ยามค่ำคืนที่มืดมิด แม้เพียงดวงจันทร์ยังเร้นกายซ่อนอยู่หลังก้อนเมฆหนา แต่กลับสามารถมองเห็นพื้นดินที่กลายเป็ทะเลโลหิต กลิ่นคาวเืคละคลุ่งล่องลอยในอากาศ แสงสว่างของเปลวเพลิงสะท้อนในดวงตาเด็กหญิง ในมือกำม้าแกะสลักแน่น หลบซ่อนอยู่ในตรอกมืดไร้ผู้คนพบเห็น ใบหน้าเล็กเต็มไปด้วยคราบน้ำตา เนื้อตัวมอมแมมสั่นเทา ยากที่จะยอมรับและลืมเลื่อนภาพเหตุการณ์ก่อนหน้าที่เจอได้
"หยุด~~~"
เสียงควบม้ามาแต่ไกล และตามด้วยทหารนับร้อยคน หยุดอยู่กลางถนนมองสภาพบ้านเรือนที่ถูกฆ่าล้างยกหมู่บ้าน บ้านเรือนถูกเพลิงไฟเผ่าใหม้จนแทบมิเหลือชิ้นดี
"ท่านแม่ทัพ เรามาช้าเกินไปขอรับ เกรงว่าชาวบ้านและทุกคนในหมู่บ้านจะถูกฆ่าตายหมดแล้ว"
เสียงทหารที่มาด้วยเอ่ยรายงาน เมื่อพวกเขาสำรวจหมู่บ้านจนหมดแล้ว ดวงตาคมกวาดมองบริเวณโดยรอบแล้วกำหมัดแน่น เขามาช้าเพียงก้าว เหล่าชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ก็ถูกฆ่าทิ้งจนหมดเหมือนผักปลา เขาในฐานะแม่ทัพใหญ่ที่สัญญากับใต้หล้าว่าจะปกป้องประชาชนทั่วแคว้น ตอนนี้กลับมีคนตายเพิ่มอีกกลุ่มเสียแล้ว
"มิมีผู้รอดเลยหรือ"
เสียงเข้มเอ่ยถามอย่างมีความหวัง ชาวบ้านนับร้อยคนกลับไม่มีคนรอดเช่นนี้ มิรู้ว่าตอนที่ลงมือสังหารนั้นจะโเี้มากเพียงใด
"ข้าน้อยตรวจดูแล้ว ไม่มีผู้ใดรอดขอรับ"
ครึม! คลื่น~
เสียงฟ้าร้องดังก้อง เกิดแสงสว่างที่ปลายขอบฟ้า เพียงไม่กี่อึดใจ สายฝนก็โปรยลงมาเหมือนดั่งสายน้ำที่ชำระคราบโลหิตที่พื้นให้จางหายไป เพลิงไหม้ค่อยๆดับลงเมื่อถูกน้ำฝน เหลือเพียงซากปลักหักพังสีดำจากกองเพลิงเท่านั้น ชายหนุ่มร่างกายองอาจสวมชุดเกาะทั้งตัวจนแทบมองมิเห็นใบหน้า ยังคงอยู่บนหลังม้าแม้ตนจะเปียกชุ่มไปด้วยหยาดฝนก็ตาม
"ทำเช่นไรดีขอรับ ฝนตกหนักแล้ว"
"ตรวจนับจำนวนศพทั้งหมดให้ดี และฝั่งลงหลุมให้เรียบร้อยทั้งหมด"
ชายหนุ่มเอ่ยสั่งเสียงเข้ม
"พี่ชาย ศพของท่านพ่อท่านแม่ของข้า ถูกคนหน้าผีนำตัวไป"
เสียงเล็กะโดังลั่น เมื่อดูท่าทีของคนมาใหม่แล้วว่ามิใช่พวกเดียวกับคนที่ฆ่า ดวงตาคมมองมายังเด็กหญิงที่ตัวเล็กเท่าเอวของเขาเท่านั้น ชายหนุ่มะโลงจากหลังม้าก่อนที่จะเดินเข้ามาหานาง ร่างใหญ่คุกเข่าลงหนึ่งข้างพลางยกมือวางที่ไหล่เล็กเบาๆ
"พี่ชายไม่ใช่คนไม่ดีใช่ไหมเ้าคะ"
เสียงเล็กเอ่ยถามตาแป๋ว ถึงนางจะกลัวจนจับใจ แต่ไม่มีวิธีอื่นอีกแล้วที่จะช่วยท่านพ่อท่านแม่ได้
"หนูน้อย เ้าไม่เป็อันใดใช่หรือไม่"
