รัฐภูมิเพิ่งจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในสาขานิติศาสตร์บัณฑิต
เขามีแผนที่จะเข้าทำงานที่สำนักงานกฎหมายชั้นนำของประเทศ
หรืออย่างน้อยเขาต้องได้เป็ข้าราชการ แต่โชคชะตาก็ได้ส่งให้เขาข้ามไปยังโลกคู่ขนานแถมมันเป็ตั๋วเที่ยวเดียวและไม่มีขากลับให้เขา
【เริ่มติดตั้งระบบซูเปอร์สตาร์...】
【ยืนยันผู้เล่น....รัฐภูมิ】
【ระดับความยากของเกม:สูงสุด】
【เริ่มนับถอยหลัง ห้า...สี่...สาม...สอง...หนึ่ง...ระบบซูเปอร์สตาร์!】
ตอนนี้รัฐภูมิกำลังนอนี้เีอยู่บนที่นอน
เขาจำอะไรไม่ได้มากนัก เขารู้แค่ว่าเขามีความทรงจำของเ้าของร่างคนเก่า
ชื่อในโลกนี้และโลกเก่าของเขาเหมือนกันคือ
รัฐภูมิ
ตอนที่เขาอายุสิบหก, เขาเซ็นสัญญากับบริษัทปั้นดาราอย่าง
Nida Entertainment Co. แต่เอาเข้าจริงมันก็คล้ายๆผู้จัดการดาราที่คอยปั้นดารา
นักแสดงและนายแบบของไทยส่งค่ายหนัง ละครและเพลง
ทำให้เขากลายเป็เด็กฝึกงานโดยมีระยะสัญญาห้าปี
บริษัทนี้มีทั้งแมวมอง ผู้จัดการส่วนตัว
โค้ชฝึกสอนต่างๆ นับเป็บริษัทปั้นดาราที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ
ซึ่งโลกเก่าของเขาไม่มีบริษัทแบบนี้ ก่อนที่เขาจะย้ายมาก็มีแค่ The
Brothers Thailand ซึ่งเป็หนึ่งในทีมงานสนิมของ BNK48
ตลอดสองปีที่ผ่าน
เ้าของร่างคนเก่าก็ยังเป็ได้แค่เด็กฝึกงาน บริษัทไม่ได้ป้อนงานอะไรให้เขาเลย
แต่อย่างน้อยบริษัทก็ยังมีที่พักให้และจ่ายเงินเดือนเขา ด้วยเงินเพียงเล็กน้อยคือ 10,000
บาท และมันหักภาษีไปเรียบร้อยแล้ว
ในเงื่อนไขของไอดอลเขายังต้องเรียนหนังสืออยู่ดังนั้นเขาจำเป็ต้องเรียน
กศน. ควบคู่ไปด้วย
ในโลกนี้, ประวัติศาสตร์ของไทยและราชวงศ์ต่างๆ
ยังคงมีอยู่ แต่ที่ชัดเจนคือภาพยนตร์ เพลง ละคร และวรรณคดีต่างๆ
ที่โด่งดังได้เปลี่ยนไปแล้ว!
โลกมันเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ!
ในวงการเพลงไม่มีวงโลโซ หรือ บอดี้สแลม
ในวงการภาพยนตร์ก็ไม่เคยมีเื่พี่มากพระโขนงหรือแฟนฉัน
ในวงการโฆษณาไม่เคยมีโฆษณาซึ้งๆของไทยประกันชีวิต
เนื้อหาที่เป็กระแสกับเป็รายการเหล่านี้
“รายการ ‘ทุ่งแสงตะวัน’
ได้รับรางวัลสารคดี ดีเด่นติดต่อกัน 17 ปีติด”
“ภาพยนตร์เื่ล่าสุดของ ณเดช
‘บ้านทรายทอง’ ทำรายได้ทะลุ 500 ล้านบาท”
“ซิงเกิ้ลใหม่ของกันต์ พิมุกต์
เพลงประตูห้องเช่า มียอดวิวมากกว่า 10 ล้านวิวใน 3
วัน”
“เื่สั้นเื่ ‘รักในสายหมอก’
ผลงานของเคน ทีละดอก ได้รางวัลซีไรต์”
มีหลายสิ่งเปลี่ยนไปและหลายสิ่งเพิ่มเข้ามา
แต่สิ่งที่ไม่หายไปแน่ๆ คือความรู้ด้านการเมืองและการปกครองของรัฐภูมิ
แต่สถานะปัจจุบันของเขาตอนนี้คือเด็กฝึกงานที่เตรียมเป็ไอดอล
หรือดารานักแสดงไม่ใช่นักกฎหมาย เขาใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้เลยจากปริญญาที่เคยจบมา
อยู่ๆ ก็มีการแจ้งเตือนจาก Line ว่าแม่ของเขา้า
VDO Call เขาหายใจเข้าลึก ๆ
และตัดสินใจที่จะรับสายนี้ เพราะมันเป็ไปไม่ได้เลยที่เขาจะหนีไปได้ตลอด
ตอนนี้ภาพแม่ของเขาปรากฏขึ้นในโทรศัพท์มือถือ
เขากำลังคิดว่าจะพูดอย่างไง แต่ก็มีชายสูงวัยอีกคนอยู่ในกล้องด้วย ชายคนนั้นคือพ่อของเขานั้นเอง
ทันทีที่พ่อของเขาเห็นสภาพในห้อง ก็ะเิโทสะทันที
"โตขนาดนี้ยังเก็บห้องไม่เป็
ไม่รักษาความสะอาด คนแบบนี้คิดจะเป็ดารา...”
