หนิงลู่ซือเห็นว่าไหนๆ ก็ต้องเข้าไปขายของในเมืองอยู่แล้ว ก็เลยจะจับปลาไปขายสักหน่อย เพราะปลาในลำธารมีมากมายเหลือเกิน อีกทั้งตัวยังใหญ่ด้วย
หนิงลู่ซือไม่รู้หรอกว่าเขาจับปลากันยังไง แต่นางจะลองจับแบบวิธีเดิมที่จับวันก่อน คือใช้ตะกร้าที่สานถี่ๆ มาดักปลา มีปลาว่ายเข้ามาในตะกร้าของนางหลายตัวมากๆ
เ้าปลาพวกนี้นางจะเปลี่ยนให้เป็ก้อนเงินให้หมดเลย เมื่อได้ปลาเยอะพอสมควรแล้วนางก็ถือถังที่ใส่ปลากลับบ้าน เมื่อกลับมาถึงก็เห็นน้องสาวอาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดสีชมพูเรียบร้อยแล้ว
“ว้าว พี่ใหญ่ท่านจับปลาได้มากมายถึงเพียงนี้เชียวหรือเ้าคะ” หนิงลี่อินเดินเข้ามาดูถังที่พี่ใหญ่วางลงบนรถเข็น ตอนนี้ในรถเข็นมีทั้งตะกร้าสมุนไพร ตะกร้าผลไม้ และยังมีถังปลาเพิ่มมาด้วย
“พี่ใหญ่ของเ้าเก่งอย่างไรเล่า เลยจับมาได้มากมายถึงเพียงนี้” ได้ทีก็ขอโอ้อวดตนเองสักหน่อย
“พี่ใหญ่ท่านชมตัวเองก็ได้หรือเ้าคะ” หนิงลู่ซือชะงักกับคำพูดของน้องสาว
“วันก่อนเ้าก็ยังชมว่าตัวเองเก่งอยู่เลยไม่ใช่หรือ” นางกล่าวขึ้น
“ก็ข้าเก่งจริงๆ หนิเ้าคะ”
“พี่ใหญ่ก็เก่งเช่นกันอย่างไรเล่า”
“ข้าไม่เถียงกับพี่ใหญ่แล้ว พี่ใหญ่รีบไปอาบน้ำเร็วๆ เข้า ใส่ชุดสีชมพูเหมือนข้าด้วยนะเ้าคะ ข้าชอบที่เราสองพี่น้องใส่ชุดเหมือนกัน”
“ไม่!” ปากบอกว่าไม่ แต่เมื่อเดินออกมาหนิงลี่อินก็ยิ้มปากเกือบถึงรูหู ก็ไหนบอกว่าจะไม่ใส่ไง แล้วที่ใส่นั่นไม่ใส่สีชมพูหรืออย่างไร
“ยิ้มอะไรอาอิน ที่พี่ใหญ่ใส่สีชมพูเพราะหยิบได้ก็เลยต้องใส่” หนิงลู่ซือจะไม่ยอมรับหรอกนะว่านางอยากใส่เอาใจน้องสาวน่ะ
“ข้ายังไม่ได้พูดอันใดเลยนะเ้าคะ” เด็กน้อยเอียงคอตอบอย่างน่ารัก แถมยังยิ้มล้อเลียนพี่สาวด้วย
“ไปกันได้แล้ว เดี๋ยวแดดจะร้อนเสียก่อน”
“เ้าค่า” ผู้เป็น้องสาวรับคำ ก่อนที่หนิงลู่ซือจะอุ้มเ้าตัวน้อยนั่งบนรถเข็นมุ่งหน้าสู่ตัวเมือง
“วันนี้ข้าเก็บไข่ได้ไม่โดนไก่ไล่จิกแล้ว รางที่พี่ใหญ่ทำดีจริงๆ เลยเ้าค่ะ” หนิงลี่อินหันมาบอกพี่สาว
