บทที่ 25 นี่คือสิ่งที่เธอ้าจริง ๆ เหรอ?
ฟ่านจิ่นเฉิงรีบคว้าแขนเธอไว้ “แม่ครับ ลุงกับมี่มี่าเ็หนักไหม?”
“คนที่มาส่งข่าวบอกว่ามี่มี่แค่ถลอกนิดหน่อย ส่วนพ่อของซีซีาเ็หนักกว่า แต่ยังไม่ทราบรายละเอียดแน่ชัด ซีซี ไปหยิบเสื้อผ้าสะอาดให้พ่อกับมี่มี่หน่อย เดี๋ยวไปโรงพยาบาลกับจิ่นเฉิง ฉันจะไปปิดร้าน แม่ของเธอกับเจวียนเจวียนไปที่โรงพยาบาลแล้ว”
“ค่ะ” ฟ่านซีซีรีบวิ่งไปที่ห้องของพ่อแม่ หยิบเสื้อผ้ามาสองสามชุด จากนั้นก็ไปที่ห้องของมี่มี่เพื่อหยิบเสื้อผ้าให้เธอสองชุด
ฟ่านจิ่นเฉิงเก็บของใส่กระเป๋า และช่วยฟ่านซีซีหาเสื้อกันฝนมาให้เธอเปลี่ยน จากนั้นทั้งสองคนก็รีบออกจากบ้าน
“ซีซี เธอถือของไว้แล้วถือร่มไหวไหม? เราปั่นจักรยานไปกัน”
ฟ่านซีซีพยักหน้า “ฉันไหว”
ฟ่านจิ่นเฉิงเข็นจักรยานออกมา แล้วพาซีซีซ้อนท้าย ทั้งสองคนฝ่าสายฝนไปยังโรงพยาบาลกลาง
การปั่นจักรยานท่ามกลางสายฝนเป็เื่ยาก ดังนั้นฟ่านซีซีจึงแอบโบกมือ ใช้พลังพิเศษของเธอป้องกันลมฝนไม่ให้เข้าใกล้
ฟ่านจิ่นเฉิงตั้งใจปั่นจักรยาน จึงไม่ทันได้สังเกตอะไร แค่คิดว่าฝนเบาลงแล้ว
เมื่อมาถึงโรงพยาบาล ฟ่านซีซีวิ่งตรงไปยังห้องฉุกเฉิน ไม่ต้องถามใคร เธอก็เห็นพี่สาวของตัวเองทันที
บางทีอาจจะเป็เพราะรีบร้อนเกินไป เสื้อผ้าของพี่สาวเปียกไปหมดทั้งตัว เธอยืนตัวสั่นอยู่ตรงนั้น
เมื่อเห็นน้องสาวของตัวเอง เธอก็รีบโบกมือเรียก
“ตอนนี้พ่อกำลังเข้ารับการผ่าตัดเย็บแผล แม่เฝ้าพ่ออยู่ ส่วนมี่มี่อยู่ที่ห้องพักผู้ป่วยชั้นสอง เธอแค่ถลอกเล็กน้อย แต่หัวโดนของบนรถสามล้อกระแทก กลัวว่าสมองจะกระทบกระเทือน เลยต้องนอนดูอาการที่โรงพยาบาลก่อน ทำไมเธอมาคนเดียวล่ะ?”
“พี่จิ่นเฉิงกำลังจอดรถ เดี๋ยวฉันไปดูมี่มี่ก่อน”
“เธอเอาเสื้อผ้ามาให้ฉันด้วยหรือเปล่า?” ฟ่านเจวียนเจวียนถามพลางรับกระเป๋าใบใหญ่จากมือน้องสาวมาดู
“ไม่ได้เอามา ไม่รู้ว่าเสื้อผ้าพี่เปียก เดี๋ยวพี่ลองดูว่าใส่ของมี่มี่ได้ไหม ฉันเอาของมี่มี่มาสองชุด”
……
ภายในห้องพักผู้ป่วย ฟ่านมี่มี่สวมเสื้อผ้าสะอาดแล้ว เธอมองพี่สาวด้วยดวงตาแดงก่ำ
“ทั้งหมดเป็ความผิดของฉัน ถ้าพ่อไม่ไปรับฉัน พ่อก็คงไม่าเ็แบบนี้”
ฟ่านซีซีเช็ดผมเปียก ๆ ของน้องสาวไปพลาง ปลอบใจไปพลาง “ไม่ใช่ความผิดของเธอ มันเป็อุบัติเหตุ พ่อจะต้องปลอดภัย”
“จริงสิ แล้วคนขับรถสามล้อที่ชนพวกเธอไปไหนล่ะ ทำไมไม่เห็นเขาเลย?”
