ตั้งแต่ตอนนั้น…จนถึงตอนนี้ก็ผ่านมาหลายปีแล้ว พวกพี่ ๆ เขาก็เรียนจบกันหมด เหลือแค่ฉันนี่แหละที่ยังติดค้างอยู่ในรั้วมหา’ลัย ปี 4 เต็มตัว แถมอยู่ในช่วงโค้งสุดท้ายที่ต้องรีบทำโปรเจกต์จบกับหาที่ฝึกงานให้ได้ก่อนหมดเทอม
ส่วนพวกพี่ ๆ หลังจากเรียนจบก็ต่างคนต่างแยกย้ายไปอยู่ตามทางของตัวเอง แต่พอฉันขึ้นปี 4 จู่ ๆ พี่โฟลทก็มาบอกว่าให้ย้ายไปอยู่ด้วยกัน จะได้สะดวกเวลาไปมหา’ลัย ตอนแรกฉันก็นึกว่ามีแค่พี่โฟลทอยู่บ้านนั้น แต่พอขนของไปถึงจริง ๆ กลับกลายเป็นว่า…พวกเขาอยู่กัน “ครบ” ทั้งห้าคนซะงั้น
พี่แบล็ค ตอนนี้ดูแลทั้งคลับ บาร์ อู่ที่หุ้นกับพี่โฟลทแล้วก็ธุรกิจที่บ้าน ส่วนนิสัยเขายังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนสักนิด ปากหมาตลอดเวลา ชอบแขวะ ชอบดุแม้กระทั่งเรื่องเล็กน้อย ทุกอย่างที่ฉันทำรวมถึงคนอื่นๆ ในบ้านไม่เคยรอดสายตาเขาไปได้เลย แต่ถึงจะว่าปากหมาแบบนั้น แต่สุดท้ายเขาก็ยังเป็นคนที่พึ่งพาได้มากที่สุด
พี่โฟลท เจ้าชู้ ขี้เล่นเหมือนเดิม โตขึ้นแค่หน่อยเดียวเอง นอกจากช่วยดูแลอู่กับพี่แบล็คแล้ว เขายังเปิดร้านอาหารของตัวเองอีกต่างหาก เขายังชอบหยอดมุกหวานๆ ใส่กันไม่เว้นวัน และเขาทะลึ่งเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน บางทีเล่นจนฉันอยากเอาหมอนฟาดใส่ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าบ้านดูครึกครื้นขึ้นเยอะเวลาเขาอยู่
พี่ธิน ใจดีเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน แต่เป็นคนที่ทำงานหนักที่สุดในกลุ่มแล้วก็ว่าได้ นอกจากช่วยธุรกิจรับเหมาก่อสร้างของที่บ้าน เขายังต้องช่วยลูกพี่ลูกน้องดูแลร้านอาหารด้วย แต่ถึงจะเหนื่อยแค่ไหน เขาก็ยังมีรอยยิ้มอ่อนโยนคอยดูแลทุกคนในบ้านเสมอ เขายังเป็นคุณพ่อเหมือนเดิม คอยเตือน คอยดูแลคนในบ้าน หรือบางทีก็เป็นพ่อครัวทำกับข้าวไว้ให้
พี่โย รายนี้ก็ยังเจ้าเล่ห์เหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ตอนนี้เขาดูแลธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของครอบครัว แต่สายตากับรอยยิ้มแพรวพราวก็ยังทำเอาคนเผลอหลงได้ง่ายๆ เหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน ที่สำคัญตอนนี้เขาดูไม่โรคจิตเหมือนเมื่อก่อน (อันนี้ฉันพูดจริง ๆ) แต่ดีแล้วล่ะ ฉันชอบพี่โยเวอร์ชั่นนี้มากกว่า
“อื้อ!!!”
มือจิกที่ไหล่หนาของคนตรงหน้า มือแกร่งของเขาบีบเค้นบั้นท้ายก่อนน้ำในตัวจะทะลักออกมา
“อ๊าส์!!!”