“ดีแล้ว ต่อไปหน้าที่ของเ้าคือเก็บไข่ไก่ในตอนเช้า และให้อาหารไก่วันละ 2 เวลา คือหลังเก็บไข่และตอนเย็นทำได้หรือไม่”
“ทำได้สบายมากเ้าค่ะ” แล้วสองพี่น้องก็พูดคุยกันไปตลอดทาง ระหว่างทางก็พบเจอชาวบ้านอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้ทักทายอันใด มีบ้างที่ยิ้มให้กัน
ใช้เวลา 2 เค่อก็มาถึงทางเข้าประตูเมือง สิ่งที่ต้องทำก็เหมือนเดิมคือเข้าแถวรอจ่ายเงินค่าเข้า เมื่อจ่ายเสร็จเรียบร้อย หนิงลู่ซือก็เข็นรถเข็นมุ่งหน้าไปร้านขายสมุนไพรก่อนเป็อันดับแรก
“ร้านเฮงเฮงยินดีต้อนรับขอรับ” เสี่ยวเอ้อร์คนเดิมออกมาต้อนรับ
“ข้ามีสมุนไพรมาขายเ้าค่ะ”
“ขอรับเชิญแม่นางไปรอที่ห้องเดิมได้เลยขอรับ ข้าขอไปแจ้งเถ้าแก่สักครู่ขอรับ”
หนิงลู่ซือพาหนิงลี่อินเข้าไปรอในห้องเดิมกับคราวก่อน ไม่นานประตูห้องก็เปิดออก
“คารวะเถ้าแก่เจาเ้าค่ะ” หนิงลู่ซือ
“คารวะเถ้าแก่เจาเ้าค่ะ” หนิงลี่อิน
“ไม่ต้องมากพิธี ไหนๆ วันนี้พวกเ้าสองพี่น้องเอาสมุนไพรอะไรมาขายข้า”
“เป็จัวจิเช่าเช่นเดิมเ้าค่ะ ไม่ทราบท่านเถ้าแก่เจายังรับซื้อหรือไม่เ้าคะ” นางเพิ่งมาขายไปเมื่อไม่กี่วันก่อน จึงกลัวว่าเถ้าแก่เจาจะไม่รับซื้อ เพราะถ้าไม่รับซื้อนางจะได้ไปขายร้านอื่น
“รับสิ ไหนเ้ามีเท่าไหร่ข้าจะรับซื้อทั้งหมด” ถึงแม้สมุนไพรที่ซื้อเมื่อไม่กี่วันก่อนจะยังไม่ได้ขายออกไปเลยก็ตาม แต่การมีมากย่อมดีกว่าขาด
หนิงลู่ซือจึงหยิบตะกร้ามาตั้งบนโต๊ะ เสี่ยวเอ้อร์เข้ามาหยิบตะกร้าไปชั่งและเข้ามาแจ้งน้ำหนักให้เถ้าแก่เจาได้ทราบ
“ทั้งหมด 40 เหลี่ยง ข้าให้ราคาเดิมเ้าพอใจหรือไหม”
“พอใจเ้าค่ะ ”
“ทั้งหมด 40 เหลี่ยง เหลี่ยงละ 1 ตำลึง ทั้งหมดก็ 40 ตำลึง เ้าจะรับเป็ตั๋วแลกเงินหรือไม่”
“เ้าค่ะ ข้าขอเป็ตั๋วแลกเงินใบละ 10 ตำลึง 3 ใบ ส่วนอีก 10 ตำลึงที่เหลือข้าขอเป็เหรียญตำลึงเ้าค่ะ”
“ได้ เ้ารอสักครู่ ข้าจะให้เสี่ยวเอ้อร์ไปหยิบมาให้เ้า” เสี่ยวเอ้อร์ออกไปไม่นานก็กลับมาพร้อมตั๋วแลกเงินและเหรียญตำลึง
“เอานี่เงินของเ้า ลองนับดูก่อนว่าครบหรือไม่”
