ตอนที่ 2 ...กระบี่อัสนีทำลาย์
“ ฟงเทียน ลูกรักของพ่อกับแม่!! พ่อกับแม่ 2 คนขอโทษที่ไม่ได้อบรมเลี้ยงดูลูกไปจนถึงวัยอันควร พ่อกับแม่เป็บิดามารดาที่ไม่ได้เื่เอาเสียเลย เื่ที่พ่อกับแม่ของเ้าเจอเหตุการณ์นี้ เ้าอย่าได้ไปสืบหาตัวคนร้ายเด็ดขาดนะลูกรัก อย่าเอาเื่นี้เป็ต้นเหตุให้ลูกต้องเป็คนที่เ้าคิดเ้าแค้นเลยนะลูกรัก มันไม่มีอันใดเกี่ยวข้องกับเ้าเลย และพ่อมีเื่สำคัญที่จะบอกให้ลูกได้จำเอาไว้ ที่ห้องนอนของเรา ที่ใต้เตียงจะมีกล่องใบนึงที่สำคัญที่สุดสำหรับครอบครัวและตระกูลของเราเลยนะลูกรัก กล่องใบนี้ตกทอดจากบรรพบุรุษของเรามาเป็ร้อยๆปี ในกล่องใบนั้นเป็กระบี่หนึ่งเล่มและคัมภีร์วิชาของตระกูลเราจำนวน 1 เล่ม และก่อนที่จะเปิดกล่องใบนี้ออกได้ เ้าต้องใช้เืของเ้าหยดใส่กล่องด้วยนะ เพราะว่าพ่อเป็คนลงอาคมปกป้องรักษากล่องใบนี้เอาไว้ ต้องใช้เืของลูกเท่านั้น ถึงจะทำลายอาคมที่ปกป้องกล่องใบนั้นได้ เมื่อใดที่เ้าได้เปิดกล่องใบนั้นได้แล้ว รีบไปจากที่นี่ทันที และพ่อขอเตือนลูกรักว่า อย่าฝึกวิชานี้อย่างรีบร้อน ค่อยๆเรียนรู้ฝึกว่าวิชานี้ไปเรื่อยๆ หากรีบร้อนฝึกแล้ว พลังลมปราณจะตีกลับ ธาตุไฟเข้าแทรกได้ จะตายได้ทันที และอย่าฝึกฝนเพื่อไปล้างแค้นนะลูกรัก พ่อและแม่ของเ้าอยากให้เ้ามีชีวิตที่สงบ ไม่คิดชิงชังเื่ความแค้นอีกต่อไป จงสืบทอดวิชาของตระกูลเราให้รุ่งเรืองสืบไปนะลูกฟงเทียน...... จากอี้ฟงหยางและเนี่ยชิว
เมื่อเด็กน้อยอี้ฟงเทียน ได้อ่านข้อความในผ้าเสร็จแล้ว น้ำตาก็กลับมาไหลอาบแก้มอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ เด็กน้อยอี้ฟงเทียนไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟายเหมือนคราแรก ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาเองโดยไม่กระพริบตา... ผ่านไปซักครู่เมื่อน้ำตาหยุดไหลแล้ว อี้ฟงเทียนก็ได้เช็คน้ำตาและลุกขึ้นกำผ้าแน่นพร้อมเงยหน้ามองท้องฟ้าและรำพันออกมา.” ท่านไม่ให้ข้าแก้แค้นให้พวกท่านอย่างงั้นหรือ ท่านพ่อท่านแม่ข้าขอสาบานกับฟ้าดินและต่อหน้าพวกท่าน มันผู้ใดที่ปลิดชีพของท่านทั้ง 2 ข้าอี้ฟงเทียนจะปลิดชีพมันด้วยตัวข้าเองและจะเอาเืของมันมาเซ่นไหว้ท่านให้ได้ ไม่ว่าจะอีก 10 ปี 20 ปีก็ตาม “ พอพูดจบอี้ฟงเทียนก็หันไปหาศพหมาป่าหางสีขาวทั้ง 2 ตัว พร้อมพูดว่า “ ข้าจะเอาเืของพวกเ้ามาเซ่นไหว้ให้บิดาและมารดาข้า พวกเ้าทั้ง 2 ตัวจงภูมิใจซะ “ หลังจากนั้นอี้ฟงเทียนก็ได้หันมาที่กองดินพร้อมกับเดินเข้าไปหาที่กองดิน คุกเข่าพร้อมกับเอามือ 2 ข้าง ขุดกองดินออก ขุดเอาดินออกไปซักพัก ทำให้เผยเห็นใบหน้าของสตรีที่ตนรักมากที่สุดในชีวิต..