โดดเดี่ยวใต้ทะเล 1000 เมตร

    ตอนที่ 36 ไม่ผ่าน!

    กฎระเบียบของสถานศึกษานั้นค่อนข้างเคร่งครัดและทุกคนจะต้องปฏิบัติตาม หากใครก็ตามต่อให้มีสถานะเป็นราชาเมื่อทำผิดกฎก็จะได้รับบทลงโทษ ซึ่งโทษที่หนักที่สุดก็คือการถูกไล่ออกจากสถานศึกษา

    อลิสได้สงบจิตใจอย่างรวดเร็ว ลบความโกรธของตัวเองเมื่อครู่จนหมดสิ้น ซึ่งแม้แต่เซนเองก็ยังต้องรู้สึกชื่นชมเมื่อเห็นการวางตัวและอารมณ์ของเธอได้เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ มันทำให้เซนตระหนักว่าชนชั้นสูงที่แท้จริงนั้นควรจะเป็นแบบเธอ

    “การทดสอบในสนามนี้นั้นไม่ได้ซับซ้อนอะไรมาก และใช้เวลาไม่นาน เจ้าต้องการเริ่มมันเลยไหม?”

    เซนพยักหน้ายืนยันเพื่อรับการทดสอบ ในขณะเดียวกันรินนี่ซึ่งเป็นเลขาของอลิสก็ได้แจ้งรายละเอียดและวิธีผ่านการทดสอบ

    “การทดสอบแรกนั้นคือการหลบหลีกเวทมนตร์ ซึ่งคือเวทมนตร์เพียงบทเดียวของท่านอลิส ขอให้เจ้าเตรียมตัวให้พร้อมด้วย”

    เมื่อรินนี่กล่าวจบบรรยากาศรอบๆ ภายในตัวอาคารก็ได้เปลี่ยนไปในทันที มันกลายเป็นบรรยากาศที่เซนรู้สึกถึงอันตรายรอบตัวอย่างไม่สามารถอธิบาย

    “ดาวตกสวรรค์!”

    อลิสโบกมือพร้อมกับกล่าวคำพูดออกมาด้วยท่าทางสบายๆ ก่อนที่จะเกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรง

    “ปัง!”

    หลังคาที่ห่อหุ้มตัวอาคารถูกบางอย่างที่เป็นแสงสีทองตกลงมาจากท้องฟ้าพังมันในพริบตา เมื่อหลังคาของตัวอาคารได้หลุดออกมันก็เผยให้เห็นท้องฟ้าซึ่งตอนนี้เป็นดั่งหายนะ ดาวตกสีทองนับพันๆ ดวงกำลังพุ่งลงมาบริเวณตัวอาคาร ซึ่งแน่นอนว่าหากเป็นคนอื่นจะต้องกลัวจนเยี่ยวราดแน่นอน แม้แต่เซนยังรู้สึกแคลงใจกับการทดสอบนี้

    “การทดสอบดูเหมือนจะยากเกินไปจริงๆ”

    เซนกล่าวขึ้นมาเบาๆ ในขณะเดียวกันนั้นอลิสก็ได้กล่าวเตือนเซนด้วยสีหน้ากังวลว่า

    “หากเจ้าต้องการยอมแพ้หรือยกเลิกการทดสอบของให้เจ้ากล่าวออกมาทันที ข้าจะหยุดเวทมนตร์บทนี้ลง”

    “เงื่อนไขการผ่านบททดสอบก็คือห้ามให้เวทมนตร์ของข้าสัมผัสโดยร่างกายเจ้าเป็นเวลาหนึ่งนาที!”

    เมื่ออลิสกล่าวจบดาวตกสีทองอร่ามก็พุ่งลงมาใส่พื้นที่ที่เซนยืนอยู่ทันที

    “ตูม!”

    เซนนั้นสามารถหลบมันได้อย่างง่ายดาย อย่างไรก็ตามดาวตกลูกอื่นก็ได้พุ่งมาอีก พร้อมกับระเบิดพื้นที่โดยรอบเป็นหลุม และทำลายตัวอาคารทดสอบไปในทันที

    เมื่ออาคารทดสอบได้พังลงอลิสและรินนี่ก็ได้บินออกมาจากซากปรักหักพังโดยไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนใดๆ เมื่อเห็นสภาพ การพังทลายของสนามทดสอบสีหน้าของอลิสก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลยแม้แต่น้อย

    “ดูเหมือนเขาจะเลือกที่จะไม่ยอมแพ้และถูกซากเหล่านั้นทับ หวังว่าเขาคงไม่เป็นอะไรหรอกนะ…”

    อลิสก่อนขึ้น ในขณะเดียวกันรินนี่ที่อยู่ข้างๆ เธอก็ได้กล่าวตอบบางอย่าง

    “ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะท่านอลิส แม้ว่าเวทมนตร์ของท่านจะมีความรุนแรงแต่มันยังใช้พลังไม่ถึงหนึ่งในสิบของความสามารถที่แท้จริงของท่านด้วยซ้ำ ข้าคิดว่าด้วยเวทมนตร์ระดับนี้ยังไม่สามารถสังหารผู้เข้าทดสอบได้”

    “ผู้เข้าทดสอบอยู่ในระดับไหน?”

