ในทันใดรอบด้าน ก็ต่างกลืนน้ำลายกันไปคำใหญ่ เมื่อเห็นองค์หญิงเมิ่งอี้ มีสีหน้าไม่พอใจ หลายๆ คนกลัวที่องค์หญิงเมิ่งอี้ จะทำอะไรให้เด็กหนุ่มผมขาว เดือดดาล บ้าคลั่ง
มีเพียงกลุ่มคนไม่กี่ หยิบมือ ที่รับรู้ความสัมพันธ์ ระหว่างองค์หญิงเมิ่งอี้กับ เชลยศึกผมขาวผู้นั้น เมื่อในยามก่อน พวกเขาไม่อาจแพร่งพรายออกไป ว่าองค์หญิงได้ช่วยเชลยศึกคนหนึ่งไว้
เมิ่งอี้ ที่อยู่ใกล้ๆ อี้เฉิน ไต่ถามอี้เฉินออกมาในทันที ด้วยความสงสัยใคร่รู้ "แล้วเจ้าจะขึ้นไปดินแดนเบื้องบนได้อย่างไรอี้เฉิน หากเจ้ามิอาจไปได้ ข้าก็จะขออยู่ดินแดนเบื้องล่างเป็นเพื่อนเจ้า"
เมื่อ องค์หญิงเมิ่งอี้ ตรัส วาจานั้นออกมา มันก็ทำให้ องค์จักรพรรดิ เมิ่งฉิน มีสีหน้าไม่สู้ดีนัก การจะขึ้นไปดินแดนเบื้องบน ใช่ว่าจะมีโอกาสเช่นนี้มาบ่อยๆ ถึงการจะขึ้นไปดินแดนเบื้องบนจะอันตราย แต่ก็เปรียบเสมือนปลาได้น้ำ พร้อมจะแหวกไหว้ออกไปยังที่ ที่ไกลแสนไกล เติบใหญ่ในภายภาคหน้า 'หากลูกสาวของตนไม่ได้ขึ้นไป คงจะเสียดายในพรสวรรค์ของนางไม่น้อย แต่ก็ต้องยอมรับการตัดสินใจของลูกสาว'
อี้เฉินยกยิ้มทอประกายขึ้นมาน้อยๆ แต่แฝงไปด้วยความขมขื่น ที่ไม่อาจปิดบังได้ ราวกับระเบิดลูกใหญ่ที่ตกใจกลางหัวใจของเหล่าผู้คนโดยรอบ หรือว่าเด็กหนุ่มผมขาวจะยอมอยู่ที่แห่งนี้ เพื่อให้เหล่าผู้คน รุ่นราวคราวเดียวกับตัวเขาได้เติบใหญ่ ภายภาคหน้า
ครั้น น้ำเสียงของเด็กหนุ่มผมขาวที่เอ่ยพูดออกมาให้ เมิ่งอี้รับฟัง ถึงมันจะดู แผ่วเบา แต่ก็เต็มเปี่ยมไปด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลัง สะท้านหัวใจของผู้คนที่ได้ยินมัน "เจ้าไม่ใช่เด็กแล้วนะเมิ่งอี้ ความหวังทั้งหมดขึ้นอยู่ที่พวกเจ้าเหล่าอนุชน ข้าฝากเจ้าไป ตบพวก4สำนักใหญ่ของดินแดนเบื้องบน แทนข้าด้วย"
เมิ่งอี้ นางมีท่าทีดื้อรั้น ใบหน้าบึ้งตึงในทันใด มือของนางเริ่มอยู่ไม่สุข ถู ปลอกแขนหนังสัตว์ที่ข้อมือไปมา หัวสมองครุ่นคิดอย่างหนัก ปากเองก็เอ่ยวาจาออกมา "ข้าไม่ไป ข้าไม่ไป" อยู่หลายครา ซ้ำไปซ้ำมา
อี้เฉินที่เห็นเขาเหนื่อยหน่ายเป็นอย่างมาก ในยามนี้ ความเจ็บปวดจากกายาของเขาเอง เริ่มทบทวีมากขึ้นเรื่อยๆ ยังดีที่หลายๆ คนไม่สังเกต เห็นว่าบาดแผลของเขาในยามนี้ ไม่สมานหายอีกต่อไป
แขนข้างซ้ายของเขาถึงกับถูกทำลายไปหลายส่วน เกาะแขนเองก็ถึงกับ มอดไหม้ พังทลายไปทีละน้อย ไม่สามารถทนความร้อน ที่แพร่กระจาย จากกายาของเขา ที่ถูกไฟเทพแผดเผา กลืนกิน ได้อีกต่อไป
