุณชายฉียังช่วยบังแทนเธออยู่เลยไม่ใช่เหรอ?"
"นั่นเพราะคุณชายฉีมีความเป็สุภาพบุรุษต่างหาก ตอนวันวาเลนไทน์คราวก่อน ก็มีพวกผู้หญิงส่งของกินส่งช็อกโกแลตให้ไม่ใช่เหรอ? ฉันยังจำภาพที่ผู้หญิงพวกนั้นร้องไห้วิ่งหนีออกไปได้อยู่เลย ไม่รู้ว่าคุณชายฉีจะหักหน้าเธอยังไง พวกเราเตรียมดูเื่สนุกได้เลย!" พอสิ้นคำพูด เสียงหัวเราะเยาะเย้ยอย่างสะใจก็ดังขึ้นภายในห้องเรียน
แต่มีเพียงห่าวซือฉีเท่านั้นที่หัวเราะไม่ออก วันนี้เธอได้เห็นความผิดปกติของฉีอิ้นหรานเต็มตาแล้ว ท่าทางเข้าถึงยากที่เขาเคยมีต่อคนอื่น พอมาเป็เจียงมั่วมันกลับไม่มีผลอะไรเลยสักนิด! เธอหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วส่งข้อความหากู้หลิงเยว่เงียบ ๆ
[เจียงมั่วกำลังเอาใจฉีอิ้นหรานอีกแล้ว เธอเอาของกินไปส่งให้ฉีอิ้นหรานด้วย]
เธอเพิ่งส่งข้อความไปได้ไม่เท่าไหร่ โทรศัพท์มือถือก็สั่นเตือนขึ้นมาทันที ซึ่งเป็ข้อความตอบกลับจากกู้หลิงเยว่
[รอแป๊บนึงนะ ฉันจะไปหาตอนนี้แหละ]
ห่าวซือฉีเก็บโทรศัพท์มือถือด้วยความพึงพอใจ
ทางด้านกู้หลิงเยว่ ไม่นานเธอที่รีบเดินก็มาถึงอย่างรวดเร็วแล้วนั่งลงที่ว่างข้าง ๆ ห่าวซือฉีอย่างเป็ธรรมชาติ คนในโรงเรียนอวี้เต๋อต่างรู้ดีว่า กู้หลิงเยว่กับห่าวซือฉีสนิทกัน และกู้หลิงเยว่ก็ยังเป็ถึงดาวโรงเรียนแถมยังเรียนเก่ง ทุกคนจึงยินดีต้อนรับเธอ ดังนั้นคนในห้องแปดเลยไม่มีใครว่าอะไร ซ้ำยังมีพวกผู้หญิงและผู้ชายหลายคนแอบชำเลืองมองเธอเนือง ๆ โดยทำเป็ไม่ใส่ใจอีกด้วย
ตรงกันข้ามกับฉีอิ้นหราน พอเห็นแบบนี้เขาก็ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความรำคาญใจทันที