ตู้ม....
เสียงะเิดังสนั่นบ้านจ้าวห่าวหลินสะดุ้งตื่นจากเตียงรีบวิ่งทั้งเท้าเปล่าออกจากห้องนอนไปตามเสียงครัวลอดฟุ้งทั่วห้องครัว เขารีบวิ่งไปทางห้องครัวทันทีเพื่อตรวจสอบว่าเกิดอะไรขึ้น
เขามองผ่านม่านควันเข้าไปด้วยความร้อนใจก่อนจะพบกับหลี่เจี่ยหลิงที่หลบอยู่อีกมุมหนึ่งของห้องเขารีบวิ่งเข้าไปหานางโดยไม่สนใจว่าจะมีเศษกระเบื้องเศษไหแตกอยู่หรือไม่
หมับ...จ้าวห่าวหลินคว้าข้อแขนหญิงสาวหมุนตัวมาหาเขา
“เกิดอะไรขึ้นเ้าได้รับาเ็หรือไม่?” แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความกังวลเป็ห่วงแต่หลี่เจี่ยหลิงกลับมองไปยัง....น่าจะเคยเป็หม้ออะไรสักอย่างแทนดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธ จนจ้าวห่าวหลินต้องมองตาม
“เสี่ยวหลินท่านหมอ ชุนเชียง” เฉินเหลียงวิ่งพุ่งตัวเข้ามาภายในบ้านอย่างรวดเร็ว พอเห็นสภาพห้องครัวเขาก็ขมวดคิ้ว“ูเาถล่มอย่างนั้นหรือ?”
ชุนเชียงกลั้นขำไม่อยู่หัวเราะพรืดออกมาทำให้ทุกคนหันไปมองนาง นางอยู่นอกห้องครัวแอบหลบอยู่มุมหนึ่ง
“ไม่มีูเาลูกไหนถล่มหรอกเ้าค่ะสิ่งเดียวที่ฮูหยินข้าถล่มก็คือหม้อต้มโจ๊กกับห้องครัวนี่เท่านั้นแหละเ้าค่ะ”
หม้อต้มโจ๊ก?
มีอยู่ในห้องนี้ด้วยเหรอ?
เฉินเหลียงกระแอมมองไปทางจ้าวห่าวหลินแทนเพื่อไม่ให้หลี่เจี่ยหลิงรู้สึกขัดเขินนัก“เสี่ยวหลิน หากไม่มีอะไรแล้วเช่นนั้นข้าก็ขอตัวก่อน เอ่อ...เดี๋ยวข้าค่อยกลับมาช่วยเ้าซ่อมห้องครัวยามซื่อก็แล้วกัน”
“เดินระวังด้วยขอรับพี่ใหญ่”
จ้าวห่าวหลินหันกลับมามองซากห้องครัวตัวเองรู้สึกหัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้ ยิ้มแห้ง “ข้าว่าแบบนี้ก็ดี”
“แบบนี้ก็ดี?”หลี่เจี่ยหลิงทวนคำเสียงสูง อย่างไรที่บอกว่าก็ดีเ้าบอกมาสิ
จ้าวห่าวหลินยิ้มชี้นิ้วไปมา“ห้องครัวเดิมเก่ามากแล้ว เตาก็เล็กใช้ไม่ค่อยถนัดหน้าต่างบานเล็กระบายอากาศไม่ค่อยดี พื้นที่แคบเก็บของได้ไม่เยอะข้าเองก็คิดจะขยายห้องครัวพอดี ...คนที่รู้ใจข้าคือฮูหยินจริง ๆ”
หลี่เจี่ยหลิงมองเขาแล้วก็หัวเราะนางรู้ว่าเขาแค่หาเหตุผลมาพูดเพื่อไม่ให้นางรู้สึกขัดเขินกับการพังห้องครัวตัวเองแต่คำพูดแก้ตัวแทนของเขาก็ทำให้นางรู้สึกอารมณ์ดีไม่น้อย
หลังเกิดเื่นางตัดสินใจที่จะพักอยู่บ้านสักพักใหญ่จนกว่าชายหนุ่มจะอาการดีขึ้นอีกทั้งจะได้มีเวลาวิเคราะห์พิษในร่างของเขามากขึ้นเพื่อหาส่วนผสมที่ยังขาดอยู่ของตัวยาถอนพิษ
พิษเหมันต์กัดกร่อนหทัยเป็พิษที่อาจารย์คิดค้นตัวตำราก็ถูกขโมยหายไปไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วตัวยาพิษมีส่วนผสมอะไรบ้างนางได้แต่วิเคราะห์จากเศษกระดาษที่เหลืออยู่บางส่วนและอาการของชายหนุ่มเท่านั้น
แต่ที่แน่ๆ ก็มีพิษหนักอย่างน้อยสองตัวและเป็พิษร้ายแรงทั้งคู่ อีกทั้งพิษนี้ยังอยู่กับชายหนุ่มมานานหลายปีจนแทบจะหลอมเข้ากับร่างของเขาหากวิธีการถอนพิษมีการผิดพลาดแม้แต่เล็กน้อยก็อาจจะทำให้เกิดผลข้างเคียงที่ยากจะคาดเดาได้
ตอนแรกนางก็แค่้าใช้ประโยชน์จากตัวตนเขาหวังใช้อำนาจของเขาและให้เขามอบทายาทหน้าตาดีสักคน
แต่ตอนนี้เขาไม่เพียงเป็คนไข้เป็สามีของนางแต่ยังเป็เบาะแสที่จะนำทางไปหาตำรามหาพิษของอาจารย์ที่หายไปอีกด้วย...เพราะอย่างนั้นไม่ว่าอย่างไรนางก็ต้องช่วยเขาถอนพิษร้ายนี้ให้ได้ด้วยทุกอย่างที่มี
“วันหลังหน้าที่ในห้องครัวให้ข้าจัดการ” พูดจบชายหนุ่มก็หมุนตัวกลับไปห้องนอนหลี่เจี่ยหลิงจึงเพิ่งสังเกตเห็นเท้าเปล่าของเขา
ชุนเชียงเม้มปากมองสลับไปมาระหว่างทั้งสองคนขยับตัวทีละนิดเข้าไปเบียดหลี่เจี่ยหลิงจนนางรู้ตัวตัวหันกลับมามอง
“ท่านเขยนี่ร้ายไม่เบาเลยนะ”
“หือ?”ยายคนนี้เมาขี้ตาอีกแล้วหรือไง? พูดอะไรแต่เช้า
“แหม่ก็ตอนเกิดเื่ท่านเขยของข้ารีบวิ่งตรงมาหาเ้าก่อน”ชุนเชียงจับหลี่เจี่ยหลิงหันหน้าหาตัวเองเลียนแบบท่าทางจ้าวห่าวหลิน“าเ็หรือไม่”
หลี่เจี่ยหลิงสะบัดตัวปัดชุนเชียงออกไปด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
มองไปทางชายหนุ่มที่เพิ่งจากไปปกติจ้าวห่าวหลินมักจะเป็คนนิ่งเงียบไม่ค่อยพูดนัก อีกทั้งยังวางมาดเข้าถึงได้ยากแต่บางทีอาจจะเป็เพราะนางกับเขาแทบไม่เคยใช้เวลาร่วมกันเลยทำให้นางคิดเช่นนั้นก็ได้
ไม่ใช่ว่าเมื่อวานตานั่นพยายามหยอกเย้าข้าหรอกหรือ
นึกถึงเื่เมื่อวานหลี่เจี่ยหลิงก็ยิ้มกว้างกว่าเดิมจนชุนเชียงต้องกระแทกไหล่หยอกเย้านาง
“คิดถึงท่านเขยอยู่ใช่ไหม?”