อี้เฉินจึงไต่ถามไปที่ เยี่ยฉิน "เจ้ากับพี่ชายของเจ้าจะไป ดินแดนเบื้องบนหรือไม่ หากเจ้าคิดจะไป ได้โปรดเกลี้ยกล่อม เมิ่งอี้ แทนข้าด้วย ดินแดนแห่งนี้ไม่เหมาะให้พวกเจ้า เหล่าอนุชนเติบโตอีกต่อไป สถานที่แห่งนี้ไร้ซึ่งไฟเทพ การจะเป็นเทพสวรรค์ ไม่มีทางเป็นไปได้ จะหยุดนิ่งเฉกเช่น เหล่าผู้อาวุโสชราคนอื่นๆ"
เหล่าผู้อาวุโสชรา ที่ติดอยู่ในขั้นพลัง เทวะขั้นสุด ต่างพยักหน้ารับในทันที "จริงอย่างที่เด็กหนุ่มผมขาวบอกกล่าว หากมีไฟเทพภายในดินแดนแห่งนี้ ป่านนี้เทพสวรรค์ครึ่งก้าวคงมี อยู่ด้วยกันดาษดื่น" แต่พวกเขาก็แก่ชราเกินไป ที่จะขึ้นไปยังดินแดนเบื้องบนในยามนี้ พวกเขาต่างรู้ตัวดี จึงคิดให้สิทธิ กับเหล่าอนุชนได้ไปเติบโต
เมิ่งอี้ นางมีท่าทีงอแง ไม่แปรเปลี่ยน ต่อให้หลายๆ คนพูดจา โน้มน้าวตัวนาง มากเท่าใดก็ตาม พุ่งเข้ามาหาอี้เฉินด้วยความจริงจัง จนพวกเขาทั้งสองยืนไม่ห่างกันมากในยามนี้ น้ำเสียงที่พวกเขาพูดคุยกันไม่มี เสียงต่างๆ เล็ดลอดไปถึงคนอื่นๆ แม้แต่น้อย
"เมิ่งอี้ เจ้าอย่าดื้อรั้นไปมากกว่านี้เลย ถือว่าข้าขอเจ้า หากข้าส่งตัวพวกเจ้าขึ้นไปยังดินแดนเบื้องบนได้เมื่อใด ข้ารับปากข้าจะตามเจ้าขึ้นไปสู่ดินแดนเบื้องบนอย่างแน่นอน แต่ในยามนี้เจ้าต้องหยุดดื้อรั้น" ครั้นเมื่ออี้เฉินเอ่ยวาจาเสร็จสิ้น ใบหน้าของเขาก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความจริงจัง
"อี้เฉิน แต่ข้าจะมั่นใจในคำพูดของ เจ้าได้อย่างไร" ก่อนที่หางตาของนางจะมีน้ำตาไหลรินออกมาน้อยๆ ....ผู้คนเองก็เริ่มมารวมตัวยังที่แห่งนี้มากขึ้นเรื่อยๆ เหล่าอนุชนผู้มีฝีมือตระกูลต่างๆ ถูกส่งมารวมตัวยังพื้นที่แห่งนี้ไม่ขาดสาย
อี้เฉินเขา หรี่ตาส่งรอยยิ้มเจิดจ้า ราวกับแสงอาทิตย์ ไปให้เมิ่งอี้ที่อยู่ตรงหน้า ก่อนจะเอ่ยถ้อยคำหนึ่งออกมา แต่มันสะท้านใจของนางอยู่ไม่น้อย "ไม่มีแต่ เมิ่งอี้ ....เจ้าจะต้องขึ้นไปเติบโตยังดินแดนเบื้องบน ทิ้งตำแหน่งองค์หญิงของเจ้าลงไปเสีย ข้า มั่นใจสักวันเจ้าต้องเป็น เซียนหญิงผู้สง่างามในภายภาคหน้า เป็นผู้เยี่ยมยุทธ์ ไร้เทียมทาน หนึ่งฝ่ามือปิดฟ้า " ก่อนอี้เฉินจะยกมือข้างขวา ที่มีบาดแผลไม่มาก ปาดน้ำตาที่ไหลรินให้นาง
ในทันใด เมิ่งอี้ นางก็จับสังเกตบางอย่างได้ เมื่อสัมผัสได้ ถึงความร้อนจากนิ้วมือของอี้เฉิน
เหมือนในยามนี้บาดแผลของอี้เฉิน ไม่เคยจางหายไปเลยแม้แต่น้อย แต่มันกลับกันเสียมากกว่า เมิ่งอี้เอ่ยขึ้นมาด้วยความตกใจ "เจ้า! เจ้า!อี้เฉิน"
