แต่ไม่นานเสียงประตูกลับถูกเปิดออกอีกครั้ง
“ร้านปิดแล้วครับผม โอกาสหน้าเชิญ....อ้าว ยายยยยยยยยยยยยยย “
ยังไม่ทันพูดจบทันทีที่เห็นคนที่กำลังเปิดประตูเข้ามาท่าทางกระฉับกระเฉง ภูผาถึงกับร้องเสียงดังด้วยความดีใจรีบลุกไปหาทันทีและสวมกอดยายด้วยความคิดถึงเหมือนทุกที
“ก็ยายนะสิ เรียกซะเสียงดังเชียว” หญิงชรายกมือลูบศีรษะชายหนุ่มด้วยความเอ็นดู
“ก็ผาคิดถึง คิดถึงมากกกกกกกกกก” ภูผาว่าลากเสียงยาววววว แล้วกอดยายแน่นอีกรอบ จนหญิงชราร้องลั่น
“พอแล้ว พอแล้ว เดี๋ยวยายหายใจไม่ออกกันพอดี “น้ำเสียงต่อว่าแต่ไม่จริงจังนัก ภูผาคลายอ้อมกอดแต่ยังส่งยิ้มให้หญิงชราไม่เลิก
“หยุดยิ้มได้แล้ว ไปช่วยยายยกกระเป๋าหน่อยไปอยู่ตรงทางเข้าโน้น ยายยกไม่ไหว”
“ครับ ๆ .. เอ๊ะ ว่าแต่ยายมาได้ยังไงครับเนี่ย ทำไมไม่โทรมาบอกผาจะได้ออกไปรับ”
“คุณวาเธอมาส่ง”
“ครับ???!!!!????”
“ใอะไรกัน คุณวาไปรอรับยายั้แ่บ่ายสองบอกให้กลับไปก่อนก็ไม่ยอม เห็นว่าตอนเย็นมีงานกลัวจะกลับไปไม่ทัน แต่คุณวาเธอดื้อบอกจะรับยายมาส่งที่ร้านให้ได้ วันนี้รถติดไปอีก เนี่ยเพิ่งกลับไป ไม่รู้จะไปทำงานทันหรือเปล่า” หญิงชราเอ่ยช้า ๆ อย่างนึกเป็ห่วงอีกคนจากใจ แต่ทำเอาคนฟังรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาดื้อ ๆ
“ไม่ต้องไปห่วงเขาหรอกครับ ทันไม่ทันก็เื่ของเขา”
“ผา เขาอุตส่าห์มาส่ง ไป ไป ยกกระเป๋าเข้ามาเร็ว เดี๋ยวใครยกไปก่อนพอดี”
“ครับ ๆ งั้นยายเข้าไปพักข้างในก่อนนะ เดี๋ยวผาตามไป” ชายหนุ่มรีบเปลี่ยนท่าทีกลับมาปกติ เมื่อนึกได้ว่าทำไมเขาต้องนึกหงุดหงิดที่วาตาไม่เข้ามาด้วย
ชายหนุ่มเดินไปหยิบกระเป๋าสองใบ รู้สึกแปลกใจที่กระเป๋าดูมีราคาแปลก ๆ เลยรีบยกไปถามผู้เป็ยายอย่างนึกสงสัย
“ยายครับ กระเป๋านี่โรงพยาบาลให้มาเหรอครับดูท่าทางจะหลายตังค์อยู่”
“ที่ไหนหละของคุณวาทั้งนั้นแหละให้คนจัดแจงเอามาให้ ส่งคนมาช่วยเก็บของก่อนที่จะมารับยายด้วยซ้ำ ไม่รู้เธอมาดีอะไรกับยายนักหนา ผารู้ไหมตอนยายถูกย้ายไปที่นั่นลืมตามาไม่เจอผายายแทบอยากจะออกจากโรงบาลเลยนะ ดีที่คุณวาเธอห้ามไว้บอกว่าถ้าต้องพักรักษาตัวที่นี่ต่อไปจะได้ไม่ต้องเข้าโรงบาลอีก จะได้ไม่ต้องเจ็บอีก ผาก็จะได้ไม่ต้องเป็ห่วง แล้วคุณวาก็อยู่เป็เพื่อนยายจนยายหลับไป ทุกวันเธอก็จะหาเวลามาหายาย มาคุยเป็เพื่อน เธอบอกกลัวยายเหงา ...”
“อ๋ออออออ แบบนี้นี่เองเลยไม่คิดจะส่งข่าวให้ผารู้เลยยยยใจร้ายจริง ๆ “
“ยายไม่อยากโทรเองแหละ อยากให้ผามีสมาธิอ่านหนังสือ ตอนนี้เรียนจบแล้วใช่ไหมลูก ดี ๆ ถ้ามีโอกาสอย่าลืมตอบแทนน้ำใจคุณวาแทนยายด้วยนะลูกนะเกิดเป็คนต้องรู้คุณคน อย่าไปรังเกียจจงเกลียดจงชังเธอเลยชีวิตจริงเธอหน้าสงสารมากเลยนะ เอาไว้ว่าง ๆ ยายจะเล่าให้ฟังนะลูก แต่ตอนนี้ไปหาอะไรให้ยายกินหน่อย ยายจะได้กินยาก่อนนอน”
“ครับ ๆ งั้นเดี๋ยวผามานะยาย”
ภูผารีบเอากระเป๋าไปเก็บแล้วรีบเดินออกไปห้องครัว โดยมีสายตาผู้เป็ยายมองตามอย่างนึกแปลกใจ ...