“ว่างมากก็ทำความสะอาดที่นี่เสีย”พูดจบก็เดินบิดตัวไปตักน้ำจากโอ่งหลังบ้านใส่อ่างมีเสียงหยอกเย้าตามหลังของชุนเชียงแว่วให้ได้ยินนางไม่สนใจตักน้ำจนเต็มอ่างแล้วจึงยกเดินไปทางห้องนอนของตัวเอง
ชุนเชียงมองตามคนปากแข็งแล้วหัวเราะคิกคักก่อนจะหันกลับมามองสภาพอดีตห้องครัว ถอนหายใจหนักฝีมือการเข้าครัวของหลิงเอ๋อร์รู้สึกว่านับวันยิ่งน่ากลัวกว่าเดิม
นางไม่เข้าใจจริงๆ คนฉลาดที่สามารถปรุงยาที่ซับซ้อนขนาดนั้นได้ เหตุใดต้มโจ๊กง่าย ๆที่แม้แต่เด็กน้อยก็ทำเป็ไม่ได้กันนะ
หลี่เจี่ยหลิงเข้ามาในห้องเห็นชายหนุ่มกำลังจะสวมชุดตัวนอกก็หยุดเขาไว้ก่อน“นั่งตรงนี้ ข้าจะเช็ดตัวและทำแผลให้เ้าใหม่ก่อน”
“ข้าทำเอง”แม้จะพูดเช่นนั้นแต่ชายหนุ่มก็วางชุดในมือลงอย่างเชื่อฟังแล้วกลับไปนั่งบนเตียงเตา
“ข้าเห็นเ้าหมดแล้ว...ทุกซอกทุกมุม”หลี่เจี่ยหลิงทำหน้าตาได้ใจจนน่าหมั่นไส้
“ข้าคงไม่เป็เหมือนหม้อต้มโจ๊กใช่ไหม?”
“ข้าว่าตอนเ้าไม่พูดดูดีกว่านั่งเฉย ๆ ทำหน้าหล่อก็พอ”
จ้าวห่าวหลินหัวเราะกับความตรงไปตรงมาของหญิงสาวยอมนั่งนิ่งให้หญิงสาวปลดชุด ไม่มีท่าทางขัดเขินเหมือนยามปกติทำให้หลี่เจี่ยหลิงมองเขาด้วยความแปลกใจ
“ทำไมหรือว่าตอนนี้สภาพข้าน่าเกลียดจนเ้าไม่อยากมีทายาทกับข้าแล้วอย่างนั้นหรือ?”จ้าวห่าวหลินเอ่ยหยอกเย้าเสียงขบขัน
“อย่าได้เปลื้องผ้าต่อหน้าสาวคนอื่นเชียวเ้าดูดีเกินไป” หลี่เจี่ยหลิงพลิกหันหลังชายหนุ่มเพื่อเช็ดแผ่นหลังให้เขา “เ้าดูดีเช่นนี้พ่อกับแม่ของเ้าคงหน้าตาดีเช่นกันใช่หรือไม่?”
จ้าวห่าวหลินนิ่งไปสักพักหลังได้ยินคำถามหลี่เจี่ยหลิง
“ข้าจากบ้านมานานเกินกว่าจะจำใบหน้าพวกเขาได้แล้ว”น้ำเสียงของชายหนุ่มยามเอ่ยถึงไม่มีความเศร้าคะนึงหามันเป็ความเฉยชาจนทำให้หลี่เจี่ยหลิงรู้สึกอึดอัดใจขึ้นมาแทน
“ข้าเองก็ไม่รู้ว่าครอบครัวข้าเป็ใคร?”
นี่นับเป็ครั้งแรกที่พวกเขาพูดเื่ราวของตัวเองให้ฟังจ้าวห่าวหลินชะงักไปครู่หนึ่งไม่รู้จะพูดอะไรต่อ
“หากว่าเ้า...มีทายาทแล้วเ้าจะไปจากข้าหรือไม่?”
