วันที่ 23 กรกฏาคม ปี ค.ศ. 2025 “วันสิ้นโลก” ได้มาเยือนหมู่มวลมนุษยชาติหลังการทำนายที่กำหนดการว่าด้วยโลกจะถึงกาลล่มสลายในปี ค.ศ. 2012 แต่มันก็ไม่ได้เกิดขึ้นจริงตามในปฏิทินของชาวมายา
ตัวเลข “0” ถือเป็นวัตกรรมสำคัญทางคณิตศาสตร์ในยุคสมัยก่อนซึ่งมีหลักฐานทางโบราณคดีว่าที่ฝั่งโลกเก่าได้มีการคิดค้นประดิษฐ์ซึ่งมีใช้อยู่ในอารยธรรมของชาวมายาซ้ำร้ายในขณะที่การคำนวณของฝั่งอารยธรรมโลกเก่า
ไม่ว่าจะฝั่งยุโรป เอเชียแอฟริกาหรือแอนตาร์กติกา ยังตั้งขึ้นด้วยระบบเลขฐานเกล่านี้และตัวอักษรซึ่งถือกำเนิดมาเป็มาตรฐานมาจนกระทั้งปัจจุบัน
ชาวมายากลับคิดคำนวณนวัตกรรมของพกวเขาด้วยสิ่งที่คิดค้นอย่างละเอียดถี่ถ้วน
จะไม่น่าแปลกใจที่พวกเขาสร้างได้กระทั้งพีระมิดและสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่มากมายที่ไม่มีใครสามารถพิสูจน์ได้ว่าเกิดขึ้นมาได้อย่างไรในรัชสมัยในปัจจุบัน
“ปฏิทิน”ก็ถือว่าเป็หนึ่งในนวัตกรรมอันยิ่งใหญ่ชนิดหนึ่ง ซึ่งในรูปแบบแรกที่เรียกว่า “ฮาป(Haab)[1]”เป็หนึ่งใน 3 รูปแบบซึ่งเกิดจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทางด้านคณิตศาสตร์ของพวกเขา
แต่ทว่าเหตุแห่งการล่มสลายครั้งนี้ได้เกิดขึ้นในวันที่23กรกฏาคม ปี ค.ศ. 2025 เกิดจากฝีมือของมนุษย์ด้วยกันเอง
มนุษย์ได้เริ่มก่อาขึ้นมาใหม่อีกครั้งและได้ไขกุญแจรหัสนิวเคลียร์ที่เรียกว่า‘ไครซิส อิมแพค โค้ด’ ขึ้น
า ความอดอยากความขัดแย้งระหว่างชาติพันธ์ถูกเพาะขึ้นเหมือนดั่งหัวเชื้อสังเคราะห์ที่กัดกินโปรตีนเพื่อขยายพันธฺ์และลุกลามไปทั่วโลก
ประเทศมหาอำนาจทั้งหลายเริ่มการแข่งขัน การเข่นฆ่าดูเหมือนเป็การละเล่นของเด็ก
...และเริ่มที่จะอวดเบ่งบารมีแสนยานุภาพขีปนาวุธต่างๆได้กระจายขึ้นสู่ท้องฟ้าเหนือทั่วผืนแผ่นดินอาวุธนิวเคลียร์และอาวุธชีวภาพถูกใช้ จนเร่งให้โลกตายและแตกดับลงในที่สุด
ทุกสิ่งทุกอย่างมีเหตุและผลตามกันมาและเป็วังวนไม่รู้จบ เหมือนดั่งทฤษฏี การเกิดไก่และไข่
แต่บางอย่างเริ่มที่จะส่งผลเสีย ก่อให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม กระทบจนไปถึงระบบนิเวศของระบบห้วงโซ่อาหาร
ภูมิอากาศเริ่มแปรสภาพกลายเป็เจือปนไปด้วยสารพิษ การเกิดก๊าซเรือนกระจกและสูญเสียชั้น “โอโซน[2]” ในชั้นบรรยากาศจนโลกนั้นไร้ซึ่งเกราะป้องกันจากรังสียูวีอัลตรวิโอเล็ต แรงกระแทกของมันกระเพื่อมเหมือนหยดน้ำลงในอ่าง ผลกระทบติดตามมาเป็ลูกโซ่และแพร่กระจายไปทั่ว
...จะว่ากรรมติดจรวดก็ว่าได้...