มารดาของตนนั่นเอง เมื่ออี้ฟงเทียนเห็นใบหน้าของแม่ของตนแล้ว น้ำตาก็กลับไหลมาอีกครั้งหนึ่ง อี้ฟงเทียนได้เอามือ 2 ข้างเช็คกับเสื้อตัวเองให้สะอาด เมื่อเช็ดเสร็จแล้วได้เอามือ 2 ข้างไปลูบที่ใบหน้าของมาดาตนเอง อย่างอาลัยอาวรณ์ พร้อมกับพูดว่า “ ท่านแม่ จากนี้ไป ฟงเออร์ผู้นี้จะมีชีวิตอยู่เพื่อพวกท่านทั้ง 2 คน พวกท่านทั้ง 2 คนไม่ต้องเป็ลูกคนนี้นะขอรับ หากภพชาติมีจริง ฟงเออร์ผู้นี้จะขอเป็ลูกของพวกท่านทั้ง 2 ต่อไป วันนี้ฟงเออร์ขอทำหน้าที่ลูกของพวกท่านเป็ครั้งสุดท้าย ศพของพวกท่าน ลูกคนนี้จะจัดการฝังพวกท่านให้อยู่คู่กัน ทุกๆปีฟงเออร์จะมาเคารพหลุมศพพวกท่าน “ พูดเสร็จแล้วอี้ฟงเทียนเริ่มจัดการเอาดินกลบหน้าของมารดาอย่างเบามือ ค่อยๆเอาดินกลบไปเรื่อยๆ จนเสร็จไป 1 หลุม หลังจากนั้นก็ขุดหลุมข้างๆมารดาอีก 1 หลุม เพื่อฝังบิดาของตนไว้ข้างๆมารดา เมื่อจัดการหลุมของบิดาเสร็จแล้ว ก็หาไม้มาทำป้ายที่หน้าหลุมศพของทั้ง 2 คน จากนั้น อี้ฟงเทียน จัดการเอาเืของหมาป่าหางสีขาวทั้ง 2 คน มาชะโลมที่หลุมศพเพื่อทำการเซ่นไหว้ เมื่อจัดการหลุมทั้ง 2 เสร็จเรียบร้อยแล้ว อี้ฟงเทียนก็เงยหน้ามองไปยังท้องฟ้าอีกครั้ง ยามนี้เป็เวลาใกล้รุ่งเช้าแล้ว ดวงตะวันใกล้จะขึ้นมาจากขอบฟ้าแล้ว เมื่ออี้ฟงเทียนเห็นฉากนี้แล้วก็หันกลับไปที่หลุมศพและคำนับลงต่อหน้าหลุมศพ 3 ครั้ง เมื่อลุกขึ้นแล้ว อี้ฟงเทียนมองชื่อป้ายหลุมศพ 2 ศพแล้ว คิดในใจว่า ...”ข้าจะนำเืและชีวิตของมันที่ปลิดชีวิตท่านมาเซ่นไหว้ต่อหน้าพวกท่านทั้ง 2 ให้ได้” เมื่อคิดเสร็จแล้ว ก็เดินไปที่ซากศพหมาป่าหางสีขาวพร้อมนำซากศพกลับบ้าน เนื่องจากอี้ฟงเทียนยังไม่ได้กินอะไรเลยั้แ่กลับมา เป็ธรรมดาที่ท้องเริ่มจะเรียกร้องหาสารอาหารแล้ว เมื่ออี้ฟงเทียนกำลังลากอาหารของตนจากหลังบ้านนั้น เท้าข้างนึงไปเหยียบใส่บางสิ่ง ที่มีลักษณะแบนๆ เมื่ออี้ฟงเทียนรู้สึกว่าเหยียบอะไรบางอย่างเข้าก็ก้มลงหยิบดู เมื่อหยิบขึ้นมาดูสิ่งนั้นเหมือนคล้ายกับจี้ห้อยเอวขนาดเท่ากำปั้นเด็กเล็ก3-4 ขวบ มีรูปร่างแบนเป็วงกลม มีสีน้ำเงินเข้ม ตรงกลางจี้มีรูปกระบี่สีทอง 1 เล่มเป็แนวนอนอยู่ข้างบน มีรูปมงกุฏอยู่ข้างล่าง เมื่ออี้ฟงเทียนเห็นดังนั้นก็พลิกดูอีกด้านนึง มีสลักชื่อสีทองคำว่า “ ถัง “ อยู่กลางจี้นั้น เมื่ออี้ฟงเทียนเห็นคำว่า “ ถัง “ บนจี้นั้น มือกำจี้แน่น พร้อมกับจิตสังหารในดวงตา ลุกขึ้นและเงยหน้าบอกกับท้องฟ้าว่า “ คนตระกูลถัง มันผู้ใดที่บังอาจฆ่าบิดามารดาข้า ข้าจะให้มันชดใช้ชีวิตอย่างตายทั้งเป็ ” พูดเสร็จก็เก็บจี้ไว้พร้อมลากศพหมาป่าหางสีขาวทั้ง 2 ตัวกลับบ้านทันที...