“ไม่ต้องนับหรอกเ้าค่ะข้าเชื่อใจท่าน ขอบคุณมากนะเ้าคะเถ้าแก่เจา” หนิงลู่ซือรับเงินมาแล้วก็เอาใส่ในเสื้อทันที เพื่อเป็การวัดใจและซื้อใจ นางจึงไม่นับเงินจำนวนนี้
เจาเจ๋อเมื่อเห็นเช่นนั้นก็รู้สึกดีกับนางขึ้นมาอีกหลายส่วน
“ข้ากับน้องสาวต้องขอตัวก่อนนะเ้าคะ ข้าจะไปหาที่ขายของตั้งแผงขายของต่อเ้าค่ะ”
“เ้าเอาของอย่างอื่นมาขายด้วยรึ” เจาเจ๋อถามออกไป
“เ้าค่ะ ข้าเอาผิงกั่ว ซานจา และปลามาขายเ้าค่ะ”
“ไหนๆ พาข้าออกไปดูหน่อย”
“เ้าค่ะ” ทั้ง 3 คนเดินออกมาจากห้องมุ่งตรงไปยังรถเข็นที่นางจอดแอบๆ ไว้ข้างร้าน
เจาเจ๋อเห็นรถเข็นที่เต็มไปด้วยตะกร้าหลายใบ ไหนจะถังใส่ปลาอีก จะว่าไปเขาเจอนางเป็ครั้งที่ 2 แล้ว แต่ก็ไม่เคยเห็นนางมากับคนอื่นเลยนอกจากน้องสาวของนาง แล้วนางขนของพวกนี้มาได้อย่างไร อย่าบอกนะว่าเข็นรถเข็นมาเอง!
“เ้าอย่าบอกนะว่าเ้าเข็นรถที่เต็มไปด้วยข้าวของพวกนี้มาเอง”
“ใช่เ้าค่ะ”
“แล้วพวกบุรุษบ้านเ้าเล่า ทำไมไม่ให้พวกเขาเข็นมาให้เ้า” บุรุษบ้านนี้นี่ยังไงกัน ถึงกับให้สตรีและเด็กเข็นรถเข็นนี้มาตามลำพัง
“บ้านข้าไม่มีบุรุษหรอกเ้าค่ะเถ้าแกีเจา ข้าอยู่กับน้องสาวแค่ 2 คนเ้าค่ะ ท่านพ่อกับท่านแม่ของข้าเพิ่งเสียไปได้ไม่นานเ้าค่ะ” ความจริงที่ได้รับรู้ยิ่งทำให้เจาเจ๋อใไม่น้อย เขามองหญิงสาวตรงหน้าที หันมองเด็กผู้หญิงตัวเล็กทำผมทรงซาลาเปา 2 ข้างที ก็ได้แต่สงสาร อยู่กันเพียงแค่ 2 คนสินะ จึงต้องทำทุกอย่างด้วยตนเอง
“งั้นพวกเ้าก็ไม่ต้องไปหาที่เช่าในตลาดหรอกเวลานี้คงเต็มหมดแล้ว”
“จริงหรือเ้าคะ แล้วข้าจะทำเช่นไร หรือต้องเข็นรถกลับบ้านเช่นนั้นหรือ”
“จะเข็นรถกลับทำไมเล่า ก็ขายมันข้างๆ ร้านข้านี่แหละ” ถึงแม้จะช่วยได้เล็กน้อยแต่เขาก็อยากช่วย
“จะดีหรือเ้าคะ” หญิงสาวกล่าวขึ้นด้วยความเกรงใจ
“มีตรงไหนที่ไม่ดี เ้าขายมันที่นี่แหละ เดี๋ยวข้าจะให้เด็กๆ เอาโต๊ะมาให้เ้าตั้งขายของ เครื่องชั่งก็เอาที่ร้านข้ามาใช้ก่อน”
“แต่ว่า…” นาง้าที่จะปฏิเสธ
“ห้ามเ้าปฏิเสธ ผู้ใหญ่หยิบยื่นน้ำใจให้เ้าก็แค่รับไว้ ถ้าเ้าปฏิเสธข้าคงรู้สึกไม่ดี”
“ข้าขอบคุณเถ้าแก่เจาเ้าค่ะ” หนิงลู่ซือกล่าว
“ขอบคุณเถ้าแก่เจาเ้าค่ะ” หนิงลี่อินก็กล่าวตามพี่สาว