สภาพอากาศที่แปรปรวนดั่งฝันร้ายนั้น เริ่มก่อเกิดฝนได้ตกลงมาและกลายเป็กรด ูเาไฟใต้ดินเกิดปะทุขึ้นผืนแผ่นดินใต้ท้องฟ้ามหาสมุทรเคลื่อนตัวออกจากกันจนทำให้เกิดกำแพงคลื่นั์สูงเฉียดฟ้าถล่มหัวเมืองนานาทวีปต่างๆ ให้จมลงภายใต้มวลน้ำมหาศาล แสงของดวงอาทิตย์ได้มีพลานุภาพทะลุผ่าน่ชั้นบรรยากาศ อานุภาพของมันใกล้เคียงกับลำแสงแกมม่า
มีผลจนถึงขนาดที่ทำให้ิัมนุษย์ที่โดนอาบแสงเข้าไปเกิดกระบวนการความร้อนขึ้น...
ทุกส่วนในระบบร่างกายพังทลายลง กายเนื้อบางส่วนของิัได้เปลี่ยนกระบวนการจากรังสีความร้อน
เซลล์เริ่มตายจากกระบวนการเผาไหม้
คลื่นรังสีความร้อนที่เข้าจู่โจมร่างกายอย่างรวดเร็ว กว่าจะรู้ตัวมันก็สายเกินไปซะแล้ว การรับรังสียูวีจากดวงทิตย์มีผลทำให้เป็มะเร็งิั ในไม่ช้า 1-2 เดือน ร่างกายเริ่มเน่าและตาย
มีรอยปานแดงจ้ำขึ้นตามเนื้อตัวปรากฎทั่วทั้งร่างกาย ตามด้วยอาการคันแสบร้อนโดนแผดเผาร้อนระอุ ิัเริ่มไหม้จนแดงเห็นหนังกำพร้า ซึ่งถ้าปล่อยไว้นานจะไหม้ดำเป็ตอตะโก...
อันเนื่องมาจากโอโซนที่เคลือบบนผิวโลกถูกทำให้หายไปจากชั้นบรรยากาศ มันเลยส่งผลให้โลกไม่มีเกราะป้องกันทางธรรมชาติให้มนุษย์อยู่ดำรงชีพเหมือนเดิมอีกต่อไป
...
พอนานๆ เข้าผ่านไป 2 ปี... มีพวกพิเรนทร์ขับมอเตอร์ไบค์ลองซิ่งฝ่าอาบรังสีคลื่นความร้อนไป พอวิ่งไปสักพักที่วินาทีที่สามสิบสาม...
ร่างของเขาะเิกระจายเป็จุลพร้อมเศษซากอะไหล่รถมอเตอร์ไซค์กระเด็นกระดอนไปทั่วพื้นถนน... สถานการณ์กลับเลวร้ายขึ้น
ะเินิวเคลียร์ลูกหนึ่งถูกลงที่พื้นที่แหล่งที่อยู่อาศัยของผู้คนสร้างคลื่นกระแทกแพร่สารรังสีกัมตรังภาพเอกซ์
คลื่นความร้อนจากการะเิทำให้สสารบางชนิดถูกทำให้ระเหิดกลายเป็ไอลอยขึ้นไปบนชั้นบรรยากาศรวมตัวกับกลุ่มเมฆแล้วทำปฏิกิริยาจนได้สสารขึ้นมาใหม่ “สสารเอกซ์”
..ทำให้อาหารยังชีพ สินค้าและพื้นที่บางแหล่งถูกปนเปื้อน ยังมีพลังงานส่วนเกินที่ขจัดไปไม่หมดจากการะเิ ก่อเกิดสนามพลังจนทำให้อะไหล่ชุดอุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องยนต์และชิ้นส่วนพาหนะบางชนิดเสียหายใช้การไม่ได้
...ทุกพื้นที่เข้าสู่ความโกลาหลเกิดยุคากลางเมืองขึ้น รวมถึงการปฏิวัติ ทุกอย่างพังครืนตามๆ กันมา...
