[ไข่ข้าวเล่าเื่]
ชีวิตมหา'ลัยไม่ง่ายอย่างที่คิด... ไม่ใช่เพราะการเรียนหรอกนะ แต่เป็เพราะเพื่อนร่วมห้องอย่าง ธนา หรือที่ผมเรียกเขาว่า ไอ้หอย นี่แหละ
หลังจากได้อยู่ร่วมห้องกับมันมาเกือบหนึ่งเทอม มันก็เริ่มแสดงความเป็ตัวของตัวเองออกมามากขึ้น ทั้งพูดมาก โอเวอร์ และชอบแกล้งผมเป็ชีวิตจิตใจ จนผมไม่ได้รู้สึกรำคาญหรือหมั่นไส้มันเล่นๆ แต่เป็กลัวมันและรู้สึกอึดอัดใจจริงๆ
“ไอ้ไข่ มึงเคยคิดจะลองท้าทายอะไรสนุกๆ บ้างไหม?”
ไอ้หอยถามพลางยิ้มเ้าเล่ห์
“ไม่ล่ะ กูชอบชีวิตสงบๆ มากกว่า”
ผมตอบกลับพลางจัดของบนโต๊ะเขียนหนังสือส่วนตัวของผมในห้องพัก แต่สายตาของหอยที่มองมาทำให้ผมรู้สึกไม่สบายใจ
“งั้นต่อไปมึงจะได้มีโอกาสได้สนุกกับกูแบบสุดๆ ไปเลย”
ไอ้หอยพูดจบแล้วเดินออกไป ทิ้งความสงสัยไว้ให้ผมที่วันนี้มันยอมวางมือเลิกตอแยผมง่ายๆ ทั้งที่ปกติมันจะคอยตามผมแจ ไม่ว่าผมไปที่ไหน ไอ้ธนาก็จะคอยโผล่มาตื้อไปให้กินข้าวกับมัน จนผมหลบไม่รู้จะหลบไปไหน จนเลิกหลบมานั่งอยู่ในห้องนี่ล่ะ
ตอนเย็น ไอ้หอยเดินมาพร้อมกับท่าทางเป็มิตรผิดปกติ
“ไอ้ไข่ พี่ตูนให้พวกเราไปช่วยเขา เอาของที่โรงอาหาร”
ผมลังเล แต่ก็พยักหน้าตกลง เพราะพี่ตูนเป็คนใจดี ผมไม่คิดว่าเขาจะหลอกอะไร จึงเดินตามไอ้หอยไปง่ายๆ
... ♡…
เมื่อมาถึงโรงอาหาร ผมไม่เห็นพี่ตูน จึงหันกลับมามองไอ้หอย แต่กลับเห็นมันยิ้มเท่ แถมยังยืนซะใกล้ผมจนเกือบจะซ้อนหลังกัน ผมจึงถอยหลังห่างไอ้ตัวกวนประสาทไปอีกห้าก้าวอย่างระวังตัว
คิดไว้เลยว่าหากไอ้นี่มันทำอะไรแปลก ผมจะวิ่งสี่คูณร้อยโชว์ความเป็จ้าวลมกรดอันดับหนึ่งของจังหวัดจริงๆ ถึงผมจะต่อยคนไม่เก่งแบบไอ้วิน แต่เื่วิ่งหนี ผมถนัดสุดๆ!
“นี่มึงหลอกกูเหรอ?”
ผมถามเสียงขุ่น แต่ไอ้หอยกลับหัวเราะเสียงดัง
“ไม่หรอก กูแค่อยากให้เรามีเวลาอยู่ด้วยกันสองคน”
มาอีกแล้ว ไอ้วิธีการพูดแปลกๆ ของไอ้หื่นนี่ จากนั้นไอ้หอยก็เริ่มพูดเื่แปลกๆ เช่น การที่มันคุยกับผู้หญิงหลายคนในเวลาเดียวกัน ซึ่งมีทั้งมาจีบมัน ขอคบ ขอเดต
“ไอ้ไข่ มึงไม่อยากมีแฟนเหรอ?”