    อลิสถามขึ้นอีกครั้ง ในขณะเดียวกันดวงตาของรินนี่ก็ทอประกายแสงอันแปลกประหลาด ก่อนที่เธอจะกล่าวตอบอีกฝ่ายว่า

    “เพียงระดับหกเจ้าค่ะ….”

    อลิสเมื่อได้ยินดังนั้นก็ดูเหมือนจะตกใจ อย่างไรก็ตามเธอก็ได้กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็วพร้อมกับกล่าว

    “ถึงแม้จะอยู่แค่ระดับหก แต่หากสามารถผ่านการทดสอบข้าก็สามารถยอมรับให้เขาผ่านได้ แต่ว่าเขาคงไม่ได้รับโอกาสนั้น"

    ในขณะที่ทั้งสองคนร่อนลงถึงพื้นและมองไปที่ซากปรักหักพังเพื่อรอดูว่าผู้เข้าทดสอบเพียงคนเดียวนั้นจะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ เสียงของใครบางคนก็ได้ดังขึ้นเบื้องหลังเธอราวกับการปรากฏตัวของภูตผี แม้แต่อลิสที่สงบอยู่ก็ยังเผลอร้องออกมาด้วยความตกใจ

    “ข้าผ่านการทดสอบหรือยัง?”

    เซนกล่าวขึ้นในขณะที่ยืนอยู่เบื้องหลังทั้งสอง ตอนแรกนั้นเขาเพียงต้องการจะผ่านการทดสอบเร็วๆ และรีบกล่าวกับอีกฝ่าย แต่ไม่คิดเลยว่าเขาจะได้เห็นสภาพตกใจของทั้งสองคน ซึ่งทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะกลั้นขำ

    อลิสหันหลังและจ้องมองที่เซนอย่างไม่พอใจ อย่างไรก็ตามเธอก็ต้องประหลาดใจอีกครั้งเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มเบื้องหน้าเธอนั้นไม่ได้รับบาดแผลใดๆ เลย ไม่ใช่แค่นั้นแม้แต่เสื้อผ้าของเขาเองก็ยังไม่มีร่องรอยของการถูกเผาไหม้จากความร้อน

    “เจ้าไม่โดนเวทมนตร์ของข้าเลยแม้แต่นิดเดียว นี่เป็นไปได้ยังไงระดับหกเช่นเจ้า…”

    อลิสกล่าวถามออกมาอย่างตกตะลึง อย่างไรก็ตามดูเหมือนเธอจะลืมอะไรไปบางอย่างที่กล่าวเกี่ยวกับระดับที่แท้จริงของเซนออกมา

    “ระดับหกแล้วอย่างไร? ข้าคนนี้สามารถหลบเวทมนตร์ของเจ้าได้ก็พอแล้ว จริงไหม?”

    เซนนั้นไม่ได้ตั้งใจจะกล่าวคำพูดกวนตีนใคร อย่างไรก็ตามทักษะการเข้าสังคมของชายหนุ่มนั้นเป็นศูนย์ดังนั้นจึงมีบางครั้งที่เขาจะหลุดคำพูดที่ไม่ควรพูดออกมา

    อลิสขมวดคิ้วก่อนที่จะกล่าวถามอย่างอยากรู้อยากเห็นว่า

    “เจ้าบอกรายละเอียดแก่ข้าได้หรือไม่ ว่าท่านใช้เวทมนตร์ประเภทใดในการหลบเวทมนตร์ของข้า”

    เมื่อเซนได้ยินดังนั้นก็ไม่ได้ปิดบังอะไร เขาเพียงกล่าวสิ่งที่เขาทำออกไปตามความจริง ให้แก่หญิงสาวทั้งสองคนที่ตั้งใจฟังอย่างใจจดใจจ่อ

    “ข้าไม่ได้ใช้เวทมนตร์บทใด ข้าเพียงใช้แค่ความเร็วของข้าล้วนๆ”

    “เจ้าใช้เวทมนตร์ประเภทเสริมร่างกาย? มันค่อนข้างหายาก”

    อลิสกล่าวออกมาทำให้เซนคิ้วกระตุก ดูเหมือนหญิงสาวเบื้องหน้าเขานั้นจะไม่ได้เข้าใจอะไรเลยกับคำพูดที่เขากล่าวออกไปเมื่อครู่ ดังนั้นชายหนุ่มจึงเรียบเรียงคำพูดใหม่และกล่าวมันออกไปอีกครั้ง

    “ที่ข้าหมายถึงคือ ข้าไม่สามารถใช้เวทมนตร์ใดๆได้ ข้าใช้เพียงร่างกายเปล่าๆ หลบเวทมนตร์ของท่าน เข้าใจหรือไม่?”

