“ว้าว ห้องสวยจังเลยค่ะ วิวดีมากเลย สระว่ายน้ำก็ไม่เล็กนะคะเนี่ยที่นอนก็นุ้มนุ่ม” อรตื่นเต้นกับความหรูหรา อลังการของห้องสวีทพูลวิลล่าวิวทะเล อรเดินวนสำรวจรอบห้องและมาทิ้งตัวบนที่นอน
โจอยู่ในท่าเซลฟีหันหลังให้วิวทะเล ช่องยูทูปโจสายหวานน้ำตาลมะพร้าวเปลี่ยนแนวมานำเที่ยวรีวิวห้องพัก ในขณะที่เขาบรรยายอยู่นั้นอรก็ลุกจากที่นอนไปทำหน้าที่พิธีกรร่วม และอธิบายว่าพรุ่งนี้จะเป็ครั้งแรกของโจสายหวานฯที่จะลงวิ่ง 10 กิโลฯ ในรายการภูเก็ตมาราธอน ขอให้แฟน ๆ ส่งกำลังใจด้วย แต่ ณวันนั้น คนที่ติดตามช่องโจสายหวานน้ำตาลมะพร้าวมีแค่สองคน คือโจกับอร
เช้ามืดวันรุ่งขึ้นที่เส้นปล่อยตัว เหล่านักวิ่งเนืองแน่นต่างขยับร่างกาย วิ่งเหยาะ ะโ ยืดกล้ามเนื้อเตรียมพร้อม เสียงพูดคุยอื้ออึง เสียงเพลงจังหวะเร็วเปิดดังพิธีกรบนเวทีพูดปลุกใจอย่างตื่นเต้น
“เราจะวิ่งตามเพสที่เราซ้อมมาเท่านั้นนะคะพี่โจ ตอนปล่อยตัวไม่ต้องสนใจคนอื่นอาจจะดูเหมือนว่าใคร ๆ ก็แซงเราไป เราจะไม่เร่งตาม จับจังหวะก้าวสม่ำเสมอไปเรื่อยๆ ลงเต็มเท้า ไม่ก้าวยาวไปจนต้องลงส้นเท้า เราไม่เน้นความเร็วแต่เราจะจบแบบไม่เจ็บนะคะพี่โจ” อรเป็การเป็งาน กระชับ ชัดเจนในแบบที่โจเองก็ไม่ค่อยเคยเห็น เธอจริงจังและรับผิดชอบเสมือนว่าเป้าหมายของโจคืองานของเธอ
“โอเคครับโค้ช ขอบคุณโค้ช ที่ช่วยให้ผมได้มายืนที่จุดปล่อยตัวนี้ครับ”ผลจากการซ้อมวิ่งและงดน้ำอัดลมอย่างสม่ำเสมอทำให้โจไม่ใช่ชายร่างท้วมอีกต่อไป
“โจอรสู้มั้ย โจอรสู้ไม่ถอย โจอรสู้ ๆ” บูมทีมประสานกำปั้นท่ามกลางนักวิ่งคราคร่ำที่จุดปล่อยตัว ต่างรอสัญญาณปล่อยตัว …5…4…3…2…1
“ปัง!” สัญญาณปล่อยตัวดังขึ้น โจก้าวย่างอย่างมั่นใจ เขามุ่งมั่นตราบใดที่มีอรอยู่ข้าง ๆ เขารู้สึกว่าเขากำลัง ‘ก้าว’ ไปสู่จุดเปลี่ยนของชีวิต ชีวิตใหม่ที่จะมีใครสักคนเคียงข้างคนที่จะเป็ ‘บ้าน’ ของหัวใจ
่ 5 กิโลฯ แรกไม่มีอะไรน่าหนักใจ แต่เธอต้องคอยเตือนให้เขาลดความเร็วลงด้วยเข้าใจและคุ้นเคยดี เพราะเธอเองก็เคยเป็นักวิ่งหน้าใหม่มาก่อน ความตื่นเต้นและกลุ่มนักวิ่งรอบข้างที่ล้วนวิ่งแซงหน้าทั้งสองไปทำให้โจเร่งฝีเท้าขึ้นอย่างไม่รู้ตัว
