โคมไฟในยามแสงอาทิตย์โพล้เพล้ค่อยๆ แวววามสว่างไสว หน้าประตูของกำแพงจวนหลิงอ๋องมีรถม้าคันใหญ่จอดเข้าแถวกันยาวเหยียด คุณหนูและคุณชายแต่งกายงดงามทยอยลงจากรถม้า ยื่นเทียบเชิญสีแดงต่อพ่อบ้านใหญ่แล้วก็ค่อยๆ ผลุบหายเข้าไปในซุ้มประตู
กู้เฉินที่เปิดออกมาดู ถอยกลับเข้าไปในรถม้า “พี่หญิง คืนนี้ทุกคนแต่งกายงดงามราวกับกำลังจะมาประกวดตำแหน่งบุปผาเมืองหรงเฉิน ท่านไม่เสียใจหรือที่แต่งมาแค่นี้?”
“เสี่ยวเฉิน พวกเราต้องสงบเข้าไว้ อย่าทำตัวเด่นให้เป็ที่สนใจของผู้คน จุดประสงค์ที่แท้จริงของงานนี้อาจจะเราสองพี่น้องก็ได้”
“พี่หญิงคิดว่าอย่างไรขอรับ?”
“คราวก่อนเ้าไม่ได้พาแม่นางคนงามกลับจวน เกรงว่าคนอยากหลิงอ๋องซื่อจื่อคงไม่ยอมรามือ ส่วนข้าก็ได้ย่างเท้าเข้ามาที่นี่ตามที่เขาได้กล่าวเชิญเอาไว้ เขาอาจจะ้าให้ข้าแสดงความสามารถเพื่อจะได้ให้โอกาสข้าก็ได้”
กู้เฉินผงะ “อา...ถ้าอย่างนั้น ข้าก็คงต้องระมัดระวังในการดื่ม”
“หากพวกเขาเสนอให้แสดงความสามารถ เ้าก็ต้องระวังด้วย”
“ขอรับ พี่หญิง”
รถม้าของสกุลกู้เลื่อนไปถึงหน้าซุ้มประตู กู้เฉินลงจากรถม้าแล้วยื่นมือให้พี่สาวเกาะ กู้เยว่ฉีลงจากรถแล้วมองเข้าไปในจวนหลิงอ๋อง นางถอนหายใจน้อยๆ สถานที่แห่งนี้นางคุ้นเคยในความฝันอันเลวร้าย
“คุณชายกู้ เทียบเชิญเล่าขอรับ” พ่อบ้านแซ่ชิงค้อมศีรษะอย่างนอบน้อม
กู้เยว่ฉีหันไปมอง แววตานางไหววูบ พ่อบ้านผู้นี้เคยรับคำสั่งของเหยาอันให้บ่าวรับใช้หญิงร่างใหญ่สองคนลากนางที่นอนไม่สบายอยู่บนเตียงไปขังที่เรือนน้อยหลังจวน ให้คนส่งเพียงข้าวต้มถ้วยน้อยมาให้นางประทังชีวิต
‘ทั้งนายและบ่าวในจวนใหญ่แห่งนี้ ล้วนทำเพื่อความอยู่รอดของตน อย่าได้คิดถามหาน้ำใจ’
กู้เฉินล้วงเอาเทียบเชิญยื่นให้กับพ่อบ้าน พอฝ่ายนั้นผายมือ สองพี่น้องก็ผงกศีรษะรับแล้วเดินเข้าไปข้างใน
“พี่หญิง คืนนี้จวนอ๋องตกแต่งงดงามมากขอรับ งามกว่าตอนที่ข้ามานับสิบเท่า”
“อย่ามัวแต่ชื่นชมความงามจนลืมระวังตัวเล่า สถานที่แห่งนี้ยิ่งงดงามก็ยิ่งอันตราย”
“ขอรับ ข้าจะหักห้ามใจ”
หลิงเจาเหว่ยยืนมองดูสาวงามที่ทยอยเข้ามาในลานจัดเลี้ยง เสียงดนตรีบรรเลงขับกล่อมทุกคนในงานสร้างความรื่นรมย์ยิ่ง คุณหนูคุณชายทั้งหลายที่รู้จักต่างก็ยืนทักทายสนทนากันอยู่ด้านหลัง เหล่าสตรีพากันชื่นชมเครื่องประดับและเสื้อผ้ากันและกัน พลันสายตาของเขาก็ปะทะกับสตรีที่รอคอย ชายหนุ่มนิ่วหน้าเล็กน้อยเมื่อเห็นนางสวมชุดที่ดูออกมามิได้ตัดมาใหม่เพื่องานนี้โดยเฉพาะอย่างคุณหนูบ้านอื่น
‘กู้เยว่ฉีจงใจจะทำตัวมิให้เป็ที่สนใจ ช่างน่าแปลกจริง เมื่อคราวงานคัดเลือกบุปผาแห่งเมืองหรงเฉิน นางยังแต่งชุดที่เฉิดฉายยิ่งกว่านี้หลายเท่า ตกลงว่านางอยากจะดึงดูดความสนใจของข้าหรือไม่กันนะ?’
