ซูเจียวเจียวนั่งพิงต้นไม้อย่างเบื่อหน่ายมือข้างหนึ่งเท้าคางมองเซียวหยวนิขุดสมุนไพรอยู่ไม่ไกลนัก
มือของซูเจียวเจียวถือไม้เขี่ยดินไปเรื่อยเปื่อยทันใดนั้นดวงตาก็เป็ประกาย เธอเหมือนเห็นอะไรบางอย่างโผล่ออกมาเธอจึงรีบแหวกกอหญ้าออกแล้วดึงพืชนั้นออกมาจากดิน มันคือโสม!
“อาิ อาิ มาดูเร็ว! นี่ใช่โสมหรือเปล่า?”
เซียวหยวนิได้ยินเสียงเรียกก็รีบกลับมาหาซูเจียวเจียวเขาเดินเข้าไปใกล้แล้วมองดู มันเป็โสมจริงๆ ด้วย!
อีกทั้งโสมต้นนี้ก็มีขนาดใหญ่รากยาวเหยียด 20 - 30 เิเเลยทีเดียว
เซียวหยวนิถามด้วยความยินดี“ดูจากอายุแล้วอย่างน้อยก็สี่สิบห้าปี! เจียวเจียวคุณขุดโสมนี้มาจากที่ไหน?”
ซูเจียวเจียวชี้ไปที่ใต้ต้นไม้ที่เธอเพิ่งนั่งอยู่“ตรงนี้แหละค่ะ”
เซียวหยวนิ"…"
ที่นี่เขาก็มาบ่อยแล้วผ่านที่นี่มาหลายครั้ง เขากลับไม่เคยเจอเลยสักครั้ง!
ไม่รู้จะบอกว่าสายตาเขาไม่ดีหรือว่าเจียวเจียวโชคดีเกินไปกันแน่!
มาถึงก็ขุดเจอโสมเลย!
“เจียวเจียวเก่งจริงๆ ไม่ใช่แค่จับปลาได้ แต่ยังขุดเจอโสมอีก”
ซูเจียวเจียวได้ยินดังนั้นดวงตาก็เป็ประกายทันที ดูเหมือนว่าั้แ่ที่เธอได้เกิดใหม่โชคชะตาก็พลิกผันไปในทางที่ดีขึ้น…
ยังจำได้ว่าตอนที่เธอเก็บหอยขมริมแม่น้ำเ้าปลาโง่ๆ ก็ว่ายมาชนเธอเอง แถมผิวของเธอก็ไม่ดำขึ้นเลย!
ชาติที่แล้วั้แ่เธอแต่งงานกับเซียวหยวนิเธอก็ี้เีอยู่บ้าน ไม่ทำงานอะไรเลย ผิวถึงได้ขาวซีดเผือด
แต่ชาตินี้ไม่เหมือนกันเธอออกไปทำงานทุกวัน แต่ผิวกลับยังคงขาวเหมือนเดิม!
ถึงแม้เธอจะทาครีมบำรุงผิวทุกวันก็ไม่น่าจะเห็นผลดีขนาดนี้ใช่ไหม?
แล้วตอนนี้เธอก็ยังขุดพบโสมป่าอีก!
เป็ไปได้ไหมว่านี่คือโชคชะตาของปลาั?
ซูเจียวเจียวเมื่อคิดได้ดังนั้นก็ดีใจสุดขีดไม่คิดเลยว่าการเกิดใหม่ครั้งนี้ เธอจะได้รับโชคดีติดตัวมาด้วย!
เยี่ยมยอดไปเลย!
เซียวหยวนิมองรอยยิ้มแห่งความตื่นเต้นบนใบหน้าของซูเจียวเจียวคิดว่าเธอดีใจเพราะขุดเจอโสม
“เดี๋ยวพอกลับไป ผมจะเอาโสมนี้ไปต้มให้คุณบำรุงร่างกาย”
ซูเจียวเจียวได้ยินก็รีบส่ายหน้า“โสมต้นนี้ใหญ่ขนาดนี้ ถ้าเอาให้ฉันดื่ม ไม่ใช่ว่าจะเสียของหรือคะ?อีกอย่างฉันก็ไม่ได้เจ็บป่วยอะไร จะดื่มไปทำไมล่ะ!”
