กลิ่นคาวโลหิตเข้มข้นคละคลุ้งปกคลุมทั่วทุกตารางนิ้วของห้องโถงเรือนพักไม้
ร่างไร้ิญญาของลูกสมุนตระกูลอู๋นอนระเกะระกะบิดเบี้ยวผิดรูปทรงอยู่ท่ามกลางแอ่งเื ของเหลวสีแดงฉานไหลรวมกันเป็สาย ซึมลึกลงตามร่องพื้นกระดานไม้อย่างเงียบเชียบ บรรยากาศภายในห้องหนักอึ้งประดุจลานปะาในขุมนรก
อู๋เฟิงทรุดกายนั่งพิงเสากลางห้อง ลมหายใจหอบกระชั้นรุนแรง ร่างทั้งร่างสั่นสะท้านไร้เรี่ยวแรง ดวงตาเรียวแคบที่เคยหยิ่งผยองบัดนี้เบิกกว้างแทบถลนออกจากเบ้า จับจ้องเงาร่างโชกเืซึ่งกำลังก้าวเท้าเข้ามาหาตนเองทีละก้าว
แต่ละก้าวสงบนิ่ง ไร้ซึ่งความเร่งร้อน
แต่กลับหนักอึ้งราวกับขุนเขาทั้งลูกกำลังเคลื่อนตัวเข้าบดขยี้ิญญา
หลื่อวิ๋นหยุดยืนเบื้องหน้า ั์ตาสีทองสาดประกายเย็นเยียบทอดมองคุณชายผู้สูงศักดิ์อย่างไร้อารมณ์ เข็มเย็บอาภรณ์ของมารดาที่อาบชโลมด้วยเืลูกสมุน พลันสะท้อนประกายสังหารใต้แสงตะเกียงน้ำมันที่ริบหรี่
วูบ!
ปราศจากคำกล่าวเตือน ปราศจากการเจรจา ปลายเข็มเหล็กปักทะลวงลึกเข้าสู่จุดชีพจรสำคัญบริเวณรอยบุ๋มฐานลำคอของศัตรูอย่างแม่นยำไร้ความปรานี!
อู๋เฟิงสะดุ้งสุดตัว ดวงตาเหลือกถลน
เพียงชั่วอึดใจ วิชาแพทย์สังหาราสำแดงเดช ลมปราณที่ถูกบีบอัดผ่านปลายเข็มตัดขาดเส้นทางเดินหายใจ ตีกลับกระแสเืในหลอดลม ความปวดร้าวมหาศาลพลันปะทุขึ้นทั่วสรรพางค์กาย
"อ๊ากกกกก!"
คุณชายตระกูลอู๋ดิ้นพล่านกับพื้นกระดานดุจปลาขาดน้ำ เส้นเืทั่วลำคอและขมับปูดโปนแทบปริแตก กล้ามเนื้อกระตุกเกร็งครั้งแล้วครั้งเล่า ความเ็ปประหนึ่งมีมดคันไฟนับล้านตัวรุมกัดกินไขกระดูกจากภายใน ทะลวงลึกถึงระบบประสาททุกเส้น
"จะ... เ้า..."
หลื่อวิ๋นมิได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดตอบรับ ปลายนิ้วเปื้อนเืเพียงขยับหมุนด้ามเข็มที่ปักอยู่กลางลำคอศัตรูเบาๆ
"อ๊าก! ข้าจะพูด!" เสียงกรีดร้องแหลมสูงฉีกขาดทะลุลำคอ "ข้าจะพูดแล้ว!"
มือที่สั่นเทาดุจใบไม้ร่วงชี้ไปยังมุมห้องอันมืดสลัว ตรงนั้นมีพรมหนังสัตว์หมาป่าผืนใหญ่ปูทับพื้นกระดานไม้อยู่
"ใต้พรม..." อู๋เฟิงหอบหายใจ น้ำตาและน้ำลายไหลปนเปื้อนใบหน้าอันหล่อเหลาที่บัดนี้บิดเบี้ยวอัปลักษณ์ "มีประตูกล... มารดาเ้า... อยู่ข้างล่าง..."