ครั้งหนึ่งหลี่เจี่ยหลิงเคยถามชายหนุ่มเช่นนี้และเขาก็สัญญาว่าจะไม่ไปจากนางเขาจึงอยากรู้ว่านางจะตอบเขาเช่นไร
“เ้าบอกว่าข้าเป็ฮูหยินเพียงคนเดียวของเ้า?หรือว่าเป็เพียงถ้อยคำหยอกเย้าข้า”
คิ้วจ้าวห่าวหลินขมวดเล็กน้อยนางช่างเข้าใจคิด
หากไม่พูดถึงเื่บุญคุณหรือข้อตกลงเขาก็คิดว่าหลี่เจี่ยหลิงคนนี้น่าสนใจไม่น้อยในแง่ของผู้หญิงคนหนึ่ง
การที่ต้องนอนร่วมเตียงเคียงหมอนร่วมกับสาวงามทุกคืนเช่นนี้คิดว่าจะมีชายคนใดสามารถหักห้ามใจไม่หวั่นไหวได้บ้างอีกทั้งเขายังรู้สึกว่าเขาไม่ได้รังเกียจกับการที่ถูกนางหยอกเย้าชิดใกล้
แตกต่างกับยามที่หญิงสาวคนอื่นพยายามเข้าหาเขา
นอกจากนี้นางช่างแตกต่างกับเขานางเหมือนนกที่มีอิสระบนฟ้ากว้าง ไร้กฎเกณฑ์ผูกมัดเหินทะยานท่องไปทั่วใต้หล้าแตกต่างกับเขาที่ถูกกักขังอยู่ในกรงที่เรียกว่าความแค้น
“เจี่ยหลิง...หากเ้ารู้จักข้า” เขาเงียบไปเล็กน้อย แผ่นหลังของเขาช่างดูอ้างว้างยิ่งนัก"เ้าจะทิ้งข้าไปหรือไม่?”
หลี่เจี่ยหลิงมองแผ่นหลังของชายหนุ่มนางยอมรับว่าตอนนี้นางเคยชินกับการที่กลับบ้านมาแล้ว มีเขาอยู่ที่นี่
นางจับชายหนุ่มหมุนตัวมาเผชิญหน้ากับตัวเอง“ทำไมข้าจะต้องทิ้งเ้าด้วย หรือแท้จริงเ้ามีฮูหยินและลูกน้อยรออยู่ที่เรือน”
จ้าวห่าวหลินกระตุกยิ้มหยอกเย้า“แล้วหากข้ามีฮูหยิน เ้าจะทำอย่างไร?”
หลี่เจี่ยหลิงผลักจ้าวห่าวหลินล้มลงนอนบนเตียงะโขึ้นไปคร่อมอยู่บนตัวเขา โน้มตัวลงไปหาเขาจนััได้ถึงลมหายใจกันและกัน
“ข้าจะบังคับให้เ้าหย่ากับนางข้าขอบอกไว้ก่อน เ้าเป็ของข้าและเป็ของข้าผู้เดียว”
“ฮูหยินโปรดใจเย็นข้ากำลังาเ็”
หลี่เจี่ยหลิงหัวเราะล้มตัวนอนลงข้างเขาแทนยกขาข้างหนึ่งพาดบนตัวชายหนุ่มและใช้มือบางสาละวนลูบไล้แผงอกเปลือยเปล่าชายหนุ่มเล่นทำให้จ้าวห่าวหลินต้องตั้งสมาธิสะกดอารมณ์ตัวเองอย่างสูง
“เ้าว่าลูกสาวของพวกเราจะหน้าตาเหมือนเ้าหรือเหมือนข้า”
อยากรู้นักว่ารู้ได้อย่างไรว่าลูกคนแรกจะเป็ลูกสาวอย่างที่นาง้า
จ้าวห่าวหลินเอียงคอไปมองหลี่เจี่ยหลิง“ข้าว่าไม่ต่างกันนัก” หน้าตาพวกเราสองคนดีทั้งคู่หากลูกขี้เหร่ก็แปลก