ผมเริ่มรู้สึกไม่สบายใจ เพราะคำพูดของมันดูเหมือนมีอะไรซ่อนอยู่ ผมมองบรรยากาศโรงอาหารที่ตอนนี้แม่งเงียบเป็ป่าช้า เพราะนี่คือโรงอาหารเก่าที่จะมีร้านเปิดขายอาหารเฉพาะ่เช้าเท่านั้น แถมยังไกลจากหอพัก จึงไม่มีรุ่นพี่หรือรุ่นเพื่อนมาเดินแถวนี้สักคน
“มึงเลิกพูดเื่ตลกสักที กูมาเรียน ไม่ได้มาหาแฟน”
ไอ้หอยหัวเราะ แต่เสียงแม่งโคตรหื่น โคตรเหมือนโจรโรคจิต ผมเลยไม่คิดจะตอแยกับมันเปลี่ยนเป็หมุนตัวเดินหนี เพื่อจะออกมาจากสถานที่น่ากลัว แต่ไอ้หอยเสือกจับแขนผมแน่น
“เดี๋ยวสิ … ตอนนี้เริ่มจะมืดแล้ว เดินไปคนเดียวอันตราย จะกลับห้องเดี๋ยวกูเดินไปด้วย เดินด้วยกันสองคนจะได้ปลอดภัย แต่ก่อนอื่นมาคุยกันให้รู้เื่ก่อนไม่ได้หรือไง
ไอ้ไข่… กูชอบมึงนะ แต่มึงกูรู้ใช่ไหม ผู้ชายกับผู้ชายโลกนี้แม่งไม่ยอมรับ พ่อแม่กูต่อต้านมาก พ่อแม่มึงก็คงรังเกียจด้วย เรามาเป็แฟนกันแบบลับๆ ดีไหม ถึงกูมีแฟนเป็ผู้หญิงแบบออกหน้า กูก็จะชอบมึงคนเดียว กูรู้มึงก็ชอบกู”
... ♡…
“ไอ้ที่มึงรู้น่ะ ตรงข้ามกันมากเลยนะ กูเกลียดมึง ยิ่งมึงมีความคิดแบบนี้กูยิ่งเกลียดมึง ไปไกลๆ กูเลยนะ”
“ไม่สิ ไอ้ไข่ มึงต้องเข้าใจกูสิ กูชอบมึงคนเดียวจริงๆ ถึงกูจะเดินกับผู้หญิง จีบผู้หญิง มันก็ไม่เกี่ยวเว้ย มึงอย่านอยด์ดิ”
ผมรู้สึกเหมือนโอเวอร์ฮีท ความร้อนขึ้นหัวจนหัวแทบจะะเิ ไอ้นี่แม่งบ้าหรือเปล่า พูดอย่างกับว่าตอนนี้ผมกับมันคบกันอยู่ แล้วผมหึงที่มันไปจีบผู้หญิง
นี่หรือเปล่าที่ผู้ใหญ่เขาเตือนว่าอย่าเสียเวลาคุยกับคนบ้าน่ะ
“เพ้อเจ้อฉิบหาย ไปให้ไกลจากชีวิตกูเลยนะ ใครเขาจะไปสนใจว่ามึงจะคบกับใคร จีบผู้หญิง หรือจีบผู้ชาย กูไม่ได้สนใจมึงหรอกนะ เพราะกูเกลียดมึง!”