หลื่อวิ๋นยังคงมองนิ่ง แววตาปราศจากคลื่นอารมณ์ "เพียงเท่านี้หรือ"
อู๋เฟิงกระอักลมหายใจติดขัด ก่อนที่เสียงหัวเราะแหบพร่าดุจคนเสียสติจะดังขึ้น
"ฮ่า... ฮ่า... ฮ่า..." โลหิตสีคล้ำไหลทะลักออกจากมุมปาก แววตากลับเต็มไปด้วยความเย้ยหยันระคนสมเพช "ต่อให้เ้าช่วยนาง... ก็ไม่มีวันหนีรอด... คนผู้นั้น... ตามหานางมานานหลายปี..."
คิ้วของหลื่อวิ๋นขมวดเข้าหากันเล็กน้อย "คนผู้ใด"
อู๋เฟิงแสยะยิ้มกว้าง ฟันทุกซี่อาบชโลมด้วยเื "เ้าคิดว่านาง... เป็เพียงสตรีชาวบ้านป่าธรรมดาจริงหรือ... สายเืของนาง... หาใช่—"
ฉึก!
ฝ่ามือของหลื่อวิ๋นกดกระแทกลงบนด้ามเข็มเต็มแรง!
เข็มเย็บผ้าทะลวงมิดด้าม ตัดขาดชีพจรหลักและหลอดลมโดยสมบูรณ์ เสียงหัวเราะขาดสะบั้นลงทันควัน อู๋เฟิงเบิกตาค้าง ร่างกระตุกเกร็งอย่างรุนแรงเพียงครู่เดียว ก่อนจะคอพับแน่นิ่ง สิ้นลมหายใจจมกองเืของตนเอง
หลื่อวิ๋นถอนเข็มออก เืหยดลงบนพื้นกระดานดังแหมะ
เขามองศพคุณชายตระกูลอู๋เพียงแวบเดียว ถ้อยคำเมื่อครู่ยังคงสะท้อนก้องอยู่ในห้วงความคิด
สายเืของมารดา... หมายความเช่นไร? นางหลบหนีผู้ใดมาซ่อนตัวในหมู่บ้านผาซ่อนเมฆแห่งนี้?
บัดนี้หาใช่เวลาขบคิดหาความจริง าแกลางแผ่นหลังของเขาที่ถูกระงับไว้ด้วยพิษหญ้ากลืนโลหิตเริ่มเต้นตุบๆ เวลาหนึ่งก้านธูปกำลังนับถอยหลัง หากพิษสิ้นฤทธิ์ าแจะปริแตกทวีคูณ เขายังมีเวลาเหลืออีกเพียงไม่กี่ลมหายใจเท่านั้น!
ชายหนุ่มสะบัดคราบเืออกจากเข็ม เก็บมันลงสาบแขน ก้าวตรงไปยังพรมหนังสัตว์ ปลายเท้าตวัดเตะพรมผืนหนาปลิวลอยออกไป เผยให้เห็นประตูกลเหล็กสีดำสนิทซ่อนอยู่เบื้องล่าง
ตูม!
ฝ่าเท้าอัดแน่นด้วยปราณโทสะกระแทกลงเต็มแรง! บานประตูเหล็กแตกร้าวและกระเด็นหลุดออกจากบานพับ เผยให้เห็นบันไดศิลาทอดลึกลงสู่ความมืดมิด ลมหายใจเย็นเยียบดุจถ้ำน้ำแข็งพวยพุ่งขึ้นจากเบื้องล่างปะทะใบหน้า
หลื่อวิ๋นปราศจากความลังเล ร่างผอมบางพุ่งทะยานลงสู่ห้องใต้ดินทันที
ยิ่งก้าวลึกลงไป อากาศยิ่งหนาวเหน็บจับขั้วหัวใจ
ผนังศิลาสองข้างทางถูกปกคลุมด้วยเกล็ดน้ำแข็งบางๆ คราบโลหิตแห้งกรังสีดำคล้ำปรากฏให้เห็นตามมุมกำแพง โซ่เหล็กเส้นเขื่องหลายเส้นห้อยระโยงระยางจากเพดาน พื้นห้องชื้นแฉะเต็มไปด้วยชามอาหารขึ้นรา กลิ่นอับชื้นปะปนกับกลิ่นเหม็นเปรี้ยวของสมุนไพรพิษโชยแตะจมูกชวนสะอิดสะเอียน
ณ กึ่งกลางห้องใต้ดินอันมืดมิดนั้นเอง...