“คุณร่างกายอ่อนแอ แถมยังทำงานหนักทุกวัน คุณผอมลงเยอะเลยนะ่นี้”
“ฉันไม่เป็ไรหรอกค่ะ ฉันไม่ได้บอบบางขนาดนั้นโสมต้นนี้ควรจะให้คนที่ใช้ประโยชน์ได้จริงๆ ถึงจะแสดงคุณค่าที่แท้จริงของมันออกมา”ซูเจียวเจียวครุ่นคิดแล้วกล่าวว่า “เดี๋ยววันหลังเราหาเวลาไปที่ตัวอำเภอแล้วเอาไปขายแลกเงินกันเถอะ!”
เซียวหยวนิได้ยินก็เบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ“นั่น… นั่นไม่….”
“คุณจะพูดว่าเป็การเก็งกำไรใช่ไหมคะ?” ซูเจียวเจียวมีแววตาระยิบระยับด้วยความเ้าเล่ห์“โสมต้นนี้ใหญ่ขนาดนี้ ยาจะต้องดีมากแน่ๆเราเก็บไว้ก็ไม่มีประโยชน์เสียเปล่าๆ นะคะ! ให้กับคนที่้าอาจจะช่วยชีวิตคนได้ด้วยซ้ำ!”
จริงๆแล้วเธอรู้มานานแล้วว่าเซียวหยวนิแอบขายสมุนไพรลับๆ มาหลายปีไม่อย่างนั้นค่าสินสอดของพี่สาวเขา เขาจะเก็บสะสมได้อย่างไร?
อีกทั้งเธอยังรู้ว่าสมุนไพรที่เซียวหยวนิเก็บมานั้นขายให้กับคนชื่อฉีเย่
ชาติที่แล้วเธอเคยได้ยินแว่วๆแต่ตอนนั้นเธอไม่สนใจ จึงไม่เคยใส่ใจเลย
แต่ชาตินี้ไม่เหมือนกันแล้ว
“อืม! เจียวเจียวพูดถูกครับ งั้นเดี๋ยววันหลังผมจะหาเวลาไปขายที่ตัวอำเภอ”เดิมทีเซียวหยวนิยังคิดอยู่ว่าจะจัดการกับสมุนไพรที่ขุดได้ในบ้านอย่างไรดีใน่สองสามวันนี้ถ้าแอบไปที่ตัวอำเภอ เจียวเจียวจะต้องรู้เข้าแน่ๆ
ตอนนี้ทางการเข้มงวดเื่การเก็งกำไรมากถ้าถูกจับได้จะต้องถูกตำหนิอย่างเป็ทางการ แถมทุกคนก็ดูถูกคนเก็งกำไรมาก
ไม่คิดว่าเจียวเจียวจะไม่สนใจเื่พวกนี้เลย
ซูเจียวเจียวหัวเราะ“เอาล่ะ เรากลับบ้านกันเถอะค่ะ ฟ้าเริ่มมืดแล้ว”
สามีภรรยาสองคนเดินลงจากเขาด้วยกัน
เมื่อทั้งสองคนเดินลงมาถึงเชิงเขาฟ้าก็มืดสนิทแล้ว มีเพียงดวงจันทร์ลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้าเพียงลำพัง
เซียวหยวนิกลัวซูเจียวเจียวจะหกล้มจึงจับมือเธอเดินนำหน้า
มือของหญิงสาวนุ่มนวลเล็กน่ารักบีบเบาๆ ในฝ่ามือก็เหมือนจะแหลกสลาย เซียวหยวนิจึงไม่กล้าออกแรงมากนัก
ทั้งสองคนเดินท่ามกลางแสงจันทร์จนกลับมาถึงบ้านก็เริ่มลงมือทำอะไรต่อมิอะไรของตนเอง
แม้โสมจะไม่กินแล้วแต่ก็กินไก่ได้นี่นา!
ซูเจียวเจียวจึงให้เซียวหยวนิเตรียมไก่ป่าหนึ่งตัวส่วนอีกตัวกับกระต่ายป่าตัวแรกก็เลี้ยงไว้
ซูเจียวเจียวต้มน้ำร้อนหม้อใหญ่เซียวหยวนิถอนขน ควักเครื่องในออก จากนั้นซูเจียวเจียวก็เป็คนจัดการปรุงอาหาร
ซูเจียวเจียวตุ๋นน้ำแกงไก่หม้อใหญ่ใส่เห็ดแห้งลงไปสองสามดอก กลิ่นหอมฟุ้งไปทั่ว ชวนให้น้ำลายไหลออกมา
ในน้ำแกงไก่ใส่เกลือเพียงเล็กน้อยนอกนั้นก็ไม่ได้ใส่อะไรเลย ก็ยังอร่อยสุดๆ อร่อยจนอยากจะกลืนลิ้นตัวเองลงไปด้วย!