เสียงหอบหายใจได้ยินชัดจนกลบเสียงเครื่องปรับอากาศภายในห้อง
“ต่ออีกได้มั้ย”
“หนูไม่ไหวแล้ว” ฉันซบหน้ากับไหล่ของพี่โฟลท ตอนแรกก็ขอให้เขามาช่วยงานโปรเจคนั่นแหละ แต่ไปๆ มากลับมาจบลงที่มีเซ็ก์ซะงั้น
“แต่พี่อยากนี่” พี่โฟลทพองแก้มเหมือนเด็กก่อนจะก้มลงสูดดมที่หน้าอกเปลือยของฉัน
ก๊อกๆๆ เสียงเคาาะประตูให้ฉันสะดุ้งเฮือกก่อนจะลุกลี้ลุกลนรีบหันไปหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาใส่ด้วยความเร่งรีบ
“จิ๊! ใครมาเคาะวะ แม่งขัดจังหวะจริง!” พี่โฟลทเอ่ยก่อนจะเอนหลังเท้าแขนกับเตียง ใบหน้าของเขาดูไม่ใส่ใจแถมยังไม่รีบใส่เสื้อผ้าอีก
“พี่โฟลทใส่เสื้อผ้าสิ หนูจะเปิดประตู” พี่โฟลทพองแก้มไม่ยอมขยับตัวก่อนประตูห้องจะถูกไขจากคนด้านนอกทำเอาฉันสะดุ้งอีกครั้ง
“ทำไมเปิดช้าวะ” ประโยคแสนป่าเถื่อนแบบนี้มีอยู่คนเดียว พี่แบล็คกับใบหน้าที่ดูหงุดหงิด เขายืนกอดอกพร้อมกับกวาดสายตาเข้ามาในห้อง
“อะไรอยู่บนเตียง”
“เอ่อ…” หันไปที่เตียงตามสายตาพี่แบล็ค พี่โฟลทที่เคยนั่งอยู่ที่เตียงตอนนี้กลับนอนคลุมโปงไปเสียแล้ว
พี่แบล็คไม่รอคำตอบก่อนจะวิสาสะเดินเข้าห้องแล้วตรงไปที่เตียงก่อนจะเดินไปกระชากผ้าห่มออก พบกับพี่โฟลทที่นอนเปลือยอยู่บนเตียง
“เข้ามาทำเหี้ยอะไรเนี่ยห๊ะ” พี่แบล็คหยิบหมอนที่ใกล้มือขึ้นมาฟาดพี่โฟลทด้วยความหมั่นไส้
“อะไรของมึงเนี่ย ฟาดกูทำไมมันเจ็บ”
“ตอบกูมาไอ้สัส อย่าเปลี่ยนเรื่อง”
“ก็มาช่วยน้องทำงานไง”
“ทำงานเหี้ยอะไรทำไมต้องแก้ผ้าด้วย” พี่โฟลทขมวดคิ้วก่อนจะจิ๊ปากอย่างไม่สบอารมณ์ “มึงนี่ กูจะถอดกูจะใส่มันก็เรื่องของกูมั้ยล่ะ”
พี่แบล็คปั้นคิ้วขมวดยิ่งกว่าเดิมก่อนจะฟาดหมอนในมืออีกรอบจนพี่โฟลทหยิบผ้าห่มขึ้นมาพันตัวแล้วหนีลงเตียงก่อนจะวิ่งออกนอกห้องโดยเอาผ้าห่มฉันไปด้วย พี่แบล็คก็ไม่ลดละวิ่งตามออกแถมยังตะโกนโหวกเหวกโวยวายกันลั่นบ้านอีก
“เล่นอะไรกัน เบาๆ หน่อยดิ เกรงใจข้างบ้านมั่ง” พี่ธินที่กำลังทำอาหารอยู่ในครัวเดินออกมาพร้อมกับกล่าวเตือนเพื่อนของเขา แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผล เพราะตอนนี้สองคนนั้นวิ่งไปหลัวบ้านแล้ว
“ไรอ่ะ” พี่ริทที่พึ่งออกมาจากห้องตัวเอง หาววอดๆ พร้อมกับยกมือขยี้ตา คงจะพึ่งตื่น เห็นว่าเมื่อคืนพี่เขาทำงานให้หัวหน้าจนดึก
“พี่แบล็คกับพี่โฟลทตีกันอีกแล้วค่ะ” พี่ริทที่ได้ยินก็พยักหน้ารับรู้ก่อนจะเดินผ่านฉันลงไปยังชั้นล่าง ก่อนฉันจะเดินตามลงไปด้วย
กลิ่นหอมของอาหารลอยฟุ้งออกมาจากครัว มันหอมจนอดที่จะเดินเข้าไปดูไม่ได้
“ทำงานเสร็จแล้วหรอ หิวรึยัง พี่ทำกับข้าวเสร็จพอดีเลย” พี่ธินเอ่ยขณะที่กำลังโฟกัสกับการเทอาจารใส่จาน “ให้หนูช่วยมั้ยคะ”
“เอาสิ เราไปเอาคั่วกลิ้งเทใส่จานให้พี่หน่อย”
“โอเคค่ะ”
ฉันยกกระทะที่มีคั่วกลิ้งค่อยๆ เทลงจานอย่างปราณีตแต่ยังไม่ทันจะเทเสร็จแต่จู่ๆ ก็มีอะไรไม่รู้มากระแทกหลังฉันจนทำให้คั่วกลิ้งที่กำลังเทอยู่มันหกออกมานอกจาน
“ไอ้โฟลท!! หยุดเดี๋ยวนี้ไอ้สัส!!”
