เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว)

    ตอนที่ 90 เข้าดินแดนจอมเวทย์

    หลังจากที่เฉินเสี่ยวเทียนทำลายเมืองหลวงศูนย์กลางทวีปใต้อย่างย่อยยับ และฆ่าจ้าวอัศวิน ซ่งจือเต้า ฉายาจ้าวมังกรหนันไห่ แล้วยังฆ่าจ้าวสหพันธรัฐทวีปใต้ แล้วขุดรากถอนโคน หน่วยรบหมาป่าโลกันต์จนสิ้นซาก  ประชาชนก็รีบกลับมาเมืองศูนย์กลางทวีปใต้ แต่พอมาถึงก็พบกับสภาพบ้านเมืองที่ราบเรียบเป็นหน้ากลอง

    ไม่มีทางฟื้นฟูกลับมาได้อีก  ทำให้ชื่อของเฉินเสี่ยวเทียน กระฉ่อนไปทั่วทวีปแดนใต้ ลามไปถึงทวีปแดนกลาง และ ทวีปแดนเหนือ  ทรัพย์สินที่ทางสหพันธรัฐทวีปใต้ยึดไปถูกนำมาคืนตระกูลจวง ครบไม่มีขาด แล้วยังมีใบรับประกันว่าเป็นทองคำที่ถูกกฏหมาย ไม่มีใครกล้ามาใช้อำนาจล่วงเกินกับตระกูลจวงอีกต่อไป

    เสี่ยวเทียนหลังจากกลับมาจากทวีปแดนใต้ ก็เก็บตัวแต่อยู่ในมิติฟ้าคราม เพื่อฝึกวิธีปรุงยากับอาจารย์ลู่เอิน เพื่อปรุงยาเม็ดคงโฉม โดยที่บัวหิมะพันปี 1 ดอก สามารถ นำมารวมกับ สมุนไพรอีกสองตัวที่มีอยู่แล้ว คือ โสมคน กับ ถั่งเช่าพันปี 

    หลังจากปรุงยาสำเร็จ จะได้เม็ดยาสีขาวมุกได้จำนวน 10 เม็ด เสี่ยวเทียนมอบให้ท่านแม่ กันน้าจื่อเอียน และท่านพ่อ กินคนละ 1 เม็ด แล้วก็มอบให้ท่านแม่เก็บเอาไว้ให้ น้องสาวทั้งสอง เอาไว้กินเมื่อครบอายุที่เหมาะสม 

    แล้ววันหนึ่งเฉินคุนก็มอบ หยกมังกรฟ้า ของพิภพชั้นที่สาม ให้กับเสี่ยวเทียน

    “ ลูกเก็บเอาไว้ เพราะว่า พ่อคงไม่มีความจำเป็นแล้ว พ่อได้ แก่นเลือดเซียนเท่านี้ก็น่าจะเพียงพอ ที่จะทำให้พ่อ ได้สู่ขั้นเซียนสวรรค์แล้ว” เสี่ยวเทียนสัมผัสหยกมังกรฟ้า รู้สึกถึงพลังที่ยังมีอยู่ไม่น้อย

    “ ถึงเวลาแล้วที่เจ้าจะกลับไป ค้นหา หยกมังกรฟ้าที่เหลือให้ครบ ทั้ง 9 ชิ้น”

    อาจารย์ลู่เอิน กล่าวกับเสี่ยวเทียน

    “ อาจารย์ทำไมข้าต้องไปสะสมหยกมังกรฟ้าให้ครบล่ะ?” เสี่ยวเทียนสงสัย

    “ หยกมังกรฟ้า จะมีส่วนช่วยให้เจ้าบรรลุถึงระดับ เทียนจุนขั้นสูงสุดได้ “

    เสี่ยวเทียนได้ฟังเช่นนั้น ก็ได้แต่เชื่อฟัง แล้วก็เตรียมตัวเดินทางกลับไปดินแดนเก้าพิภพ ต่อไป

    เสี่ยวเทียนมีปัญหาเรื่องของอิ๋งอิ๋ง เป็นอย่างยิ่ง เพราะ พอรู้ว่าเสี่ยวเทียนจะกลับไปแดนพิภพชั้นที่ สี่  ถึงกับร้องไห้เสียใจยิ่งนัก ถึงกับอุ้มไป๋น้อยวิ่งหนีกลับเข้าไปในห้องนอนปิดประตู ไม่ยอมให้ไป๋น้อยกลับไปกับเสี่ยวเทียน !