โลกได้เข้าสู่กลียุคและเกิดการจลาจลขึ้นทุกหนแห่ง... เข็มของนาฬิกาเริ่มนับถอยหลังสู่ความล่มสลาย
...โลก ณ ในตอนนี้ไม่ใช่ที่ที่จะสามารถเป็ที่อยู่อาศัยได้อีกต่อไป
..เหล่าหมู่มวลทรราชพวกชนชั้นนำของแต่ละนานาประเทศได้เปิดฉากาศึกแย่งชิงทรัพยากรจนทำให้ดินแดน 1ใน 3 ของทวีปถูกเปลี่ยนสภาพทางภูมิศาสตร์ไปจนไม่เค้าโครงตามประวัติศาสตร์
ทวีปของภูมิภาคบางแห่งได้ถูกเปลี่ยนไปจนไม่เหลือชิ้นดี...ยุคแห่งโลกาภิวัฒน์ทางลบ
....
แต่ว่าจนในปี ค.ศ. 2031าที่ไม่มีทีท่าว่าจะเลิกลาอย่างยาวนาน ซึ่งกินระยะเวลาร่วม 6ปีเศษได้สิ้นสุดลงในที่สุด
ภายภาคหลังจำนวนเหล่าผู้นำที่ยังรอดชีวิตในแต่ละทวีปได้เริ่มก่อร่างข้อบัญญัติสนธิสัญญาสันติภาพไม่ระรานกันละกันและเพื่อหาหนทางดำรงอยู่รอดของเผ่าพันธ์ุ เดิมทีเหล่านักวิทยาศาสตร์ของแต่ละประเทศจัดตั้งการประชุมระดมความคิดมากมายจะเป็รูปเป็ร่างขึ้นมา
ในแผนการแรก คือ การนำประชากรทั้งหมดไปบุกเบิกพื้นที่ถิ่นที่อยู่อาศัยบนดาวอังคารไม่ก็ดาวศุกร์ที่สภาพใกล้เคียงกับโลก
...ทว่า...กลับพบปัญหาพายุไต้ฝุ่นที่ดาวอังคาร กับดาวศุกร์ที่ยังคงมีปัญหาทางด้านสภาพชั้นบรรยากาศที่เต็มไปด้วยก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก90 เท่า ให้ไปอาศัยอยุ่กับบ้าแล้ว แต่ก็มีความคิดโง่ๆ อย่างการปรับ ดีเอ็นเอให้หายใจแบบปลาใต้ทะเลน้ำลึก
...แผนบุกเบิกครั้งนี้จึงถูกปัดตกไป !