“นั่นไง ถ้ามึงไม่ได้รักกู มึงก็คงไม่เกลียดกูหรอก แต่กูก็อึดอัดเหมือนกันที่พ่อแม่แม่งไม่เข้าใจ กูเลยต้องเป็แบบนี้ มึงเข้าใจกูหน่อยไม่ได้หรือไง”
ผมพยายามหายใจเข้าลึกๆ ก่อนที่ผมจะเป็บ้าไปกับมัน นี่มันยังสติดีอยู่หรือเปล่า หรือแม่งเป็โรคสายเขียว
“ไอ้หอย… มึงหาเวลา… ไปโรงพยาบาลบ้างนะ ไปให้หมอเช็คประสาทหน่อย ถ้ามึงบ้าก็กินยาระงับประสาทซะ แล้วยาของมึงน่ะ ใช้ให้มันน้อยๆ หน่อยเถอะ”
“นั่นไง ไอ้ข้าว มึงเป็ห่วงกู มึงก็ชอบกูเหมือนที่กูชอบมึงนั่นล่ะ มึงรู้ไหมตอนกลางคืนนอนด้วยกันก็แข็งทุกคืนเลยนะ”
ผมอยากจะบ้า! ผมพยายามระงับสติอารมณ์ ถอนลมหายใจยาว ก่อนจะหมุนตัวเดินออกมา อย่างไม่คิดจะพูดอะไรอีก ตอนแรกๆ ่เข้ามหาลัยใหม่ ถึงไอ้หอยธนาจะบ้าน้ำลายพูดโอเวอร์ไปบ้างแต่ก็ยังพอจะพูดรู้เื่บ้าง แต่ตอนนี้ นับวันแม่งยิ่งบ้า
ผมไม่สนใจหรอกนะ ว่ามันจะเป็เด็กมีปัญหาอะไรมาจากที่ไหน พ่อแม่มันจะเป็อย่างไร ั้แ่วันแรก จนถึงวันนี้ ไอ้หอยธนามันก็ยังไม่เคยทำอะไรให้ผมประทับใจสักอย่าง
ยิ่งพูดก็ยิ่งเหมือนผมจะเป็บ้าไปซะเอง คนแบบนี้ผมสู้ไม่ไหวจริงๆ
... ♡…
ไม่ผิดใช่ไหมหากผมจะเดินห่างออกมาจากตัวปัญหา จากคนที่อาจติดยาจนพูดแทบไม่รู้เื่
“เดี๋ยวดิ ไอ้ไข่ขาว ขอดูหน่อยดิว่ามันขาวจริงหรือเปล่า ขอพิสูจน์หน่อยดิ”
พลั่ก!
ผมใปนโมโหเลยยกขาถีบแม่งเต็มแรง แต่ไอ้หอยไส้ตัน ถึงมันจะตัวไม่สูงเหมือนไอ้ติณห์ ไอ้วิน แต่แม่งก็ไส้ตันจริงๆ ผมถีบไปซะแรง แม่งขยับถอยไปแค่ก้าวเดียว
“ไอ้เชี่ยหอย! ต่อไปกูจะไม่เรียกมึงว่าไอ้หอยแล้ว กูจะเรียกมึงว่า ไอ้หื่นแทน มึงจะบ้าเหรอ เื่นี้มันจบไปนานแล้วไหม จะหมดเทอมอยู่แล้วมึงก็จะยังล้อกูอยู่ได้ รุ่นพี่เขาแค่แซวเล่นอยากล้อให้กูอาย แต่มึงเป็เชี่ยอะไร คิดเชี่ยอะไรเนี่ย!”
บทสนทนาของผมกับไอ้หอย ดูเหมือนจะไม่จบลงง่ายๆ ไม่ใช่ผมไม่อยากเดินหนีมัน ผมอยากจะเดินหนีั้แ่ฟ้ายังไม่มืดจนฟ้าเริ่มมืดแล้วผมก็ยังเดินหนีมันไม่ได้สักที
ไอ้หอยไส้ตันนี่ แม่งยื้อเก่งชิป!
“ไม่ใช่ว่ามึงเคยให้พี่ๆดูเหรอ มาเถอะน่า ตรงนี้มืด ไม่มีใครมาหรอก ขอกูดูนิดเดียวนะ นะ”
ไอ้เชี่ยหอยไม่พูดเปล่ายังคว้าแขนผมไว้ทำหน้าทำตาเ้าเล่ห์ ที่ตรงนี้แม่งก็ดีเหลือเกิน ยิ่งฟ้ามืดยิ่งวังเวง ไฟก็ไม่เปิด บรรยากาศแม่งโคตรน่าโดนข่มขืน แต่ผมไม่ใช่สาวน้อยนะเฟ้ย!