    ทุกคนได้แต่อึ้ง มองหน้ากันพูดไม่ออก แม้แต่น้าจื่อเอียนไปพูดตั้งหลายรอบ 

    แต่อิ๋งอิ๋งก็ไม่ยอม 

    “ อาจารย์ทำยังไงดี” เสี่ยวเทียนหาวิธีกับอาจารย์

    “ ท่องคาถาสะกดใจ แค่นั้นก็พอ” อาจารย์ลู่เอินบอกคาถาใส่หัวเสี่ยวเทียนให้ท่องจำเอาไว้ แล้วเปิดประตูเข้าไปในห้อง แล้วท่องคาถาไปก่อนทันที แล้วพูดว่า

    “อิ๋งอิ๋ง  เจ้าไป๋น้อยเป็นจิ้งจอกสายฟ้า มันยังต้องอยู่กับพี่ใหญ่เพื่อจะได้ซึมซับพลังสายฟ้า หากมันอยู่ที่นี่มันจะเติบโตโดยกลายเป็นสุนัขจิ้งจอกธรรมดา และมันจะต้องตายเร็วขึ้น  อิ๋งอิ๋ง อยากให้ไป๋น้อยตายเร็วหรือ?”  เสี่ยวเทียนเป่าคาถาเข้าใส่  อิ๋งอิ๋ง ที่ร้องไห้นำตาไหลกอดไป๋น้อยแน่น เริ่มสะอึกสะอื้น  ไป๋น้อยก็ได้แต่นิ่งเงียบไม่พูดอะไร เพราะสงสารอิ๋งอิ๋ง

    “ ไป๋น้อยจะตายจริงๆ หรือพี่ใหญ่?”  อิ๋งอิ่งเริ่มใจอ่อนทันที

    “ อืม พี่ใหญ่จะหลอกอิ๋งอ๋งได้อย่างไร แต่ไม่ต้องห่วง พี่ใหญ่จะทำประตูมิติไว้ให้ อิ๋งอิ๋งคิดถึง ไป๋น้อยเมื่อไร ก็เข้าไปหาได้เลย” เสี่ยวเทียนเอ่ยตามที่อาจารย์ลู่เอินบอกออกมา

    “ จริงๆ นะ”

    “ อืม”     แล้วอิ๋งอิ๋ง ก็อุ้มไป๋น้อยมาให้เสี่ยวเทียนด้วยความอาลัย ก่อนเดินทางอาจารย์ลู่เอิน ก็ใช้ดวงเนตรสวรรค์ ทำการสร้างประตูมิติขึ้นมาใหม่ อีก หนึ่งประตูซึ่งสามารถเดินเข้าไปหามิติฟ้าคราม ได้อย่างอิสระ เพียงแค่ เปิดประตูก็เข้าไปได้แล้ว โดยจำกัดให้เข้าไปได้เฉพาะ พ่อ แม่ น้าจื่อเอียน หลิงน้อย และ อิ๋งอิ๋งเท่านั้น

    “ โอ้โห อาจารย์ท่านทำได้อย่างไรเนี่ย?”

    “ นี่เรียกว่า วิชาดวงเนตรสวรรค์”

    “ ข้าอยากเรียน ท่านอาจารย์ช่วยสอนให้ข้าด้วย”

    “ อืม ข้ายังจำวิธีฝึกเริ่มต้นไม่ได้ เอาไว้ข้านึกได้แล้วจะสอนให้เอง”

    “ อาจารย์กินน้ำทิพย์ไม่ช่วยบ้างเลยหรือ?”

    “ ไม่หรอก ข้าไม่ใช่มนุษย์ทั่วไป”

    เสี่ยวเทียนฟังแล้วก็ได้แต่อึ้ง พูดไม่ออก ได้แต่ลุ้นว่าเมื่อไรอาจารย์จะหายความจำเสื่อมเสียที !

