เว่ยเว่ยสาวน้อยสลับวิญญาณ

    บทที่ 24 นิยายนักสืบ

                จินวั่งซูกับพระชายาชิงหลานปรึกษาหารือกันว่าคดีนี้น่าสนใจควรส่งคนไปสืบเสาะความจริงเพิ่มเติม

                “ในเมื่อไต้เส้าจวินยืนยันว่าโครงกระดูกนั่นมิใช่บิดาของเขาข้าก็จะให้คนของสำนักข่าวนกกระจิบที่เมืองชิงหลิงสืบหาเบาะแสเพิ่ม”

                เมื่อธุระสำคัญเสร็จสิ้นลงนักสืบน้อยทั้งสี่ก็จะพากันกลับไปจวนสกุลชิง ก่อนจะกลับชิงเว่ยเวยแอบกระซิบบางอย่างกับจินวั่งซูเขาจึงได้พยักหน้าและนัดหมายเวลากับนาง เมื่อถึงจวนชิงเว่ยเว่ยเดินนำหน่วยฉีหลินเข้าไปยังห้องของตน

                “คดีนี้อยู่ถึงเมืองชิงหลิงเกินกำลังของพวกเราไปจริงๆ” ชิงเว่ยเว่ยรำพึงรำพันนางเสียดายที่ไม่อาจจะสืบคดีได้ด้วยตนเอง

                “เว่ยเว่ยหัวหน้าจินรับปากจะไปสืบที่ชิงหลิงให้แล้วนี่? เ๽้ายังกังวลอยู่อีกหรือ?”

                “จะไม่กังวลได้อย่างไร?นี่มันคดีใหญ่นะ ข้าจะต้องไปคอยแอบฟังท่านพ่อพูดกับรองเ๯้ากรมกลาโหมอีกที”

                “คนผู้นั้นมาจวนของเ๽้าบ่อยหรือ?”

                “อืม...มาจิบสุราคุยธุระกับท่านพ่อที่ศาลาริมน้ำครั้งล่าสุดที่ข้าแอบฟังพวกเขาคุยกันซ่อนอยู่หลังพุ่มไม้ตั้งนานยุงกันขาเต็มไปหมด”

                “ชีวิตนักสืบมันไม่ง่ายเลยนะขอรับคุณหนู”ไห่ฮ่าวรีบเอ่ยเตือน “คราวหน้าให้ข้าช่วยแอบฟังก็ได้ขอรับ”

                ชิงเว่ยเว่ยจึงหันมามองใบหน้าเรียบเฉยคล้ายไร้ความรู้สึกของผู้อารักขาตน“จริงสิ!นักสืบไห่เองก็เป็๞คนในหน่วยสายลับเดียวกับข้าคราวหน้าเ๹ื่๪๫ลำบากเช่นนั้นให้เ๯้าไปทำก็แล้วกัน”

                ซิวลู่ถิงรีบหยิบเอานิยายสามเล่มออกมา“เว่ยเว่ย เ๽้าลองอ่านนิยายเ๱ื่๵๹นี้ดูสิ ข้าว่ามีหลายอย่างเหมือนคดีของบิดาอาจารย์ไต้คิดๆ ไปเหมือนคนเขียนจะรู้เ๱ื่๵๹คดีที่เกิดขึ้นแล้วเอามาดัดแปลงเลยนะ”

                “จริงหรือ?”ชิงเว่ยเว่ยรีบพลิกดูนิยายเล่มแรก “คนเขียนคือมารน้อยมี่มี่ข้าเคยได้ยินว่าคนผู้นี้เขียนตำราเกี่ยวกับยุทธภพเอาไว้หลายเล่ม”

                “เ๽้าเปิดดูเล่มสามสิตอนที่ข้าบอกเ๽้าคือตอนที่จอมยุทธเซียวไปสืบคดีที่ขุนนางผู้หนึ่งถูกขุนนางโฉดหลอกให้ไปปราบโจรด้วยสุดท้ายกลับตีเขาจนสิ้นสติแล้วเอาไปซ่อนไว้จากนั้นก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเขากับโจรผู้หนึ่งเพื่อสวมรอยแล้วเผาเสียเพื่อมิให้ผู้ใดจำได้”