//...“ผมชอบหลานคุณยาย ผมไม่รู้ว่าผมรู้สึกแบบนี้ได้ยังไง ทั้ง ๆ ที่ผมเป็ผู้ชายและหลานคุณยายก็เป็ผู้ชาย คุณยายจะไม่รังเกียจความรู้สึกผม ไม่โกรธที่ผมรู้สึกแบบนี้กับภูผาได้ไหมครับ ผมสัญญาว่าจะแค่ชอบ แค่ชอบเท่านั้น จะไม่มีอะไรเกินกว่านั้นถ้า... คุณยาย และภูผาไม่ยินยอม”...//
ประโยคสารภาพตรง ๆ ที่คนอย่างวาตากล้าที่จะพูดออกมาให้ผู้าุโฟัง ตอนแรกหญิงชราก็รับไม่ได้เพราะห่วงความรู้สึกหลานชาย แต่คิดไปคิดมานางก็คิดได้ว่าเื่ของความรู้สึกมันห้ามกันได้ที่ไหน มันบังคับกันไม่ได้อยู่แล้ว ดังนั้น ถ้าวาตาจะรู้สึกชอบแต่ภูผาไม่ได้รู้สึกตามมันก็เป็เื่ของคนทั้งคู่ไม่ใช่หรือ และอีกอย่างคนอย่างภูผาไม่เคยชอบใครมาก่อน
ดังนั้น ถ้าเขาจะชอบใครสักคนขึ้นมาจริง ๆ ทำไมเธอจะดูไม่ออก ท่าทีที่ภูผาแสดงออกต่อวาตาคำพูดที่ดูเชือดเฉือนแทบจะตลอดเวลา แต่สายตากลับแสดงออกมาแย้งกับการกระทำและคำพูดอย่างสิ้นเชิง ซึ่งเธอเชื่อมั่นว่าภูผาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ
หลังจากยายหลับไปแล้วภูผาก็กลับมาจัดของเตรียมไว้สำหรับพรุ่งนี้ กว่าจะกลับเข้าห้องก็เกือบห้าทุ่ม วันนี้ทั้งวันนอกจากจะคอยมองที่ประตูแล้ว เขาก็มัวแต่สนใจหาประกาศรับสมัครงาน จนไม่มีเวลาดูโทรศัพท์ ดังนั้น ก่อนนอนชายหนุ่มเลยหยิบโทรศัพท์มาเช็คเสียหน่อย มีไลน์จากเพื่อน ๆ เข้ามาสองสามคนส่วนใหญ่ถามเื่งาน ชวนไปสมัครงานด้วยกัน เขาตอบไลน์เพื่อนครู่หนึ่ง ตั้งใจจะปิดเครื่องและพักผ่อน แต่เสียงไลน์จากคนที่เขาเฝ้ารอทั้งวันกลับดังขึ้น และเขาดันรีบเปิดอ่านแทบจะทันที ซึ่งทำเอาแทบอยากจะหักมือตัวเอง
---ทำตามสัญญาแล้วนะครับ---
และตามมาด้วยภาพยายกับเ้าของไลน์ส่งยิ้มแฉ่งให้กล้อง สองสามภาพ
--- วันนี้เหนื่อยมาก มีไข้นิดหน่อย สงสัยจะเพราะโดนฝนเมื่อคืน ---
--- พรุ่งนี้จะไปสมัครงานหรือครับ ขอให้โชคดีน่ะครับ---
ประโยคหลังทำเอาภูผาขมวดคิ้วด้วยความสงสัย แต่เมื่อลองไล่ข้อความขึ้นไปข้างบน จึงได้รู้ว่าข้อความที่เขาคิดว่าส่งบอกเพื่อนดันส่งเข้าไลน์วาตา
“โอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยย !!!!” ชายหนุ่มร้องเสียงดังแทบจะะโลุกจากที่นอน นี่เขาส่งไลน์ไปก่อนหรือเนี่ย ตายยยยย ๆ เสียฟอร์มกันหมดพอดี
--- อ่านไม่ตอบ.... แปลว่ากำลังคิดถึงผมอยู่ใช่ไหม ดีจัง---
*** เพ้อเจ้อ!!!!! ***
ประโยคติดปากที่ภูผาชอบพูดเวลาที่เขากำลังเขินหรือจนมุม ซึ่งเป็เื่ที่เขาไม่เคยสังเกตตัวเอง
*** ไม่สบายก็ไปนอน***
เอาอีกแล้วภูผาเผลอแสดงความเป็ห่วงไปอีกจนได้ นึกอยากจะลบข้อความ แต่ไม่ทันแล้วเพราะปลายทางดันส่งสติ๊กเกอร์หัวใจลอยกระแทกเท๊ดดี้แบร์อย่างรัว ๆ
--- ขอบคุณครับ ดีใจ--- และตามด้วยสติ๊กเกอร์หมีในชุดนอน
ภูผาเผลอปล่อยรอยยิ้มหลุดออกมานิดนึง ก่อนจะรีบปิดเครื่องและล้มตัวลงนอน แปลกที่ตอนนี้เขารู้สึกโล่งผิดปกติ รอยยิ้มกว้างภายในความมืดหลังปิดไฟและหัวใจที่พองโตจนคับอก ทำเ้าของแปลกใจได้ไม่น้อย
ก็แค่กล้ายอมรับความรู้สึกตัวเองจะมีอะไรน่ากลัวนักหนา สำหรับคนอื่นอาจจะใช่แต่สำหรับคนอย่างภูผาเขาแค่คิดว่าเป็แค่เสี้ยวหนึ่งของความรู้สึกที่เผลอไปบ้างเท่านั้นเองและเมื่อตื่นมาก็พบว่าความรู้สึกนั้นไม่ได้มีอยู่จริง ..... จริง ๆ เหรอ????? ....