ซื่อจื่อผู้องอาจหันไปมองโต๊ะแรกด้านขวา ตงฮุ่ยิบุตรีของตุลาการตง ขุนนางผู้ใหญ่ที่มีอิทธิพลมาในเมืองนี้ กำลังจ้องมองมาที่เขา ด้านข้างของนางเป็น้องชายผู้มีนามว่าตงต๋า สองพี่น้องมีรูปโฉมและความสามารถเป็ที่น่าพอใจ หลิงเจาเหว่ยรู้ว่ามารดาอยากให้เขาแต่งกับคุณหนูตงมากกว่าเพราะหวังจะได้พึ่งอำนาจขุนนางของตุลาการตง
“ท่านพี่ คุณหนูตงกับคุณหนูลี้ในคืนนี้ แต่งกายงดงามไม่แพ้กันเลยนะขอรับ” หลิงคุนที่นั่งอยู่ไม่ไกลกระซิบกระซาบ
“อืม นับว่างดงามมากจริงๆ อย่างที่เ้าว่า”
“แล้วท่านชอบผู้ใดมากกว่ากัน?”
หลิงเจาเหว่ยหัวเราะเบาๆ สตรีผู้ใดช่วยให้อำนาจและฐานะของเขามั่นคง เขาก็ย่อมจะชอบนางผู้นั้น เขาหันมองลี้อิ่ง ผู้ที่มารดาเห็นว่าเหมาะกับการเป็ชายารองของซื่อจื่อ สกุลลี้เป็พ่อค้าหากได้แต่งงานกับผู้สืบทอดตำแหน่งอ๋องอย่างเขานับว่าเป็เกียรติอย่างยิ่ง
“ตอนนี้ข้าชอบสกุลกู้”
หลิงคุนเหลือบมองไปทางกู้เฉิน พอเห็นสตรีงดงามในชุดที่มิได้หรูหราเทียบเท่าว่าที่คู่หมั้นของพี่ชายก็ขมวดคิ้ว
“คุณหนูกู้แต่งตัวดูดีก็จริง แต่ต่างจากสตรีสกุลอื่นอยู่มาก นี่นางไม่หวังจะให้ตนเองสะดุดตาคุณชายสักบ้านเลยหรือไร?”
“บางที คนฉลาดอย่างนางอาจจะรู้ตัวแล้วก็ได้”
“รู้ตัวหรือขอรับ?”
“อืม รู้ว่าข้ากำลังเปิดทางให้นางมาเป็ชายา”หลิงเจาเหว่ยเล่าเื่ที่ตนไปเยือนอู่ต่อเรือสกุลกู้และเชิญนางเข้าจวนให้น้องชายฟัง “แต่นางปฏิเสธ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้คนของข้ารายงานว่านางวางแผนกำจัดว่าที่ชายาของข้าไปหลายคน”
“นางอาจจะแสร้งปล่อยเพื่อจับก็ได้นะขอรับ งานนี้นางก็แต่งตัวไม่งดงามเท่าสตรีอื่น แล้วท่านพี่ก็สนใจนาง นับว่าสำเร็จไปอีกขั้น”
หลิงเจาเหว่ยส่ายศีรษะ “ข้าสังหรณ์ว่าไม่ใช่ เหมือนนางจะกำลังระวังตัว ไม่อยากจะเกี่ยวข้องกับสกุลหลิง บางทีอาจจะมีสิ่งที่ทำให้นางเปลี่ยนใจไม่อยากแต่งเข้าจวนอ๋องแล้ว”
“ในเมื่อนางไม่เต็มใจ ท่านพี่จะไปสนใจนางทำไมขอรับ? ท่านแต่งกับคุณหนูตงกับคุณหนูลี้สองคนจะไม่ง่ายและคุ้มกว่าหรือ?”
