หลังจากผ่านศึกใหญ่ที่เร่าร้อน แสงแดดสาดส่องตามรอยแตกของถ้ำกระทบใบหน้าของนนท์ นนท์ลืมตาตื่นขึ้นมา
เหลียวมองร่างบางที่เปลือยเปล่าของหลันอิงเย่ที่นอนกอดตนอยู่ นนท์ใช้มือลูบไล้ไปที่แผ่นหลังเนียนนุ่มของหลันอิงเย่
" อือ " เสียงงัวเงียของหลันอิงเย่ " เ้าตื่นแล้ว " นนท์ทัก " อืม " เสียงตอบจากเย่เอ๋อร์
" เยเอ๋อร์ เ้ายังโกรธข้าอยู่รึไม่ " นนท์ถามไปยังหลันอิงเย่
" หึ ข้ายังโกรธท่านอยู่ และจะโกรธมากขึ้นหากท่านไม่รับผิดชอบข้า " ฟังแล้วเหมือนยังโกรธแต่กลับซุกหน้าลงบนอกของนนท์ด้วยท่าทีเขินอาย
" เย่เอ๋อร์ข้าอยากกินเ้า " นนท์พลิกร่างของหลันอิงเย่ให้นอนหงาย " ยังไม่พออีกรึ " " ไม่ ไ่มเคยพอ " นนท์ยิ้มอย่างเ้าเล่ห์
" แต่ข้าหิว " หลันอิงเย่ร้องปรามนนท์ " เฮ้อ ได้ๆ ข้ามีเนื้อหมีหลังขาวและอสรพิษมรกตอยู่ เดี๋ยวจะย่างให้เ้ากิน " บอกอิงเย่อย่างเหนื่อยหน่าย
นนท์ลุกขึ้นจากเตียงเดินไปที่แอ่งน้ำด้านในของถ้ำ มองด้วยความสงสัยว่าน้ำนั้นมาจากไหน ก่อนจะล้างหน้าและหยิบชุดจากแหวนมิติมาใส่
เดินไปที่ปากถ้ำผลักก้อนหินใหญ่ออกจากปากถ้ำ หาทำเลเพื่อก่อไฟ นำเนื้อของหมีหลังขาวและอสรพิษมาปรุงพร้อมกับนำไปย่าง
" เย่เอ๋อร์เสร็จแล้ว " ร้องเรียกหลันอิงเย่ " อืม " หลันอิงเย่ตอบพร้อมกับเดินมาแล้วนั่งลงข้างๆนนท์
นนท์ยื่นเนื้อให้ " ขอบคุณ " อิงเย่กล่าวขอบคุณนนท์ " " เ้าเป็ภรรยาของข้าใยต้องกล่าวขอบคุณด้วยเล่า "
" เย่เอ๋อร์ เหตุใดเ้าถีงว่าข้าเป็โจรชั่ว " นนท์ถามด้วยความสงสัย
" เื่นี้ ข้าเห็นท่านยืนอยู่ที่ศพนั่นแล้วท่านก็หยิบสิ่งของจากศพ แลัวก็วิ่งจากไป ข้าเห็นดังนั้นจึงวิ่งไล่ตามท่าน "
อิงเย่เล่าให้นนท์ฟัง " แล้วเ้ารู้ได้เยี่ยงไรว่าเป็ข้า ตอนนั้นข้าปิดบังใบหน้าเหลือแค่ตา "
" ดวงตาของท่านเยี่ยงไรข้าจำได้ไม่มีวันลืม " " อ่อ ถ้าเช่นนั้นข้าสงสัยว่าเราเคยพบกันมาก่อน " หลันอิงเย่ไม่ตอบ ทั้งคู่กินเนื้อย่างเสร็จ
" เย่เอ๋อร์ เ้าฝึกตนอยู่ที่สำนักใด " นนท์ถาม " ท่านพี่ข้าฝึกอยู่ที่สำนักหุบเขาเหมันต์ เป็ศิษย์เอกของเ้าสำนัก " จากนั้นหลันอิงเย่เริ่มเล่าเื่ราวของตนให้นนท์ฟัง