ฟ่านมี่มี่พูดเสียงเบา “คุณลุงคนนั้นแก่มากแล้ว บนรถยังมีเด็กอายุประมาณห้าหกขวบร้องไห้อยู่ตลอดเวลา หลังจากที่ส่งพวกเรามาที่โรงพยาบาลแล้ว เขาก็อาสาจ่ายค่ารักษาพยาบาล พ่อคิดว่าตัวเองไม่ได้รับาเ็อะไรมาก จึงให้เขากลับไป แต่ว่า...พ่อเสียเืมากเลย…”
ฟ่านซีซีตบมือปลอบน้องสาวเบา ๆ “ไม่ต้องกลัวนะ เธอหิวไหม? พี่จะไปซื้ออะไรมาให้กิน”
“หิวแล้ว พี่รอง ฉันอยากกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป”
ฟ่านซีซีอดขำไม่ได้ “นี่คือสิ่งที่เธอ้าจริง ๆ เหรอ?”
“ขอไส้กรอกสองอันด้วย” ฟ่านมี่มี่ยิ้มกว้างก่อนจะบอกความ้าเพิ่ม
ตอนที่ฟ่านซีซีกำลังจะออกไปซื้อของกิน ฟ่านจิ่นเฉิงก็เข้ามาพอดี
“ซีซี เสื้อผ้าของพ่อเธออยู่ไหน?”
ฟ่านซีซีรีบหยิบเสื้อผ้าสะอาดที่อยู่ด้านข้างมาให้ “พ่อผ่าตัดทำแผลเสร็จแล้วเหรอ? งั้นฉันไปกับพี่ด้วย”
“เธอไม่ต้องไปหรอก เดี๋ยวเขาก็ย้ายมานอนห้องนี้แล้ว ตอนฉันขึ้นมาฉันถามหมอแล้ว าแของลุงไม่หนักมาก มีรอยถลอกตามตัวเยอะหน่อย โดนเศษกระจกจากรถสามล้อบาด เืเลยออกเยอะ ดูเหมือนน่ากลัว แต่พรุ่งนี้ก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว”
ฟ่านซีซีถอนหายใจด้วยความโล่งอก ในที่สุดความกังวลที่อัดแน่นอยู่ในใจก็คลายลง
เมื่อนึกขึ้นได้ว่าพ่อกับฟ่านมี่มี่ยังไม่ได้กินข้าวเย็น เธอก็ลงไปซื้อของกิน
เนื่องจากฟ้ามืดและอากาศไม่ค่อยดี ร้านค้าแถวโรงพยาบาลจึงปิดกันเกือบหมด สุดท้ายเธอก็ต้องซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาแค่ไม่กี่ถ้วยกับไส้กรอกอีกหนึ่งถุง
เพราะคิดว่าฟ่านมี่มี่คงจะใมาก เธอเลยซื้ออมยิ้มมาฝากอีกหนึ่งกล่อง
ระหว่างที่เธอกำลังถือของกลับไปที่ห้องพักผู้ป่วย รถพยาบาลสามคันก็แล่นผ่านหน้าเธอไปจอดเทียบที่หน้าห้องฉุกเฉิน
ต่อมาก็มีบุคลากรทางการแพทย์กลุ่มหนึ่งรีบร้อนลงมาจากรถ ช่วยกันเคลื่อนย้ายผู้ป่วยจากรถพยาบาลอย่างระมัดระวัง
ด้วยความที่ไม่อยากไปขวางทาง ฟ่านซีซีจึงยืนรออยู่ข้าง ๆ คิดว่าจะกลับไปที่ห้องพักผู้ป่วยหลังจากบุคลากรทางการแพทย์จากไปแล้ว
แต่เธอไม่คิดเลยว่าหลังจากที่บุคลากรทางการแพทย์ลงมาจากรถพยาบาลกันหมดแล้ว เธอกลับเห็นเถียนซือซือถูกพยุงลงมาจากรถพยาบาลคันสุดท้าย
เธอคิดว่าตัวเองตาฝาดไป จึงยกมือขึ้นขยี้ตา
พอเธอมองอีกครั้ง พบว่าเถียนซือซือกำลังปลอบเด็กหญิงผมทองตาสีฟ้าคนหนึ่งอย่างอ่อนโยน
“ไม่ต้องกลัวนะ แม่ของหนูจะไม่เป็ไร คุณหมอจะช่วยแม่เอง”
ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จู่ ๆ เด็กหญิงตัวน้อยก็วิ่งไปอาเจียนข้าง ๆ