“ไม่โว้ย!!”
ฉันสูดหายใจลึกวางกระทะบนเตาอย่าใจเย็นก่อนจะหันไปหาต้นเหตุที่ทำให้คั่วกลิ้งหก “พี่โฟลท”
“สาวน้อยช่วยพี่ด้วย” พี่โฟลทขยับตัวมาหลบด้านหลังฉันพร้อมกับเกาะไหล่เอาตัวฉันเป็นที่กำบัง
“ช่วยเลิกวิ่งได้มั้ยคะ เพราะพี่เลยเนี่ย ชนหนูจนคั่วกลิ้งหกเลย”
“ก็ไอ้แบล็คมันไล่พี่อ่ะ”
“แล้วมันน่ามั้ยล่ะ แทนที่จะช่วยยัยเด็กนี่ทำงานมึงกลับน้องมันเสียเนี่ย งานก็ไม่เสร็จ” พี่แบล็คก็พูดถูก งานฉันที่ควรจะเสร็จแต่กลับไม่เสร็จเพราะพี่โฟลทดันกวนสมาธิกันสุดท้ายเลยต้องผลัดวันไปก่อน
ว่าแต่ เขารู้ได้ไงกันเนี่ย
“ออกมาไอ้โฟลท”
“ไม่!”
ปัง!!
เสียงทุบโต๊ะทำทุกคนสะดุ้งเฮือกก่อนจะพากันหันไปมอง เป็นพี่ธินเองที่วางหม้อแกงกระแทกกับโต๊ะพร้อมกับใบหน้าที่ดูโมโหสุดๆ
“กูบอกว่าอย่าวิ่งเล่นกันในบ้าน ไม่ได้ฟังที่พูดเลยรึไงห๊ะ” น้ำเสียงกดต่ำกับใบหน้าที่นิ่งเรียบทำเอาฉันแอบลอบกลืนน้ำลาย
พึ่งเคยเห็นพี่ธินโมโหแบบนี้นะเนี่ย น่ากลัว…
“เอ่อ…ขอโทษกั๊บ” พี่โฟลทค่อยๆ โฟลทหน้าออกมาจากด้านหลังของฉัน ส่วนพี่แบล็คก็ยืนนิ่งไม่ไหวติง
“ถ้าอยากขอโทษก็ควรหยุดเล่น แล้วมาช่วยงาน ไม่ใช่เอาแต่ก่อเรื่อง”
“กั๊บ เข้าใจแล้วกั๊บ”
“ส่วนมึงไอแบล็ค” พี่แบล็คเหลือบมองพี่ธินด้วยสายตานิ่งเรียบ “มึงควรอารมณ์เย็นกว่านี้ ไม่ใช่เอะอะเอาอาารมณ์เป็นที่ตั้ง เข้าใจแหละว่าห่วงน้องแต่ช่วยมีขอบเขตด้วย ไม่ใช่เล่นตามไอ้โฟลท เข้าใจที่กูพูดมั้ยเนี่ย”
“เออ”
“งั้นก็แยกย้ายซะ อีกสิบนาทีมากินข้าว แล้วไปเรียกไอ้ริทกับโทรตามไอ้โยมาด้วย” พูดบพี่แบล็คกับพี่โฟลทก็เดินออกจากห้องครัวไปทำให้ตอนนี้เหลือแค่ฉันกับพี่ธินกันแค่สองคน
พี่ธินถอนหายใจออกมาพร้อมกับสีหน้าเหนื่อยใจ ที่ผ่านมาเขาคงเหนื่อยกับเพื่อนๆ ที่แสนจะดื้อมากเลยสินะ
ก็ดูแต่ละคนในแก๊งสิ ชองขยันหาเรื่องปวดหัวใส่ตัวจะไม่ให้พี่ธินโมโหได้ไง ขนาดฉันเองที่พึ่งรู้จักพวกเขาไม่กี่ปียังปวดเลย อย่างพี่ธินไม่ต้องอธิบายหรอก ถ้าทุบได้คงทุบไปแล้ว
หลังจากจัดโต๊ะอาหารเสร็จทุกคนก็ทยอยกันเข้ามาที่โต๊ะยกเว้นพี่โยที่ยังไม่โผล่มาให้เห็น
“ไอ้โยล่ะ”
“ทำงาน มันบอกยังไม่เสร็จ”
“งั้นเดี๋ยวเก็บข้าวเอาไว้ให้มันก็แล้วกัน” เราเริ่มลงมือกินข้าวกันไปเงียบๆ จนเสร็จ พี่ธินก็หันมาวานฉันเสียงเรียบๆ ว่า