เมื่อรักษาจังหวะก้าวได้ตามแผนที่วางไว้ทั้งสองวิ่งเหยาะเคียงกันไป หยิบแก้วที่จุดพักให้น้ำโดยไม่ต้องหยุดวิ่งเพื่อไม่เสียจังหวะ เมื่อมาถึงกิโลฯที่ 8 โจหายใจแรงขึ้นประกอบกับทางวิ่งขึ้นเนินชัน ตลอด่ซ้อมที่ผ่านมา เขาไม่เคยซ้อมวิ่งขึ้นทางชันเลยเขาหายใจแรงขึ้น จังหวะก้าวช้าลง และระยะก้าวก็สั้นลง เหงื่อโทรม ความเหนื่อยปรากฏชัดบนใบหน้า
“ดีมากค่ะพี่โจ พี่ได้ก้าวมาอีกขั้นแล้ว คือเข้าสู่่ที่นักวิ่งหน้าใหม่จะเริ่มถามตัวเองว่า‘ฉันมาทำอะไรที่นี่’ ฮ่า ๆ ไหวมั้ยพี่?” เธอให้กำลังใจเขา แม้เม็ดเหงื่อบนใบหน้าจะปรากฏชัดแต่เธอยังไม่มีทีท่าว่าเหนื่อยหอบอย่างเขา
“มาเพื่อ…สร้างความ…ทรงจำดี ๆ ด้วยกัน… มาเพื่อชม…วิวทะเลจาก…เนินสูง” เขาหายใจหอบ คำพูดขาดห้วง แต่ยังคงมีรอยยิ้ม เขาตั้งใจไว้แล้วว่าจะวิ่งตลอดทางโดยไม่สลับเดินเลย ไม่ว่า่ไหนของทางวิ่ง “ช้า…แต่จะไม่หยุดครับ”
เพียงชั่วครู่ ทั้งสองก็วิ่งขึ้นมาถึงยอดเนิน ทางข้างหน้าเป็เพียงทางลาดลงเข้าสู่่กิโลฯสุดท้าย เขามั่นใจแล้วว่าสามารถวิ่งจนจบได้โดยไม่ต้องเดิน
“วิ่งลงเนินเลยมั้ยคะพี่โจ”เธอเหลียวหลังกลับมามองเมื่อนำหน้าเขาไปครึ่ง่ตัว
“ไม่เอาดีกว่าครับผมไม่อยากให้มันจบเร็วเกินไป ขอบคุณมากนะอร” เขารักษาจังหวะก้าวตามเดิมเธอลดความเร็วลงมาวิ่งข้างเขา ่กิโลฯสุดท้ายเขาวิ่งไปยิ้มไป เมื่อนึกย้อนกลับไปเขาก็เดินทางมาไกล ไกลมากพอที่จะรู้สึกดีใจและภูมิใจ จากชายร่างท้วมหน้าเป็สิวที่เป็โสดมาจนถึงวันนี้ที่มีเธอวิ่งอยู่เคียงข้าง ั้แ่มีเธอเข้ามาในชีวิต วันเสาร์เช้าก็มีความหมายมากขึ้นหมูกระทะและขนมน้ำแข็งใสก็มีรสชาตใหม่ ไม่เหมือนเดิม นิยายเื่เก่า “รักลอยลม” ที่เคยอ่านก็กลับมาสนุกอีกครั้ง เขาอยากให้ความรู้สึกนี้คงอยู่ต่อไปเรื่อยๆ
ทั้งสองก้าวข้ามเส้นชัยพร้อมกันเธอหันมายิ้มและแสดงความยินดีกับนักวิ่งมือใหม่ป้ายแดง “ยินดีด้วยนะคะพี่จบมินิมาราธอนแรกแล้ว เป้าหมายต่อไปคือฮาล์ฟมาราธอน” เธอจับข้อมือเขาชูขึ้นฉลองชัยชนะ
“ฮ่ะ ฮ่ะขอพักก่อนครับ ฮาล์ฟฯ เอาไว้ก่อน แต่ถ้าจะไป อรไปด้วยกันนะ”
“แน่นอนอยู่แล้วค่ะ”เธอยืนยันหนักแน่นทั้งน้ำเสียงและรอยยิ้ม คงมีเพียงกาลเวลาที่จะพิสูจน์คำมั่นสัญญาว่าจะ “ไปด้วยกัน” แต่ทั้งสองต่างก็ไม่เคยรู้ว่าวันพรุ่งนี้จะเป็อย่างไร
***************