เจาเจ๋อรู้สึกเอ็นดูเด็กน้อยคนนี้ยิ่งนัก ดูสิตัวก็แค่นี้รู้จักช่วยพี่สาว ไม่เหมือนเ้าลูกชายหน้าเหม็นของตนสักนิด วันๆ เอาแต่เล่นซน
เมื่อโต๊ะพร้อม ผลไม้ก็นำขึ้นมาตั้งบนโต๊ะหมดแล้ว เครื่องชั่งพร้อม คนขายก็พร้อมแล้วเช่นกัน
“ไหนเ้าเอาสิ่งใดมาขายเอามาให้ข้าดูหน่อย” เจาเจ๋อเห็นมีคนเดินขวักไขว่ก็เริ่มต้นถาม เผื่อมีใครสนใจได้มาฟังพร้อมกันกับเขา
“อาอินเสนอขายสินค้าสิ” นางหันไปกล่าวกับน้องสาวที่นางฝึกมาเองกับมือ
“ได้เลยเ้าค่ะ” หนิงลี่อินเดินไปหยิบจานที่เต็มไปด้วยผลไม้หั่นพอดีคำที่ตั้งอยู่มาถือไว้ ฝั่งหนึ่งเป็ผิงกั่ว อีกฝั่งหนึ่งเป็ซานจาป่า
“เร่เข้ามาเ้าค่า เร่เข้ามา วันนี้ข้ามีผลไม้มาขายเ้าค่ะ ฝั่งนี้คือผิงกั่วส่วนฝั่งนี้คือซานจาป่าเ้าค่ะ เก็บสดๆ จากต้นเมื่อวาน แต่ถึงจะเก็บมาเมื่อวานแต่ก็ยังสดใหม่อยู่นะเ้าคะ ไม่เชื่อทุกท่านลองชิมได้เลยเ้าค่ะ” เสียงเล็กๆ น่ารักๆ ดังขึ้นหน้าแผงผลไม้ที่ตั้งอยู่ข้างร้านขายสมุนไพร
หนิงลี่อินตัวน้อยเ้าก็ขายของเก่งเหมือนกันนะเนี่ย เจาเจ๋อคิดในใจ จะผิดไหมถ้าเขาอยากได้ลูกของผู้อื่นไปเลี้ยง เห็นหลายคนลองชิมผลไม้แล้วต่างทำหน้าพึงพอใจ เขาจึงหยิบไม้ขึ้นมาจิ้มผลไม้ชิมหนึ่งชิ้น อืม อร่อย กรอบ สดใหม่สมคำบอกเล่า
“แล้วขายอย่างไรเล่าแม่ค้าตัวน้อย” ท่านป้าคนหนึ่งถามขึ้น
“ผิงกั่วและซานจาป่าขายเพียงชั่งละ 5 อีแปะ ซื้อครบ 5 ชั่งแถมฟรี 1 ชั่งไปเลยเ้าค่ะ สามารถซื้อรวมกันได้ด้วยนะเ้าคะ” หนิงลี่อินรู้สึกคอแห้งนิดหน่อยแล้ว
“ทำไมขายถูกนักเล่า” เจาเจ๋อไม่เข้าใจ ขายถูกไม่พอ ยังแถมให้อีกต่างหาก
“พี่ใหญ่บอกว่าเราไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายอันใด เพียงเสียเหงื่อในการเก็บเท่านั้นเลยขายราคานี้เ้าค่ะ” หนิงลี่อินอธิบายเหตุผลในการตั้งราคาครั้งนี้ให้ทุกคนฟัง ทำให้เจาเจ๋อและคนอื่นๆ รู้สึกดีกับสองพี่น้องคู่นี้
“ถ้าผู้ใดสนใจสามารถต่อแถวแล้วมาสั่งกับข้าได้เลยเ้าค่ะ” หนิงลู่ซือะโบอกลูกค้า