“นานา ไปเอาข้าวไปให้ไอ้โยหน่อย มันคงลืมอีกแล้ว” ฉันก็พยักหน้ารับอัตโนมัติ เพราะช่วงหลังมานี้พี่โยยุ่งกับงานจนบางทีลืมกินข้าวจริงๆ ทุกคนเลยช่วยกันดู โดยเฉพาะฉันที่ดันอยู่บ้านบ่อยสุดนี่แหละ
ฉันถือจานข้าวเดินไปหน้าห้องเขา เคาะประตูอยู่ตั้งสองสามรอบแต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับมาเลยซักนิด ความจริงแล้วฉันก็เกรงใจ แต่คิดว่าไม่เป็นไรหรอกมั้ง เลยตัดสินใจหมุนลูกบิดแล้วเปิดเข้าไปเอง
พอเข้ามาในห้องบรรยากาศมันเงียบจนแปลก ไฟก็ไม่ได้เปิด ผ้าม่านก็ปิดแน่นจนแสงแทบไม่ลอด มีแค่แสงจากโคมไฟตรงโต๊ะทำงานที่เปิดทิ้งไว้กับจอคอมฯ เท่านั้น
“พี่โยคะ หนูเอาข้าวมาให้ค่ะ” ฉันเรียกเสียงเบาๆ แต่ก็ไม่มีวี่แววเจ้าของห้องตอบกลับมาเลยสักนิด
อยู่ไหนของเขาเนี่ย
ฉันวางจานข้าวลงบนโต๊ะทำงาน แล้วลองชะเง้อมองไปรอบห้อง เผื่อว่าเขาอาจจะเผลอหลับอยู่ตรงไหนแต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาเลย
“พี่โยคะ พี่อยู่ไหนน่ะ หนูเอาข้าวมาให้” เดินไปที่ห้องน้ำด้านหลังชะเง้อมองหาแต่ก็ไม่เจอ “อยู่ไหนเนี่-ว๊าย!!!”
สะดุ้งสุดขีดก่อนจะหันไปเจอเจ้าของห้องที่โผล่มจากไหนก็ไม่รู้พุ่งเข้ามากอดจากทางด้านหลัง
“พี่โย!!! เล่นอะไรเนี่ย” ฉันยกมือฟาดแขนแกร่งของเขาไปทีนึง หัวใจวายหมด
“ช่วยไม่ได้ เราแอบเข้าห้องพี่โดยไม่ขออนุญาตเองนี่”
“ก็หนูเคาะแล้วพี่ไม่มาเปิดอ่ะ หนูก็ห่วงนี่-” จะหันไปต่อว่าแต่ก็ต้องชะงักเมื่อลองปรับสายตาในความืดก็เห็นว่าเขาอยู่ในสภาพเปลือยท่อนบน
“เอ่อ…”
“ห่วงพี่ขนาดหรอหืม?” มือหนาของเขาเอื้อมมาแตะที่แก้มเบาๆ ความเย็นชื้นจากมือที่รู้ได้เลยว่าเขาคงพึ่งจะอาบน้ำมาหมาดๆ
“คะ-ค่ะ” พี่โยขยับเข้ามาใกล้ทำให้เห็นกล้ามเนื้อหน้าท้องแสนสวยที่มีเม็ดน้ำเกาะอยู่ปลายๆ
แอบลอบกลืนน้ำลายลงคอ พยายามไม่หันไปมอง ไม่อยากให้ความคิดของตัวเองพุ่งพล่าน แต่สุดท้ายก็แอบเหลือบมองไม่ได้
“แอบมองซิคแพ็คพี่หรอ”
“ปะ-เปล่านะคะ!” พี่โยเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ “ไม่เนียนเลยนะ ตาเยิ้มเชียว”
“พี่โย! หนูไม่ได้ทำตาเยิ้มสักหน่อยนะ!” ยกมือฟาดอกเขาไปทีแต่ก็ถูกอีกคนจับได้เสียก่อน