พลัก!! แอ้ดด!! เมื่ออี้ฟงเทียน ผลักประตูบ้านเข้าไป ก็เจอหัวมันขนาดใหญ่ 3 หัว ยังวางอยู่ที่ห้องโถงกินข้าวเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แต่ด้วยความหิวโหยั้แ่เมื่อวาน ยังไม่มีสิ่งใดเข้าสู้ร่างกายของเด็กน้อยเลย อี้ฟงเทียนจึงต้องจึงนำหัวมันทั้ง 3 หัวไปย่างกิน เพื่อประทังชีวิต เมื่ออี้ฟงเทียนกินมันเผาจนอิ่มแล้ว จึงหันมาจัดการกับซากศพของหมาป่าหางสีขาวทั้ง 2 ตัว ทันที โดยใช้มีดในห้องครัวมาชำแหละ เพื่อเอาเนื้อของหมาป่าที่มีแต่กล้ามเนื้อมาเพื่อไว้กินในวันต่อไป เมื่อจัดการเสร็จแล้วอี้ฟงเทียนจึงไปอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดพร้อมเปลี่ยนชุดใหม่เพื่อที่จะออกไปจากที่นี่ตามคำสั่งของบิดาที่สั่งเสียไว้ในผ้าผืนนั้น อี้ฟงเทียนจัดการตัวเองเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เข้าไปที่ห้องนอนของบ้าน ที่พ่อแม่ลูก 3 คน นอนด้วยกันทุกคืน เมื่ออี้ฟงเทียนเปิดประตูเข้ามาในห้องนั้น บรรยากาศที่คุ้นเคยในอดีตก็กลับมาให้อี้ฟงเทียนเห็นอีกครั้ง น้ำตาก็เริ่มเอ่อออกมา แต่อี้ฟงเทียนกลั้นใจเช็คน้ำตาที่ยังคลออยู่ในทันที อี้ฟงเทียนสลัดอารมณ์เ่าั้ออกไปจากความคิดได้แล้ว ก็เดินไปที่เตียงนอน ยกที่นอนออกก็จะเจอแผ่นไม้ที่รองที่นอนไว้ และยกออกอีกทีก็เจอ กล่องไม้ขนาดยาวหนึ่งใบตามที่บิดาเขียนในผ้านั้น โดยฝากล่องไม้มีอาคมสีแดงล่องลอยอยู่รอบๆกล่องใบนั้น อี้ฟงเทียนเห็นแล้วก็ใ แต่ก็ใได้ไม่นานก็ตั้งสติได้จึงเอามีดที่มากรีดที่นิ้วมือแล้วให้เืหยดไปที่ฝากล่องใบนั้นทันที ....เมื่อหยดเืกระทบกับอักขระอาคมที่ล่องลอยวนเวียนรอบๆกล่องยาวใบนั้น ทันใดนั้นปรากฏเป็เส้นสายฟ้าเส้นเล็กเท่านิ้วมือเส้นนึงฟาดทำลายอาคมสีแดงจนหายไป เมื่ออาคมโดนสายฟ้าเส้นนี้ทำลายกล่องยาวใบนี้ก็เปิดขึ้นทันที ..