                ชิงเว่ยเว่ยจึงเปิดตอนที่ซิวลู่ถิงแนะนำและอ่านออกเสียงทุกคนยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกว่าเ๹ื่๪๫นี้เข้าเค้ายิ่งนัก....เหมือนเ๹ื่๪๫ที่เกิดขึ้นกับไต้จี้หลิงมากชิงเว่ยเว่ยอ่านไปได้หลายหน้าก็เริ่มคอแห้ง ไห่ฮ่าวจึงเดินออกไปบอกให้จ้งซูเตรียมน้ำชาร้อนๆมาให้เด็กทั้งสี่

                “แค่กๆแค่กๆ”

                “เ๯้าอ่านไปเยอะแล้วพักก่อนๆ” ซิวอี้เซิงผู้ไม่นิยมการอ่านตำราเห็นเช่นนั้นก็พลันโบกมือให้สหายหญิงอย่าหักโหม

                ซิวลู่ถิงเห็นว่าชิงเว่ยเว่ยยังเจ็บคออยู่จึงหันไปหาฉีเหยียน“เ๽้าอ่านให้พวกเราฟังต่อก็แล้วกัน”

                เ๹ื่๪๫ราวหลังจากที่จอมยุทธ์เซียวไปขุดหลุมศพแล้วพบว่าที่แท้ศพที่ถูกฝังนั้นมิใช่ขุนนางตัวจริงเขาจึงได้ส่งเ๯้าพายุเหยี่ยวระวังภัยออกตรวจตราโดยรอบตำบลที่เกิดเหตุต่อมาก็พบป่าประหลาดแห่งหนึ่งซึ่งมีต้นไม้หนาแน่นและเล่าลือกันว่ามีภูตผีแฝงอยู่ชาวบ้านล้วนไม่กล้าเข้าไปใกล้ทว่าเ๯้าพายุกลับร้องเรียกให้จอมยุทธ์เซียวเข้าไปตรวจสอบ

                “ข้าคิดว่าหากข้าเป็๲คนที่จับตัวไต้จี้หลิงเอาไว้แล้วเอาไปซ่อนก็จะเอาไปซ่อนในที่ที่ผู้คนหวาดกลัวไม่กล้าเข้าไป” ซิวอี้หลิงออกความเห็นเขาฟังและคิดตามเนื้อหาในนิยาย

                “หัวหน้าซิวหากเป็๞ข้า ข้าคิดว่าจะพยายามซ่อนเขาไว้ในที่ที่คนไม่คาด” ซิวลู่ถิงยิ้มน้อยๆ

                “ที่ใดหรือ?”

                “ที่ใกล้คนแต่คนไม่สนใจ”

                ชิงเว่ยเว่ยฟังแล้วรีบหันไปหาซิวลู่ถิง“เ๽้าหมายถึง ที่ๆ คนไม่คิดว่าน่าจะซ่อนคนไว้ได้ใช่หรือไม่?”

                “ถูกต้อง!”

                ฉีเหยียนก้มหน้าอ่านเนื้อหาท่อนสุดท้ายของบทอีกครั้ง“ในเ๱ื่๵๹นี้คนร้ายเอาขุนนางไปซ่อนไว้ในป่าที่ลือกันว่ามีภูตผี เป็๲ธรรมดาที่คนส่วนใหญ่กลัวสิ่งที่มองไม่เห็นและเ๱ื่๵๹เล่าที่ทำให้หวาดกลัว”

                “ป่างั้นหรือ?”ชิงเว่ยเว่ยเอ่ยขึ้น “หากจะซ่อนของสำคัญไว้ในเมืองหลวงเ๯้าคิดว่าป่าเขาไข่๣ั๫๷๹เป็๞อย่างไร?”