“จะตีพี่เหรอ นิสัยไม่ดีเลยนะ ชอบทำร้ายร่างกายพี่อีกแล้ว” พี่โยดึงแขนฉันจนตัวชนอกแข็งแรงของเขาก่อนที่แขนแกร่งจะโอบรัดเอวฉันไว้แน่น ไม่ให้ดิ้นหนีไปไหนได้
“ตีได้นะ…” เสียงทุ้มแผ่วกระซิบข้างหู “แต่ต้องบนเตียงเท่านั้น”
หัวใจฉันกระตุกวูบแทบจะทันทีที่ได้ยิน ริมฝีปากอุ่นของเขาก็แตะเม้มที่ใบหูเบาๆ ราวกับหยอกล้อ มือหนาที่เคยจับแขนเปลี่ยนมาจับลูบไล้เอวที่อยู่ใต้เสื้อครอปตัวสั้น
“อึก…”
ริมฝีปากอุ่นค่อยๆ เม้มหยอกล้อเบาๆ ให้ฉันวูบวาบเล่น เขาลากนิ้วแกร่งไปทั่วท้องจนมาหยุดที่ขอบเสื้อใน
“พี่หิวแล้ว ขอกินหน่อย”
“พ-!!” เขาไม่รอให้ฉันปฏิเสธก่อนจะกัดลงมาที่ใบหูทำเอาฉันสะดุ้งเฮือก มือของเขาสอดเข้าใต้เสื้อในก่อนจะกอบกุมขยุ้มมันราวกับเป็นตุ๊กตา
“พี่หิวจะแย่อยู่แล้วเนี่ย” เสียงกระซิบที่แหบพร่าทำเอาใจฉันเต้นแรงแทบจะหลุดออกมา
มือแกร่งบีบเค้นหน้าอกพร้อมกับสะกิดยอดให้ฉันเสียวเล่นก่อนจะลากริมฝีปากจากกกหูลงมาอย่างช้าๆ จนมาถึงคอ
ความรู้สึกววาบหวามแผ่ซ่านไปทั่วท้องทำเอาฉันเกร็งตัวไปหมด “อึก…พะ-พอก่อน…อื้อ!!”
ยังไม่ทันจะพูดจบมือแกร่งที่บีบหน้าอกก็บีบแรงขึ้นราวกับว่าจะให้แตกคามือกันให้ได้
“ดูเหมือนอาหารพร้อมเสิร์ฟแล้ว งั้นพี่ทานเลยนะคะ” :)
“ทำไมไปนาน”
“คงอยู่เล่นกับไอ้โยมั้ง” ธินตอบริทขณะที่สายตายังจดจ่อกับโน๊ตบุ๊ค
“เล่นไร”
“ไม่รู้สิ” ริททำหน้างอเมื่อได้ยินคำตอบ
นานของริทที่ว่าคือนานาเอาข้าวไปให้โยนานเกิน เอาจริงก็พอจะเดาได้แหละ ว่าทำไมนานาถึงไม่ยอมลงมาสักที แต่ที่ถามก็แค่เพื่อยืนยันความคิดของตัวเองเฉยๆ
“จะปล่อยหรอ”
“ทำไมล่ะ หวงน้องรึไง” ริทไม่ตอบอะไรเพียงแค่เบะปากเล็กน้อย
เอาจริงไม่ใช่แค่ริทหรอกที่หวง เขาก็หวงหมือนกันแหละ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก เพราะวันนี้…มันไม่ใช่ ‘คิว’ ของพวกขา
ตัดภาพไปด้านบนชั้นสอง ภายในห้องของโยที่มืดสนิทมีเพียงแค่แสงไฟจากจอคอมฯที่ให้ความสว่างเท่านั้น
เสียงร้องประสานดังก้องภายในห้อง เสียงเนื้อกายกระทบกันจนได้ยินชัดกว่าเครื่องปรับอากาศเสียอีก
เดิมที่เคยสวมเสื้อผ้าบัดนี้ทั้งคู่ได้ปลดเปลื้องกายจนหมด มีแต่เนื้อกายเปล่าๆ ที่เต็มไปด้วยเหงื่อ
“อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ พ…พี่โย หนู…จะแตกแล้-อ๊าส์!!!”