“อ๋อ ข้ายังมีปลาอีกด้วยนะเ้าคะ แต่ข้าเอามาให้ดูไม่ได้เพราะเดี๋ยวมันจะะโออกจากถังเ้าค่ะ” หนิงลี่อินนึกขึ้นได้ว่ายังมีปลาอีกอย่างหนึ่ง ที่ยังไม่ได้นำเสนอลูกค้า จึงร้องบอกออกไปอีกครั้ง
“อะไรนะ เ้าบอกว่าปลาจะะโออกจากถังหรือ มันเป็ไปได้อย่างไร” ปลาจะะโออกจากถังได้ก็ต้องเป็ปลาที่ยังไม่ตายสิ
“ปลาของเ้ายังมีชีวิตอยู่หรือ” ท่านลุงอีกคนร้องถาม
“เ้าค่ะ ปลาของข้ายังมีชีวิตอยู่ เพิ่งจับเมื่อเช้านี้เองเ้าค่ะ สดแน่นอน!” พอรู้ว่าปลายังมีชีวิตหลายคนก็แตกตื่น นางทำได้อย่างไรนางจับปลาโดยที่ปลายังมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร
“เ้าขายอย่างไร” เจาเจ๋อถามขึ้น เขาก็อยากได้ปลาสดๆ ใหม่ๆ ไปให้แม่ครัวที่บ้านทำอาหารเช่นกัน
“ข้าขายชั่งละ 15 อีแปะ พวกท่านสามารถเลือกปลาตัวที่อยากได้มาให้ข้าชั่งได้เลยเ้าค่ะ ถ้าเลือกแล้วน้ำหนักเกินกว่าที่้าก็สามารถเปลี่ยนตัวใหม่ได้เ้าค่ะ” เกิดเสียงฮือฮาขึ้นอีกครั้ง ปลายังมีชีวิตแต่ขายเพียงชั่งละ 15 อีแปะ ไม่มีอะไรจะคุ้มเท่านี้อีกแล้ว ในตลาดทปลาที่ตายแล้วยังขายชั่งละ 20 อีแปะ 25 อีแปะกันเลย
“อาซือข้าเอาผิงกั่วกับซานจารวมกัน 10 ชั่ง ส่วนปลาเ้าเลือกให้ข้าสัก 3 ตัว” เจาเจ๋อรีบเอ่ยซื้อสินค้า เพราะดูแล้วน่าจะมีคนสนใจไม่น้อย เขาต้องชิงสั่งก่อน ถ้าขืนชักช้าคงอดกันพอดี
“ได้เ้าค่ะเถ้าแก่เจา” หลังจากเถ้าแก่ร้านสมุนไพรซื้อเป็คนแรก ก็มีคนสนใจสินค้าพวกนางอีกหลายคนโดยเฉพาะปลา นางเพิ่งจะรู้เดี๋ยวนี้เองว่าปลาที่พ่อค้าแม่ค้าขาย ส่วนใหญ่จะเป็ปลาที่ตายแล้วไม่ใช่ปลามีชีวิตแบบที่นางนำมาขายในวันนี้
ไม่ถึงชั่วยามของที่นางเตรียมมาก็ขายหมด ได้เงินเป็กอบเป็กำเลยทีเดียว
“พี่ใหญ่เราขายของได้เงินเยอะแยะเลยเ้าค่ะ” หนิงลี่อินตื่นเต้นมากๆ นางไม่เคยขายของ แต่เมื่อได้ลองขายแล้วกลับรู้สึกสนุกมากๆ พูดจนคอแห้งไปหมด ว่าแล้วก็ดื่มน้ำสักหน่อยดีกว่า
“ใช่ ได้เยอะมากเลย ปลา 50 ชั่ง ชั่งละ 15 อีแปะ เป็เงิน 750 อีแปะ ผิงกั่วกับซานจาป่าไม่รวมที่แถมก็ 100 ชั่ง ชั่งละ 5 อีแปะ เป็เงิน 500 อีแปะ รวมทั้งสองอย่างขายได้ 1 ตำลึง 250 อีแปะเลยนะ” ถึงแม้จะไม่ได้มากเท่ากับขายสมุนไพร แต่ของทุกอย่างที่นำมาขาย นางไม่ได้เสียต้นทุนอะไรสักอย่างนอกจากแรงกาย ขายได้เท่านี้ก็ถือว่าดีมากแล้ว