เมื่อฝากล่องใบแล้ว อี้ฟงเทียนก็เห็นสิ่งที่อยู่ในกล่องไม้ยาวเล่มใบ ในกล่องปรากฏ กระบี่ที่ใส่ด้ามฝักสีดำสนิท 1 เล่ม พร้อมกับกล่องเล็กๆ 1 ใบ โดยมีกระดาษ 2 ใบพับซ้อนกันอยู่บนกล่องเล็กใบนั้น อี้ฟงเทียนจึงเก็บกระดาษที่อยู่บนกล่องเล็กขึ้นมา พร้อมคลี่ออกทีละใบ เมื่อคลี่ออกก็เห็นข้อความในกระดาษ ทั้ง 2 แผ่น เป็ลายมือของบิดามารดาของตนเขียนไว้นั่นเอง อี้ฟงเทียน เปิดอ่านของบิดาเป็ใบแรก ใจความว่า ..” ลูกฟง ในกล่องใบนี้เมื่อเ้าเปิดได้แล้ว สิ่งของในนั้นจะมีกระบี่ 1 เล่มกับคัมภีร์ 1 เล่ม ซึ่ง 2 สิ่งนี้เป็ของตระกูลอี้ของเรา ตระกูลอี้ของพวกเราจริงๆแล้ว อยู่ที่เมืองหลิงซ่าน แคว้นเป่ยกวนซึ่งอยู่ใจกลางของโลกนี้ ตระกูลของเราตั้งรากฐานในเมืองนั้นมาเป็ร้อยๆปีมาแล้ว แต่ว่าไม่กี่ปีก่อนที่เ้าจะเกิด ภายในตระกูลกลับมีหนอนบ่อนไส้ในตระกูล สมคิดกับตระกูลใหญ่ ตระกูลหนึ่งที่มีอำนาจที่มากมายในแคว้นเป่ยกวน ทำให้คนของพวกเราในตระกูลที่อยู่ข้างพวกเราต้องโดนฆ่าล้าง ใน่เวลานั้นปู่ของเ้านามว่า อี้เฟิงเยี่ย เป็น้องของผู้นำกระกูลที่มีวรยุทธ์ที่แก่กล้าที่สุดในตระกูล ฝึกวิชาประจำตระกูลได้กล้าแข็งเหนือกว่าผู้นำตระกูลซึ่งเป็พี่ชายของเขาที่มีนามว่า อี้เฟิงจิว ซึ่งตัวผู้นำตระกูลผู้นี้มีนิสัยโหดร้ายและมีความทะเยอทะยานเป็ที่สุด และดื้อรั้นไม่เห็นหัวคนอื่นในตระกูล และเป็คนผู้นี้แหละเป็หนอนบ่อนไส้ทำลายตระกูลตัวเอง ฆ่าคนในตระกูลที่ไม่สนับสนุนตัวเอง โดยมีตระกูลใหญ่เป็ผู้อยู่เื้ั ส่งกำลังเสริมมาฆ่าคนของตระกูลของเราที่ไม่ยอมรับและสนับสนุนเ้าอี้เฟิงจิวผู้นั้น เมื่อปู่ของเ้ารู้ถึงแผนการของมันที่จะยึดครอบตระกูลไว้ จึงได้ต่อสู้กับเ้าอี้เฟิงจิว แต่ด้วยน้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ ปู่ของเ้าโดนทำร้ายาเ็สาหัสและโดนจับเอาไว้ ส่วนพ่อนั้นก็ได้เข้าร่วมต่อสู้กับเ้าพวกนั้นด้วยเหมือนกัน แต่พ่อก็โดนฝ่ามือของยอดฝืมือของตระกูลใหญ่ซัดจนาเ็ ปู่ของเ้าเห็นเข้าก็เลยบอกพ่อให้รีบหนีออกไปจากตระกูลให้เร็วที่สุด พร้อมกับบอกที่ซ่อนกระบี่กับคัมภีร์ฉบับสมบูรณ์ ที่มีแต่ปู่กับเ้าอี้เฟิงจิวรู้เท่านั้น ส่วนปู่ของเ้าก็เข้าห้ำหั่นกับพวกนั้นต่อไป พ่อของเ้าจึงจำใจหนีจากที่นั่นมา หลังจากที่พ่อหนีไปพร้อมกับกระบี่และคัมภีร์ของตระกูล ก็มียอดฝีมือตามมาเพื่อหวังจะกำจัดพ่อให้หายจากโลกนี้ แต่ด้วยชะตาของพ่อยังไม่ขาด จึงหนีมาเจอกับดักของผู้เฒ่าชราผู้หนึ่งที่ทำกับดักสัตว์ไว้ ซึ่งต่อมาก็คือพ่อของแม่เ้า เนี่ยหยงซุ่น ซึ่งผู้เฒ่าคนนี้เป็หมอยาที่มีฝีมือที่ช่วยรักษาพ่อของลูกให้หายจากอาการาเ็ ส่วนแม่ของเ้าก็ช่วยดูแลพ่อจนหายดี