"ท่านแม่ขังข้าไว้ในหีบไม้ ข้าใช้มีดพกพังมันถึงออกมาได้"
ร่างเล็กเอ่ยอย่างอธิบาย ก่อนที่มือหนาจะคว้ามือเล็กขึ้นมาดู พบว่ายังมีรอยาแที่ใช้มีดทุบจริงๆ เขาเองก็รู้สึกสงสารนางยิ่งหนัก อายุเพียงเท่านี้จะใช้ชีวิตเช่นไรต่อไป พ่อแม่ถูกฆ่าอีกทั้งคนในหมู่บ้านก็ไม่มีแล้ว
"เ้ามีนามว่าอันใด"
"พี่ชาย ข้ามีนามว่าหนิงหนิงเ้าค่ะ"
"ดี! ต่อไปนี้เ้าลืมชื่อนั้นไปซะ นามของเ้าคือ.....เยี่ยนฟาง"
"ทำไมเ้าคะ"
เด็กน้อยเอียงคอถามด้วยท่าทีไม่เข้าใจ มือใหญ่วางลงที่หัวเล็กอย่างอ่อนโยน
"เ้ายินดีไปอยู่กับข้าหรือไม่"
ชายหนุ่มเอ่ยถามเสียงนุ่ม ไม่รู้ว่าด้วยเหตุใดเขาถึงถูกชะตากับนางเช่นนี้ นางเหมือนน้องสาวของเขาเมื่อสิบปีที่แล้ว ที่ด่วนจากไปด้วยโรคร้ายแรง หากท่านแม่ได้เจอนาง คงต้องรักและเอ็นดูนางเป็แน่
"ไปแล้วข้าจะได้พบท่านพ่อกับท่านแม่หรือไม่"
"......"
ชายหนุ่มส่ายหน้าเป็คำตอบ
"ข้าไปแล้วจะมีที่นอนอุ่นๆ มีอาหารอร่อยๆกินหรือไม่"
"......"
ชายหนุ่มพยักหน้าเป็คำตอบ
"ท่านพ่อท่านแม่ข้าตายไปแล้ว ข้ามิเหลือผู้ใดอีกแล้ว.....ข้ายินดีไปกับท่านเ้าค่ะ"
เด็กหญิงเงียบไปชั่วครู่ ก่อนที่จะตอบตกลง ร่างใหญ่อุ้มนางขึ้นหลังม้า แต่ไม่ลืมที่จะหันมาสั่งลูกน้องให้จัดการเื่ที่เกิดขึ้นให้เรียบร้อย และควบม้าออกไปทันที
.........
10 ปีต่อมา
'ข้ามีนามว่าเดิมว่าลู่หนิงหนิง นามใหม่ข้าคือเยี่ยนฟาง มีเพียงนามไม่มีแซ่ ใช่แล้วข้าคือเด็กหญิงที่ท่านแม่ทัพเก็บมาเลี้ยง ใครๆต่างเรียกเขาว่าแม่ทัพจ้าว จ้าวเทียนหยาง เดิมทีข้าจะถูกรับเป็บุตรบุญธรรม แต่แล้วพอมาถึงเมืองหลวง ฮูหยินจ้าว จ้าวซินหยวนกลับป่วยเสียชีวิต ด้วยโรคร้ายแรงเช่นกับบุตรสาวที่ล้วงลับไปแล้ว ทำให้ทุกคนต่างยุ่งวุ่นวายและลืมเลือนเด็กคนนี้ แต่ข้ากลับยินดีเสียอีกที่ไม่ต้องเป็บุตรสาวบุญธรรมของจวนจ้าว นั้นเป็เพราะข้ามีความรู้สึกหนึ่งที่เกิดขึ้นอยู่ในใจ จวนแห่งนี้ดูแลข้าเป็อย่างดี ไม่ว่าจะที่นอน อาการการกิน อีกทั้งอนุญาตให้ข้าไปศึกษาตำราที่สำนักได้อีกด้วย อาจารย์ชมข้าบ่อยๆว่าข้าเรียนรู้ได้เร็ว จนจบการศึกษาเมื่อหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ข้าอาศัยอยู่ที่นี่มาสิบปีแล้ว ปีนี้อายุข้าเข้าสิบแปดปีพอดีเลยวัยปักปิ่นมาแล้ว'
"อ้าวเยี่ยนฝางวันนี้นำของดีอันใดมาหรือ"
เถ้าแก่ร้านขายตำรานามนามเฟยเจินเอ่ยทักทายอย่างเป็กันเอง เมื่อเห็นคนที่คุ้นหน้าคุ้นตาเป็ประจำมาที่ร้าน และหมู่นี้กลับหายไปหลายวันแล้ว จนเขาเองก็อยากถามเช่นกัน