จากนั้นในแผนการที่สอง คือ การสร้างโอโซนเทียมแต่ใช้เวลาในกระบวนการมากจนเกินไปในการผลิตและการใช้งานยังสามารถทำได้ยากในยุคปัจจุบัน แต่ไม่ใช่มันทำไม่ได้เกินความสามารถ ดังนั้นโครงการนี้จึงถูกพัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ เพื่อว่าในอนาคตอันใกล้มาถึงมันจะช่วยได้ และยังคงอีกไม่ไกล
...จนในท้ายที่สุดนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งคิดค้นสสารธาตุที่สามารถต้านทานรังสียูวีสำเร็จขึ้นเป็คนแรกของโลก
จึงได้ข้อสรุปเหลือหนทางเพียงหนึ่งเดียว
พวกเราจึงร่างการอภิปรายหาข้อผลสรุปร่วมกันของนานาประเทศคือการสร้างถิ่นฐานที่อยู่อาศัยแห่งใหม่โดยอาศัยตัวธาตุตัวนี้
สร้างเป็หลังคาหุ้มฉนวนเป็เกราะป้องกัน จากนั้นค่อยๆ พัฒนาสร้างโอโซนเทียมขึ้นมาใช้ ปรับสมดุลโลกซะใหม่ เพื่อกลับมาเป็เหมือนเดิมอีกครั้ง
เหล่าวิศวกรหัวกระทิมากมายจึงได้รวมตัวใช้ธาตุฉนวนใหม่สร้าง'มัน' ในที่ใกล้เคียงกับโลกณ ชั้นบรรยากาศที่ความสูง 5 หมื่นฟุต
อีกทั้งนี้พวกเขาค้นพบเทคโนโลยีที่สามารถต้านสนามแรงโน้มถ่วงของโลกพร้อมอุปกรณ์สสารธาตุที่ช่วยกันอนุภาครังสียูวี เป็หลุมหลบภัยชั้นดีอันใหญ่โตมโหฬารด้วยจำนวนประชากรที่ยังเหลือรอดอยู่ในแต่ละหลายๆประเทศ
จากดินแดนเล็กๆ รวมกันกลายเป็ทวีป จากนั้นกลายเป็ดาวเคราะห์..
ประเทศเล็กๆจะโดนบีบกลืนหายไปในท้องรวมเป็ประเทศใหญ่เกิดทวีปแห่งใหม่ ขึ้นมา 6 แห่ง
ออร่า เมท ,ฟรีดอม, วัลโอร่า, แอปซีลอน,เซโร่ และ ฮีริส
ความต่างทางชาติพันธ์ถูกมองข้ามเพื่อต้อนรับยุคสมัยใหม่ ั้แ่ต้นจนจบที่ทุกๆอย่างของมนุษย์ได้ถูกปรับเปลี่ยน
ทุกอย่างได้กลายเป็ดินแดนที่ลอยเวิ้งว้างอยู่เหนือพื้นพิภพอย่างที่เห็นจนถึงปัจจุบัน
จากนั้นมนุษยชาติจึงได้ริเริ่มโครงการโปรเจค ‘อลิซ’ เพื่อทำการต่อยอดทุกสิ่งที่ได้เริ่มกันมา เพื่อพัฒนาความเป็อยู่ของมนุษยชาติให้มีความก้าวหน้า
เพื่อสร้างดินแดนในทวีปแห่งใหม่โลกในอุดมคติ ‘วันเดอร์แลนด์’ ให้มีอยู่จำนวนมากขึ้นให้เพียงพอต่อประชากรโลกที่เหลือเตรียมแผ่นดินเทียมที่จะใช้เป็ที่อยู่อาศัยแห่งใหม่ของหมู่มวลมนุษยชาติ
ภายใต้แผ่นดินเทียมที่สร้างขึ้นมาใหม่นั้นจะประกอบไปด้วยเมืองใหญ่อยู่หลายแห่งตลอดจนไปถึงหมู่บ้านเล็กๆอีกมากมายกระทั้งป่าไม้ทุ่งหญ้าเขียวขจี ูเา และทะเลสีครามถูกจำลองมาจากของที่เคยอยู่บนโลกมาก่อน
ซึ่งทั้งหมดนั้นอยู่ในโดมขนาดใหญ่ั์ลอยอยู่ท่ามกลางหมู่เมฆอาจเรียกได้ว่าเป็อาณาจักรแห่งท้องฟ้า ยูโทเปีย ดินแดนแห่งอุดมคติ
ภายในดินแดนนั้นถูกออกแบบให้สามารถรับเอาพื้นที่แอเรียทวีปนึงที่ในอดีตที่เคยเป็จักวรรดิอันยิ่งใหญ่เข้าไปได้
หัวเมืองต่างๆในแต่ละแห่งภายในเซ็กเตอร์หรือดินแดนแห่งนั้นถูกแบ่งย่อยเรียกออกว่าเป็เขตๆหรือเรียกอีกอย่างว่า แอเรีย [Area]