“ว้าวว วันนี้เราไปเก็บผิงกั่วกับซานจาอีกดีหรือไม่เ้าคะพี่ใหญ่”
“เ้าไม่เหนื่อยรึ”
“ไม่เหนื่อยเ้าค่ะ แค่คอแห้ง” พูดว่าคอแห้งแล้วหิวน้ำขึ้นมาทันที ดื่นน้ำอีกหน่อยแล้วกัน
“ขายหมดแล้วหรือแม่ค้าตัวน้อย” เจาเจ๋อเดินออกมาดูเพราะไม่ได้ยินเสียงของสองพี่น้องร้องขายของ
“ขายหมดแล้วเ้าค่ะเถ้าแก่” หนิงลี่อินเป็คนตอบ
“ขายดีมากเลยใช่หรือไม่”
“ขายดีมากเ้าค่ะ เดี๋ยวข้าจะไปเก็บมาขายอีกเ้าค่ะ” เด็กน้อยกล่าวอย่างตื่นเต้น
“ดีๆ เก็บส่วนของลุงไว้ด้วยเล่า”
“ได้เลยเ้าค่ะ” หนิงลี่อินรับปากแต่ไม่รู้พี่ใหญ่จะพาไปเก็บหรือไม่ เมื่อวานผิงกั่วกับซานจายังเหลืออยู่เยอะแยะเต็มไปหมด
“เถ้าแก่เ้าคะ ค่าเช่าพื้นที่ขายของท่านคิดเท่าไหร่เ้าคะ”
“ค่าเช่าอะไร ข้าเป็คนให้พวกเ้าขายเอง ขายไม่คิดค่าเช่า” เจาเจ๋อกล่าวอย่างจริงจัง เขาเต็มใจช่วยได้ไม่จะคิดค่าเช่าอะไรทั้งนั้น
“แต่ข้าเกรงใจเ้าค่ะ” หนิงลู่ซือไม่อยากจะเอาเปรียบผู้อื่น
“ไม่ต้องเกรงใจ งั้นเอาแบบนี้ถ้าคราวหลังเจามีของมาขายอีกก็มาขายที่นี่ได้เลย ค่าเช่าที่เอาเป็ว่าพวกเ้าก็แถมให้ข้าเพิ่มอีกนิดก็แล้วกัน”
“ได้เลยเ้าค่ะ วันนี้ข้ากับน้องสาวขอตัวก่อนนะเ้าคะ” ยังมีของที่ต้องซื้ออีก หนิงลู่ซือจึงเอ่ยขอตัวลา
“ได้ๆ เดินทางกันดีๆ ละ ส่วนโต๊ะเดี๋ยวข้าให้เด็กมาเก็บเอง พวกเ้ากลับเถิด”
“เ้าค่ะ ข้าลาก่อนเ้าค่ะเถ้าแก่” หนิงลู่ซือ
“ขอตัวลาเ้าค่ะเถ้าแก่” หนิงลี่อิน
แล้วสองพี่น้องก็เข็นรถออกจากร้านเถ้าแก่เจามุ่งตรงไปยังโรงรับฝากเงิน หนิงลู่ซือยื่นแผ่นไม้ให้พนักงานโรงรับฝากเงิน 2 แผ่น ส่วนของหนิงลี่อินฝากเพิ่ม 10 ตำลึง ของนางฝากเพิ่ม 20 ตำลึง ฝากเสร็จเรียบร้อยพนักงานก็ยื่นแผ่นป้ายคืนกลับมา
หนิงลู่ซือพาหนิงลี่อินเดินซื้อของในตลาด นางอยากจะพาอาอินน้อยไปซื้อชุดสวยๆ อีก แต่น้องสาวไม่ยอมบอกว่าที่ซื้อไปวันก่อนนางยังใส่ไม่ครบทุกชุดเลย แผนการใช้เงินซื้อชุดให้น้องสาวจึงต้องพับเก็บไปก่อน