“เ้าคนไร้ยางอาย”
จ้าวห่าวหลินหลุบสายตามองไปที่ขาของหญิงสาวเป็เชิงบอกว่าใครกันที่ไร้ยางอายก่อนจะพูดเตือน “เ้าอย่าได้ทำเช่นนี้กับชายอื่นเด็ดขาด”
“หืม?ข้าทำให้เ้ากินน้ำส้มสายชูได้แล้วหรือ?” นิ้วเรียวไล้ใบหน้าชายหนุ่มเล่น
“ข้ากลัวชายผู้นั้นจะหวาดกลัวเสียจนรีบวิ่งหนีไม่ทัน”จ้าวห่าวหลินดันตัวลุกขึ้น “ลุกได้แล้ว ไม่ใช่ว่าเ้าบอกจะทำแผลให้ข้าหรอกหรือ”
หลี่เจี่ยหลิงกระชับกอดคอชายหนุ่มงัวเงีย“นอนต่อไม่ได้หรือ?”
“ลุก!”จ้าวห่าวหลินรีบสะบัดตัวลุกขึ้นก่อนที่จะควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ หลี่เจี่ยหลิงจำใจลุกขึ้นนั่งทำแผลให้ชายหนุ่มอย่างช่วยไม่ได้
หลังจากทำแผลและช่วยชายหนุ่มแต่งตัวออกจากห้องแล้วพวกเขาเห็นชุนเชียงกับเฉินเหลียงกำลังขนหินดินเหนียวและไม้มาจากูเาด้านหลังผ่านทางรูขนาดใหญ่ในห้องครัว
“บางทีเราควรจะสร้างห้องครัวอีกห้องให้เ้าข้างนอกบ้านอืม...แบบมีแค่เตาไม่มีผนังดีที่สุด” เพราะหากพังจะได้พังแค่เตา สร้างใหม่ไม่นาน
พูดจบก็เดินจากไปอย่างไร้เยื่อใยหลี่เจี่ยหลิงจึงได้รู้ว่าแท้จริงแล้วชายหนุ่มก็มีมุมกวนประสาทไม่น้อยเช่นกัน
เพราะตอนนี้ร่างกายของจ้าวห่าวหลินกำลังพักฟื้นหลี่เจี่ยหลิงไม่อนุญาตให้ทำงานทุกอย่าง ไม่ต้องพูดถึงการไปช่วยทำห้องครัวใหม่
หลี่เจี่ยหลิงกับจ้าวห่าวหลินนั่งอยู่ด้วยกันในห้องโถงกลางเขามองนางคัดแยกสมุนไพรที่เอาออกมาจากแหวนมิติ และบางครั้งก็นำสมุนไพรมาปรุงแม้ตอนแรกจะเพลินดีแต่พอมองไปนาน ๆ ก็ทำให้เขารู้สึกเบื่อจนเลิกสนใจ
จ้าวห่าวหลินนั่งอยู่บนเตียงเตามีโต๊ะไม้ตัวหนึ่งวางตรงหน้าและสมบัติทั้งสี่ของห้องหนังสือที่หลี่เจี่ยหลิงซื้อมาฝากวางไว้บนโต๊ะ
ชาติก่อนในโลกอนาคตนิยายเป็ที่แพร่หลายและมีหลากหลายให้เลือกอ่าน ตอนว่าง ๆเขามักจะเข้าไปอ่านนิยายออนไลน์เป็ประจำโดยเฉพาะนิยายจีนโบราณเพราะเขาอยากรู้ว่าคนในโลกอนาคตจะมองโลกแห่งนี้อย่างไรบ้างมันทำให้เขาสนุกดีเหมือนกัน