ครั้นอี้เฉินที่เห็นว่านางจับสังเกตได้ เขาเพียงส่ายหัวน้อยๆ ยกมือขึ้นมาไว้ที่ริมฝีปากของนาง เป็นสัญญาณห้ามปรามไม่ให้เมิ่งอี้ เอ่ยพูดคำใดออกมาอีกต่อไป
เหล่าผู้คนที่มารวมตัวกัน บางคนยังไม่รู้เรื่องราวต่างๆ เสียด้วยซ้ำ พวกเขารู้เพียงว่าเทพสวรรค์ถูกฆ่าสังหารไปแล้วเท่านั้น แต่เมื่อหลายๆ คนเห็น องค์หญิงเมิ่งอี้ คลุกคลี อยู่ข้างกายของเด็กหนุ่มผมขาว หลายๆ คนก็เดือดดาลขึ้นมาไม่น้อย แต่เมื่อพวกเขามองดูผู้คนโดยรอบไม่มีท่าที ห้ามปรามพวกเขาสองคนแต่อย่างใด หลายๆ คนจึงเก็บความเดือดดาลกลับไป
อี้เฉินเอ่ยคำพูดออกมาให้เมิ่งอี้ อีกครั้ง น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความคาดหวัง "เมิ่งอี้เจ้าไปล่ำลา พ่อของเจ้าเถิด ข้ามั่นใจ องค์จักรพรรดิ ก็คงเห็นด้วยกับการตัดสินใจของข้า อีกไม่ช้าพวกเราจะออกเดินทางกันแล้ว"
สายตาของเมิ่งอี้ เว้าวอน อี้เฉินเสียเหลือเกิน แต่อี้เฉินไม่มีท่าทีใจอ่อน กับนางแม้แต่น้อย ละสายตาไปจากนางในทันที ยืนมือไพล่หลังอยู่นิ่งๆ คนเดียวในทันใด มีเพียงเยี่ยฉุน ที่สงบนิ่ง มายืนรอพร้อมจะออกเดินทาง ไปพร้อมกับอี้เฉิน
อี้เฉินที่เห็นเขาเพียงยกยิ้ม น้อยๆ ให้ เยี่ยฉุนเท่านั้น ก่อนจะยืนนิ่งกลางท้องนภา หลับตาไม่แยแสผู้ใดอีกต่อไป รอเพียงเวลาที่จะออกเดินทางเท่านั้น
........ไม่นานเหล่าผู้คนก็มารวมตัวกัน นับพันคน พวกเขาเหล่านั้นส่วนใหญ่เป็นเหล่าอนุชนของ ตระกูลต่างๆ บางคนก็เป็นผู้เยี่ยมยุทธ์ ที่อายุไม่มาก ยังมีโอกาสได้เติบโตในภายภาคหน้า
พวกเขาต่างพูดคุย ด้วยความสงสัยใคร่รู้ อยากจะรู้เรื่องจริงหรือไม่ ที่พวกเขาจะได้ขึ้นไปยังดินแดนเบื้องบน ถึงมันจะอันตรายเป็นอย่างมากก็ตาม แต่ก็ไม่มีทีท่า หวาดหวั่นแม้แต่น้อย โอกาสเช่นนี้ใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆ จนทำให้รอบทิศเต็มไปด้วยเสียงพูดคุย ดังอื้ออึง
ตระกูลหลัก ตระกูลย่อย ต่างนำเรือบินของตน ออกมา พร้อมที่จะออกเดินทางเต็มทน เหล่าผู้อาวุโสชราเองก็ต่างมากันไม่ขาดสาย ราวกับเตรียมพร้อมไปทำสงครามใหญ่
องค์จักรพรรดิ เมิ่งฉิน ตัวเขาอยากไปส่งลูกสาวของเขาเป็นอย่างมาก แต่ก็ถูกเหล่าผู้จงรักภักดีห้ามปรามไว้ ไม่ให้ออกเดินทางไปพร้อมพวกเขา ต้องยอมรับที่ ที่พวกเขาจะไปอันตรายเป็นอย่างมาก มันคือดินแดนของศัตรูคู่อาฆาต การเจอกันของพวกเขาทั้งสองฝ่าย อาจเกิดการประหัตประหารได้ทุกเมื่อ