หญิงผู้หนึ่งถูกตรึงร่างติดกับผนังศิลาด้วยโซ่ตรวนเหล็กกล้าทั้งสี่ทิศ
เสิ่นเยว่หลาน...
ใบหน้าของนางซีดขาวดุจหิมะแรกเหมันต์ ริมฝีปากแห้งแตกเป็ร่องลึก เกล็ดน้ำแข็งสีขาวขุ่นเกาะกุมั้แ่ปลายนิ้วลามขึ้นมาถึงลำคอ อาภรณ์ผ้าป่านขาดวิ่น รอยแผลเก่าจากการถูกทุบตีหลายแห่งยังไม่ทันสมานดี
หลื่อวิ๋นชะงักงันอยู่กับที่ สองเท้าถูกตรึงแน่นประดุจถูกตอกด้วยตะปูเหล็ก ลมหายใจพลันสะดุดกึก
ภาพความทรงจำเมื่อวันวานผุดขึ้นมาอย่างไม่อาจห้าม มือคู่นั้นที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวน... คือมือที่เคยโอบกอดและอุ้มชูเขายามยังเยาว์ รอยยิ้มอ่อนโยนของนาง สำเนียงที่เคยเรียกขานเขาอย่างรักใคร่ ยังคงดังก้องอยู่ในส่วนลึกของหัวใจ
สิ่งที่อยู่เบื้องหน้า กลับเป็เพียงร่างอันซูบผอมที่ถูกทรมานจนใกล้ดับสูญ
"ท่านแม่..."
กระแสเสียงที่เปล่งออกมาร้าวรานและแ่เบาจนแทบไร้ผู้ได้ยิน ชายหนุ่มพุ่งตัวเข้าไปดุจลูกธนูหลุดจากแล่ง สองมือสั่นสะท้านประคองร่างอันเย็นเฉียบดุจก้อนน้ำแข็งไว้แนบอก ปลายนิ้วแตะลงบนชีพจรที่ลำคอของนาง
เย็นจัด... และแ่เบาราวกับเส้นด้ายที่พร้อมจะขาดสะบั้นลงทุกลมหายใจ
เหง่งหง่าง...
เสียงระฆังทองเหลืองดังกังวานขึ้นในห้วงิญญา ระบบปราชญ์กลับมิได้แสดงข้อมูลขึ้นมาในทันที
ความเงียบเข้าปกคลุมเนตรปราชญ์
ผ่านไปชั่วอึดใจใหญ่ เสียงระฆังจึงดังกังวานขึ้นอีกครั้งอย่างเชื่องช้า
เหง่งหง่าง...