ดินแดนพิศวงแห่งแรกถูกสร้างและถือกำเนิดบนชั้นบรรยากาศโลกอาจจะเรียกได้ว่าเป็สวน์ อาณาจักรเมฆาแห่งผืนท้องนภาและได้ถูกขนานนามว่าประเทศอาณาจักรแห่งการเริ่มต้น ‘เอลเดส’ [เอส ศูนย์]
1
แม้แต่ในวันที่โลกล่มสลายจนชั่วชีวิตของฉันก็มืดหมนไร้สีสัน
นับแต่วันนั้นก็มีแต่เื่น่าเบื่อ
เด็กผู้หญิงผมสีเขียวนัยย์ตาสีทับทิมกำลังเพ้อเจ้อคิดอะไรคนเดียวที่หน้ากระจกแตกเผยให้เห็นสีหน้าไม่ดีไม่ร้ายของเธอซึ่งโดนแบ่งออกตามเสี้ยวของกระจกร้าว
โลกที่เธอมองเห็นมีแค่ขาวกับดำเท่านั้น
…เธอพยายามอย่างมากที่จะสร้างระยะห่างและขีดเส้นแบ่งระหว่างหน้าที่และความรู้สึกส่วนตัวความชัดเจนและความสัมพันธ์
เพื่อไม่ให้เบื่อหน่ายกับชีวิตที่เหลืออยู่
และไม่ให้ตัวเองนั้นเป็เหมือนดอกไม้ที่กำลังเหี่ยวเฉา เธอนั้นกำลังเน่าตายอย่างช้าๆเหมือนดั่งใบไม้พลิที่กำลังพลัดกิ่ง
ด้วยการที่ตัวเองเป็คนง่ายๆ ถึงเธอแม้จะต้องตาย ก็จะไม่หมดหวังกับอะไรก็ตาม
ต่อให้กำปั้นที่เรียกว่า 'โลก' แย็บใส่เข้าที่หน้า ก็เชื่อว่าตนเองรับไหวน้ำหนักของมันไหว
ฉัน—แข็งแกร่งยิ่งกว่าใครๆไม่มีวันพ่ายแพ้ต่ออะไรก็ตาม เพราะงั้นเลยติดจนเป็นิสัยไปแล้วสำหรับสิ่งที่เรียกว่าโอกาส
จึงเลือกที่จะฉกฉวยและแย่งชิงเอาทุกสรรพสิ่ง
การฉกฉวยถือเป็การคว้าโอกาสกลับกันก็เป็พรากโอกาสจากผู้อื่นเช่นกัน ทุกอย่างที่้า
...ฉันจะคว้ามันมาให้หมด
ฉันน่ะโลภมากพอสมควร...
ตอนที่ยังเป็เด็กเคยฝันที่จะอยากเป็ศิลปินที่เกี่ยวกับงานวาดเขียนอะไรประมาณนั้น
ั้แ่จำความได้ก็เริ่มด้วยการฝากผลงานศิลปะชิ้นโบว์แดงที่พ่อไม่มีวันลืมได้ลงประเดิมด้วยการเขียนฝาประตูกระโปรงรถของพ่อซึ่งพึ่งจะผ่อนค่างวดชำระเสร็จเพราะพึ่งได้สีเทียนกล่องใหม่เป็ของขวัญวันเกิดจากพี่ชาย
ตัวฉันเองยินดีเป็อย่างมาก
เลยทำการกิจกรรมฝาผนังบ้านซะหน่อย(มันเป็่ตอนที่พ่อแม่ออกไปทำงาน)
ด้วยวัยคึกคะนองแม้ในภายหลังจะโดนพ่อดุว่าเอา ถือไม้เรียวมา
..คงไม่ต้องบอกว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น
ประโยชน์ส่วนรวมมักแพ้ความความพอใจส่วนตน
พี่ชายฉันเป็พวกรักน้องสาว ซิสคอน(อาการหลังรักน้อง)พอตัว
เขาไม่ปล่อยให้ฉันโดนลงโทษด้วยตัวคนเดียวและแน่นอนว่าพวกเราร่วมกันรับผิดชอบ(ในสิ่งที่ฉันเป็คนก่ออะนะ)
จากนั้นก็ได้บทเรียนด้วยกันทั้งคู่พวกเราเลยมีความไว้ใจซึ่งกัน พ่อแม่นี่ก็ช่างใจร้ายกล้าดียังไงมาลงโทษพวกเรากันนะ
แต่ทว่า…มันไม่ได้มีความหมายกับฉันอีกต่อไปแล้ว ทุกสิ่งได้พังหายไปภายในเพียงวันเดียววันที่ 23กรกฏาคม ที่จะสื่อคือทุกอย่างของชีวิตฉันพินาศย่อยยับั้แ่วันนั้น ความฝัน ภาพมายาคติ อิสระ ถูกทำให้ลอยหลิ้วปลิวหายไปเพียงแค่ภายในหนึ่งวัน
หายนะวันสิ้นโลกที่ได้มาเยือนถึงประตูบ้าน
ใช่คุณฟังไม่ผิดไปหรอก วันสิ้นโลกแน่ะมาแบบไม่ทันตั้งตัวเลย
...ไม่ให้การเตรียมใจใดๆทั้งสิ้น...