อี้เฉินที่ได้ยิน เหล่าผู้คนพูดคุยกัน เหมือนว่าพวกเขาคงจะเตรียมพร้อมทุกอย่างแล้ว เขาแค่นเสียงออกไปในทันที เสียงนั้นดังก้องออกไปทั่วทิศ สะท้านใจเหล่าผู้คนที่ได้ยินมัน ในยามนี้ มีเพียงเยี่ยฉุน เท่านั้นที่ยืนข้างกายอี้เฉิน พร้อมจะออกเดินทาง
"พวกเจ้า จะเอาเรือบินออกมาทำซากอะไร ข้าไม่มีเวลา กินลมชมวิวหรอกนะ ใครที่พร้อมจะไปดินแดนร้อยแคว้น บินทะยานขึ้นมาด้านบนท้องนภา เสีย"
เหล่าผู้อาวุโสที่นำเรือบินออกมา หมายจะนำไปโชว์แสนยานุภาพ ให้เหล่าฝูงชนต่างดินแดนหวั่นเกรง ถึงกับหน้าเขียวคล้ำ ในทันที ราวกับกินสิ่งปฏิกูลเข้าไป ไม่คิดเด็กหนุ่มผมขาวจะปากคอเราะร้ายถึงเพียงนี้
อนุชนหลายๆ คนที่ได้ยิน พวกเขาเองก็มีสีหน้า ไม่ได้ดีไปกว่ากันมากนัก ใบหน้าถมึงทึง จ้องมองเด็กหนุ่มผมขาวที่อยู่บนท้องฟ้า เขม็ง มองดูอย่างไรเด็กหนุ่มผมขาวผู้นี้ ก็รุ่นราวคราวเดียวกับพวกเขา ไม่คิดเด็กหนุ่มผมขาวคนนี้จะโอหังถึงเพียงนี้
แต่เมื่อเหล่า อนุชน เห็นใบหน้าของผู้อาวุโสชราหลายๆ คน ไม่มีท่าทีขัดขืนบินทะยานขึ้นไป ด้านบนท้องฟ้า รวมกลุ่ม กับเด็กหนุ่มผมขาว พวกเขาก็ประหลาดใจไม่น้อย ไม่มีใครบอกพวกเขาแม้แต่น้อย ว่าเด็กหนุ่มผมขาวคนนั้น คือใคร เพียงแค่ห้ามปรามพวกเขา อย่าหาเหาใส่หัว
องค์จักรพรรดิ เมิ่งฉิน ตัวเขาเองก็มีความดื้อรั้น อยากจะไปส่ง ลูกสาวของตนเป็นครั้งสุดท้าย บินทะยานขึ้นมาด้านบนอย่างไม่ลังเล แม้แต่เชื้อพระวงศ์คนอื่นๆ ที่ห้ามปรามไม่ได้ ก็พุ่งเข้ามาด้วยเช่นกัน จนรอบๆ เกิดความวุ่นวายเล็กๆ
แต่เมื่ออี้เฉิน เอ่ยวาจาออกมา พวกเขาก็เงียบนิ่งในทันที "พวกเจ้าพร้อมแล้วนะ" ทันใดที่อี้เฉินเอ่ยคำพูดเสร็จ ปราณพลังในกายาของเขาก็แพร่กระจายออกมาอย่างรวดเร็ว ครั้นเมื่อเขาเอ่ยคำพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูแผ่วเบา "วิชาหมื่นโลก" ทันใด คลื่นปราณพลังก็ขยายออกกว้างในฉับพลัน เหล่าผู้คนที่อยู่โดยรอบตกใจอยู่ไม่น้อย แต่คลื่นปราณพลังนั้นไม่ได้ทำอันตรายพวกเขาแต่อย่างใด
ทันใดที่อี้เฉิน ดีดนิ้วมือ ปราณพลังที่กระจัดกระจายออกไปทั่วทิศ ก็ล้อมพันพวกเขาทั้งกลุ่มไว้ในทันที ราวกับอยู่ภายในโลกใบเล็กที่ถูกสร้างขึ้น เพียงอี้เฉินขับเคลื่อน มันก็พุ่งออกไป ราวกับศรแสงที่ถูกยิง บินทะยาน หอบเอาเหล่าผู้คน ออกไปอย่างรวดเร็ว
เหล่าผู้คนที่อยู่ภายในวิชาหมื่นโลก พวกเขาถึงกับตกตะลึง ดวงตาเบิกกว้างเท่าไข่ห่านเหล่าอนุชนต่างรู้ซึ้งได้ในทันที เด็กหนุ่มผมขาวผู้นี้ น่ากลัวกว่าผู้ใดที่พวกเขาเคยพบเคยเจอ หากเดินทางเช่นนี้ต่อไป คงใช้เวลาไม่ถึงชั่วยาม ก็น่าจะถึงจุดหมายปลายทาง