อักขระสีทองปรากฏขึ้นกลางทัศนวิสัยสีขาวดำ
【กำลังตรวจสอบสรีระเป้าหมาย...】
【พบความผิดปกติระดับสูง... ตรวจสอบซ้ำ...】
【ยืนยันผลลัพธ์...】
หลื่อวิ๋นกำหมัดแน่น เวลาทุกลมหายใจที่รอคอยการประมวลผล ยาวนานและบีบคั้นราวกับผ่านไปชั่วชีวิต กระทั่งอักขระบรรทัดใหม่ปรากฏขึ้นอย่างโหดร้าย
【สถานะ: วิกฤตสูงสุด】
【พิษเหมันต์ระดับลึก กัดกร่อนชีพจรหลักและทำลายเนื้อเยื่อ】
【อวัยวะภายในเข้าสู่สภาวะหยุดทำงาน 80%】
【เวลาคงเหลือของเป้าหมาย: ไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม】
อักขระสีทองสลายวับไป ห้องใต้ดินกลับคืนสู่ความเงียบอันสยดสยองอีกครา
หลื่อวิ๋นก้มมองมารดาในอ้อมแขน แววตาสีทองที่เคยสงบนิ่งพลันสาดประกายเด็ดเดี่ยวและบ้าคลั่ง
แม้ต้องแลกด้วยการหลั่งโลหิตจนหมดตัว แม้ต้องอุทิศิญญาให้แก่มัจจุราช เขาก็จะบดขยี้กฎเกณฑ์แห่งความตาย และฉุดรั้งมารดากลับมาจากขุมนรกให้จงได้!
ห้องใต้ดินกลับคืนสู่ความเงียบงัน
ปราศจากสรรพเสียงใด นอกเสียจากลมหายใจแ่หวิวของเสิ่นเยว่หลานที่สะท้อนเป็ห้วงๆ ทุกครั้งที่นางพ่นลมหายใจ ไอเย็นสีขาวขุ่นจะพวยพุ่งออกจากริมฝีปาก ตกกระทบพื้นศิลาและจับตัวเป็เกล็ดน้ำแข็งในพริบตา
หลื่อวิ๋นประคองข้อมือมารดาไว้แน่น ชีพจรของนางอ่อนแรงลงกว่าเดิม บางคราวถึงกับขาดหายไปหลายอึดใจ เกล็ดน้ำแข็งที่เคยเกาะกุมเพียงปลายนิ้ว บัดนี้ลุกลามขึ้นมาถึงข้อศอก
หากปล่อยให้ความเย็นเยียบนี้คืบคลานเข้าสู่ขั้วหัวใจ... ทุกสิ่งย่อมพังทลายเกินเยียวยา
ชายหนุ่มสูดลมหายใจลึก ั์ตาสีทองกวาดมองสำรวจรอบห้องใต้ดินอันมืดมิดอย่างละเอียด มุมหนึ่งของกำแพงปรากฏชั้นไม้เก่าแก่ซึ่งถูกทิ้งร้างมาเนิ่นนาน
เหนือชั้นไม้นั้น ตั้งไว้ด้วยแท่นบดยาศิลาสีดำสนิท มันแผ่ไอเย็นเยือกแทรกซึมไปทั่วอาณาบริเวณ แม้จะยืนห่างออกไปหลายก้าว รังสีความหนาวเหน็บยังคงบาดลึกถึงกระดูก
เคียงข้างแท่นศิลา มีกล่องไม้จันทน์ใบหนึ่งเปิดอ้าอยู่
ภายในกล่อง บรรจุพฤกษาต้นหนึ่งวางอยู่อย่างโดดเดี่ยว ใบของมันเป็สีเขียวอมฟ้า โปร่งแสงประดุจหยกสลัก ปลายใบแต่ละแผ่นมีหยดน้ำค้างกลมใสเกาะนิ่งอยู่ตลอดเวลา ทั้งที่ภายในห้องใต้ดินปิดตายไร้กระแสลม หยดน้ำเ่าั้กลับไม่ร่วงหล่น ไม่ระเหยหาย และไม่แข็งตัวเป็น้ำแข็ง ราวกับกาลเวลารอบตัวมันถูกแช่แข็งไว้ชั่วนิรันดร์
หลื่อวิ๋นยื่นมือออกไปอย่างระแวดระวัง
เพียงปลายนิ้วััใบสมุนไพร ความเย็นะเืสายหนึ่งพลันแล่นปราดทะลวงเข้าสู่ชีพจรอย่างดุดัน!
เหง่งหง่าง...