...มันเริ่มด้วยการที่รถยนต์คันหนึ่งวิ่งพุ่งทะลุผนังบ้านมันทำให้ฉันสูญเสียครอบครัวและ—จู่ๆ ข้างนอกก็เกิดเสียงอึกทึกดังสนั่นขึ้นแสงวูบวาบสีแดงฉานแล่นขึ้นจากฟากฟ้า ไม่ใช่แสงจากพลุไฟงานเฉลิมฉลองใดๆ
จรวดนิวเคลียร์หลายลูกถูกยิงถล่มปูพรมมายังประเทศที่เราอยุ่ดุจห่าฝนกระหน่ำ
...ถ้าคิดว่าโดนลูกเห็บตกใส่ลูกเห็บลูกนี้คงหนักมาก
กลิ่นไหม้แห่งความตายตลบอบอวนสำหรับชาติที่แพ้า เสรีภาพ สถานะของพลเมืองเป็ดั่งมดปลวกเป็ชีวิตที่ไร้ราคา ไร้อำนาจต่อรอง ดั่งทาสเชลย เสียสิทธิในการเป็มนุษย์ ตัวจุดฉนวนาในครั้งนี้คืออาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งเป็กุญแจรหัสขีปนาวุธที่ทรงพลังที่สุดในโลก
...ตัวขีปนาวุธนี้มีชื่อนามว่า ‘ไครซิส อิมแพค โค้ด’
ว่ากันว่าถ้าเกิดมีใครได้ไปครองหรือเป็เ้าของมันคนผู้นั้นจะถูกเรียกได้ว่าเป็ผู้พิชิตโลก สามารถกุมชะตาชีวิตทั้งหมดบนฝืนปฐีนี้ เ้าพวกปัญญาอ่อนพวกโง่ที่แย่งของโง่ๆ
ทำให้ฉันสูญเสียคนที่รักฉัน..
มันไม่ได้เป็เื่ที่ดีเลยสักนิดที่เพื่อนมนุษย์ด้วยกันเองต้องมาเข่นฆ่าเพื่อของไร้สาระพรรค์นั้น
ต้นเหตุของโศกนาฏกรรมคือสิ่งใดนั้น คนที่ตอบฉันได้คือ อาจารย์...ครูฝึกทหารเพราะลึกคนเรามีสัตว์ประหลาดร้ายอันน่าสังเกียจแฝงอยู่ในจิตใจ
ความกลัว...
