ไฟโชนรัก
รถสองแถวคันสีแดงแล่นไปตามทางคดเคี้ยวที่มีแค่สองเลนอีกทั้งมีสันเขาและต้นไม้ขึ้นบดบังการมองเห็นตลอดเส้นทางก่อนจะหยุดอย่างกระทันหันจนผู้โดยสารหัวคะมำไปตามๆ กัน
“พี่รถเป็อะไรคะ”เสียงผู้โดยสาระโถามจากด้านหลัง
“เสีย!”คนขับตอบเพียงสั้นๆ
“อ้าวจะมืดไหมนี่จะหกโมงเย็นแล้ว”เสียงบ่นเบาๆของหญิงสาวร่างบางก่อนจะลุกจากที่นั่งแล้วมายืดเส้นยืดสายด้านนอกระหว่างรอซ่อมรถกว่าจะซ่อมเสร็จก็ใช้เวลาไปเกือบชั่วโมงรถโดยสารแล่นส่งผู้โดยสารตามรายทางก่อนจะมาหยุดที่หน้าฟาร์มพร้อมกับผู้โดยสารสาวร่างบางที่หอบของพะรุงพะรังลงจากรถ
หญิงสาวในชุดกางเกงยีนส์ขายาวสีเข้มเข้ารูปสวมทับเสื้อเชิ้ตสีฟ้าแขนยาวทรงพอดีตัวรองเท้าผ้าใบสีขาวเลอะไปด้วยฝุ่นเกาะจนออกเป็สีครีม สองมือพะรุงพะรังหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าผมดำตรงยาวถูกมัดรวบเป็หางม้าแบบง่ายๆ หยุดยืนหน้าประตูทางเข้าฟาร์มธนา หญิงสาวเดินตรงเข้าไปโดยไม่ได้หวาดกลัวแต่อย่างไรเพราะตอนกลางวันโทรมาสอบถามรายละเอียดเรียบร้อยแล้วแสงไฟที่ส่องตลอดทางเดินค่อนข้างสว่าง หญิงสาวเดินตามทางมาเกือบห้านาทีกว่าจะเจอผู้คนพอให้ได้ถามไถ่
“พี่คะ คือจะมาพบคุณสถาปัตย์ค่ะไม่ทราบบ้านลอฟท์ไปทางไหนคะ”
“เดินตรงไปเลี้ยวขวาสุดครับถึงเลยแต่อาจไม่มีคนอยู่นะครับเขาไปกินเลี้ยงกัน”ชายหนุ่มวัยกลางคนตอบเสร็จก็รีบเดินจากไปอย่างรีบเร่งโดยไม่ได้ซักถามหญิงสาวต่อ
‘คนที่นี่แปลกทางเข้าไม่มีคนเฝ้าเลย ใครมาก็เดินเข้ามาได้หมด’
หญิงสาวเดินมาสักพักตามคำบอกทางก็เจอบ้านสไตล์ลอฟท์สองชั้นสีเทาอ่อนตัดเข้มก่อนจะหันหน้าไปตามเสียงเพลงที่มีจังหวะค่อนข้างเร็วที่อยู่ใกล้ๆกันเมื่อยืนรอให้มีใครเดินผ่านมาก็ยังไร้วี่แวว หญิงสาวเลยตัดสินใจเดินเข้าประตูด้านในและเดินตรงขึ้นไปชั้นสองพร้อมกับมองหาห้องที่ผู้จัดการแจ้งว่าจัดให้เรียบร้อยแล้ว
‘ตอนกลางวันโทรมาถามบอกจัดห้องไว้ชั้นสองมาถึงให้ขึ้นไปได้เลยถ้าไม่เจอใครเพราะวันนี้มีงานเลี้ยงต้อนรับปีใหม่แม่บ้านอาจไม่ได้อยู่ที่บ้าน’
หญิงสาวเปิดประตูห้องพร้อมกับสำรวจห้องด้วยสายตาอย่างคร่าวๆห้องที่มีแค่ตู้เสื้อผ้าและเตียงนอนจากนั้นก็วางกระเป๋าและรีบอาบน้ำเพื่อเปลี่ยนชุดนอนเพราะรู้สึกเพลียกับการเดินทางที่มาพร้อมความตื่นเต้นตลอดเส้นทาง