    หลังจากติดตั้งประตูมิติ เสร็จแล้ว เสี่ยวเทียนก็เปิดประตูมิติกลับไปที่ ดินแดนพิภพชั้นที่ สี่ มาปรากฏร่างที่ตำหนักแพรไหม อย่างน่าอัศจรรย์

    “ อาจารย์แล้วหยก มังกรฟ้า อยู่ที่ไหนกัน”

    “ เจ้าเอาหยกมังกรฟ้าออกมา” อาจารย์ลู่เอินปรากฏร่างขึ้น แล้วใช้มือปล่อยไปสัมผัสกับหยกมังกรฟ้า   ไม่นานนัก ก็มี อาจารย์ลู่เอินก็สัมผัสที่อยู่ของมันได้

    “ มันอยู่ที่ดินแดนจอมเวทย์บรรพกาล พวกเราต้องไปที่นั่นแล้ว”

    เสี่ยวเทียนนึกถึง ตราสีทองที่ตู้คัง ประมุขสำนักสุขสำราญมอบให้ไว้

    “ดี พวกเราเปิดประตูมิติไปกันเลย”

    “ พวกเราไม่สามารถใช้ประตูมิติไป ในสถานที่ข้าหรือเจ้า ไม่เคยไปมาก่อน”

    “ อ้าว  ถ้าเช่นนั้น พวกเราก็นั่งเรือเหาะไปกันเลย ก็แล้วกัน”

    “ นี่เจ้าลืมไปแล้วหรือ ว่าเจ้ายังมีภรรยาอีกคน”

    “ โอ้ ใช่เลย ข้าไปหาเจินเจินก่อนนะอาจารย์” เสี่ยวเทียนเอ่ยจบก็เข้าไปในดินแดนใต้พิภพทันที  พอไปถึง ก็พบกับเจินเจิน ทั้งสองกอดกันกลมแนบแน่น

    ด้วยความคิดถึง ซึ่งบัดนี้เสี่ยวเทียนร่างกายสูงใหญ่กว่าก่อนมาก

    “ สามีท่านดูสูงกว่าเดิมนะ”

    “ ท่านก็เช่นกัน  ข้าจะพาเจ้าไปเที่ยวดินแดนจอมเวทย์บรรพกาล เสด็จแม่ของท่านจะว่าอะไรหรือไม่?”

    “ข้าต้องขออนุญาตท่านก่อน”   เจินเจินกับเสี่ยวเทียนเข้าไปพบกับ จักรพรรดินีเจินเหลียนเพื่ออนุญาต  จักพรรดินีเรียกเจินเจินเข้าไปคุยกันใกล้ๆ แล้วเอ่ยกันเบาๆ สองคน เสี่ยวเทียนได้แต่เงียบไม่พูดอะไร เพราะว่าจักรพรรดินีส่งเสียงให้เจินเจินฟังแต่เพียงผู้เดียว เห็นแต่ใบหน้าของ เจินเจินกลับแดงขึ้นมา

    “ เสี่ยวเทียน ฝากดูแลเจินเจินให้ดีด้วย เที่ยวกันเสร็จแล้วก็รีบกลับมา”

    จักพรรดินีเอ่ยอนุญาต เจินเจินเดินกลับมาหาเสี่ยวเทียนหน้ายังไม่หายแดงเลย

    ทั้งสองเดินออกมา เสี่ยวเทียนก็ถามทันทีด้วยความอยากรู้

    “ เรื่องนี้ เสด็จแม่บอกว่า ให้รีบมีหลานให้ท่านโดยเร็วเท่านั้น” เสี่ยวเทียนยิ้มขึ้นมาทันที

    “ ไม่ต้องห่วง ข้าจะไม่ทำให้จักรพรรดินีต้องผิดหวัง”  คืนนั้นเสี่ยวเทียนได้ปฏิบัติหน้าที่สามีอย่างสมบูรณ์  แล้วรุ่งเช้า ทั้งสองคนออกจากดินแดนใต้พิภพ แล้วขึ้นเรือเหาะเดินทาง ไปดินแดนจอมเวทย์บรรพกาลต่อทันที

    ดินแดนจอมเวทย์บรรพกาล เป็นดินแดนแห่งเวทย์มนตร์ มีผู้ที่ต้องการฝึกเป็นจอมเวทย์ กันมากมาย มีสำนักสอนอยู่หลายร้อยสำนัก แต่สำนักใหญ่ มีทั้งหมดสามสำนัก คือ สำนักโมจิน  สำนักมู่เจีย และสำนักเหยาซาน

    โดยแบ่งเป็น นักศึกษาเวทย์  จอมเวทย์ ราชันเวทย์ จักรพรรดิเวทย์ เซียนจอมเวทย์ เซียนราชันเวทย์ เซียนจักรพรรด์เวทย์และ เทพเซียนบรรพกาล