" ท่านพี่แล้วท่านเล่า " " เย่เอ๋อร์ ข้าจะไม่ปิดบังเ้า เพราะเ้าเป็ภรรยาของข้า " นนท์เริ่มเล่าเื่ราวของตนโดยเริ่มจากโลกใบเก่าจนมาถึงที่นี่
" อืมพี่หวังกับอาซ้อช่างเป็คนดีจริงๆ " หลันอิงเย่กล่าวชมหวังเหอและภรรยา
นนท์หยิบเืหงษเหมันต์สามหยดให้กับนาง " เย่เอ๋อร์นี่เืล้ำค่าหงษ์เหมันต์เ้ารีบหลอมมันเสีย "
" ท่านพี่ท่านเอาเืหงษ์เหมันต์มาจากที่ใด " นางเอียงคอถามด้วยความสงสัย
" จากศพนั้น " นนท์กล่าวตอบ
" ศพนั้นเป็ใครท่านรู้รึไม่ " หลันอิงเย่ยังคงสงสัยในตัวตนของศพนั้น
" หารู้ไม่ ข้ามาถึงก็กลายเป็ศพแล้ว " นนท์ตอบอิงเย่
" เอาละ เดี๋ยวค่อยคุยกันเื่นี้ เ้ารีบหลอมเืหงษ์เหมันต์เถิด เดี๋ยวข้าจะคุ้มครองเ้าเอง "
" อื้ม " หลันอิงเย่ลุกเดินเข้าไปในถ้ำ เพื่อหลอมเืหงษ์เหมันต์
ส่วนนท์นั้นตรวจสอบแหวนมิติต่อ " แหวนมิติวงนี้พื้นที่เยอะยิ่งนัก สำรวจยังไงก็ไม่หมด พี่ชายเป็ใครเหตุใดจึงมีสมบัติมากมายขนาดนี้ "
ขณะที่นนท์กำลังสำรวจสมบัติในแหวนมิติ ทั่วทั้งถ้ำพลันหนาวเหน็บ ไอเหมันต์ปกคลุมไปทั่ว นนท์สะดุ้งใ " เกิดอะไรขึ้น "
นนท์หันมองไปทางภรรยาของตน ร่างของหลันอิงเย่ปกคลุมไปด้วยชั้นน้ำแข็ง ผ่านไปสี่ชั่วยามร่างกายของหลันอิงเย่
ปลดปล่อยหมอกควันและกลิ่นอายสูงศักดิ์ของราชินีหงษ์เหมันต์ หมอกควันพลันหมุนวนหนุนเนื่องกลับกลายเป็ดอกบัวสูงศักดิ์
ร่างของหลันอิงเย่พลันล่องลอยอยู่ในดอกบัวนั้น ชั้นน้ำแข็งที่ปกคลุมตัวหลันอิงเย่ค่อยๆระเหยกลายเป็หมอกควัน
หลอมผสานให้ดอกบัวสูงศักดิ์ยิ่งขึ้น
ภาพพร่าเลือนของราชินีหงษ์เหมันต์ ล่องลอยอยู่บนศีรษะของหลันอิงเย่ นนท์ตะลึงกับสิ่งที่เห็น " อา ไม่น่าเชื่อ "
ทุกสิ่งพลันเลือนรางสงบนิ่ง ร่างของหลันอิงเย่ลดลงกลับมานั่งที่เดิม นางลืมตามองที่นนท์แล้วยิ้ม
" เย่เอ๋อร์เ้าช่างงดงามยิ่งนัก ก่อนนี้ก็ว่างดงามแล้วแต่ตอนนี้เล่า " นนท์ทนไม่ไหวพุ่งเข้าไปหาหลันอิงเย่ เพื่ดเปิดศึกใต้สะดืออีกรอบ
หลังจบศึก หลันอิงเย่นอนกอดสามีตนพร้อมกระซิบที่ข้างหูนนท์อย่างแ่เบา " ท่านพี่ ข้ารักท่าน "