สำเนียงระฆังทองเหลืองดังกังวานขึ้นภายในห้วงสติ อักขระสีทองสว่างวาบขึ้นเบื้องหน้า ลอกคราบความลี้ลับของสมุนไพรออกจนหมดสิ้น
【วิเคราะห์วัตถุดิบ... สมบูรณ์】
【นาม: หญ้าหยาดน้ำค้าง (พฤกษาธาตุหยินบริสุทธิ์ระดับต่ำ)】
【คุณสมบัติ: หยดน้ำค้างบนปลายใบก่อกำเนิดจากแก่นแท้แห่งชีวิต มิใช่ไอแห่งฟ้าดินทั่วไป】
อักขระบรรทัดแรกจางหายไป ก่อนที่การประมวลผลบรรทัดใหม่จะปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็วและเ็า
【ข้อบ่งชี้ทางโอสถ: แพทย์สามัญมักใช้เปลวอัคคีหลอมสกัด หากสมุนไพรชนิดนี้ััความร้อน แก่นแท้จักระเหยสูญสิ้น 100%】
【ค้นพบมรรคาโอสถา: บดขยี้ด้วยศิลาเย็น ใช้โลหิตผู้สืบทอด (ธาตุหยาง) เป็กระสายยาเพื่อปลุกชีพจรสมุนไพร... ใช้หยินหล่อเลี้ยงหยิน ใช้หยางกระตุ้นชีวิต】
หลื่อวิ๋นเพ่งมองอักขระเ่าั้อย่างตั้งใจ ก่อนที่ระบบจะแสดงผลประเมินบรรทัดสุดท้าย ราวกับ้าตอกย้ำถึงราคาที่ต้องจ่าย
【คำเตือนระดับวิกฤต: สรีระผู้สืบทอดสูญเสียโลหิตสะสมเกินพิกัด หากฝืนรีดเค้นโลหิตบริสุทธิ์ผสานโอสถ อัตราภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน: 89%】
【หากโลหิตไม่เพียงพอ... โอสถจักล้มเหลว】
【อัตราความสำเร็จโดยรวม: ไม่อาจประเมิน】
อักขระสีทองดับวูบลง ห้องใต้ดินหวนคืนสู่ความมืดสลัว
หลื่อวิ๋นยืนนิ่งอยู่หน้าแท่นศิลา สายตาเลื่อนลงมองฝ่ามือของตนเอง รอยแผลเก่าจากการต่อสู้กับลูกสมุนตระกูลอู๋ยังคงเปิดอ้า ใบหน้าของเขาซีดเซียวไร้สีเืจากการสูญเสียโลหิตมหาศาล เพียงแค่ฝืนยืนให้มั่นคง ร่างกายยังส่งเสียงลั่นประท้วงโอนเอนไปมา
หากต้องกรีดเืเพื่อใช้เป็กระสายยาอีกครั้ง... ผลลัพธ์อาจจบลงด้วยการเป็ศพเคียงข้างมารดา
ชายหนุ่มหลับตาลง
ภาพในวันวานผุดขึ้นมาเด่นชัด สตรีผู้หนึ่งอ้อมกอดเด็กชายตัวผอมบางไว้แนบอกยามพายุหิมะโหมกระหน่ำ นางแบ่งปันมันเผาคำสุดท้ายให้เขา ใช้แผ่นหลังอันบอบบางของตนเองบังสาดกระแสลมหนาวตลอดทั้งคืน
ยามนั้น... นางไม่เคยถาม์ว่าการเสียสละนี้คุ้มค่าหรือไม่
หลื่อวิ๋นลืมตาขึ้น ั์ตาสีทองสาดประกายเด็ดเดี่ยวเหนือปุถุชน
เขาหันกลับไปมองเสิ่นเยว่หลานบนเตียงศิลา ลมหายใจของนางแ่บางจนแทบมองไม่เห็น เกล็ดน้ำแข็งเริ่มลุกลามจากข้อศอกขึ้นสู่ลำคอแล้ว
ชายหนุ่มกำด้ามมีดพร้าบิ่นงอแน่น ปลายนิ้วขาวซีดไร้เืฝาด ริมฝีปากที่แห้งแตกขยับเอ่ยถ้อยคำแ่เบา ทว่าหนักแน่นประดุจคำสาบานสลักลงบนแผ่นผา
"เมื่อครั้งข้ายังอ่อนแอ... ท่านใช้ชีวิตเพื่อปกป้องข้า"
"วันนี้..."