มันกัดกิน และสร้างโศกนาฏกรรม สิ่งเกิดขึ้นในครั้งอดีตล้วนมาจากความวิปริตความกลัว และความตาย
มันล้อเล่นหัวใจของเรา
...ย้อนกลับมาเมื่อขณะที่ครอบครัวเรากำลังนั่งรับประทานมื้อเที่ยงกันอย่างปกติสุขก็ได้มีรถยนต์พุ่งเข้ามาจนถึงในตัวบ้านผ่านห้องนั่งเล่นและชนเข้ามาถึงห้องครัวที่เรานั่งทานอาหาร
ฉันและพี่เห็นพ่อแม่ถูกรถชนกระเด็นโดยที่พวกเราที่นั่งตรงข้ามกับพวกท่านซึ่งกำลังจับทัพพีตักข้าวสวยร้อนๆใส่จาน
พ่อแม่ของพวกเราได้เสียชีวิตลง จากนั้นชีวิตก็ไม่เหมือนเดิมไม่มีบ้าน ไร้ญาติ พวกเราถูกอพยบจากโลกเบื้องบนลงมาอาศัยอยู่โลกเบื้องล่างที่พึ่งถูกบูรณาขึ้นเป็เมืองใต้ดินลึกลงไป30เมตร เป็ทางระบายน้ำเก่าที่ใหญ่โต ที่นี่เคยถูกใช้ให้เป็ทางระบายน้ำจากภัยพิบัติน้ำท่วมมาก่อน ไร้ซึ่งแสงสว่างแสงและพลังงานไฟฟ้าจะหาไม่ได้จากสถานที่แห่งนี้
...กลายเป็ว่าเทียน แบตเตอรี่สำรองกลายเป็ของมีราคาที่หายาก พอที่จะซื้ออาหารอยู่ได้ถึง 2 อาทิตย์
แค่ก้อนขนมปังก้อนนึงยังแทบไม่พอที่จะแลกได้ด้วยซ้ำ มันเป็่วัยเด็กที่เลวร้ายของสำหรับพวกเรา
บางทีถึงขนาดที่ต้องฆ่าหนูใต้ดินกินเพื่อประทังความหิว ที่โลกเบื้องล่างเริ่มที่จะไม่มีศาสนา ไร้เชื้อชาติและไม่มีความเท่าเทียม
เป็สังคมเถื่อนที่ผู้อ่อนแอจะถูกกดขี่จากนั้นก็ถูกเขี่ยทึ้งและปล่อยให้ตาย
ตอนที่คนบนโลกกำลังเข่นฆ่ากันอยู่พวกเราทั้งคู่เรียนรู้วิธีการเอาตัวรอดไปวันๆตอนที่นอนอยู่บางทีก็เกิดแรงสั่นะเืที่จากทางข้างบน
ทั้งเร่ร่อนและบางครั้งก็ลักขโมยเพื่อเศษอาหารเล็กๆให้สามารถต่อชีวิตผ่านวันต่อวัน
.
..
…
ในที่สุดจน1 ปีผ่านเลยไป
ไม่นานเมืองสลัมแห่งนี้ก็ถูกพบเจอโดยพวกทหารจากโลกเบื้องบนเป็ทหารข้าศึก
พวกเขาตรวจเจอข้าศึกระหว่างล่าตระเวนความซวยจึงมาบังเกิดจากสถานแห่งนี้
เราทั้งคู่ถูกจับแยกกัน ภาพสุดท้ายที่เห็นคือพี่ชายโดนแรงจากสะเก็ดะเิจนสูญเสียตาข้างซ้ายไปเพื่อที่ผลักฉันหนีออกจากแรงะเิ
ถ้าเขาไม่ช่วยฉันคนที่รอดจากแรงะเิน่าจะเป็เขามากกว่า
...ไม่ควรที่จะเป็ฉันเลย ฉันมันตัวซวยหรือเปล่า
การพลัดพรากได้เกิดขึ้นกับพวกเราอีกแล้ว โดยที่ฉันทำอะไรไม่ได้เลย
...เกลียดตัวเองที่ไร้พลัง บางทีพี่เขาน่าจะเกลียดฉันไปแล้วด้วยซ้ำ
พอคิดดูแล้วพวกเราอาจทั้งคู่น่าจะหลงเกิดมาในผิดยุคผิดสมัยก็ได้ ฉันที่่หมดสติและโดนลักพาตัวขึ้นมายังโลกเบื้องบน