อยู่ด้วยกันจนเกิดความรัก แต่ก็อยู่ได้ไม่นานก็มียอดฝืมือที่เ้าอี้เฟิงจิวส่งมาฆ่าพ่ออีกครั้ง เพราะเ้าอี้เฟิงจิวรู้ว่ากระบี่คัมภีร์ของตระกูลได้หายไปแล้ว และมันยังได้รู้ว่าพ่อเป็คนเอาไปมันจึงออกตามหาพ่อเพื่อ 2 สิ่งนั้น พ่อและแม่ของเ้ารวมทั้งตาของเ้าจึงหนีขึ้นไปทางทิศเหนือ แต่ในระหว่างทางที่หนีไปในป่าท่านตาของเ้ากลับเสียชีวิตระหว่างทางด้วยโรคชรา จึงได้ฝังร่างท่านที่ในถ้ำแห่งนั้น พ่อได้ทำแผนที่ให้เ้าแล้วนะ หากได้ไปที่ป่านั้น ไปเคารพหลุมศพของตาเ้าด้วย พ่อกับแม่เ้าได้หนีจนมาถึงหมู่บ้านนี้ จึงหาที่ลับตาคนจึงได้ที่แห่งนี้ปลูกสร้างบ้านของเรา... ลูกฟงเ้าจงทำเอาไว้ให้ดี กระบี่และคัมภีร์ของตระกูลอี้ของเราเ้าจงรักษาเอาไว้ให้ดียิ่งกว่าชีวิต เมื่อเ้าฝึกฝนจนเชี่ยวชาญถึงระดับสูงสุดแล้ว ก็ให้ไปที่ตระกูลอี้ของเราเพื่อล้มเ้าอี้เฟิงจิว และรักษาตระกูลของเราให้คงอยู่ให้รุ่งเรืองสืบไป ลูกฟง..กระบี่และคัมภีร์ที่พ่อได้นำมานั้น มีชื่อเรียกว่า..
“กระบี่อัสนี และคัมภีร์เพลงกระบี่อัสนีทำลาย์ “
เมื่ออี้ฟงเทียนอ่านข้อความในกระดาษเสร็จแล้ว ก็ใจนร่างกายสั่นไปทั่วตัว แต่ด้วยจิตใจของอี้ฟงเทียนมีการพัฒนาขึ้นซึ่งจากการต่อสู้กับหมาป่าหางสีขาว ซักพักก็ควบคุมร่างกายให้กลับมาปกติเหมือนเดิม อี้ฟงเทียนวางกระดาษของบิดาที่เขียนไว้ และคลีกระดาษอีกใบเอามาอ่าน ลายมือในกระดาษนั้นเป็ลายมือของมารดาที่ตนรัก มีเนื้อหาดังนี้...” ฟงเออร์ที่น่ารักของแม่ หากเมื่อใดที่เ้าได้อ่านกระดาษใบนี้แล้ว จากนี้ไปเ้าอาจจะต้องอยู่ลำพังด้วยตัวเองโดยที่ไม่มีพ่อกับแม่แล้ว สาเหตุที่แม่พูดแบบนี้ เ้าคงอ่านจากกระดาษของพ่อเ้าแล้วใช่หรือไม่ อย่ากลัวไปเลยลูกรัก ไม่ว่าเ้าจะอยู่แห่งหนใด พ่อกับแม่ยังอยู่กับลูกเสมอ แม่ไม่มีทรัยพ์สินเงินทองให้เ้า แต่แม่มีตำราที่ตระกูลเล็กๆของแม่เก็บรักษาเอาไว้อย่างดี เป็ตำราที่ตาของเ้าได้มาจากที่ไปหาสมุนไพรในป่าลึกที่แคว้นเป่ยกวน ตำรานั้นมีชื่อว่า “ ตำราดาราหลอมจิตใจ” ซึ่งเป็ตำราที่ช่วยหลอมจิตใจให้ผู้ฝีกวรยุทธ์ฝึกฝนวิชายุทธ์ต่างๆได้รวดเร็วยิ่งขึ้นหลายเท่าตัว ท่านตากับแม่ก็ไม่สามารถเรียนรู้ได้ แม้แต่พ่อของเ้ายังเรียนรู้ได้ไม่แตกฉาน เพราะอายุมากเกินที่จะเรียนตำรานี้แล้ว แม่ได้ศึกษาตำรานี้ไว้แล้ว อายุที่เหมาะสมที่จะเรียนรู้คืออายุั้แ่ 8 ขวบ ถึง 25 ปี จึงเป็อายุที่เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะเรียนรู้เคล็ดวิชานี้ได้ดีที่สุด ... ลูกฟงของแม่ แม่มีแต่สิ่งนี้ที่เป็ของขวัญให้เ้า โปรดรักษาเอาไว้ให้ดีด้วยนะลูก สุดท้ายนี้จงอยู่ในโลกใบนี้เพื่อตัวเองและคนที่ลูกรักนะลูกฟง .....รักลูกจากเนี่ยซิว