"วันนี้ข้ามาหาตำรา"
เด็กชายตัวบางเอ่ยบอกเถ้าแกร้าน อันที่จริงอาภรณ์ที่สวมใส่ รวมถึงการแต่งแต้มใบหน้าทรงผมก็เหมือนบุรุษ ที่นางทำเช่นนี้เพราะอยากให้ตนเองใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น มิเคยมีสตรีฐานะธรรมดาที่ไหนได้รับอนุญาตให้มีความสามารถเทียบเท่าบุรุษ หากมิใช่เหล่าคุณหนูในจวนขุนนางใหญ่ๆ แต่ถึงอย่างนั้นนางก็มิได้ปิดบังอันใด สหายและคนรู้จักต่างรู้ดีว่านางเป็สตรี อีกทั้งรู้ด้วยว่านางเป็คนของจวนท่านแม่ทัพ
"ตำราอันใดเ้าลองว่ามาก่อน"
เถ้าแก่เอ่ยพลางปัดเศษฝุ่นไปด้วยอย่างเป็กันเอง
"ตำราชนเผาเหยียนกู๋"
"จะ...เ้าบ้าไปแล้วหรือ เมืองหลวงรวมถึงแคว้นเป่ยเทียน ห้ามเอ่ยถึงชื่อนี้เ้ามิรู้หรือ"
เถ้าแก่ร้านอุทานออกมาเสียงดัง ก่อนที่ประโยคหลังจะกระซิบกับหญิงสาวเบาๆ
"ข้ารู้ว่าท่านมื"
เยี่ยนฝางด้วยท่าทีไม่ทุกร้อน นางรู้จักกับเถ้าแก่ร้านนี้มานาน หนังสือหรือตำราหายากก็ย่อมมีหมด แล้วตำราชนเผาเหยียนกู๋ต้องห้ามแบบนี้ใยจะไม่มีกัน เฟยเจินโบกมือให้นางไปยังห้องลับของร้าน เยี่ยนฝางเดินไปตามอย่างว่าง่าย
"เ้าจะนำตำรานี้ไปทำอันใดกัน"
"มิปิดบัง ท่านก็รู้ว่าครอบครัว รวมทั้งคนในหมู่บ้านข้าตายด้วยน้ำมือคนชนเผานี้ ข้าเพียงอยากรู้จักให้มากหน่อยเท่านั้น"
"เฮ้อ~~~ เื่ก็ผ่านมาสิบปีแล้ว เ้ายังมิปล่อยวางอีกหรือ ท่านแม่ทัพจ้าวก็ดีกับเ้ามาก เหตุใดไม่ละทิ้งอดีตแล้วใช้ชีวิตต่อไป เ้าจะไปอยากรู้จักมันทำไมกัน"
เถ้าแก่ร้านเอ่ยเตือนหญิงสาวด้วยความเป็ห่วง อีกอย่างตำรานี้ยังเป็ตำราต้องห้าม เนื่องจากการฆ่าล้างในครานั้น ทำให้มีชาวบ้านผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตไปกว่าสามในสิบของประชาชนทั่วแคว้น เป็จำนวนการสูญเสียที่มากที่สุด จนป่านี้ก็ยังสืบที่มาของคนชนเผาเหยียนกู๋ไม่ได้ว่าทำไปด้วยสิ่งใดกัน เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องเสียขวัญและหวาดกลัว จึง้าตัดทุกช่องทางที่มีการเอ่ยถึงรวมถึงข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับชนเผานี้ด้วย
"ข้ารู้ไปแล้วจะทำอันใดได้ ท่านอย่างได้คิดมาก"
หญิงสาวไม่เอ่ยเปล่าแต่ยังยื่นมือไปดึงตำราที่เฟยเจินถือไว้อยู่ด้วย แต่กลับออกแรงดึงเท่าไหร่ก็มิได้
"กว่าข้าจะได้ตำราเล่มนี้มา ข้ามิขายหรอกนะ"
"มิขายแล้วท่านมิไว้ทำอันใด"
"เอาไว้ดูเล่น"
"ท่าน!"