“ไอ้หอย มึงทำบ้าอะไรเนี่ย!”
“ทำบ้าอะไร?”
ผมทั้งสะบัดแขน ถีบ เตะ ไอ้หอยไส้ตันอย่างสุดแรง มันก็โดนแรงถีบ แรงเตะของผมไปเต็มๆ แต่แม่งก็ยังไม่ปล่อย ถึกทนทายาทชิป แถมยังเสือกหัวเราะออกมาอีก นึกว่าผมกำลังเล่นกับมันอยู่หรือไง
“ใจเย็นๆ ดิ ขอดูนิดเดียว นะ นะ”
“ไอ้เชี่ย ปล่อย!! ไม่งั้นกูร้องจริงๆ นะมึง”
“ร้องดิ ร้องเลย ร้องยังไงตรงนี้ก็ไม่มีคนเดินมาหรอก”
เชี่ยเอ้ย ผมดันนึกไปถึงคำพูดของตัวร้ายกากๆ ในละครหลังข่าว ตอนนั่งดูผมเนี่ยออกจะขำ เพราะเดี๋ยวก็ต้องมีพระเอกโผล่มาช่วย แต่ว่านี่ชีวิตจริง ผมไม่ใช่สาวน้อย จะมีพระเอกที่ไหนโผล่มาวะ
... ♡…
แม่งเอ้ย … พอมาเจอของจริง ผมแม่งโคตรกลัว
ไอ้วิน กูกราบล่ะถึงมึงจะไม่พระเอกของกู แต่มึงเป็เพื่อนซี้ของกูแถมเป็อดีตนักมวยรุ่นเยาว์ด้วย ช่วยโผล่มาทีเหอะวะ!
ผมได้แต่คร่ำครวญใน ขณะถีบไอ้หอยไส้ตันที่แม่งยังคงยื่นมือปลาหมึกมาจะปลดกางเกงผมให้ได้อย่างไม่แคร์ลูกถีบไร้พลังของผมเลย
เชี่ยเอ้ย…
“ทำอะไรกันอยู่น่ะ เห๋ เล่นมวยปล้ำกันอยู่เหรอ ผัวเมียคู่นี้เข้าใจหาสถานที่สร้างบรรยากาศนะ”
“สร้างพ่อมึงดิ ไอ้ติณห์ช่วยกูที ไอ้หอยแม่งบ้า! ลวนลามกู”
ไอ้คุณตินห์เดินโผล่เข้ามาพอดี ถึงคำพูดมันจะกวนตรีน และผมจะรู้สึกไม่พอใจมันแค่ไหน แต่ผมก็รู้สึกโล่งใจที่ได้เห็นหน้ามัน และถึงผมจะหลุดปากด่าบรรพบุรุษมัน ปลายเสียงของผมกลับสั่นเครือ แถมดวงตาของผมตอนนี้ก็ร้อนผ่าว น้ำตาจะไหลออกมาอยู่แล้ว
มันเป็ความโกรธที่โล่งใจ พวกคุณเคยรู้สึกแบบนี้กันไหม
“พูดดีๆก่อน ฉันจะได้แน่ใจว่านาย้าความช่วยเหลือจริงๆ ไม่ใช่ฉันเข้ามายุ่งไม่เข้าเื่”
“โธ่ เอ้ยไอ้คุณติณห์ มึงนี่นะ เฮ้ย ไอ้เชี่ยหอย กางเกงกู แม่ง ถ้ามึงไม่หยุด กูร้องไห้จริงๆ ด้วย! สัส!”