อย่างเช่นนางเอกที่ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของเมียใครบางคนและอยู่กินกับสามีต่อได้อย่างรักใคร่สำหรับเขามันค่อนข้างหน้าแปลก หากคิดว่าเขาต้องทะลุมาเป็สามีใครสักคนก็คงไม่เท่าไรแต่หากทะลุมาแล้วกลายเป็ภรรยาของใคร
อืม... อย่างน้อยก็โชคดีที่ข้าเป็คนของโลกนี้อยู่แล้วสินะ
หรือบางเื่ที่นางเอกบุกเบิกกิจการในโลกแห่งนี้ด้วยการขายเต้าหู้จนร่ำรวยก็น่าสนใจดีส่วนใหญ่ก็จะเป็ทำสวน ค้าขาย หรืออย่างเช่น ‘สี่สุดยอดวรรณกรรมของจีน’ ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน
บางเื่จะให้ตัวหลักเขียน‘หนึ่งในสี่สุดยอดวรรณกรรม’ เพื่อหารายได้และสร้างชื่อให้กับตัวเองก็มีเหมือนกัน
หากจำไม่ผิดไม่ใช่ว่าที่นี่เองก็มี‘นิยายปกขาว’ ที่เหล่าคุณหนูในห้องหอชื่นชอบอ่านยามว่างหรอกหรือนิยายปกขาวจะเน้นไปที่ความรักของหนุ่มสาวเป็ส่วนใหญ่จึงดึงดูดเหล่าสตรีได้เป็อย่างดี
ชาติก่อนมีนิยายอยู่เื่หนึ่งเกี่ยวกับการเมืองความรักและการแก้แค้น เป็นิยายที่คล้ายคลึงกับชีวิตของเขาบางส่วนทำให้เขาชอบมากมีด้วยกันทั้งหมดสิบสองเล่มเขาจำได้ว่าตัวเองอ่านซ้ำไปมาหลายรอบจนจำเนื้อเื่ได้เป็อย่างดี
เสียงฝนหมึกดังขึ้นเรียกความสนใจของหลี่เจี่ยหลิงให้หันไปมองเห็นชายหนุ่มกำลังฝนหมึกอย่างตั้งใจ ท่าทางของเขาช่างดึงดูดผู้คนยิ่งนักช่างเป็ชายหนุ่มที่ล่อผึ้งเรียกผีเสื้อ[1]ยิ่งนัก
ไม่รู้ว่าชายหนุ่มใช้ใบหน้านั่นไปหลอกล่อให้เหล่าแม่นางน้อยจนพวกนางร้องไห้มามากน้อยเพียงใดแล้วกันนะ
เอาเถอะ....ไม่ใช่ว่าสุดท้ายก็กลายเป็ของนางหรอกหรือ
จ้าวห่าวหลินใช้พู่กันจุ่มหมึกและเริ่มเขียนอย่างตั้งใจเรียบเรียงเื่ราวที่อยู่ในความทรงจำออกมาเป็ตัวอักษรลวดลายพู่กันดังเมฆาลอยล่อง สายธารไหลริน งดงามดุดันและน่าเกรงขาม
ผ่านไปสักพักตัวอักษรก็เต็มหน้ากระดาษชายหนุ่มไม่รอช้าใช้กระดาษแผ่นใหม่ขึ้นมาเขียนต่อทันทีอย่างลื่นไหล
หลี่เจี่ยหลิงเริ่มรู้สึกสนใจแล้วว่าชายหนุ่มกำลังเขียนสิ่งใดเลยลุกขึ้นไปดูมองเห็นตัวอักษรที่งดงามอย่างมาก