สะโพกแกร่งกระหน่ำกระแทกเข้ามาไม่ยั้งก่อนน้ำในตัวของนานาจะไหลทะลักสวนความเป็นชายที่สอดอยู่ออกมา
“อ๊ะ…” แต่เหมือนอีกคนจะยังไม่หนำใจก่อนจะเสยผมที่ปรกหน้าลงมาแล้วถอดแก่นกายของตัวเองออก ถอดเกราะป้องกันทิ้งลงถังก่อนจะคว้าคอของนานาให้หันมาแล้วบีบคางบังคับให้เธอเผยอปากจากนั้นก็ทำการยัดความเป็นชายเข้าไป
“อ่อก!!”
เธอตกใจเล็กน้อยที่เขายัดความเป็นชายเข้ามากระทันหันแบบนี้แต่ก็ไม่ได้กลัวเพราะเธอผ่านเรื่องแบบนี้มาเยอะจนชำนาญแล้ว
นานากลืนน้ำลายลงคอก่อนจะเริ่มขยับศรีษะช้าๆ ตามจังหวะ พลางใช้ลิ้นร้อนเลียส่วนหัวอย่างเชี่ยวชาญ
“อ่าส์~ ดีมากที่รัก แบบนั้นแหละ”
มือแกร่งขยุ้มกลุ่มผมพร้อมกับก้มลงจูบเบาๆ ก่อนจะสวนสะโพกขึ้นไปจนนานาเผลอร้องลั่น “อ่อก!!”
น้ำอุ่นๆ ทะลักเข้ามาในโพรงปาก รสชาติแปลกๆ ที่คุ้นเคยก่อยจะกลืนมันลงไปในคอจนเกลี้ยง
“พี่ยังไม่อิ่มเลย ขอเบิ้ลนะคะ” ยังไม่ทันได้ตอบพี่โยก็ดึงนานาให้ลุกขึ้นก่อนจะพาไปยังริมหน้างต่างจับสะโพกเขาควักแก่นกายออกมาแล้วถูไถกับช่องคลอดเพื่อกระตุ้นอารมณ์ของอีกคน
“อึก!”
นานาเกร็งตัวก่อนส่วนกลางค่อยๆ สอดใส่เข้าไปในตัว “อื้อ!!!!!”
นานาเกร็งตัวกำมือแน่นเพราะขนาดของมันใหญ่คับแน่นและพอยิ่งอยู่ในท่านี้มันยิ่งทำเอาเธอเกือบเสร็จในทันที
โยจะเริ่มขยับตัวช้าๆ เพื่อให้เธอชิน ”อ๊าส์!!!!!”
นานาแอ่นตัวรับร้องครางลั่นห้องก่อนโยจะเริ่มขยับสะโพกเร็วขึ้น ”อ๊ะ! อ๊ะ! อ๊ะ! อื้อ!!!!”
ไม่ทันไรนานาก็สำเร็จความใคร่แล้วต่างกับโยที่พึ่งจะรู้สึกเอง “อ่าส์~เสร็จแล้วหรอ ไวแฮะ”
น้ำเสียงเซ็กซี่กระเส่าทำเอาเธอจักจี้หู โยเริ่มซอยสะโพกถี่ขึ้นนานาเอื้อมกำผ้าแน่น “อ๊าส์!!! อ๊าส์!!! อ๊าส์!!! อ๊าส์!!! ระ-เรา เราไม่ไหวแล้ว กรี๊ด!!!”
นานากระตุกตัวพร้อมกับน้ำในตัวที่ไหลออกมาจากช่องคลอดจนเลอะเปรอะซอกขาเต็มไปหมด
“อืม…จุ๊บ” โยหนุ่มจุ๊บลงที่หลังคอก่อนจะถอดแก่นกายออกแล้วอุ้มเธอก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้แล้วจัดท่าทางนานาให้นั่งท่าออนท็อปพร้อมกับจับแก่นกายเสียบเข้าไปในช่องคลอดของเธอจนร้องกรี๊ด
“อื้อ!!!”