"ข้าให้เ้ายืมก็ได้ แต่ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน"
เถ้าแก่ร้านเอ่ยอย่างเ้าเล่ห์ เขาหมั่นใส้ท่าทีของนางเต็มทน เอะอะก็ชอบมาป่วนที่ร้านของเขาเป็ประจำ
"พรุ่งนี้แต่งกายเป็สตรีมาให้ข้าดูก่อน"
เถ้าแก้ร้านเอ่ยพลางนำตำราเข้าแขนเสื้อ เยี่ยนฝางจ้องตำราในมือเขาแน่น หากจะให้นางแต่งเป็สตรีมิใช่เื่ยากลำบากอันใด เพราะตอนอยู่จวนนางก็แต่งเป็ปกติ มีเพียงออกมาข้างนอกเท่านั้นที่แต่งหายเป็บุรุษเช่นนี้ เมื่อได้จังหวะที่ดีแล้ว มือเรียวคว้าเข้าที่ตำราด้วยความรวดเร็ว ชิงเอาตำรามาได้โดยสำเร็จ
"เฟยเจิน ท่านจะหวงไปใย ข้ายืมอ่านเพียงไม่กี่วันเท่านั้น"
หญิงสาวเอ่ยบอกเถ้าแก่ร้าน ก่อนที่จะวิ่งออกมาจากห้องลับในร้านตำรา แต่จังหวะนั้นทำให้หญิงสาวไม่ทันระวังชนเข้ากับร่างของคนผู้หนึ่งเข้า
ตุบ!
ร่างบางล้มลงไปที่พื้นอย่างแรง แต่ร่างใหญ่ที่ถูกนางชนนั้นกลับไม่สะทกสะท้านอันใด อีกทั้งยังไม่คิดจะคว้าร่างบางเอาไว้เสียด้วย เขาเพียงชายมองนางด้วยหางตาเท่านั้น ดวงตาคมสะดุดเข้ากับชื่อตำราที่ตกพื้น หญิงสาวที่เห็นเช่นนั้นก็รีบเก็บซ่อนไว้ที่แขนเสื้อทันที
"คารวะท่านแม่ทัพ ข้ามิทันละวังขอได้โปรดท่านอย่างถือสา"
หญิงสาวเอ่ยด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่จะวิ่งก้มหน้าออกจากร้านไปทันที เนื่องด้วยกลัวว่าชายหนุ่มจะเห็นตำราเมื่อสักครู่
เยี่ยนฝางวิ่งออกมาจากร้านจนพ้นสายตาของชายหนุ่ม ก่อนจะหันไปดูแผ่นหลังของบุรุษที่นางชื่นชมเขามาตลอด เขาเป็ทั้งผู้มีพระคุณอีกทั้งยังเป็คนที่นางเลื่อมใสในความสามารถ ถึงแม้ตอนอยู่ในจวนนางจะพบเขาไม่บ่อยนัก บางครั้งก็พบยามเดินผ่านในจวน หน้าจวน แต่ก็มิได้พาตนเองเข้าไปยุ่งวุ่นวายกับเขาเลยสักครั้ง เพราะชายหนุ่มนั้นมีงานมากมายที่ต้องจัดการ ทำได้เพียงแอบชื่นชมเขาอยู่ไกลๆ มิใช่เพียงแค่ความสามารถ ทั้งใบหน้าและท่าทีที่สง่างามนั้นอีก
เขาเป็บุรุษที่มีกลิ่นกายหอมสะอาดเฉพาะตัว แค่เดินผ่านก็ได้กลิ่นหอม ผมดำเงางามนั้นยามลมพัดเบาๆดูสุขภาพดี คิ้วคม จมูกโด่ง ปากหนาเข้ารูป ดวงตาคมที่เป็เอกลักษณ์สีสนิม ไหนจะร่างกายกำยำสมชายชาติทหาร เสริมให้เขามีบุคลิกที่ดีเมื่อต้องสวมชุดเกาะบนหลังม้า ยามปกติที่สวมอาภรณ์ธรรมดาก็ดูสง่างามราวเทพเซียน และที่สำคัญเขาเป็ที่หมายปองของสาวงามทั่วเมืองหลวง นั้นยังมิพอต้องเรียกว่าทั่วแคว้นเลยก็ว่าได้ เห็นทีว่าสตรีที่คู่ควรกับชายหนุ่มคงมิใช่คนธรรมดาเช่นนางเป็แน่
.......