"ถึงคราวข้าใช้เืเนื้อนี้... ตอบแทนท่าน"
คมมีดพร้ากดลากผ่านฝ่ามือซ้าย เืเนื้อฉีกขาด ความเ็ปพุ่งทะลวงเส้นประสาท
โลหิตอุ่นหยดแรกตกลงเหนือแท่นศิลาเย็นเยียบ
แหมะ...
หญ้าหยาดน้ำค้างสั่นไหวเพียงเสี้ยวอึดใจ ก่อนที่เส้นใบโปร่งแสงประดุจหยกจะแห้งเหี่ยวลงอย่างรวดเร็ว สีเขียวอมฟ้าแปรเปลี่ยนเป็สีดำคล้ำ ไอเย็นจากแท่นศิลากลืนกินอุณหภูมิความร้อนของโลหิตปุถุชนจนหมดสิ้น
ทุกสรรพสิ่งกลับคืนสู่ความเงียบงัน
หลื่อวิ๋นชะงักค้าง ั์ตาสีทองเบิกกว้าง
หรือแม้แต่มรรคาโอสถา... ก็ยังมิอาจฉุดรั้งมารดากลับมาจากความตาย?
เหง่งหง่าง...
สำเนียงระฆังทองเหลืองดังกังวานก้องขึ้นอีกครา อักขระสีทองลอยเด่นขึ้นเบื้องหน้า สาดแสงเ็าและไร้ปรานี
【การหลอมล้มเหลว】
【วิเคราะห์ข้อผิดพลาด: พลังหยางในกระแสเืระดับิัต่ำกว่าเกณฑ์ 90%】
【สภาวะปัจจุบัน: หยินข่มหยาง โลหิตสามัญมิอาจปลุกชีพจรแก่นโอสถ】
อักขระชุดใหม่ปรากฏขึ้นซ้อนทับอย่างรวดเร็ว ประดุจการประมวลผลของกลไก์อันไร้อารมณ์ความรู้สึก
【มรรคาฉุกเฉิน: ริบเอา 'แก่นโลหิตหัวใจ' เพื่อกระตุ้นปฏิกิริยาโอสถ】
【คำเตือนวิกฤต: การกระแทกชีพจรเพื่อรีดเค้นแก่นโลหิต จักตัดทอนอายุขัยของผู้สืบทอดลง 10 ปีต่อ 1 หยด】
【หากปราศจากแก่นโลหิตหัวใจ... โอสถจักล้มเหลวถาวร】
อักขระทั้งหมดดับวูบลง หลงเหลือเพียงความมืดมิดและกลิ่นอายความตายภายในห้องใต้ดิน
หลื่อวิ๋นก้มมองมารดาบนเตียงศิลา เกล็ดน้ำแข็งลุกลามสูงถึงลำคอ ริมฝีปากของนางซีดขาวไร้สีเื ชีพจรแ่เบาจนแทบกลืนหายไปกับความเงียบ หากชักช้าอีกเพียงอึดใจเดียว... มัจจุราชย่อมพรากิญญาของนางไปชั่วนิรันดร์
10 ปีต่อ 1 หยด...
เด็กหนุ่มหลับตาลง ก่อนลืมขึ้นอีกครั้ง ั์ตาสีทองสาดประกายเด็ดเดี่ยวเหนือปุถุชน ปราศจากเศษเสี้ยวของความหวาดกลัวหรือความเสียดาย
"หากโลหิตทั้งกายยังมิพอ..."
ชายหนุ่มโยนมีดพร้าทิ้งลงบนพื้นศิลา กำปั้นขวากำแน่นจนเส้นเืปูดโปน
"ข้าก็จักมอบหัวใจให้พวกเ้า!"
กำปั้นอัดแน่นด้วยเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้าย กระแทกเข้าสู่กลางทรวงอกของตนเองอย่างป่าเถื่อน!