    “เจ้าโกหกใครก็ได้ แต่เจ้าโกหกผู้คุมสอบไม่ได้ กล่าวความจริงออกมาเดี๋ยวนี้!”

    สีหน้าของอลิสเปลี่ยนเป็นไม่พอใจอย่างมาก เพราะตอนนี้นั้นเธอกำลังคิดว่าชายหนุ่มเบื้องหน้าเธอกำลังพยายามโกหก แม้แต่รินนี่เองก็ยังไม่เชื่อคำพูดของเขาเช่นเดียวกัน

    “เจ้าโง่หรือเปล่าเนี่ยข้ากล่าวความจริงเจ้าก็ยังหาว่าข้าโกหก ข้าไม่สามารถใช้เวทมนตร์ได้ในตอนนี้ แม้ว่าจะมีพลังวิญญาณแต่ข้าก็ยังไม่เคยเรียนเวทมนตร์บทใดจากม้วนคัมภีร์”

    “เจ้ากล้าด่าข้าว่าโง่!?”

    อลิสในตอนนี้ดูเหมือนจะไม่สามารถคุมสติของตัวเองอยู่แล้ว เธอกำลังคิดว่าชายหนุ่มเบื้องหน้าเธอนั้นพยายามจะยั่วโมโหเธอ ในใจเธอตอนนี้นั้นต้องการจะสอนบทเรียนให้กับชายหนุ่มเบื้องหน้า เธอจึงได้กล่าวบางอย่างออกมาอย่างไม่ลังเล

    “เจ้าไม่ผ่านการทดสอบ เนื่องจากพยายามปกปิดข้อมูลจากผู้คุมสอบ! เสียใจด้วยกลับบ้านนอกของเจ้าไปซะ!”

    หญิงสาวกล่าวจบไม่ได้ทิ้งเวลาให้เซนได้อึ้งนานนัก ก่อนที่เธอจะบินจากไปด้วยเวทมนตร์ของเธอพร้อมกับเลขาของเธอ ในขณะเดียวกันรินนี่ก็รู้สึกเห็นใจเซนเล็กน้อย จึงได้หันมาหาเขาพร้อมกับยกมือเป็นเชิงขอโทษ

    “เดี๋ยวก่อน…”

    ในขณะที่เซนต้องการจะหยุดทั้งสองนั้น ทั้งสองคนก็ได้บินจากไปไกลพ้นสายตาของเขาแล้ว เซนในตอนนี้สับสนอย่างมาก เขาทำผิดอะไรเขาแค่กล่าวความจริงเท่านั้น หรือเธอต้องการให้เขาโกหกกัน…

    …..

    นอกอาคารทดสอบหลังจากอาคารได้พังทลายลงก็ได้มีเจ้าหน้าที่หลายคนได้มาเก็บกวาดซากอาคาร ขณะเดียวกันกัสนั้นก็รอเซนอย่างใจจดใจจ่อ อีกใจหนึ่งเขาก็อดกังวลและกลัวอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับเซนไม่ได้ เพราะคำพูดที่เซนบอกว่าตนเองนั้นมีระดับแค่ระดับหกยังก้องอยู่ในหูของเขา จนเมื่อเซนได้มาปรากฏตัวเบื้องหน้าของเขาในสภาพที่ไม่มีรอยขีดข่วนใดๆ

    “กัสดูเหมือนข้าจะไม่ผ่านการทดสอบเข้าเรียน ได้โปรดข่วยจัดการเรื่องใช้เส้นสายเข้าเรียนให้ข้าด้วย…”

    “…..”

    กัสคิดว่าตนเองได้ยินอะไรบางอย่างผิดไปจึงไม่ได้ตอบสนองในทันที อย่างไรก็ตามเซนนั้นได้กล่าวถามด้วยสีหน้าท่าทางลำบากใจ

    “กัส…ท่านได้ยินที่ข้ากล่าวหรือไม่?”

    ก่อนหน้านี้ชายหนุ่มพึ่งจะพูดออกไปว่าเขาไม่สนใจจะใช้เส้นสาย แต่ตอนนี้คำพูดของเขาดูเหมือนจะกลับมาทำร้ายตัวเองเสียแล้ว

    คล้ายกับเรื่องโดดเดี่ยวใต้ทะเล 1000 เมตร ที่คุณอ่าน