"ผู้ใดหรือ"
เสียงเข้มเอ่ยถามผู้ช่วยที่ยืนอยู่ข้างเขา เพราะดูจากท่าทางเมื่อสักครู่เหมือนทั้งคู่จะรู้จักกันมิน้อย
"เรียนท่านแม่ทัพ เมื่อสักครู่คือแม่นางเยี่ยนฝางที่จวนขอรับ"
จื่อหาวผู้ช่วยคนสนิทเอ่ยอย่างรายงาน
"เยี่ยนฝาง..."
จ้าวเทียนหยางเอ่ยด้วยใบหน้าสงสัย ชื่อนี้คุ้นยิ่งหนัก แต่กลับนึกเท่าใดก็นึกไม่ออก
"อ่อ ท่านแม่ทัพคงลืม นางคือเด็กหญิงที่ท่านพากลับมาจากหมู่บ้านเชิ้นตู้เมื่อสิบปีที่แล้วขอรับ"
"ข้าจำได้ว่านางเป็สตรีมิใช่หรือ"
ชายหนุ่มเอ่ยอย่างวิเคราะห์ เขาจำนางได้แล้ว เด็กหญิงตัวเล็กที่น่าสงสารวันนั้นอายุเพียงแปดขวบเท่านั้น
"นางคงอยากให้สะดวกเวลาออกมาข้างนอก จีงได้แต่งกายเป็บุรุษเช่นนั้น"
จื่อหาวเอ่ยด้วยรอยยิ้ม ใบหน้ายามที่เอ่ยถึงนางดูเหมือนว่าผู้ช่วยของเขาจะมีความสุขมิน้อย
"หากเ้าชอบนาง ข้าจะเป็ผู้ใหญ่สู่ขอให้"
ชายหนุ่มเอ่ยจบก็ตรงดิ่งไปหาเถ้าแก่เ้าของร้านทันที
……
ยัยน้องมีแววดื้อหน่อยๆไหมนะ คุณลุงอย่างอีพี่เตรียมปวดหัวได้เลย อยากจะรู้หนักต่อไปจะเป็ผู้ใหญ่รอชายอื่นมาสู่ขอให้ยัยน้องได้อีกไหม อิอิ ????
>.............
ไรท์จะพยายามลงทุกวันฝากทุกคนกดหัวใจที่หน้าปก ติดตาม คอมเม้นเป็กำลังใจให้ไรท์ด้วยน๊าาา???? ไรท์จะลงวันละ 1 ตอน เวลาประมาณ 1 ทุ่มของทุกวันน๊าาา
---------
1 เค่อ คือ15 นาที
1 ชั่วยาม เท่ากับ 2 ชั่วโมง
1 ชั่วยามมี 8 เค่อ
1วันมี 100 เค่อ
1 ลี้ เท่ากับ 500 เมตร 2 ลี้ เท่ากับ 1 กิโลเมตร
ยามจื่อ = 23.00 - 24.59 น.
ยามโฉ่ว = 01.00 - 02.59 น.
ยามอิ๋น คือ 03.00 - 04.59 น.
ยามเหม่า คือ 05.00 - 06.59 น.
ยามเฉิน คือ 07.00 - 08.59 น.
ยามซื่อ คือ 09.00 - 10.59 น.
ยามอู่ คือ 11.00 - 12.59 น.
ยามเว่ย คือ 13.00 - 14.59 น.
ยามเซิน คือ15.00 - 16.59 น.
ยามโหย่ว คือ 17.00 - 18.59 น.
ยามซวี คือ 19.00 - 20.59 น.
ยามห้าย คือ 21.00 - 22.59 น.
วสันต์ = ฤดูใบไม้ผลิ คิมหันต์= ฤดูร้อน สารท= ฤดูใบไม้ร่วง เหมันต์= ฤดูหนาว
——————————