มีร้านค้ามากมายให้เลือกซื้อ ผู้คนก็เยอะมากเช่นกัน หนิงลู่ซือเข็นรถเข็นไปตามร้านทางถนนโดยมีหนิงลี่อินนั่งอยู่บนรถ เดินผ่านร้านขายพวกถังน้ำ กะละมังไม้ ตะกร้า หนิงลู่ซือก็นึกขึ้นได้ว่านางซื้อถั่วเขียวไป แต่ยังไม่ได้เริ่มต้นเพาะถั่วงอกเลย เพราะ่นี้นางยุ่งมากๆ คิดได้เช่นนั้นหนิงลู่ซือจึงหยุดรถเข็นที่หน้ารานขายถัง ขายตะกร้า เพื่อหาซื้ออุปกรณ์ไปใช้ในการเพาะถั่วงอก แต่นางก็ไม่รู้ว่ามันจะได้ผลหรือไม่
“ร้านเซินยินดีต้อนรับขอรับ” เสี่ยวเอ้อร์ของร้านเห็นลูกค้าเดินเข้ามาก็ออกไปต้อนรับ
“สวัสดีเ้าค่ะ ข้า้าตะกร้าเ้าค่ะ” หนิงลู่ซือบอกความต้องของตนกับเสี่ยวเอ้อร์
“เชิญแม่นางตามข้ามาเลยขอรับ” เสี่ยวเอ้อร์นำทางสองพี่น้องไปดูตะกร้าซึ่งก็มีให้เลือกหลายแบบเลยทีเดียว “เชิญแม่นางเลือกได้ตามสบายเลยขอรับ” กล่าวจบก็แยกตัวออกมายืนอยู่ห่างๆ ให้ลูกค้าได้เลือกของอย่างสบายใจ
หนิงลู่ซือมองตะกร้ามีทั้งทรงสี่เหลี่ยมรูปทรงคล้ายๆ ถาดใส่อาหารตามร้านข้าวราดแกงแต่ที่นางกำลังหยิบขึ้นมาดูเป็ตะกร้าที่สานจากไม้ไผ่ ยังมีตะกร้าหิ้วที่ใช้สำหรับใส่ข้าวของ ไหนจะตะกร้าที่ทรงสูงเหมือนตะกร้าผ้าอีก แต่จากที่ดูตะกร้าทั้งหมดนางชอบตะกร้าแบบแรกมากที่สุด
“ตะกร้าใบนี้ขายราคาเท่าไหร่เ้าคะ” หนิงลู่ซือหยิบตะกร้าทรงสี่เหลี่ยมขึ้นถามเสี่ยวเอ้อร์
“ตะกร้าใบนี้ขายใบละ 15 อีแปะขอรับ” อืม ราคาก็ถือว่าพอรับได้
“ข้าเอา 20 ใบเ้าค่ะ”
“ได้ขอรับ ไม่ทราบแม่นางจะรับจะไรเพิ่มอีกหรือไม่ขอรับ”
“ไม่รับอะไรเพิ่มแล้วเ้าค่ะ รบกวนท่านคิดเงินให้ข้าได้เลยเ้าค่ะ”
“ขอรับ เชิญแม่นางรอข้าสักครู่ขอรับ”
“ตะกร้าทั้งหมด 20 ใบ ใบละ 15 อีแปะ ทั้งหมด 300 อีแปะขอรับ”
“นี่เ้าค่ะ ขอบคุณมากเ้าค่ะ” หนิงลู่ซือหยิบเงิน 300 อีแปะให้เสี่ยวเอ้อร์ รับตะกร้าแล้วก็เดินออกจากร้าน เป้าหมายต่อไปคือร้านผ้า
**********************************************************
สองพี่น้องตระกูลหนิงเริ่มต้นการขายของแล้วนะเ้าคะ กำลังจะก่อร่างสร้างตัวกันแล้วเ้าค่ะ มาร่วมเป็กำลังใจให้กับทั้งสองด้วยนะเ้าคะ