ผมพูดกับไอ้ติณห์ได้แค่ครึ่งเดียวก็ต้องหันไปรบกับไอ้หอยต่อ เพราะมันปลดตะขอกางเกงผมได้สำเร็จแล้ว เชี่ยเอ้ยขนาดมีคนมาแม่งก็ยังไม่หยุด ผมทั้งโมโห ทั้งกลัว ทั้งอาย
พูดไปปลายเสียงผมก็สั่นไป น้ำตาเกือบจะไหลออกมาจริงๆ แต่ไอ้ติณห์ก็ก้าวขาเข้ามา แล้วก็ยื่นมือใหญ่ๆ มากระชากหลังคอเสื้อไอ้หอยออกไป แล้วเหวี่ยงไปอีกทาง
แม่งเอ้ย ถ้ามึงจะมีแรงขนาดนี้ จะมัวรออะไรอยู่วะ ผมรีบหันหน้าหนีไปอีกด้าน ใส่ตะขอกางเกงจัดเสื้อผ้าตัวเองจนเรียบร้อยค่อยหันกลับมา ตอนนี้ผมโกรธไอ้ติณห์มากกว่าไอ้หอยซะงั้น
ไอ้ติณห์กล้าแกล้งผม!
“ไปเถอะ หรือว่าอยากอยู่ตรงนี้ โดนลวนลามต่อ”
“เชี่ยติณห์ มึงก็รู้ว่ากูโดนลวนลาม ก็ยังจะยืนเฉย ไม่รีบเข้ามาช่วย!”
“ก็ไม่แน่ใจไง ว่าอยากให้ช่วยจริงๆ หรือเป็การเล่นกันของผัวเมีย หรือเปล่า”
“ไอ้ติณห์! ถ้ามึงจะมากวนประสาท กลับไปเลยนะ ปล่อยกูถูกลวนลามไว้ตรงนี้ล่ะ”
... ♡…
“ลวนลามอะไร แค่แกล้งเล่นเอง”
ไอ้หอยกล้าแก้ตัวน้ำขุ่นๆ หยักไหล่แบบขอไปทีประมาณว่าก็ผู้ชายเหมือนกันดูหน่อยจะเป็ไรไป ไอ้ติณห์มองหน้าไอ้หอยด้วยสายตานิ่งเรียบ ก่อนยกมุมปากขึ้น
“เล่นแรงไปหน่อยหรือเปล่าธนา”
“แหม แค่ล้อเล่นนิดเดียวเอง” ไอ้หอยยังคงทำเสียงกวนๆ
“มึงก็มาช้าชิบหาย ไอ้ติณห์! กูเกือบโดนไอ้หอยบ้ากินเข้าไปแล้ว!”
“ก็ไม่แน่ใจว่านายเล่นอยู่หรือเปล่าไง”
ไอ้ติณห์ยังคงพูดกวนๆ ยิ้มมุมปากแบบกวนตีนสุดๆ ผมเลยยิ่งเดือดขึ้นไปอีก ทำหน้ามุ่ยใส่แม่งไปเลย ตอนนี้ผมพาลอ่ะ! แต่ดูเหมือนไอ้ติณห์จะไม่สนใจความพาลของผมเลย ยังคงพูดนุ่มนวลกับผมสั้นๆว่า
“ไปเถอะ ข้าวขาว อย่าไปสนใจเลย”
“ไอ้ไข่คราวหน้าก็ระวังตัวหน่อยนะ มึงมันขวัญอ่อนจริงๆ”
“ไปไกลๆ เลยนะมึง ไอ้หื่น!”
ผมเดินออกมาแล้ว ไอ้หอยยังะโตามหลังมา ผมเลยได้แต่หันหลังะโด่ามันกลับ ไอ้หอยไส้ตันยังจะกล้าเตือนให้ผมระวังตัว ตัวร้ายน่ะไม่ใช่มันเหรอ
ผมรีบเดินตามไอ้ติณห์ไปติดๆ ถึงจะพาลโมโหไอ้ติณห์ไปด้วย แต่ก็รู้สึกว่า ไอ้หล่อเกาหลีนี่พึ่งพาได้จริง
หลังจากเดินห่างออกมา พอหายใจหายคอได้คล่อง ความอยากรู้ก็แทรกตัวเข้ามาทันที
“ไอ้ติณห์ แล้วมึง มาทำอะไรที่นี่”
ผมสงสัยจึงอดไม่ได้ที่จะถาม เพราะโรงอาหารนั้นไม่มีอาหารขายตอนเย็น เื่นี้ใครๆ ก็รู้หมดแล้ว ที่นั่นตอนเย็นจึงกลายเป็โรงอาหารร้าง
“เห็นคนโง่เดินตามหมาป่า ดูไม่น่าไว้ใจ เลยเดินตามมา”
ผมกัดฟันแน่น เงยหน้ามองไอ้คนที่ชอบพูดกวนประสาทแต่ก็โผล่มาตอนที่ผมเดือดร้อนทุกครั้ง
“เอออขอบใจ! ผิดหวังหรือเปล่าที่ไม่ได้เห็นคนโง่ถูกหมาป่าจับกิน!”