เถียนซือซือจึงรีบวิ่งตามไปลูบหลังเด็กหญิงเบา ๆ
ขณะที่ฟ่านซีซีกำลังเหม่อมองภาพนั้น เธอก็รู้สึกว่าถุงที่ถืออยู่ถูกดึงเบา ๆ
“พี่สาว อันฉีเอ๋อร์หิวจนปวดท้องเลยอาเจียนออกมา เธอมีภาวะน้ำตาลในเืต่ำ ของกินที่พี่ซื้อมา แบ่งให้ผมหน่อยได้ไหม? รอพ่อของผมมา ผมจะให้พ่อจ่ายเงินให้”
ฟ่านซีซีก้มลงมอง พบว่ามีเด็กชายตัวเล็กอายุสี่ห้าขวบยืนอยู่ตรงหน้าั้แ่เมื่อไรไม่รู้ กำลังจ้องมองขนมในมือเธอตาละห้อย
เธอจึงยิ้มและเปิดถุง หยิบอมยิ้มสองอันให้เขา “น้ำตาลในเืต่ำกินอันนี้แล้วกัน! แต่พี่ซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมา ไม่ค่อยมีประโยชน์ คนท้องไม่ดี ไม่ควรกินเยอะ เอาไส้กรอกไหม?”
“เอาครับ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปผมก็เอา อันฉีเอ๋อร์กินน้ำซุปได้ ผมกินเส้น”
ฟ่านซีซีเห็นท่าทางมุ่งมั่นของเด็กน้อย เธอก็อดหัวเราะไม่ได้
แต่พอนึกขึ้นได้ว่าเขาก็ลงมาจากรถพยาบาลเหมือนกัน เธอจึงถามเบา ๆ ว่า “ดึกป่านนี้แล้ว ครอบครัวของเธอล่ะ ใครได้รับาเ็เหรอ?”
“แม่ของอันฉีเอ๋อร์ได้รับาเ็ครับ รถที่พวกเรานั่งมาเกือบถึงเขตหมี่ซี ก็เจอดินถล่ม มีคนาเ็เยอะเลยครับ”
พอพูดจบ เ้าหนูน้อยก็แกะอมยิ้มยื่นให้เด็กผู้หญิงที่อาเจียนไม่หยุด
“อันฉีเอ๋อร์ กินอมยิ้มสิ”
ประโยคนี้ดึงดูดความสนใจจากอันฉีเอ๋อร์ได้สำเร็จ และทำให้เถียนซือซือสังเกตเห็นฟ่านซีซีที่ยืนอยู่ไม่ไกล
เถียนซือซืออุทานด้วยความไม่อยากเชื่อ “ฟ่านซีซี ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ได้?”
ฟ่านซีซีเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “แล้วทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ?”
“ฉัน...ไม่ใช่เื่ของเธอ” เถียนซือซือรู้สึกหงุดหงิดมาก
เธออาศัยความทรงจำในชาติที่แล้ว ฝ่าฝนมาช่วยคน ทำความดี แต่ฟ่านซีซีมาโผล่อยู่ที่นี่ได้ยังไง?
ฟ่านซีซีก็ี้เีสนใจเธอ ก้มหน้าลงพูดกับเด็กชายตัวน้อยที่จูงมืออันฉีเอ๋อร์วิ่งเข้ามาหาตัวเองว่า “พวกเธอสองคนอย่าวิ่งซนไปทั่วนะ แล้วก็อย่าไปกับคนแปลกหน้า เดี๋ยวคนในครอบครัวจะหาไม่เจอ พี่จะไปแล้วนะ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปให้พวกเธอสองถ้วย”
“พี่สาว ครอบครัวของพี่สาวก็ป่วยเข้าโรงพยาบาลเหมือนกันเหรอครับ?” เด็กชายตัวน้อยถามด้วยความสงสัย
ฟ่านซีซีพยักหน้าเบา ๆ “อืม พ่อกับน้องสาวของพี่ได้รับาเ็ ยังไม่ได้กินข้าวเลย พี่ก็เลยต้องไปแล้วล่ะ”
“ถ้างั้นเดี๋ยวผมไปหาพี่ได้ไหมครับ ห้องพักของพี่อยู่ห้องไหน?”