หลิงเจาเหว่ยยิ้มน้อยๆ ม้วนกระดาษที่เขาซ่อนไว้ในหีบใต้ที่นอนคือสิ่งที่ทำให้เขาไม่อาจจะละวางกู้เยว่ฉีได้ นางคือกุญแจดอกสำคัญที่จะทำให้เขาสร้างกองทัพที่เกรียงไกรได้
“เ้าไม่รู้อันใด กู้เยว่ฉีผู้นี้ มิใช่เพียงบุปผางามที่ลอยไปลอยมา เขียนกลอน เล่นดนตรี วาดภาพ เฉกเช่นสตรีอื่น แท้จริงนางคือผู้ที่อยู่เื้ัความสำเร็จของสกุลกู้ ทั้งตำแหน่งขุนนางของบิดาและความร่ำรวยมหาศาลในตอนนี้”
หลิงคุนนิ่งอึ้ง “มิน่า ท่านพี่ถึงได้พยายามกับนางนัก ก่อนหน้านี้ข้าไม่เคยเห็นท่านสนใจนางมาก่อน”
“เพราะข้าเพิ่งรู้ไม่นานมานี้ ข้าจึงได้เบนเข็มจากตงฮุ่ยิมาเป็กู้เยว่ฉี ส่วนลี้อิ่งนั้น รอให้ข้าได้สกุลกู้มาอยู่ในกำมือเสียก่อน ค่อยแต่งนางก็ยังไม่สาย”
“ล้ำลึกมากขอรับ”
“เสี่ยวคุน คืนนี้เ้าคอยจับตาดูกู้เฉินช่วยข้าด้วย ข้า้ามอบซุนหลันให้เขาพากลับไปด้วย”
“ขอรับ ท่านวางใจข้าได้เลย” หลิงคุนยิ้มกริ่ม ในเมื่อพี่ชายวางแผนเอาไว้แล้ว เขาก็ต้องช่วยผลักดันอย่างเต็มที่
“ดี หากสำเร็จ นี่ถือว่าเป็ผลงานของเ้าด้วย”
“ขอบคุณท่านพี่ที่ส่งเสริม” หลิงคุนประสานมือค้อมศีรษะ เขาหวังจะได้รับความไว้วางใจจากบิดาและหลิงเจาเหว่ยเพื่อก้าวขึ้นสู่ความเป็คนสำคัญของจวนอ๋อง
กู้เยว่ฉียังเดินไม่ถึงโต๊ะนางก็ถูกคุณหนูหลายตระกูลขวางเอาไว้เพราะอยากจะพูดคุยเื่ผ้าและเครื่องประดับ หลายคนแสดงความประหลาดใจที่นางสวมเสื้อผ้าชุดเดิมที่เคยเห็นมาแล้ว
“เหตุใดคุณหนูกู้จึงมิได้ตัดชุดใหม่?”
กู้เยว่ฉีหัวเราะแก้เก้อ “เป็เพราะข้าเห็นแก่ลูกค้าอย่างพวกท่านน่ะสิ ผ้าในร้านหงส์หยกถูกพวกท่านเหมากันไปหมดแล้ว ข้าเป็แม่ค้าย่อมเห็นแก่กำไรมากกว่าความงดงาม จึงต้องสละให้ทุกคนไป”
บรรดาคุณหนูพากันทำตาโต แม้แต่เครื่องประดับกู้เยว่ฉีก็ยังไม่ยอมเลือกใช้สิ่งที่ดูล้ำค่าจนเกินไป ยามนั้นจงเป่าหนิงบุตรสาวของใต้เท้ากรมคลังเดินเข้ามาถึงพอดี
“คุณหนูกู้ไม่้าชิงตำแหน่งชายากับพวกเ้าอย่างไรเล่า? นางเป็บุปผาแห่งหรงเฉิน หากแต่งตัวงามกว่านี้ เกิดซื่อจื่อสนใจนาง พวกเ้าก็หมดโอกาสน่ะสิ”
*****************
ไรเตอร์แนะนำ...อีบุ๊กเซ็ทแนวกลับมาแก้แค้น "เกิดอีกคราเป็ชายาตัวร้าย" จำนวน 3 เล่มจบ
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiNDQ1ODg3MCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjE4MjEzMCI7fQ