แม่ของเขารีบห้ามปรามพร้อมกับแก้ตัวให้ว่า
คุณลูกเรายังเป็แค่เด็กฝึกงาน
ไม่เป็อะไรหรอก เขาเพิ่งเริ่มต้นเส้นทางสายนี้เท่านั้นเอง
แต่พ่อของเขาเหมือนจะไม่ยอม
“ไม่มีใครเขาทำห้องตัวเองสกปรกได้ขนาดนี้หรอก”
แม่ของเขาเลิกสนใจพ่อแล้วหันมาถามรายละเอียดเขาแทน:
"เป็ยังไงบ้างลูก, กินข้าวหรือยัง
เงินพอใช้ไหม, พยายามเข้านะ
ยังไงแม่ก็เป็กำลังใจให้ลูกเสมอ"
สารพัดคำถามและความเป็ห่วงจากแม่เขามาไม่ขาดสาย
"ถ้าไม่ไหวก็กลับบ้านเรา
ดูแลธุรกิจห้องเช่าและตลาด ได้เงินเยอะเลยนะ"
พ่อของเขาพูดด้วยความเกรี้ยวกราด
“ทำไมยังจะกลับมา ตอนหนีออกไป ทำไมไม่คิด ไม่ขออนุญาตใคร”
แม่ของเขากล่าวปลอบ “ไม่เป็ไรนะ
แม่จะสนับสนุนลูกเสมอ ถ้าต้องใช้จ่ายอะไรบอกแม่ได้นะ แม่จะหามาให้”
รัฐภูมิ
รู้สึกอบอุ่นและก็รู้สึกอายในเวลาเดียวกัน
ตัวเขามีแต่ความรู้ด้านการเมืองและกฎหมาย การแสดงเขาไม่มีเลย
ในที่สุดเขาก็วางสายจากพ่อแม่เขาไป
รัฐภูมิ นอนพักได้อีกเพียงครู่เดียว
เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นคนโทรคราวนี้เป็ป้าตือ, ป้าตือเป็คนดูแลเด็กในสังกัดของ
บริษัท
"เตรียมตัวมาที่ห้องซ้อมเต้นได้แล้ว
" รัฐภูมิไม่ได้แตกตื่นอะไร
ยังคงฟังป้าตือเล่ารายละเอียดที่ซ้อมก่อนที่เขาจะวางสาย
เขานั่งรถมอไซด์คิวไปที่ห้องซ้อมเต้น
เมื่อไปถึง เขาพบว่าเขาไม่ใช้คนเดียวที่มาที่นี่ มีเด็กฝึกงานอีกหลายคน
ในความทรงจำฉัน
เขาได้พูดคุยกับเด็กฝึกคนอื่นในห้อง แต่ก็ไม่ได้สนิทมาก
เขาเลือกที่จะหลบไปนั่งด้านหลังเพื่อไม่ให้มีใครสังเกตเห็นเขา
เขาเปิด lineและดูข้อความเกี่ยวกับเพื่อนคนอื่นๆ
ในกลุ่มของเขา และดูว่าคนเ่าั้อยู่ในห้องนี้หรือไม่
แต่จู่ๆ ก็มีข้อความจากแม่ของเขา ที่บอกว่าโอนเงินให้แล้ว
และข้อความแสดงความเป็ห่วงอีกมากมาย
เห็นแบบนี้แล้วเขาก็อบอุ่นหัวใจมาก
ในฐานะที่เคยเป็เด็กกำพร้าในโลกเก่าของเขา
เขาไม่เคยได้รับการปฏิบัติเช่นนี้มาก่อน
รัฐภูมิก็รู้สึกได้ว่ามีใครบางคนย้ายมานั่งข้างๆ
เขา เขาหันศีรษะและมองไปทางด้านขวา แล้วก็ได้เจอเขากับอริยะ