กร๊อบ!
เสียงกระดูกซี่โครงแตกร้าวะเืเลื่อนลั่น แรงอัดกระแทกมหาศาลทะลวงลึกถึงขั้วหัวใจ บังคับให้กล้ามเนื้อหัวใจบีบรัดตัวอย่างบ้าคลั่ง
"อั่ก!"
หลื่อวิ๋นกระอักโลหิตคำโตออกมา โลหิตครานี้หาใช่สีแดงสดดั่งเช่นปกติ หากแต่เป็สีแดงเข้มดุจหยกโลหิต ภายในส่องประกายละอองสีทองจางๆ อัดแน่นด้วยพลังชีวิตและแก่นแท้แห่งิญญา
หยดโลหิตแห่งหัวใจร่วงหล่นลงบนแท่นศิลา
ฉ่าาาาา!!
แท่นศิลาเย็นจัดพลันส่งเสียงคำรามประดุจสัตว์ป่าตื่นจากการหลับใหล หญ้าหยาดน้ำค้างซึ่งเหี่ยวเฉาดำคล้ำเมื่อครู่ กลับฟื้นคืนชีพในพริบตา! เส้นใบเรืองแสงสีเขียวมรกตเจิดจ้า ละอองแสงแห่งชีวิตนับไม่ถ้วนลอยฟุ้งออกจากลำต้น ผลักดันความหนาวเหน็บในห้องใต้ดินให้ถอยร่น
หลื่อวิ๋นมิรอช้า สองมือคว้าลูกบดศิลาที่มีน้ำหนักหลายสิบชั่ง กดทับลงบนสมุนไพรและโลหิตทันที
ครืด...
"อ๊าก..." เสียงครางต่ำเล็ดลอดจากไรฟัน ทุกลมหายใจที่ออกแรงกดทับ กระดูกซี่โครงที่หักร้าวเสียดสีกันจนสร้างความเ็ปเจียนคลุ้มคลั่ง หยาดเหงื่อกาฬและโลหิตจากริมฝีปากหยดปะปนลงไปบนแท่นศิลา ร่างกายโอนเอนแทบล้มพับ ทว่าสองแขนยังคงออกแรงบดขยี้อย่างดุดัน
ครืน... ครืน...
หยินบริสุทธิ์จากศิลาและสมุนไพร ผสานเข้ากับหยางเดือดพล่านจากแก่นโลหิตหัวใจ!
ของเหลวสีมรกตปรากฏขึ้นกลางแท่นบด ภายในแก่นกลางแทรกประกายสีแดงดุจสายโลหิตเต้นตุบๆ มันหาใช่โอสถเม็ดตามตำรับแพทย์สามัญ หากแต่เป็ 'หยาดโอสถบริสุทธิ์' เพียงหยดเดียว!
วินาทีที่หยาดโอสถก่อตัวสมบูรณ์ อากาศรอบแท่นศิลาพลันสั่นะเืรุนแรง แสงสีมรกตสว่างวาบทะลวงผ่านร่องกระดานและรอยแตกของห้องใต้ดิน พุ่งทะยานขึ้นสู่ผืนฟ้าเบื้องบน!
กลิ่นหอมวิเศษเหนือโลกียวิสัยแผ่รัศมีทะลักทะลวงครอบคลุมไปทั่วอาณาบริเวณ กระแสปราณจากฟ้าดินหลั่งไหลเข้าสู่หยาดโอสถเองโดยมิได้รับการชักนำ ประดุจ์กำลังรับรองการถือกำเนิดของปาฏิหาริย์!
เหง่งหง่าง...