พอได้ฟื้นขึ้นมาฉันก็ติดอยู่ในสถานที่หนึ่ง
…ในสถานที่ที่เต็มไปด้วยเด็กเหลือขอไร้บ้าน หลังจากที่ได้รับการช่วยเหลือ(โดนลักพาตัว) ขึ้นมายังที่ ณ ที่แห่งนี้ผู้คนที่นี่เรียกสถานที่นี้ว่า‘แอเรียโมนานิก้า’ และเขตนี้คืออาณาเขตที่ 9` ของเซ็กเตอร์ทรี เดอะ ฟรีดอม
การปรับตัวโดยสิ่งรอบล้อมข้างเป็สิ่งจำเป็ โดยพื้นฐานการรวมตัวเป็กลุ่มก้อนเพื่อความอยู่รอดจากสิ่งแวดล้อมเดียวกัน
บ้านเลี้ยงเด็กกำพร้ากับห้องสีขาวมากมายสิ่งก่อสร้างคล้ายโดมแก้วใส ภายในโดมมีอาคารที่ใหญ่โตเหมือนกับอยู่อีกจักรวาลหนึ่ง
มีเด็กคนหนึ่งติดฉันแจ ชื่อ ฮาว เลนาร์ท
"อันนี้ไม่ใช่ของกินนะ" ฉันดึงเลนาร์ทที่กำลังเอากระดาษมาเคี้ยว ถึงมันจะทำจากพืชและย่อยได้ แต่มันไม่ใช่ของกิน...
ไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นทางตะวันออกแบบปกติ ฉันทำตัวไม่ถูก เพราะแสงที่โลกอันเน่าฟระแสดอาจจะทำให้ิัไหม้ได้ เกิดอาการเกร็งกลัวเล็กน้อย แต่เพราะตอนนั้นมันผ่านมานานมากแล้ว จากการมีโอโซนเทียมเกิดขึ้นก็ช่วยเบาบางรังสีคอสมิกจกาพระอาทิตย์ไปได้อยู่พอสมควร
ที่ใกล้ๆด้วยกันนั้นยังมีตัววิหารสักการะ โบสถ์สถานที่ไว้พึงภาวนาต่อพระผู้เป็เ้า
จากนี้ฉันจะถูกเลี้ยงโดยซิสเตอร์และพวกทหารข้าศึก
ทหารพวกนี้ไม่ใช่เล่นๆเลยพวกเขาไม่ได้มีวินัยหรือการรวมน้ำหนึ่งรวมใจกันแค่เพราะมีเป้าหมายเดียวกันก็พอเป็เหตุผลให้ร่วมมือกันได้
ทุกคืนที่หลับฉันฝันถึงครอบครัวและพี่ชาย เพราะความจริงมันห่วยแตกโลกนี้เละเทะและแทบจะกลียุคไปแล้ว
แล้วฉันก็มาอยู่ที่นี่ติดอยู่ที่บ้านเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้
ติดแห็กอยู่ที่นี่…
ฉันพยายามใช้มือซ้ายเพื่อไขว้คว้า
..จากนั้นฉันก็ลืมตาตื่น
ก็พบมือซ้ายที่ขาดสะบั้น แต่ที่ปลายแขนเดิมขาดด้วนไปแล้วนั้น ถูกเติมแต่งด้วยแขนกลที่ทำมาจากทองคำขาว
[1] ฮาป - การนับได้ 365 วันในรอบหนึ่งปี แบ่งออกเป็ 18เดือน เดือนละ 20 วัน จึงเหลือเศษทั้งหมด 5วัน นับว่าเป็ปฏิทินรูปแบบเก่าที่สุดที่พวกมายาประดิษฐ์ขึ้น
[2] โอโซน - โมเลกุลที่ประกอบจากออกซิเจน 3 อะตอมเกิดจากการรวมตัวกันของก๊าซออกซิเจน 1 โมเลกุลกับอะตอมออกซิเจนอิสระ1 อะตอม ที่แตกตัวจากการกระตุ้นของรังสีอัลตราไวโอเลตซี (UV-C)