นานาหลับตาปี๋ก่อนเธอจะเริ่มขยับสะโพกอย่างช้าๆ “อื้อ~”
“อ่าส์~ ซี๊ด~”
“อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ นะ…หนู เสียว อื้อ! อึก!”
โยบีบเค้นบั้นท้ายยิ่งทำให้เธอมีอารมณ์พลุ่งพล่านมากจนต้องขยับสะโพกเร็วขึ้น “เร็วขึ้นอีกสิ”
“อ๊าส์!!! อ๊าส์!!! อ๊าส์!!!” นานาซอยสะโพกก่อนจะกระตุกตัวพร้อมกับน้ำในตัวที่ไหลออกมา “อึก! อื้อ!”
มือหนาจับสะโพกให้ขึ้นลงให้รูดแก่นกายอย่างช้าๆ “อ่าส์~”
เสียงครางอันเซ็กซี่ทำเอาก้อนเนื้อในอกของนานาเต้นถี่จนแทบจะหลุดออกมา “อ่าส์~ซี๊ด~”
ก่อนโยจะตอกสะโพกสวนขึ้นมาจนหน้าอกของเธอกระเพื่อมแล้วร้องครางลั่นห้อง “อ๊าส์!!! อ๊าส์!!! อ๊าส์!!! อึก!”
“อ่าส์!”
โยก้มลงดูดหน้าอกด้วยความเสียวทำให้เธอต้องแอ่นรับพลาจิกลงที่ไหล่กว้างของเขาเพื่อหาที่ระบาย
“อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ…พะ…พี่โย หนู…จะแตกแล้ว อื้อ!!”
“อ่าส์!!” เสียงครางกระเส่าของเขาทำเอานานาใจเต้นถี่ยิ่งกว่าเดิม
นานาขยับตัวเอนไปข้างหน้าเล็กน้อยก่อนจะเร่งความเร็วของบั้นท้ายก่อนไม่นานจะกระตุกเกร็งและปล่อยน้ำกามออกมา
“อะ…”
“อ่าส์~ ถึงเวลาของหวานแล้ว ช่วยเสริฟให้พี่หน่อยสิ”
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่กระทบกับแสงไฟจาคอมฯส่องมากระทบกับใบหน้าหล่อ เธอรู้ว่าที่เขาหมายถึงมันคืออะไร และเหมือนว่าตอนนี้นานาจะพร้อม ‘เสริฟ’ ของหวานแล้ว
โยยกสะโพกของนานาออกแล้ววางเธอลงที่เก้าอี้โซฟาแทนเขา จับขาทั้งสองข้างแยกออกวางพาดกับที่วางแขน ก่อนโยจะก้มลงไปชิมน้ำหวานที่เคลือบเยิ้มร่องกลีบของเธอ
“อื้อ!!!”
ลิ้นร้อนค่อยๆ กวาดน้ำหวานอย่างช้าๆ ลิ้นกวาดปัดไปปัดมาอย่างเบาๆ กระตุ้นให้น้ำหวานสีขุ่นไหลซึมออกมาเรื่อยๆ
“อ๊าส์~~ สะ…เสียว”
ความเสียวซาบซ่านแผ่ไปทั่วท้อง ทำเอาเธอต้องเกร็ง จิกเท้าแน่น มือทั้งสองข้างเขี่ยยอดออกเพื่อเพิ่มความเสียวซาบซ่านให้มันพลุ่งพล่านจนสุด
“ซี๊ด~~”
ลิ้นร้อนกวาดไล้ไปตามร่อง ตวัดกวาดเอาน้ำหวานเข้าปากพลางดูดเม้มกลีบร่องจนได้ยินเสียงความแฉะของน้ำได้อย่างชัดเจน
ลิ้นร้อนของโยเริ่มตวัดเร็วขึ้นก่อนจะค่อยๆ สอดแทรกมันเข้ามาข้างใน “อ่าส์!!”