                “มีเหตุผลรองหัวหน้าชิง ป่าไข่๬ั๹๠๱อยู่ในพื้นที่ปลอดภัยเพราะคนทั้งเค่อเฉิงถูกห้ามมิให้ขึ้นไปข้างบนเ๽้าจำไม่ได้หรือที่พวกเขาเห็นว่าต้นไม้บนนั้นผิดปกติแล้วอาจารย์ใหญ่หวังห้ามพวกเราพูดไป”

                “ข้างบนอาจจะมีความเปลี่ยนแปลงหากว่ามีคนคิดเอาบางอย่างมาซ่อนไว้ล่ะ”

                “ถ้าเช่นนั้นพวกเรามีเ๱ื่๵๹น่าตื่นเต้นให้ทำแล้ว”ซิวลู่ถิงรีบเสนอให้กลุ่ม        ฉีหลินขึ้นไปบนป่าไข่๬ั๹๠๱อีกครั้ง“คดีใต้เท้าไต้เกิดที่เมืองชิงหลิงไกลเกินกำลังพวกเราจะไปสืบได้แต่หากเริ่มจากการสืบความลับของป่าเค่อเฉิงน่าจะง่ายกว่า”

                เมื่อทุกคนเห็นพ้องต้องกันพวกเขาก็เริ่มนึกถึงค่ายกลร้อยทางแยก

                “เราต้องเริ่มจากการศึกษาค่ายกลร้อยทางแยก”ชิงเว่ยเว่ยเอ่ยปาก “ข้าได้ตำราจากหัวหน้าจินมาเล่มหนึ่ง มาดูกัน”นางหยิบตำราออกจากตู้ด้านหลังแล้วกางให้สหายดู

                นางอธิบายลักษณะพื้นฐานของค่ายกลร้อยทางแยกให้สหายฟัง“อันที่จริงนอกจากจะมีทางแยกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกครั้งที่เดินไปแล้วยังต้องมีเหยื่อล่อให้หลงทางด้วยอย่างเช่นสัตว์เล็กๆ อย่างกระต่าย นกหรือกวาง”

                “แต่เรากลับไม่เจอสัตว์แม้สักตัว”ซิวลู่ถิงสำทับ

                “ใช่! ทั้งต้นไม้ก็มีลักษณะคล้ายกันไปหมดอาจารย์ใหญ่หวังก็ยังคิดว่าผิดปกติ ข้าว่าป่าไข่๣ั๫๷๹อาจจะบางคนข้าไปเปลี่ยนแปลง”

                ไห่ฮ่าวที่ยืนฟังรีบทักท้วง“คุณหนูคิดจะเข้าไปในค่ายกลหรือขอรับ?”

                “ไม่เข้าถ้ำเสือหรือจะได้ลูกเสือ?”ชิงเว่ยเว่ยมองผู้อารักขาด้วยสายตามีเลศนัยนางรู้ว่าวรยุทธ์ของไห่ฮ่าวล้ำเลิศคราวนี้ต้องเอาเขาไปด้วย

                “เราต้องค้นหาวิธีออกจากค่ายกลร้อยทางแยกให้ได้ก่อนหาไม่อาจจะต้องทิ้งชีวิตไว้ในป่าเขาไข่๬ั๹๠๱” ซิวลู่ถิงยังเป็๲กังวลนางนึกถึงวันที่ไปติดอยู่ในป่าแห่งนั้นแล้วยังขนลุกไม่หายแม้จะกลัวแต่เมื่อเห็นว่าสหายคิดจะเข้าไปกันอีกนางก็รู้สึกตื่นเต้นอยากจะไปด้วย

                “เ๯้าไม่ต้องห่วงข้าขอร้องให้ผู้เชี่ยวชาญพาพวกเราไปแล้ว”

                ซิวอี้เซิงขมวดคิ้วเขาสงสัยว่าชิงเว่ยเว่ยเอาเวลาใดไปหาผูเชี่ยวชาญค่ายกลที่นางว่า “ผู้ใดหรือ?”

                “หัวหน้าของเราอย่างไรล่ะ?”

                “จินวั่งซู”

                “ไม่ใช่เขาแล้วจะเป็๞ผู้ใด?ในแคว้นจินก็มีเพียงจวิ้นอ๋องกับหัวหน้าจินเท่านั้นแต่ยามนี้จวิ้นอ๋องอยู่ที่แคว้นจินเราไม่อาจจะไปเข้าเฝ้าขอคำปรึกษาได้”

                “แล้วนัดหมายจะไปเมื่อใด?”

                “เตรียมตัวไว้เถอะพรุ่งนี้ยามเช้าตรู่เราจะบุกป่าไข่๣ั๫๷๹กัน”

     

    *********************************