‘พรุ่งนี้ตื่นเช้าค่อยจัดกระเป๋าเข้าตู้เหนื่อยมากอาบน้ำนอนเลยละกัน’ร่างที่เหนื่อยล้าเผลอหลับทันทีที่ทิ้งตัวลงที่นอนที่แสนนุ่มจนลืมไปว่าตัวเองพลาดอะไรบางอย่างไป
เสียงเพลงดังกระหึ่มพร้อมเสียงพูดคุยหัวเราะอย่างสนุกสนานเด็กหญิงตัวน้อยๆ วัยสี่ขวบกำลังหาวด้วยความง่วงก่อนหญิงสูงวัยจะรีบเข้ามาหาพร้อมกับหันหน้าไปทางชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ผิวเข้ม หน้าตาคมคาย ที่กำลังคุยอยู่กับคนข้างๆอย่างสนุกสนาน
“คุณธนาคะหนูธัญง่วงแล้ว ป้าอุ่นพาไปนอนนะคะ” หญิงสูงวัยพูดพร้อมกับยิ้ม
“ครับป้าอุ่นผมลืมเลยว่าหนูธัญต้องนอนเร็ว นี่จะสี่ทุ่มแล้ว”
“ค่ะคุณธนาไม่ได้มาที่ฟาร์มหลายเดือนคงลืมค่ะ แต่ห้องป้าจัดไว้แล้วนะคะนอนได้เลยค่ะ”
“ครับป้า”
ธนา นิติรัตน์ภาสกุลพงศ์เป็คนกรุงเทพฯโดยกำเนิดชายหนุ่มเป็ลูกชายคนเดียวเมื่อบิดามารดาเสียชีวิตได้ยกมรดกทั้งหมดรวมถึงที่ดินในจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งเป็พื้นที่ของฟาร์มธนาในตอนนี้ให้เขาชายหนุ่มในวัย39ปี รูปร่างสูงใหญ่ ผิวเข้มหน้าตาคมคายคิ้วดกหนา จมูกโด่งเป็สันช่างรับกับเคราบางๆ จนสาวๆ ในฟาร์มต่างหลงรักเป็แถบๆ ธนาแต่งงานพร้อมมีลูกสาวหนึ่งคนแต่ชีวิตรักของเราไม่ราบรื่นเหมือนกิจการฟาร์มม้าแคระเลยเขาเพิ่งหย่ากับภรรรยาเมื่อหนึ่งปีก่อนและเริ่มบ้างานจนแทบไม่มีเวลาคบหากับผู้หญิงคนไหนสักคน กิจการฟาร์มม้าแคระของเขาเพิ่งเปิดในจังหวัดเชียงใหม่ได้ไม่ถึงสามปีแต่ผลตอบรับค่อนข้างดีมากจนเขาต้องไปเรียนรู้งานด้านการท่องเที่ยวและไปอบรมเกี่ยวกับงานด้านฟาร์มเพื่อหาความรู้เพิ่มเติมมาใช้ในกิจการของเขาทำให้่หลายเดือนที่ผ่านมาั้แ่หย่าขาดกับอดีตภรรยาเขาแทบไม่ได้อยู่ที่ฟาร์มเลยมีแต่สั่งงานผ่านผู้จัดการที่มีศักดิ์เป็หลานชายของเขาวันนี้ที่ฟาร์มมีงานเลี้ยงปีใหม่เขาต้องมาร่วมงานเพราะเป็การร่วมฉลองของคนงานทั้งฟาร์มจะขาดเขาคงดูไม่ดีแน่พอเริ่มดึกคนงานต่างเริ่มสนุกสนานกันเต็มที่ ชายหนุ่มมองรอบๆงานเขายิ้มด้วยความสุขพร้5อมกับยกแก้วที่ใส่น้ำสีอำพันก่อนจะกระดกพรวดเดียวจนหมดแก้ว
“น้าธนากระดกแบบนี้เมาแน่นะ ผมว่าค่อยๆดีกว่าครับ” สถาปัตย์เอ่ยปากเตือนน้าชายของตัวเอง
“นานๆทีน้าไม่เมาหรอกปัตย์ จะได้สนุกกัน เอ้าชนๆ” ธนายกแก้วชนกับสถาปัตย์พร้อมกับยกแก้วขึ้นดื่มจนหมดพรวดเดียวอีกรอบ
“ถ้าเมาน้าธนารีบไปนอนนะครับ”สถาปัตย์พยายามบอกด้วยความเป็ห่วง