อักขระสีทองประทับขึ้นกลางอากาศ
【โอสถระงับพิษเหมันต์】
【ความบริสุทธิ์... สิบส่วน (สมบูรณ์แบบ)】
หลื่อวิ๋นแทบไร้เรี่ยวแรงหยัดยืน แขนทั้งสองสั่นเทาอย่างหนัก ทว่าสองมือกลับประคองหยาดโอสถขึ้นมาอย่างมั่นคง เขารีบก้าวเข้าไปหาเสิ่นเยว่หลาน ป้อนหยาดโอสถสีมรกตเจือสายโลหิตลงสู่ริมฝีปากที่แห้งผากของนาง
ทันทีที่โอสถบริสุทธิ์สิบส่วนไหลผ่านลำคอ
เปรี๊ยะ... เปรี๊ยะ... เปรี๊ยะ!
เกล็ดน้ำแข็งทั่วร่างพลันแตกร้าวและสลายตัว ไอเย็นสีขาวขุ่นพวยพุ่งออกจากรูขุมขนหนีตาย พิษเหมันต์ซึ่งกัดกินชีพจรมานานนับปีถูกบดขยี้และถอยร่นอย่างรวดเร็ว ผิวกายของมารดากลับมามีสีเืฝาด ปลายนิ้วที่เคยดำคล้ำเริ่มอุ่นขึ้น ชีพจรซึ่งเคยเลือนราง กลับมาเต้นหนักแน่นมั่นคงอีกครั้ง
ชายหนุ่มทิ้งตัวลงคุกเข่าข้างเตียงศิลา หอบหายใจรุนแรง หยาดน้ำตาที่อดกลั้นมาตลอดชีวิต ไหลอาบแก้มเปื้อนเือย่างเงียบงัน
ปลายนิ้วของเสิ่นเยว่หลานขยับไหว ริมฝีปากของนางสั่นระริก
"...วิ๋นเอ๋อร์..."
ถ้อยคำสั้นๆ ที่เปล่งออกมาด้วยน้ำเสียงที่สดใสขึ้น กลับทำให้เด็กหนุ่มผู้แกร่งกร้าวยิ้มกว้างทั้งน้ำตา ภาระอันหนักอึ้งดุจขุนเขาคล้ายถูกปลดเปลื้องออกจากบ่า
ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายของหลื่อวิ๋นพลันดับสูญ ร่างโชกเืทรุดฮวบลงนอนตะแคงข้างกายมารดา
เหง่งหง่าง...
ระฆังทองเหลืองดังกังวานก้องเป็ครั้งสุดท้าย อักขระสีทองปรากฏขึ้นประเมินผลกลางความมืดมิด
【สถานะ: พิษเหมันต์ถูกสะกดชั่วคราว】
【แก่นพิษคงเหลือ... สี่ส่วน】
【เป้าหมายการรักษาถัดไป: ดอกสุริยันโลหิต】
ก่อนที่เขาจะทันได้ปิดตาพักผ่อน อักขระอีกชุดหนึ่งกลับปรากฏขึ้นแทรกทันที ครานี้สาดแสงสีแดงฉานกะพริบถี่ประดุจสัญญาณเตือนภัยมรณะ!
【คำเตือนระดับวิกฤต】
【โอสถบริสุทธิ์สิบส่วน ก่อกำเนิดปรากฏการณ์ฟ้าดิน】
【กลิ่นอายวิเศษดึงดูดผู้ฝึกตนรอบรัศมีสิบลี้... ตรวจพบกลุ่มบุคคลปริศนากำลังมุ่งหน้าเข้าหาพิกัดปัจจุบัน】
【เวลาคงเหลือก่อนถูกค้นพบ... หนึ่งก้านธูป】
อักขระสีแดงดับวูบลง
ห้องใต้ดินกลับคืนสู่ความเงียบ ทว่าโสตประสาทของหลื่อวิ๋นกลับได้ยินชัดเจน
เหนือศีรษะขึ้นไป... ภายนอกเรือนพักไม้ผุพัง... เสียงฝีเท้าจำนวนมากกำลังเร่งรุดบีบวงล้อมเข้ามาใกล้ทีละน้อย!
และการต่อสู้เพื่อปกป้องชีวิตมารดาครั้งใหม่... กำลังจะเปิดม่านขึ้นในอีกไม่ช้า!
- จบตอนที่ 7 -