    เมืองเฉิงซาน  เป็นเมืองหลวงของ ดินแดนจอมเวทย์บรรพกาล  เสี่ยวเทียนนั่งเรือเหาะเข้ามาไม่ได้ เพราะว่ามีกำแพงเวทย์กั้นเอาไว้เป็นกำแพงสูง จึงต้องให้ ภรรยาทั้งสองเข้าไปในมิติฟ้าครามก่อน ส่วนตัตวเขาก็เดินเข้าไปด่านทางเข้า เสี่ยวเทียนเห็นคนรอคิวเข้าแถวยาวเหยียด เลยลองยกตราประมุขสุขสำราญให้พวกทหารเฝ้าประตูได้เห็น  พอทหารเห็น ก็รีบเชิญเสี่ยวเทียนเข้าไปในเมืองทันที

    “ คุณชายน้อย ท่านต้องการไปที่ใด ข้าจะได้ไปส่งท่าน”

    “ อืม ไม่เป็นไรข้าจะไปเดินเที่ยวเอง แค่พาเข้าเมืองแค่นี้ก็ขอบคุณมากแล้ว”

    หัวหน้าเฝ้าประตูแนะนำที่ท่องเที่ยวกับกับเสี่ยวเทียนไปหลายที่ แต่ที่เด่นที่สุดก็คือทะลสาบเมอร์ลิน เสี่ยวเทียนเลยให้ ทหารไปส่งที่ทะเลสาบเมอร์ลิน

    บนรถม้าเสี่ยวเทียนก็พาภรรยาทั้งสองคนออกมาเที่ยวชมด้วย พอถึง ทหารเห็นสาวงามลงจากรถอีกสองคน ก็ตกใจ เสี่ยวเทียนให้เหรียญทองไปถุงหนึ่ง ทำให้ทหารทำท่าเคารพเสี่ยวเทียนมากขึ้นไปอีก

    “ สวยจังเลย นี่หรือคือ ทะเลสาบเมอร์ลิน”  เจินเจินกับ วาวาพูดออกมาเหมือนกัน

    “ เห็นพวกทหารเล่าว่า ที่นี่เคยเป็นที่คุมขังท่านพ่อมดผู้ยิ่งใหญ่เมอร์ลินมาก่อน

    โดยมีราชินีทะเลสาบ คนรักของท่านเมอร์ลินเป็นผู้คุมขังเอาไว้”

    เสี่ยวเทียนอธิบายจากที่ฟังทหารเล่าให้ฟังคร่าวๆ

    “ น่างสงสารจัง ถูกคนรักขังเอาไว้ใต้ทะเลสาบเช่นนี้ นางทำไปเพื่ออะไรกันนะ”

    เจินเจินอดสงสัยไม่ได้

    “ ที่นางทำไปเพื่อไม่ให้พ่อมดเมอร์ลินกลับมาชิงตำแหน่งกษัตริย์ จากพี่ชายของนาง   แต่ความจริงก็คือ เมอร์ลินเองต่างหากที่ยอมจะถูกนางจับขังเอาไว้ เพราะเขาทนไม่ได้ที่จะเห็นเพื่อนรักของเขา ราชันอาเธอร์ต้องถูกฆ่าตาย ที่ปราสาทคาเมล็อต จึงยอมถูกจับไว้ที่นี่ ด้วยกรงขังแก้วผลึกที่แม้แต่เขาเองก็ไม่สามารถ ทำลายได้” อาจารย์ลู่เอินกล่าวออกมาให้เสี่ยวเทียนและสองสาวฟัง

    “ โอ้โห อาจารย์รู้ได้อย่างไรเนี่ย?”

    “ ข้าเป็นคนทำลายกรงขังแก้วผลึกนั้นเอง”

    “ หา ! เป็นความจริง? อาจารย์รู้จักท่านพ่อมดในตำนานด้วยหรือเนี่ย แล้วตอนนี้ท่านไปอยู่ที่ใดแล้ว” เสี่ยวเทียนตื่นเต้นยินดียิ่งนัก

    “ ไม่รู้  ข้าจำไม่ได้”