ชายที่เรียนการแสดงมาพร้อมกับเขา
อริยะและรัฐภูมิ
สนิทกันในระดับหนึ่งเพราะอริยะเป็คนคุยเก่งและพูดเยอะ เขามีเพื่อนมากมาย
ใครผ่านไปผ่านมาเขาก็ทักทายทุกคน
บ่อยครั้งที่การทักทายแบบนี้ของเขาทำให้ใครหลายคนอึดอัดด้วยเช่นกัน
อริยะกระซิบข้างหูเขา
"นายรู้ไหมว่าวันนี้ครูนัดพวกเรามาทำไม? "
สีหน้าของอริยะแสดงออกมาอย่างชัดเจนว่าเขารู้อยู่แล้ว
แค่รอให้รัฐภูมิถามกลับเท่านั้น เขาจะรีบบอกเื่ที่เขารู้ทั้งหมดออกมาทันที
อริยะเหมือนสายข่าว
ไม่ว่าจะแคสนักแสดงแบบไหนเขารู้ก่อนตลอด ทั้งการแคสนักแสดงไปเล่นคู่กรรม
หรือภาพยนตร์ระดับพันล้านบาทอย่างหอแต๋วแตก เขาก็รู้ก่อนล่วงหน้า
แต่เขาก็ไม่เคยสอบผ่านเลย
รัฐภูมิไม่คุ้นเคยกับการอยู่ใกล้คนหมู่มาก
ในโลกเก่าเขาชอบนั่งอ่านหนังสือคนเดียวเสียมากกว่า แต่เขาก็ยังคงอดทนต่อความอึดอัด
เขาไม่ได้ไล่อริยะออกไปแต่ตอบในสิ่งที่อีกฝ่ายอยากให้เขาตอบ: "ผมไม่รู้"
อริยะกล่าวด้วยสีหน้าภูมิใจ:
"แต่ฉันรู้, จะมีการแคสนักแสดงสามคน"
รัฐภูมิตอบไปอย่างราบเรียบ
"ครับ"
อริยะเห็นว่ารัฐภูมิไม่ได้ถามอะไรเขาต่อ
เขาก็เปลี่ยนความสนใจของเขาก็กลายเป็ เล่นเกม ROV บนโทรศัพท์มือถือของเขาแทน
ไม่นานประตูของห้องซ้อมก็ถูกเปิดออก
หลังจากที่ทุกคนเห็นคนที่เข้ามา,
เป็ผู้ฝึกสอนหลักของที่นี่คือครูแมว
เป็คุณครูสอนการแสดงสุดแกร่งของบริษัทนี้
แต่ที่เขาไม่รู้คือทำไมทุกคนเรียกเธอว่าครูสอนการแสดงสุดแกร่ง
รัฐภูมองไปรอบๆ เห็นว่าทุกคนดูตื่นเต้นกันมากๆ
ครูแมวกระแอมสองครั้งก่อนที่จะประกาศว่า:
"วันนี้มีข่าวดี ทางบริษัทน้ำดื่มยอดนิยม มีโครงการออดิชั่น
สำหรับคนที่อยากเป็ศิลปินตัวจริง" Artist Trainee "และ
บริษัทของเราเตรียมที่จะส่งคนไปเก้าคน รวมเป็สามทีม"
โครงการนี้เคยเกิดขึ้นเมื่อสองปีก่อน
ตอนนั้นผู้ที่ผ่านเข้ารอบไป กลายเป็ดาราดังกันหมดแล้ว
ที่สำคัญมีอยู่คนหนึ่งได้ไปเดบิวต์ที่เกาหลีด้วย กลายเป็วง GoT5
เมื่อเสียงของทุกคนเงียบลง รัฐภูมิ
เห็นอริยะที่มีท่าทางตื่นเต้น ทำการะโถามว่า: "จะคัดเลือกด้วยวิธีไหน?"