ทั้งสองคนกินข้าวกับน้ำแกงไก่ไปคนละสองชามใหญ่จนท้องแน่นอิ่มเอม
ซูเจียวเจียวถอนหายใจแม้ชีวิตจะยากลำบากไปบ้าง แต่ก็ดีมาก มีคนที่รักและห่วงใยอยู่เคียงข้างทั้งสองคนสามารถช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกันได้ ก็ดีกว่าสิ่งใดๆ แล้ว
หลังจากกินอาหารเย็นเสร็จทั้งสองคนก็ล้างทำความสะอาดและกลับเข้าห้องไป
“อาิ มานี่หน่อยสิ”
ซูเจียวเจียวค้นผ้าห่อหนึ่งออกมาจากตู้เสื้อผ้าเป็สีฟ้าอ่อนๆ เธอซื้อมาจากสหกรณ์ตอนไปตัวอำเภอเพื่อรับพัสดุครั้งที่แล้ว
เซียวหยวนิเดินเข้าไปหาตามคำบอกเขายืนอยู่ข้างๆ ซูเจียวเจียว ยังไม่ทันที่เขาจะเอ่ยถามก็เห็นซูเจียวเจียวเอาผ้ามาทาบตัวเขา
“อืม สีนี้เข้ากับคุณดี”
ซูเจียวเจียวพยักหน้าอย่างพึงพอใจกับตัวเองแล้วให้เซียวหยวนิยืนตัวตรง กางแขนออก เธอใช้มือวัดตัวเขา
วัดแขนวัดไหล่ และรอบเอวของเขา พร้อมกับจดบันทึกลงในสมุด
เซียวหยวนิมองเธอด้วยดวงตาเป็ประกาย“คุณจะตัดเสื้อผ้าใหม่ให้ผมหรือครับ?”
ซูเจียวเจียวพยักหน้า“เสื้อผ้าของคุณน้อยเกินไป บางตัวก็สั้นไปแล้วบางตัวก็ขาดจนใช้ไม่ได้ คุณไม่ได้ตัดเสื้อผ้าใหม่มานานแค่ไหนแล้วคะ?”
เซียวหยวนิหัวเราะ“ผมเป็ผู้ชายตัวใหญ่ จะมีเสื้อผ้าเยอะแยะไปทำไมครับ? ใส่ได้ก็พอแล้ว”
ส่วนใหญ่ก็เพราะไม่มีใครทำให้เขา
เมื่อสามปีก่อนตอนที่พี่สาวยังไม่ได้แต่งงานถ้าได้ผ้ามาก็ยังจะตัดเสื้อผ้าใหม่ให้เขาได้บ้าง แต่พอพี่สาวแต่งงานไปแล้วก็ไม่มีเวลาตัดเสื้อผ้าให้เขาเลย
เขาเคยไปเยี่ยมบ้านพี่สาวครั้งหนึ่งทุกวันพี่สาวต้องทำงาน ซักผ้า ทำอาหาร และเลี้ยงลูกยุ่งมากจนแทบไม่มีเวลาคุยกับเขาเลย ทั้งยังถูกคนทางบ้านสามีเรียกให้ทำโน่นทำนี่
แม้พี่เขยจะรักภรรยาแต่ก็ขี้ขลาดเกินไป เห็นแม่ของเขาแกล้งภรรยาตัวเอง ก็ไม่กล้าเข้าไปช่วยได้แต่ยืนมองอยู่ข้างๆ แล้วหลังจากนั้นก็ได้แต่บอกให้พี่สาวทนเอา
เขาเพิ่งจะรู้ว่าผู้หญิงหลังจากแต่งงานแล้วลำบากกว่าตอนที่ยังไม่แต่งงานเสียอีก
ดังนั้นตอนนั้นเขาจึงสาบานว่าถ้าในอนาคตเขามีภรรยา เขาจะต้องทะนุถนอมประคบประหงมเธอไว้ในอุ้งมือไม่ให้เธอต้องได้รับความทุกข์หรือถูกรังแกแม้แต่น้อย