    เสี่ยวเทียนนิ่งอึ้งไป  ไม่รู้จะถามต่ออย่างไรดี ได้แต่มองสภาพแวดล้อมทะเลสาบเมอร์ลินไปทั่ว ริมชายหาด มีรูปปั้นท่านพ่อมดเมอร์ลิน รูปปั้นราชินีทะเลสาบ และรูปปั้นดาบแอกซ์คาลิเบอร์ ปักไว้ในก้อนหิน เสี่ยวเทียนกำลังละสายตาออกไป

    แต่ต้องหันกลับมาดูใหม่อีกครั้ง เห็นวิญญาณเด็กน้อย วัย 6 ขวบ กำลังทำท่าดึงดาบแอกซ์คาบิเบอร์ออกจากหินอย่างตั้งใจเอามาก

    “ อาจารย์ท่านเห็นเหมือนที่ข้าเห็นหรือเปล่า นั่นมันผีเด็กที่ไหนกัน มาดึงดาบแอกซ์คาลิเบอร์”

    “ ผีเด็กตนนี้ มีปัญหาแน่ๆ คนอื่นไม่เห็น เจ้าเห็นคนเดียว แสดงว่า เจ้ามีสิ่งผูกพันกับมัน  ดูเหมือนมันกำลังต้องการความช่วยเหลืออยู่ เรียกมันมาถามซิ”

    เสี่ยวเทียนส่งจิตไปหาวิญญาณเด็กน้อยที่กำลังทำท่าดึงดาบแอกซ์คาลิเบอร์อย่างสุดชีวิต แต่ก็ไม่มีทางดึงออกมาได้ ส่วนสองสาวบัดนี้ไปทำการ จุดธูปกราบไหว้รูปปั้นเจ้าแม่กวนอิม ริมทะเล ซึ่งไม่รู้ว่าเกี่ยวอะไรกับดินแดนจอมเวทย์แห่งนี้

    เด็กน้อยหันมามองหน้าเสี่ยวเทียนด้วยความตกใจ ที่เห็นว่าเสี่ยวเทียนติดต่อกับเขาได้

    “ ท่านเป็นใคร ทำไมติดต่อกับข้าได้เช่นนี้”

    “ ข้าชื่อ เฉินเสี่ยวเทียน เพิ่งผ่านเข้ามาในดินแดนแห่งนี้ เห็นเจ้าพยายามดึงดาบที่หล่อเป็นเนื้อเดียวกับศิลา เจ้าจะดึงไปเพื่ออะไรกัน”

    “ ข้าจะเอาไปแก้แค้นให้ท่านพ่อ ท่านแม่” เด็กชายวัย 6 ขวบตอบด้วยดวงตาที่ส่องประกายแค้นออกมา

    “ เจ้าหนูน้อย เจ้าอายุเท่านี้ ถึงกับมีประการแค้นออกมาขนาดนี้ แสดงว่าคงเคียดแค้นคนที่ทำเจ้ามากขนาดนี้ซินะ ไหนลองเล่ามาซิ เผื่อว่า ข้าจะช่วยเจ้าได้”

    “ จริงนะ ท่านจะช่วยข้าจริงนะ”  เด็กน้อยวัย 6 ขวบเข้าใกล้ๆ เสี่ยวเทียนด้วยความตื่นเต้น

    “ เล่ามาเถอะ”

    “ ข้าชื่อ จ้าวอี้ พ่อกับแม่ข้าเป็นประมุขตระกูลจ้าว ข้าเป็นบุตรเพียงผู้เดียวของท่าน มีวันหนึ่งพวกเราไปไหว้พระที่วัดฝอซาน ระหว่างทาง มีปีศาจเสือดำตนหนึ่ง บุกเข้ามาทำร้ายพ่อและแม่ และข้าจนตาย  พวกเราสามคนพ่อแม่ลูก ถูกมันกลืนกินไปหมด ท่านพ่อกับท่านแม่ข้าไม่รู้หายไปไหน ข้าแค้นใจแต่ไม่รู้ทำอย่างไร  ท่านแม่เคยบอกว่า ดาบแอกซ์คาลิเบอร์สามารถปราบปีศาจมารร้ายได้ข้าก็เลยจะมาเอาไปปราบปีศาจเสือดำ ให้ได้” เด็กน้อยจ้าวอี้เอ่ยด้วยความไร้เดียงสา

    “ เด็กน้อย ข้ารับปากจะช่วยเจ้า แต่ว่าเจ้ารู้บ้างไหมว่าปีศาจเสือดำเวลานี้มันอยู่ที่ใด” เด็กน้อยส่ายหัวทันที

    “ จ้าวอี้ แล้วข้าจะไปช่วยเจ้าได้อย่างไรกัน?”