ตัวอักษรบ่งบอกนิสัยตัวอักษรของจ้าวห่าวหลินมีความหนักแน่นดุดันในขณะเดียวกันก็มีความพลิ้วแสดงให้เห็นถึงการปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ได้เป็อย่างดี
ด้วยความสงสัยหลี่เจี่ยหลิงไม่ได้รบกวนเวลาของจ้าวห่าวหลิน นางเพียงแค่หยิบกระดาษที่เขียนเสร็จแล้วมาอ่านพอได้อ่านนางก็รู้สึกว่าเื่ราวในกระดาษช่างน่าสนใจอย่างยิ่งนางไม่เคยได้ยินเื่ราวเช่นนี้มาก่อน
พออ่านไปหนึ่งแผ่นก็เริ่มอ่านอีกแผ่นพอรู้ตัวอีกทีนางก็นั่งอยู่ด้านข้างคอยจ้องตัวอักษรที่ชายหนุ่มเขียนทีละตัวอย่างตั้งใจเสียแล้ว
“อืม”เสียงคำรามในลำคอดังขึ้น แต่ไม่มีใครหันไปสนใจ
เฉินเหลียงเกาหัวมองคู่สามีภรรยาคลอเคลียกันก็รู้สึกกระอักกระอ่วนที่จะเข้าไปจะเดินหน้าก็ไม่ได้จะเดินถอยหลังก็ไม่ดี เฮ้อ...เป็ข้าก็ลำบากไม่น้อย
“พี่เฉิน”ชุนเชียงที่ตามหลังมามองเขาอย่างมึนงงว่าเหตุใดเขาถึงได้ค้างอยู่ที่ประตูทางเข้าบ้านกันพอหันไปเห็นเ้านายทั้งสองกำลังคลอเคลียก็ยิ้มแย้มอารมณ์ดีขึ้นมาทันที
“ฮูหยินนายท่าน ได้เวลามื้อกลางวันแล้วเ้าค่ะ” ชุนเชียงเดินเข้าไปเรียกทั้งสองใกล้ ๆ
จ้าวห่าวหลินชะงักมือที่กำลังเขียนถึงได้รู้ว่าหลี่เจี่ยหลิงมานั่งข้างเขาั้แ่ตอนไหนก็ไม่รู้หลี่เจี่ยหลิงมีสีหน้าเสียดาย นางกำลังอยากรู้เลยว่าเื่ราวจะเป็อย่างไรต่อไป
จ้าวห่าวหลินเห็นสีหน้าของนางก็หัวเราะ“ไปกินข้าว”
หลี่เจี่ยหลิงถอนหายใจ“ข้าไม่เคยได้ยินเื่ราวเช่นนี้มาก่อน เ้าไปฟังมาจากไหน?”
จ้าวห่าวหลินยิ้ม“ไปกินข้าวได้แล้ว” เขาดันตัวหญิงสาวลงจากเตียงเตา
ทั้งสองบ้านกินข้าวด้วยกันที่ลานด้านนอกวันนี้เฉินเหลียงอยู่ช่วยทำห้องครัวใหม่จึงไม่ได้ไปล่าสัตว์แต่บนโต๊ะมีอาหารที่ทำจากหมูสามชั้นวางไว้
ตอนที่ไปซื้อของทำหม้อไฟคราวก่อนชุนเชียงเห็นเนื้อชนิดไหนก็พุ่งไปหาทั้งหมดในแหวนมิติของหลี่เจี่ยหลิงจึงเรียกได้ว่าอุดมสมบูรณ์มีผักมีเนื้อหลากหลายให้กินได้เป็เดือนทีเดียว
“เื่ที่เ้าเขียนชื่อว่าอะไร”หลี่เจี่ยหลิงยังคงติดใจเื่ราวในกระดาษ
“ความรักของท่านอ๋องกับหมอสาว”พูดถึงตอนนี้เขาก็ยิ้มอย่างมีเลศนัย “เ้าชอบก็ดีข้าตั้งใจจะเขียนเอาไว้อ่านเล่นเสียหน่อย”
หลินซื่อมองจ้าวห่าวหลินอย่างสนใจนางไม่เคยเจอท่านอ๋องแต่รู้ว่าท่านอ๋องนั้นเป็เชื้อพระวงศ์สูงศักดิ์คนเช่นนั้นจะรักกับหมอสาวชาวบ้านได้หรือ? หรือท่านอ๋องจะรับนางเป็อนุ
“ข้าไม่เห็นเคยได้ยินว่ามีท่านอ๋องคนไหนรักกับหมอสาวเลยนี่เ้าคะ?”ชุนเชียงทำหน้าสงสัย หรือจะเป็แคว้นอื่นที่นางไม่รู้จัก
จ้าวห่าวหลินมองหลี่เจี่ยหลิงก่อนจะเบือนหน้าหนี“ข้าแค่คิดขึ้นมาเล่น ๆ เลยเขียนมันออกมา จะได้ฝึกคัดอักษรไปด้วยข้าไม่ได้เขียนอักษรมานานรู้สึกฝืดเคืองไปบ้าง”
หลี่เจี่ยหลิงมองเขาแบบ‘ถ่อมตัวบ้างก็ได้พ่อหนุ่มเห็นกันอยู่ว่าตัวอักษรของเ้างดงามยิ่งนัก’
เฉินเหลียงไม่เข้าใจเื่ตัวอักษรแน่นอนว่าเขาไม่เคยร่ำเรียนย่อมไม่รู้ตัวอักษรแม้แต่ตัวเดียวจึงไม่เข้าใจว่าพวกหลี่เจี่ยหลิงพูดอะไรกัน
เขากัดหมูสามชั้นเข้าปากแม้ว่าบ้านพวกเขาจะล่าสัตว์อยู่ตลอด แต่ก็ใช่ว่าจะจับได้ทุกวันและสัตว์ที่จับได้ส่วนใหญ่ก็นำไปขายไม่ได้เก็บไว้กินนักไม่นึกเลยว่าจะได้กินหมูสามชั้นมันเยิ้มเช่นนี้ตอนยามอู่ ช่างสุขสำราญยิ่งนัก
“เฮ้อ....หมูนี้อร่อยเหลือเกิน หากมีเหล้าดี ๆ สักไหคงจะดีไม่น้อย”
จ้าวห่าวหลินรู้สึกสนใจอีกไม่นานก็จะถึง่เทศกาลฉงหยางแล้วหากได้ดื่มสาโทกับเนื้อย่างคงจะดีไม่น้อยจริง ๆ
เมื่อก่อนคุณตาของเขาชอบหมักเหล้าสาโทกินเองบ่อยๆ นาน ๆ วันก็คิดค้นสูตรใหม่ ๆ ทดลองผสมนู่นใส่อันนี้ลงไป มีหลายตัวที่ใช้ได้อีกหลายตัวที่ต้องทิ้ง
“พี่ใหญ่เช่นนั้นข้าจะหมักสาโทสมุนไพรให้ท่านสักไหดีหรือไม่?”
“เสี่ยวหลินมีแค่เ้าที่รู้ใจข้า”
ชุนเชียงกลืนน้ำลายเฮือกนางไม่รู้ว่าสาโทคือสิ่งใดแต่ในเมื่อท่านเขยทำเองย่อมต้องเป็ของอร่อยเป็แน่
หลี่เจี่ยหลิงก็เป็นักดื่มคนหนึ่งเหมือนกันพอได้ยินว่าชายหนุ่มจะหมักเหล้าแบบใหม่ก็รู้สึกสนใจอาจารย์ของนางเมื่อก่อนเคยเล่าเื่เหล้าแปลก ๆ หลายอย่างให้นางฟังแต่เพราะอาจารย์หมักเหล้าไม่เป็จึงทำให้ไม่เคยได้ลิ้มรส
สาโทเป็อย่างไรกันนะ?
------------------------------------
[1] ล่อผึ้งเรียกผีเสื้อ หมายถึงมีเสน่ห์ดึงดูดผู้คนให้เข้ามาสนใจ