ครูแมวพูดต่อว่า: “เมื่อถึงเวลาผู้จัดการจะทำการสัมภาษณ์แบบตัวต่อตัวกับเด็กฝึกทั้งหมด
และผลการคัดเลือกจะอ้างอิงจากผลการประเมินของตัวนักเรียนและผลการของสัมภาษณ์ในวันนั้น.”
อริยะที่ตอนนี้อดใจรอไม่ไหวเขาอยากจะถามและแสดงความโดดเด่นของเขาออกมา
"ทำไมต้องสัมภาษณ์ต่อด้วยหละ"
ใจเย็นๆ ก่อนคุณอริยะ, ครูแมวที่ถูกขัดจังหวะอีกครั้งเธอขมวดคิ้วเล็กน้อย
จากนั้นก็ขยับแว่นตาของเธอและเริ่มอธิบายเพิ่มเติม: "ทุกคน
จะถูกสัมภาษณ์โดยผู้จัดการ แล้วเขาจะบอกคุณเอง"
"ทุกคนจะแจ้งให้ทราบโดยผู้จัดการทั่วไป
เขาจะโทรบอกวันเวลาที่จะสัมภาษณ์, ดังนั้นอย่าปิดเสียงโทรศัพท์และกรุณามาให้ตรงเวลา"
รัฐภูมิไม่ได้ตื่นเต้นเหมือนกับเด็กฝึกคนอื่น
เพราะเขาคาดแล้วว่าเขาอาจจะไม่ได้
เขาตัดสินใจเดินกลับบ้าน
สถานที่พักอยู่ไม่ไกลจากสนามซ้อมเต้นของบริษัท แน่นอนเขาไม่สามารถเบิกค่า taxi
หรือค่ารถมอเตอร์ไซค์คิวจากใครได้
...
ทางด้านอริยะตอนนี้กำลัง ตามครูแมวไปเพื่อขอข้อมูลเพิ่ม
การที่เขากล้าถามจุกจิก
และพูดแทรกครูแมวตลอดเวลาเพราะเขาทั้งสองเป็พี่น้องกัน
แต่ด้วยอายุที่ห่างกันมากบวกกับหน้าตาที่ไม่เหมือนกันเลย
จึงไม่มีใครรู้เลยว่าเขาทั้งคู่เป็พี่น้องกัน
ครูแมวบ่นออกมา"นายนี่มันยังไงนะ
สอบอะไรก็ไม่เคยได้ รอบนี้ต้องทำให้ได้รู้ไหม"
อริยะรีบอ้อนพี่สาวของเขาทันที"ผมก็อยากจะทำได้อยู่นะ
ดังนั้นพี่ต้องช่วยผมแล้วล่ะ"
ครูแมวทนสายตาที่อ้อนวอนของอริยะไม่ไหวจริงๆ
ได้บอกความลับเล็กๆ แก่เขา
เมื่ออริยะได้รับฟังสายตาของเขาก็เป็ประกาย
แล้วรีบเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
.....
ในระหว่างที่เขาเดินกลับนั้น
เขาคิดถึงเื่ถูกบริษัทยกเลิกสัญญา ค่าเสียหาย และค่าธรรมเนียมต่างๆ ,ตัวเขานั้นมีความรู้ด้านกฎหมายและการเมือง
แต่ไม่มีใบรับรองหรือปริญญาใดๆ ที่จะช่วยให้เขาเข้าทำงานได้
มีเพียงวุฒิการศึกษาขั้นบังคับจาก กศน. เท่านั้น มันเป็เื่ยาก ที่เขาจะได้งานดีๆ
พอที่จะยังชีพ ยิ่งถ้าต้องกลับบ้านเขายิ่งทำไม่ได้เลย เพราะกลัวความลับจะแตก
รัฐภูมินึกถึงสถานการณ์ปัจจุบันและยอดเงินในบัตร
ATM ของเขา
เอาละเขาตัดสินใจแล้วว่าเขาจะพยายามเป็นักเรียนการแสดงและฝึกฝนให้ดีและพยายามอย่างหนักเพื่อให้ตัวเองเป็ดาราและหาเงินได้
จากนั้นค่อยวางแผนที่จะทำอย่างอื่นเพิ่มเติมต่อไป
"ภารกิจยอมรับขั้นแรกเสร็จสมบูรณ์"
รัฐภูมิใกับเสียงที่เข้ามาในหัวของเขา
****