“ก็รู้นี่… คราวหลังก็ระวังหน่อย ธนาไม่ใช่แค่หมาป่า ยังเป็หมาบ้าด้วย” ไอ้ติณห์หยุดเดินแล้วหันมาจ้องหน้าผม “เขาไม่ใช่คนที่นายควรไว้ใจ”
... ♡…
“อืม กูก็เริ่มรู้สึกแล้วเหมือนกัน”
“รู้สึกอะไร”
“รู้สึกว่าไอ้หอย มันไม่ใช่แค่บ้านะ มันหลอนด้วย หรือมันจะเป็พวกสายเขียวถึงได้หลุดโลกได้ขนาดนั้น สัสเอ้ย ไม่อยากเจอมันอีกเลยทำไงดี เอ่อ ขอบคุณอีกครั้ง ที่เข้ามาช่วย ถ้ามึงไม่มา กูต้องแย่แน่ สมกับที่สัญญาว่าจะเป็เพื่อนที่ดีเลยมึง”
ผมตอบเบาๆ ก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งอกจริงๆ แม้ในใจจะรู้สึกสั่นๆ อยู่บ้างเมื่อนึกถึงว่า ผมต้องอยู่กับพวกสายไม่ปกติในตอนกลางคืนอีก
ไอ้ติณห์หยุดเดิน หันมายืนจ้องหน้าผมนิ่งๆ อยู่อย่างนั้น ก่อนยิ้มเล็กๆ เหมือนจำยอม
“ไม่ต้องขอบคุณหรอก ฉัน… อาจยุ่งไม่เข้าท่าก็ได้”
ไอ้ติณห์เว้นจังหวะคำ แต่กวนประสาทผมมาก แถมยังยกมือขึ้นกอดอก ยกคิ้วเข้มๆขึ้นข้างหนึ่งเหล่สายตามอง ยั่วโมโหผมไปอีก
ผมรู้ว่าไอ้ติณห์พูดแกล้งผมอีกแล้ว เลยกัดฟันแน่นแกล้งพูดยั่วประสาทมันบ้าง ใครจะยอมให้มันปั่นหัวผมเพียงฝ่ายเดียวล่ะ
“เอออครับ ไอ้เชี่ยติณห์ มึงยุ่งเข้าท่ามาก ยุ่งอีกเยอะๆ เลยนะ ท่านี้กูชอบ!”
ติณห์หัวเราะเบาๆ ขณะเดินข้างๆ ไหล่ของเราชนกัน ทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นและหายกลัว คงเพราะผมมีเพื่อนที่ดีตามสัญญาอยู่ข้างๆเสมออย่างไอ้ติณห์
... ♡…
???? คุยกันจ้า! ????
ตอนนี้เขียนไปลุ้นไป สนุกมากตอนสร้างเื่ราวให้ทุกคนวุ่นวายกันเอง หวังว่าความวุ่นๆ ป่วนๆ ของหอย และความกวนๆ ที่แอบอบอุ่นนิดๆ ของติณห์ จะทำให้หัวใจของทุกคนพองโตเหมือนที่ไรท์รู้สึกเวลาเขียน
ขอบคุณจากใจเลยนะคะที่เปิดใจให้ ‘รักใหม่ของไข่ข้าว’ เป็ส่วนหนึ่งของเวลาอันมีค่าของคุณ
แล้วเจอกันใหม่ตอนต่อไป รับรองว่าแสบซ่าไม่แพ้กัน!
รักเสมอรี้ดทุกคนเสมอ ❤ไอเดียไรท์~
... ♡…