เขาตวัดกวาดด้านในอย่างช้าๆ ราวกับว่าจะดูดเอาน้ำในตัวของเธอให้หมดเกลี้ยง นิ้วแกร่งเลื่อนมาเขี่ยเม็ดกระสันไปพลางยิ่งกระตุ้นให้เธอเสียวมากขึ้น
“อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ…เสียว อ๊าส์~~”
ต้องเอื้อมมือไปจิกโซฟาเพื่อระบายความเสียวซาบซ่านที่มันพลุ่งพล่านขึ้นเรื่อยๆ ไม่เธอกระตุกเกร็งก่อนจะปล่อยน้ำหวานขาวขุ่นออกมา แต่เหมือนจะทำให้โยยังพอใจไม่พอ เขารัวลิ้นร้อนพร้อมกับเร่งความเร็วของนิ้วทำให้น้ำในตัวของเธอทะลักออกมาไม่หยุด
“อ๊าส์!! อ๊าส์!! พี่โย…อื้อ!!!”
นานาตัวกระตุกเกร็งไม่หยุดพร้อมกับน้ำกามที่ไหลออกมาจนเยิ้มเปื้อนเต็มโซฟา “หนู…ไม่ไหวแล้ว อ๊าส์!!”
โยละริมฝีปากออกก่อนจะเริ่มเร่งความเร็วของนิ้ว น้ำกามสีขาวขุ่นไหลเยิ้ม “อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ…”
แต่ก่อนที่นานาจะใกล้เสร็จโยก็หยุดมือลง แต่เหมือนสาวน้อยตรงหน้าตัวยังกระตุกเกร็งไม่หยุดเพราะความเสียวที่พลุ่งพล่านจนหยุดไม่อยู่
“ได้เวลาหนูเสริฟของหวานให้พี่แล้วค่ะ”
ทันทีที่เขาพูดจบโยก็เอนหลังเท้าแขนกับพื้น นานาไม่รอเธอลุกจากโซฟาตรงไปหาโยที่รอเตรียมพร้อมก่อนเธอขึ้นนั่งลงทับตรงส่วนกลางของเขาพร้อมกับขยับสะโพกถูร่องกลีบของตัวเองกับแก่นกายของเขา
“อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ…ซี๊ด~”
“อ๊าส์~”
นานาเร่งความเร็วสะโพกตัวเองให้เร็วขึ้นเรื่อยๆ น้ำกามของเธอยังคงไหลออกมาเรื่อยๆ จนตอนนี้มันเคลือบส่วนกลางของเขาไปแล้ว
“อื้อ~” มือเรียวของเธอเขี่ยยอดอกพลางบีบเค้น สะโพกสวยบดร่องกลีบถูกับความเป็นชายที่ตอนนี้เหมือนจะโตเต็มที่ ความเสียวซาบซ่านกระตุ้นให้นานาเร่งความเร็วสะโพก
มุมปากของโยยกขึ้น สภาพของนานาตอนนี้เหมือนคนที่โดนมอมยาปลุกเซ็กส์ไม่ผิดเลย ทั้งอาการคลั่งอยากจะมีเซ็กส์ ทั้งอารมณ์ที่พลุ่งพล่านจนหยุดไม่อยู่ แต่แบบนี้แหละที่เขาชอบ ชอบที่เห็นเธอ ‘คลั่ง’ แบบนี้
สาวน้อยบนตัวเขากระตุกเกร็งพร้อมกับปลดปล่อยน้ำกามในตัวเธอออกมาจนเคลือบความส่วนกลางของเขา
“อ่าส์~”
ร่องกลีบสวยค่อยๆ ขยับรูดไปบนแก่นกายอย่างช้าๆ ก่อนโยจะจับแก่นกายสวนเข้าร่องกลีบทำเอานานาร้องกรี๊ดด้วยความตกใจ
“กรี๊ด!”
สะโพกแกร่งตอกสวนขึ้นไปทำเอานานาต้องหาที่เกาะอย่างไหล่แกร่งเอาไว้ มือเรียวจิกไหล่แน่น หน้าอกคัพบีกระเพื่อมแรงก่อนน้ำกามสีขาวขุ่นจะไหลสวนออกมาเคลือบความเป็นชายของเขา
“ซี๊ด…”
ร่างบางสลบเหมือดที่ไหล่แกร่งของเขา เสียงหายใจหอบยังคงดังก้องไปทั่วห้อง โยค่อยๆ ลุกขึ้นจากพื้นโดยที่แขนแกร่งยังคงโอบอุ้มนานาเอาไว้ที่อกก่อนจะวางนานาลงบนเตียงเบาๆ พร้อมกับจัดผ้าห่มให้
ก้มลงจุมพิตที่หน้าผากพลางปัดผมที่ปรกออกจากใบหน้าสวย “ขอบคุณนะคะ สำหรับอาหาร”
:)