    “ ข้าไม่รู้ แต่ว่าท่านไปหาท่านน้าเขย ของข้าที่บ้านเขาน่าจะรู้ดีกว่าข้า”

    “ได้ ถ้าเช่นนั้นพาข้าไปบ้านของเจ้ากัน” เสี่ยวเทียนเรียกสองภรรยากลับมาก่อนไว้โอกาสหน้าค่อยมาเที่ยวใหม่ แล้วให้ทั้งคู่กลับไปที่ มิติฟ้าคราม แล้ว ตนเองก็เดินตาม จ้าวอี้ไปที่บ้านตระกูลจ้าว ซึ่งเด็กน้อยจ้าวอี้กลับไม่รู้จักทางกลับบ้านตนเองอีก ทำให้เสี่ยวเทียนต้องเอ่ยถามกับชาวบ้านแถบนั้น ก็ทราบว่า บ้านตระกูลจ้าวนั้น ไม่มีแล้ว บัดนี้เป็นบ้านตระกูล ซุนไปแล้ว

    “ อะไรนะ ทำไมแล้วตระกูลจ้าวหายไปไหนเสียแล้วล่ะ” เสี่ยวเทียนสงสัย

    “ เมื่อ 10 ปีก่อน ผู้นำตระกูลจ้าวหายตัวไปทั้งสามคนพ่อแม่ลูก ซุนไหวอี้เลยต้องดูแลตระกูลจ้าวแทน” เจ้าของร้านน้ำชายเอ่ยออกมาแล้วชี้ทางให้เสี่ยวเทียนไปที่อดีตบ้านของตระกูลจ้าว  ที่เวลานี้เป็นบ้านตระกูลซุนไหวอี้ไปแล้ว

    เสี่ยวเทียนหันมามองเด็กน้อยที่ตายไปแล้ว สิบปี ด้วยสีหน้ามึนงงสงสัย

    “ เด็กคนนี้ตายไปแล้ว สิบปี ความทรงจำของเขาจึงมีแค่นั้น เพราะวิญญาณของเขาไม่สามารถรู้ว่าวันเวลามันผ่านไปเท่าไรแล้ว เจ้าสัมผัสเอาความทรงจำของเด็กน้อยเข้ามาในหัว แล้วให้เขามาอยู่ในไข่มุกวิญญาณ เพราะว่า ร่างวิญญาณของเขาอาจจะอยู่อีกไม่นานแล้ว !”  อาจารย์ลู่เอินอธิบาย 

    เสี่ยวเทียนใช้พลังดึงความจำของวิญญาณเด็กน้อยจ้าวอี้ออกมา แล้วนำวิญญาณมาเก็บเอาไว้ในไข่มุกวิญญาณ เพื่อรักษาวิญญาณให้อยู่ได้นานขึ้น

    จากนั้น เสี่ยวเทียนก็เดินเข้าไปใน บ้านตระกูลซุนที่โอ่อ่า ใหญ่โต มีข้าทาสบริวารมากมาย พอคนรับใช้มาเปิดประตู พอเห็นหน้าเสี่ยวเทียนก็ตกใจแทบสิ้นสติ

    เพราะใบหน้าของเฉินเสี่ยวเทียน มีส่วนคล้ายกับ จ้าวอี้ในวัย 10 ขวบที่หายไปเป็นอย่างยิ่ง

    “ คุณ ...ชาย....จ้าวอี้?”  คนรับใช้ทั้งสองคนเอ่ยออกมาพร้อมๆ กัน

    “ อาจารย์นี่ข้าเหมือนจ้าวอี้ขนาดนั้นเลยหรือ?” เสี่ยวเทียนสงสัย

    “ ไม่เหมือนหรอก แต่ข้าแปลงโฉมให้เจ้าเอง เพราะข้าอยากให้ฆาตกรเผยตัวออกมา”

    อาจารย์ลู่เอิน แปลงโฉมเสี่ยวเทียนให้กลายเป็นเด็กหนุ่ม วัย16ปี จ้าวอี้ ซึ่งตายไปแล้ว สิบปี

    ดังนั้นเสี่ยวเทียนก็เลยสวมรอยทันที

    “ ใช่แล้ว ข้าคือ จ้าวอี้ ข้ากลับมาแล้ว”.....

    คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน