Extra 2.5
ข่าวการะเิมหาวิทยาลัยระดับจังหวัดจนไม่เหลือชิ้นดี จำนวนผู้เสียชีวิตมีมากมายผู้รอดชีวิตมาได้ไม่วาดกลัวจนแทบเสียงสติก็ร่างกายพิการมหาวิทยาลัยต้องปิดตัวลงอย่างช่วยไม่ได้ อาจจะแค่ปิดปรับปรุงหรือปิดถาวรคงต้องดูว่าเหล่าผู้มีอำนาจที่สูญเสียลูกหลานไปจากเหตุการณ์นี้จะว่าอย่างไร
ชินเพที่เห็นข่าวก็ทิ้งงานพรวดพราดออกจากโรงพยาบาลไปยังที่เกิดเหตุด้วยความร้อนใจกระวนกระวายสถานที่แห่งนั้นถูกควบคุมไว้ด้วยเ้าหน้าที่หมดแล้ว แม้แต่อำนาจของตระกูลเขาก็ไม่สามารถช่วยให้เข้าไปข้างในได้
“เ้าหนูนั่น... ช่างโง่งมแท้ๆ”เสียงแก่ชราของผู้มีอายุมากแล้วเอ่ยอย่างทุกข์ตรม
“ท่านผู้เฒ่าโปรดทำใจด้วยเถอะครับ คุณชาย ไม่สิคุณหนูลมเหนือน่าจะไตร่ตรองแล้ว” เสียงของพ่อบ้านเอ่ยปลอบน้ำเสียงของเขาเองก็ไม่ได้สู้ดีนัก
“เ้าหนูเป็อย่างนี้เสมอ คิดจะทำสิ่งใดยากคาดเดาแต่ในเมื่อเป็ความปรารถนาก็ช่างเถอะ ตระกูลของเราจะจัดการให้เรียบร้อยทั้งสื่อมวลชนและโซเชียลทั้งหมด เข้าใจใช่ไหม?”
“ครับ ท่านผู้เฒ่า...”
เมื่อคุยกันจบพวกเขาก็ไปชินเพไม่ได้เอ่ยหรือทั้งท้วงพวกเขา และชายทั้งสองก็ไม่เห็นชินเพอยู่ในสายตาแต่อย่างใดคุณหมอหนุ่มมองพวกเขาไปจนลับตาแล้วขมวดคิ้ว
จากที่ฟังเหมือนว่าลมเหนอจะตายไปแล้วและถึงน้ำเสียงจะเศร้าลึกทว่าพวกเขาจะไม่ได้อาลัยอาวรณ์ลูกหลานที่ชื่อว่าลมเหนือขนาดนั้นแต่ก็ปกป้องไม่ให้เสียชื่อเสียงวงศ์ตระกูล เป็พวกไม่สนใจอะไรนอกจากความรุ่งเรืองชื่อเสียงและอำนาจ...
เหมือนเหล่าตาแก่ที่บ้านไม่มีผิด!
ชินเพเกือบเบ้ปากด้วยความรังเกียจ แต่ก็ไม่ได้ทำยังไงนั่นก็ผู้าุโของลมเหนือถึงเขาจะไม่ชอบใจแต่ลมเหนือน่าจะรักครอบครัวอยู่มากเขาว่าอะไรไม่ได้
แต่ว่า... ลมเหนือตายจริงหรือ? เพราะอะไร?
ชินเพไม่ได้ไปดูศพของอีกฝ่ายแต่ไปร่วมงานศพของพวกเขาที่จัดขึ้นอย่างสมฐานะและได้ดูการไลฟ์ผ่านโซเชียลที่แชร์กันกระหน่ำถึงต้นสายปลายเหตุการะเิถึงจะมีการวิจารณ์ลมเหนือในทางไม่ดีมากมาย แต่ก็ได้รุนแรงจนเกินไปหวังหนิงเองก็ถูกด่าทอและเสียดสี ครอบครัวของเธอได้รับผลกระทบจากคลิปนี้ไม่น้อยเลยโดยเฉพาะการกดดันจากตระกูลของลมเหนือทำให้พวกเขาอยู่ในประเทศไม่ได้อีกต่อไป
ถึงชินเพจะทำเป็ไม่สนใจการตายของลมเหนือ พฤติกรรมเปลี่ยนคู่ควงไปเรื่อยๆของเขาก็ไม่ได้เปลี่ยน แต่ว่าก็ลดจำนวนครั้งลงเรื่อยๆลดจนพ่อกับแม่เขาสงสัยว่าเขาอาจมีปัญหา แต่เขารู้ตัวดีว่าไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย
ทุกวันหลังทำงานนอกจากเปิดสมาร์ตโฟนอ่านข้อความที่คุยกันกับลมเหนือและดูคลิปที่โหลดเก็บไว้ซ้ำไปซ้ำมาก็ทำให้จิตใจเขาไม่ปกติไปที่หลุมศพของเธอทุกสัปดาห์ ยิ่งหน้าหล่อๆ นั่นบนป้ายสุสานยิ่งใจเสีย ทั้งที่ไม่ได้สนิทชิดเชื้อขนาดนั้นไม่ได้มีอะไรต่อกันจนเรียกได้ว่าสนิทสนมแต่ทำไมถึงได้จดจำอีกฝ่ายขึ้นใจก็ไม่รู้
จำจนไม่เหลือที่ไว้จดจำใครในใจอีก... น่าแปลกจริงๆ
หลายครั้งเขาถามวนเวียนอยู่ในใจว่าทำไมถึงทำแบบนี้...แค่ผู้หญิงไม่รักทำไมต้องลงมือรุนแรงจนตายตามกัน มีเหตุผลอะไรกันแน่ผู้หญิงคนนั้นมีค่าพออย่างนั้นเหรอ?
แล้วเขาล่ะ... ทำไมถึงทิ้งกันไปง่ายๆ อย่างนี้เพราะเขาใจง่ายเกินไปเลยดูไม่สำคัญสินะ
ในฐานะเพลย์บอยมืออาชีพการถูกทิ้งทั้งที่ยังไม่ทันได้เริ่มความสัมพันธ์จริงจังมันเป็รอยด่างพร้อยในชีวิตแต่เป็รอยด่างที่ลบไม่ได้ตลอดชีวิต
คิดถึงความหอมหวานนั่นไม่เคยลืม...
ชินเพเงียบขรึมลงเรื่อยๆ หลายคนเป็ห่วงอย่างมากถามว่าเป็อะไรก็ไม่บอกใคร จนกระทั่งวันหนึ่งเขาได้รับข้อความปริศนา แต่ชื่อผู้ส่งทำให้เขาเกือบทำโทรศัพท์ของตัวเองร่วงยังดีที่รับเอาไว้ได้ทัน
ชื่อผู้ส่งคือ... ลมเหนือ
‘Toหมอหื่น
นี่คือข้อความตั้งเวลาส่งไว้หลังจากวันตายของฉันครบ100วัน คิดว่านายคงกำลังเศร้าเหงาเปลี่ยว หรืออาจจะไม่รู้สึกอะไรแต่เอาเป็ว่าฉันอยากส่ง โอเคนะ?
ที่จริงไม่มีอะไรแค่อยากบอกว่านายเป็ที่จดจำของฉันจริงๆ มากกว่าหวังหนิงอีก ดีใจซะเหอะ แต่น่าเสียดายที่ฉันจำเป็ต้องตายก่อนเลยได้อยู่ด้วยกันแค่่สั้นๆ เท่านั้นเอง
นายเสียดายไหม?แต่ขอบอกว่าฉันไม่เสียดายหรอกนะ ไม่ต้องคิดเข้าข้างตัวเองไป
ตอนนี้ก็อย่าได้เศร้าเสียใจไปเลยพ่อหนุ่ม อาจจะมีโอกาสในครั้งหน้าเอ้อ ไม่สิ สำหรับนายคงเป็ชาติหน้าถ้าเราได้พบกันอีกฉันจะใจดีกับนายขึ้นอีกนิดก็ได้หวังว่าจะได้พบกันนะสหาย ส่วนตอนนี้ขอล่วงหน้าไปเป็ผีรุ่นพี่ก่อนนะจ๊ะ
SeeU Later :)
ลมเหนือผู้หล่อเหลาและแมนมาก’
ข้อความอารมณ์ดีนี้ไม่เหมือนคนเสียใจคิดฆ่าตัวตายสักนิดเหมือนมีเหตุผลเื้ัที่จำเป็ต้องตายจริงๆแต่ในเมื่อเธอเต็มใจตายเขาก็ไม่คิดจะสืบหาทั้งยังแอบขบขันความอารมณ์ดีของอีกฝ่ายด้วย
แล้ว... ผีรุ่นพี่เนี่ยนะ?
ไม่เป็ไร ตายตามหลังไปเป็ผีรุ่นน้องให้ก็ได้
แต่เราต้องได้เจอกันแน่ๆ ใช่ไหมลมเหนือของผม ฮันนี่ของผม
ชินเพยิ้มพลางหัวเราะหึๆในลำคอแล้วหมุนเก้าอี้ไปมาอย่างมีความสุขมากขึ้นจนพยาบาลที่เดินผ่านไปมาเห็นต้องอุทานด้วยความใไม่ได้เห็นคุณหมออารมณ์ดีอย่างนี้มากว่าสามเดือนแล้ว
ผู้คนเดินผ่านห้องคุณหมอไปอย่างมื่นชื่นเ้านายมีความสุขก็รู้สึกดีใจเดินไปได้สักพักก็ทำหน้าฉงน พวกเขามีความสุขเพราะอะไรกันเริ่มคิดไม่ออกเมื่อหันกลับไปมองห้องพักนายแพทย์ก็ขมวดคิ้ว เดินกลับมาดูเพราะรู้สึกติดใจ
ป้ายหน้าห้องไม่มีชื่อใคร มองผ่านกระจกเข้าไปในห้องก็เห็นเพียงเก้าอี้ที่หมุนไปมาช้าๆไม่มีร่างใครอยู่ตรงนั้นอีกแล้ว จะเหลือก็แค่เพียงร่องรอยของใช้บางอย่างเท่านั้นพยาบาลสาวอุทาน
“ตายจริงหมอคนไหนเอาแก้วกาแฟมาวางไว้ในห้องเปล่าแบบนี้กันคะเนี่ย ไปตามแม่บ้านมาเก็บเร็วพรุ่งนี้จะมีหมอคนใหม่เข้ามา เขาได้ห้องนี้ไปใช้นะคะ รีบเก็บๆ”